xs
xsm
sm
md
lg

เสียงจาก “อังคณา” มีสภาแล้วก็ต้องให้ ‘ส.ส.จชต.’ ยกเครื่อง ‘กฎอัยการศึก-พรก.ฉุกเฉิน’ ยุติการทรมานซ้ำซาก!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

.
โดย.. ศูนย์ข่าวภาคใต้
.

.
กลายเป็นประเด็นใหญ่โต เมื่อนายอับดุลเลาะ อีมูซอ อายุ 32 ปี ชาว ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นบุคคลต้องสงสัย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อเข้าสู่กรรมวิธีซักถามตามกระบวนการยุติธรรมที่ศูนย์ซักถามได้ไม่ถึงวัน แต่กลับถูกส่งตัวเข้าห้องไอซียู ที่ ร.พ.ปัตตานี ก่อนทีมแพทย์จะลงความเห็นให้ส่งต่อมาที่ ร.พ.มอ.หาดใหญ่
 .
หลายต่อหลายคนหันมาให้ความสนใจในกรณีนี้ มีการติดตามข่าวกันอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายทหารเองก็ไม่นิ่งนอนใจ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้รีบตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอย่างทันทีทันใด ทั้งด้านสิทธิมนุษยชนและด้านสอบวินัย หรือด้านผู้ที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มาอย่างยาวนาน เช่น นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
 .
นางอังคณา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า กรณีของนายอับดุลเลาะ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เร่งให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง ขณะที่ก่อนหน้านี้ก็มีหลายกรณีที่เป็นข้อกังขาของประชาชนในพื้นที่ต่อกรณีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษของเจ้าหน้าที่ทหารบางหน่วย ซึ่งย้อนไปกรณีที่ฮือฮามากที่สุดในห้วงปีนี้ คือ กรณีนายมะสุกรี สาและ ผู้ต้องสงสัยซึ่งถูกควบคุมตัวภายใต้กฎอัยการศึกในค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2562  ที่ประสบอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำของหน่วยซักถามภายในค่าย จนต้องส่งตัวไปยัง ร.พ.ปัตตานี ก่อนที่ ร.ต.อ.วสุรัตต์ เจริญสินโจนธร รองสารวัตร สอบสวน สภ.หนองจิก ได้ลงบันทึกข้อความและยืนยันกับสื่อมวลชนว่า นายมะสุกรี เขาลื่นล้มภายในห้องน้ำจริง จนมาถึงตอนนี้ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีการสอบสวนไปถึงไหน
 .
นายอับดุลเลาะ อีมูซอ ขณะรักษาตัวในห้องไอซียู ร.พ.ปัตตานี
.
ในส่วนศูนย์ซักถาม ที่มีการนำผู้ต้องสงสัยเข้าไปสอบสวนนั้น ช่วงปี 2549-2550 ศูนย์ซักถามก็มีการเปิดๆ ปิดๆ และมีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ สมัย พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งแม่ทัพแม่ทัพภาคที่ 4 เคยประกาศให้ศูนย์ซักถามเหลือ 2 แห่ง คือที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร และที่ภาค 9 ส่วนหน้า ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีข่าวเรื่องซ้อมทรมานในค่าย ตอนหลังมีการยกเลิกศูนย์ที่ภาค 9 และได้ให้ค่ายอิงคยุทธบริหารตั้งเป็นศูนย์ซักถาม 43 ขึ้นมา ก็มีเรื่องการปฏิบัติที่มีการร้องเรียน ชาวบ้านไม่ทราบว่า ถูกควบคุมตัวที่ค่ายอิงทยุทธ์หรือว่า 43 
 .
“หลังจากที่มีการเปิดศูนย์ 43  ขึ้นมา ในขณะนั้นมีข้อร้องเรียนอะไรมากขึ้น คิดว่าเรื่องของการมีบาดแผลไม่มีบาดแผลไม่ใช่ประเด็น เพราะว่าถ้าหากว่าเราอยู่ในการทรมานตามนิยามองค์การสหประชาชาติ การทรมานไม่จำเป็นต้องมีแผล มันเป็นเรื่องลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีการใช้วิธีที่จะไม่เกิดบาดแผลยอมรับว่ายากมากที่จะตรวจสอบ แต่ที่มีการพูดบ่อยๆ ว่า คือเขาไม่ให้นอน มีการร้องเรียนส่วนใหญ่ เขาไม่ให้นอน ถามว่าเราตรวจสอบก็ไม่พบบาดแผล ขณะที่ข้อมูลของเจ้าหน้าที่กับชาวบ้านก็มีข้อมูลคนละอย่าง ตรงนี้ส่วนตัวก็คิดว่า เจ้าหน้าที่เองก็ควรจะตรวจสอบภายใน”
 .
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยังเล่าว่า เคยมีข้อเสนอว่าให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดในห้องสอบสวน ญาติจะได้เข้าใจ ที่บอกว่าที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอน จริงหรือไม่จริง กล้องวงจรปิดจะบอกชัด แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าติดก็จะกระทบเรื่องส่วนตัว แต่เราก็ไม่ได้เผยแพร่สาธารณะและข้อมูลตรงนี้ เราเพียงจะนำข้อมูลมาใช้วัตถุประสงค์เวลาที่มีเหตุเกิดขึ้น เช่น มีการเสียชีวิตหรือว่ามีการร้องเรียนอะไรต่อมