xs
xsm
sm
md
lg

วิธีการล็อกสเปค ในการจัดซื้อ ATK เขาทำกันอย่างนี้ใช่ไหม ?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์


ภาพจาก pixabay.com
ผศ.ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
สาขาวิชาปัญญาและการวิเคราะห์ธุรกิจ
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐนี้เป็นปัญหามาก มีการทุจริตมากมายมาโดยตลอด ทำให้ต้องมีการออกระเบียบกันอย่างยุบยิบยับ เช่นมี พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด เกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (กฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการฮั้ว) พ.ศ.๒๕๔๒

มุมหนึ่งการออกระเบียบทำให้โกงยากขึ้นและน่าจะช่วยทำให้เกิดความโปร่งใส สุจริต ตรวจสอบได้ แต่ถ้าคนจะโกงไม่ว่าจะพ่อค้าหรือข้าราชการก็จะโกงอยู่ดี และภาครัฐนั้นมักจะซื้อของได้แพงอยู่เสมอเพราะระเบียบอันยุ่งยากหยุมหยิมจ่ายเงินช้าทำให้พ่อค้าต้องบวกค่าน้ำร้อนน้ำชาและค่าต้นทุนค่าเสียโอกาส อันได้แก่ ดอกเบี้ยเงินกู้กว่าที่จะได้เงินจากภาครัฐมา

แต่กระนั้นการแย่งชิงอำนาจในการจัดซื้อจัดจ้างก็เกิดขึ้นเสมอ หลายคนอยากมีอำนาจได้ตำแหน่งใหญ่โตในภาครัฐก็เพราะจะได้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง หน่วยราชการบางหน่วยงานมีการกำหนดอัตราการจ่ายใต้โต๊ะทุกโครงการที่ประมูลจนเป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่ 35% เมื่อพ่อค้าต้องจ่ายใต้โต๊ะกันอย่างนี้ทุกโครงการจะไปลงบัญชีได้อย่างไรก็ต้องสร้างรายจ่ายปลอมด้วยการไปหาซื้อใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มปลอมมาใช้ลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท

เรื่องต่อสู้แย่งชิงอำนาจในการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมหากาพย์มากที่สุดคือการจัดซื้อยาโดย สปสช. ทั้ง ๆ ที่ สปสช. ไม่มีอำนาจในการจัดซื้อยาเลยเนื่องจากไม่ได้เป็นสถานบริการสาธารณสุข เพราะตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 มาตรา 26 ข้อ 5 กำหนดให้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขตามที่คณะกรรมการกําหนดให้แก่หน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการตามมาตรา 46 เท่านั้น

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเคยทำผิดกฎหมายโดยนำเงินไปซื้อยาผ่านองค์การเภสัชกรรมเพื่อให้มีเงิน rebate มาเข้ากองทุนสวัสดิการของ สปสช. ทั้ง ๆ ที่เงินดังกล่าวต้องเข้าสู่กองทุนเพี่อนำไปสู่หน่วยบริการเพื่อการรักษาพยาบาลประชาชนเท่านั้น เป็นความผิดฐานละเมิด จัดการงานนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ที่ตนมีของ สปสช ดังรายละเอียดในหลายบทความนี้

• ทวงลาภมิควรได้จาก สปสช. และNGO ตระกูล ส เพื่อมารักษาชีวิตประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทอง
https://mgronline.com/daily/detail/9610000041363
• ขาว เทา ดำ จัดซื้อ (ยา) ของภาครัฐและการใช้กฎ กติกา
https://mgronline.com/daily/detail/9630000062332
• หลุมดำ 5% แห่งการละเว้นการปฏิบัติ กลั่นแกล้ง ประพฤติมิชอบ ในกระทรวงสาธารณสุข
https://mgronline.com/daily/detail/9630000066385
• การใช้กฎหมายให้ถูกวัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์จะแก้ไขปัญหา การใช้เงินผิดประเภทและผลประโยชน์ ทับซ้อนในองค์กรอิสระทางสาธารณสุขซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ
https://mgronline.com/daily/detail/9580000133490

เราคงเห็นได้ว่าการจัดซื้อยามีผลประโยชน์มาก ข้อนี้ได้มีการแก้ไขโดยให้โรงพยาบาลราชวิถีเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดซื้อยาผ่านองค์การเภสัชกรรมเอง ไม่ใช่สปสช. ซื้อ แต่สปสช. เป็นผู้จ่ายเงิน

แล้วก็เกิดปัญหาเดิมคือ สปสช. เป็นผู้จ่ายเงิน แต่งตั้งนายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ หมอฉิกอดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทผู้มีประวัติอันงดงามดังนี้

• ความสำเร็จ และ การสืบทอดของแพทย์ชนบท
https://mgronline.com/daily/detail/9580000090354
• อวสานแพทย์ชนบท
https://mgronline.com/qol/detail/9570000011968
• ชมรมแพทย์ชนบทและตระกูล ส.
https://mgronline.com/daily/detail/9590000100139
• ชมรมแพทย์อ้างชนบทต้องการฆ่าปิดปากคดีหลุมดำ 5% โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นหรือไม่?
https://mgronline.com/daily/detail/9630000059121
• เมื่ออดีตแพทย์ชนบทถูกกลั่นแกล้งรังแกโดยแพทย์อ้างชนบท : สังคมต้องขจัดคนพาล อภิบาลคนดี

https://mgronline.com/daily/detail/9630000056236
• ทำไมมีแต่แพทย์ชนบท ในกรณีกลั่นแกล้งหมอชาญชัย?

https://mgronline.com/daily/detail/9630000067425
• “ชาญชัย-สุขุม-เกรียงศักดิ์ ถวิล-ยิ่งลักษณ์-เพรียวพันธ์” ใครจะต้องคดี ใครจะไม่มีแผ่นดินอยู่ รัฐนาวาลุงตู่จะอยู่หรือไป? https://mgronline.com/daily/detail/9630000057858

นายแพทย์เกรียงศักดิ์เป็นประธานคณะทำงานกำหนดค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของสปสช. ได้เขียนข้อกำหนดการจัดซื้อ (TOR) ในการซื้อ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุดดังนี้




ผมวิเคราะห์และขอตั้งข้อสังเกตว่ามีการ lock สเปคในการจัดซื้อจัดจ้างหลายข้อดังนี้


ข้อแรก ข้อที่ 3.7 ต้องมีรายงานการศึกษาจากโรงเรียนแพทย์ในประเทศไทยตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ
ข้อสอง ข้อที่ 3.8 ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก WHO
ข้อสาม กำหนดการส่งมอบ ข้อที่ 4.1 งวดที่หนึ่งภายใน 1 วัน สามล้านชุด นับแต่วันลงนาม และงวดที่สองภายใน 3 วัน อีกสามล้านชุด

ทำไม ข้อที่ 3.7 น่าจะเป็นการ lock สเป็คในการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะ ATK เป็นของใหม่มากและไม่ใช่ว่าทุกยี่ห้อทุกรุ่นจะได้ให้ sponsor กับโรงเรียนแพทย์ในประเทศไทยเพื่อทำวิจัยทดสอบ ATK มาก่อน ทำเช่นนี้รายที่เคยเอาเข้ามาใช้แล้วเท่านั้นถึงจะมีโอกาสและต้องเป็นรายใหญ่และมีทุนมากพอที่จะให้โรงเรียนแพทย์ทำวิจัยและตีพิมพ์

ข้อที่สอง ข้อที่ 3.8 เป็นการล็อก spec อย่างแน่นอน เพราะในบรรดาผู้มาซื้อซองเสนอราคาประมูลประมาณเกือบ 20 รายมีเพียงรายเดียวเท่านั้นที่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO คือ Standard Q Covid-19 Ag Test ของ SD Biosensor ที่นำเข้าโดยบริษัท mp ของ เสี่ยเป็ด


ส่วน Abbott นั้นก็ไม่ผ่านคุณสมบัติข้อนี้ เพราะรุ่นที่นำเสนอขายประมูลมานั้นเป็นรุ่นที่ไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกแต่อย่างใด

องค์การอนามัยโลกอาจจะเป็นบรรพบุรุษของพวกอ้างชนบท เพราะเป็นขี้ข้าสามกีบสามสัสขี้ข้าจักรวรรดินิยมแยงกี้เหมือนกัน เพราะมีขี้ข้าที่มีนายทุนคนเดียวกัน เลยยกย่องกันขนาดนั้น

ในความเห็นของผม ATK หรือ Antigen test kit สำหรับโควิด-19 ไม่ได้จำเป็นต้องได้รับรองจากองค์การอนามัยโลกแต่อย่างใด

Sinovac ก็นานมากกว่าจะได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก มันเป็นเรื่องของสงครามการค้าอย่างชัดเจน และท้ายที่สุดแล้วก็ได้รับรองจาก WHO ในลักษณะของการอนุมัติใช้ในภาวะฉุกเฉินทั้งสิ้นทุกยี่ห้อวัคซีน ATK ของโควิด-19 ก็เช่นกัน

หมอ พยาบาล เภสัชกร เทคนิคการแพทย์ ชาวไทย ก็ไม่ได้มีโคตรพ่อโคตรแม่เป็นฝรั่ง จะใช้ยาอะไร จะใช้ชุดตรวจอะไร ถ้า WHO ไม่ได้รับรองแล้วจะทำไม WHO ไม่ใช่บรรพบุรุษหมอไทย พยาบาลไทย

อย่างนั้นสมุนไพรไทยก็ใช้ไม่ได้เลยหรือ เพราะ WHO ไม่รับรอง ตรรกะทาสชัด ๆ

WHO ละล้าละลังนานแค่ไหนกว่าจะบอกให้ใส่หน้ากากอนามัย ก็ไปลองคิดกันเอาแล้วกัน ว่าจำเป็นแค่ไหนที่ต้องมีคุณสมบัติข้อนี้เพื่อให้ล็อกสเปคได้เหลือรายเดียว

ข้อที่ 4.1 ก็เป็นการล็อกสเปคอีกเช่นกัน เพราะจะต้องให้ส่งมอบ ATK กันสามล้านชิ้นภายในหนึ่งวันและสามวันหลังวันลงนาม ไม่มีเจ้าไหนจะนำเข้ามาไว้หกล้านชิ้น ปริมาณมหาศาลขนาดนั้นเพื่อเก็งว่าจะมีการสั่งซื้อ Big lot ขนาดนี้ เกิดขายไม่ได้จะทำเช่นไร แล้วหากจะมีการล็อกสเปคไว้ก็ต้องเป็นเจ้าที่เคยค้าขายคุ้นเคยกันดีมากมาก่อนอย่างแน่นอน แสดงว่าต้องมีของจะส่งมอบอยู่แล้วในคลังสินค้า ต่อให้จะหาเที่ยวบินด่วนจี๋ไปรับสินค้าสามล้านชิ้นเข้ามาภายในหนึ่งวันก็ไม่อาจจะทำได้ในแง่ของ logistic management และแม้แต่สามวันก็เป็นเรื่องยาก

การกำหนด spec แบบนี้เท่ากับล็อกให้เจ้าที่มีสินค้าคงคลังตุนสินค้า ATK ไว้แล้วหกล้านชิ้น ที่มีความมั่นใจว่าจะสามารถขายได้อย่างแน่นอน โดยมีภาครัฐรายใหญ่ที่เคยทำมาหากินด้วยกันมา มีใต้โต๊ะ มีนอกมีใน มีเส้นมีสายที่จะช่วยเหลือให้สามารถชนะการประมูลได้อย่างแน่นอน

แต่ถ้าล็อกสเปคไม่สำเร็จแล้วไม่สามารถชนะประมูลได้เล่าอะไรจะเกิดขึ้น จะส่งผลอย่างไร

ข้อแรก คนในที่เคยมั่นใจว่าได้ขายของเช่น เสี่ยเป็ด ก็จะไม่ได้ขายของ สินค้าพวกนี้มีหมดอายุ ซื้อมาตุนไว้แล้ว ชิ้นหนึ่งต้นทุน 90 บาท 8.5 ล้านชิ้น หากคืนไม่ได้หรือขายไม่ได้ก็จะต้องปล่อยให้หมดอายุก็จะเกิดความเสียหายทางธุรกิจประมาณ 765 ล้านบาท

แต่ถ้าเสนอราคาประมูลไป 118.9 บาท จะได้กำไรประมาณ (118.9-90)x8.5 ล้านชิ้น เท่ากับ 245,650,000 บาท จ่ายค่าขนส่งในและนอกประเทศ รวมถึงจ่ายใต้โต๊ะไปแล้วก็ยังเหลือกำไรมหาศาลพอสมควรอยู่ดี ดังนั้นน่าจะคุ้มค่าในการล็อกสเปคให้สามารถชนะประมูลได้อย่างแน่นอน

ข้อสอง พวกที่เคยหวังว่าจะล็อกสเปคได้ก็จะชวดไป

ข้อสาม องค์การเภสัชกรรม หากยอมให้ล็อกสเปคได้แบบนี้ ทั้งบอร์ดองค์การเภสัชกรรม และผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ตลอดจนผู้บริหารการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด ก็ไปเตรียมรอนอนในคุกหลังเกษียณกันได้เลย แต่หากพลาดก็เป็นแผลติดตัวทำให้คนที่เป็นศัตรูกับคนเหล่านี้ สามารถนำเอามาเล่นงานได้ในภายหลัง

นางจิรารัตน์ ตรีรัตนพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารพัสดุและผลิตภัณฑ์ ขององค์การเภสัชกรรม ได้ลงนามแสดงความคิดเห็นโต้แย้งไปสองครั้งในวันที่ 28 และ 29 กรกฎาคม สองครั้งกลับไปยัง สปสช. ดังนี้






ผลของการโต้แย้งขององค์การเภสัชกรรมทำให้เกิดการแก้ไข TOR ในการจัดซื้อโดยนายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ โดยตัดประเด็นเรื่อง ATK ต้องผ่านการศึกษาทดสอบในโรงเรียนแพทย์ในประเทศไทยและตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการออก และประเด็น ATK ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจาก WHO แต่ยังต้องส่งมอบภายในวันที่ 10 สิงหาคม ซึ่งก็ยังล็อกสเปคให้เจ้าที่สั่งสินค้ามาแล้วทั้งหมด 8.5 ล้านชิ้น มีของเรียบร้อยพร้อมส่งอยู่แล้วเท่านั้น สังเกตได้ชัดว่ามีผู้บริหารองค์การเภสัชกรรมเขียนระบุไว้ว่าเงื่อนเวลา เป็นไปไม่ได้ ก็ยังเป็นการล็อกสเปคอยู่ดี

ในระหว่างนั้นก็เกิดสายโทรศัพท์โทรมาข่มขู่ว่าผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมจะลดสเปคที่ สปสช. หมอเกรียงศักดิ์ ทำมาไม่ได้ ซึ่งภายหลังนายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครราชสีมา อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท รุ่นก่อน นายแพทย์ เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และรุ่นก่อนนายแพทย์ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ได้ออกมายอมรับในช่อง Top News ว่าเสียงที่หลุดออกมาเป็นคลิปโทรศัพท์ เป็นของตนเองจริง ๆ

ผมได้ยินมาว่ามีเสียงโทรศัพท์มาข่มขู่จากอดีตประธานแพทย์อ้างชนบทผู้ทรงอิทธิพลแถวชุมแพ จังหวัดขอนแก่นด้วย คลิปนั้นตอนนี้อยู่ในมือสื่อมวลชนเรียบร้อยแล้วเช่นกันครับ

นี่คือหลักฐานสารภาพการกระทำความผิดโดยการร่วมกันล็อกสเปคและไม่ทราบว่าละเมิดมาจัดการในงานที่ตนเองไม่มีอำนาจได้อย่างไรเช่นกันก็พึงสงสัยได้หรือไม่ตามหลักสุจริตและหลักวิญญูชน

นอกจากนี้ยังมีการออกข่าวโดยสื่อมวลชนในเครือข่ายตระกูล ส และมีการด้อยค่า ATK ของจีนอย่างกว้างขวาง เช่นเดียวกันกับที่ Sinovac เคยเจอมาก่อน


สุดท้ายข้อกำหนดในการจัดซื้อหรือ TOR ที่ใช้ในการประมูลจริง ได้ล้ม TOR ที่ทาง สปสช. โดยนายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ จัดทำมา และใช้ TOR ในการประมูลดังด้านล่างนี้ และขยายเวลาในการส่งมอบ ATK เป็นภายใน 14 วันนับจากวันที่ลงนามในสัญญา


ผลของความกล้าหาญของบอร์ดองค์การเภสัชกรรม และผู้บริหารองค์การเภสัชกรรม ทำให้มีผู้เสนอเข้าแข่งขันเกือบ 20 ราย และจัดซื้อ ATK ได้ในราคาที่ถูกกว่าราคากลางที่เปิดประมาณไป 50 บาทต่อชิ้น ทำให้ประหยัดเงินแผ่นดินไปได้ในการจัดซื้อครั้งนี้ 450 ล้านบาท และคงเป็นการวางบรรทัดฐานในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ต้องไม่ล็อกสเปคอันทำให้เกิดการฮั้วประมูล ซึ่งผิดกฎหมายและต้องมีคนเข้าคุกอย่างแน่นอน

แต่มหากาพย์ยังไม่จบ พวกอ้างชนบทไปจับมือกับพวกสามกีบเรียบร้อยทำให้ลากประเทศไทยเข้าไปอยู่กลางเขาควายของชาติมหาอำนาจ เกิดขบวนการด้อยค้า Rapid test ของจีนอย่างหนักหน่วง โปรดอ่านได้จาก สงครามการค้าและขบวนการรับจ้างด้อยค่า Rapid test ของจีนกับการล็อกสเปคในไทยโดยพวกอ้างชนบท https://mgronline.com/daily/detail/9640000079601

ผมได้แต่หวังว่าจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีเอาผิดกับคนที่มุ่งหวังจะล็อกสเปคให้เข้าคุกไปตามโทษานุโทษในที่สุด ผมหวังว่ากฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์บนแผ่นดินไทย ในสายตาของผม ผมเชื่อโดยหลักสุจริตว่านี่เป็นการทุจริตส่วนจะครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่ และควรฟ้องศาลใด ก็ขอให้ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ได้ลองพิจารณาดูกันเถิดเพื่อชาติบ้านเมือง

ผมแค่อยากจะถามว่า “เห็นหัวประชาชน ในยามวิกฤติมหาสงครามโรคระบาดบ้างหรือไม่?”



กำลังโหลดความคิดเห็น...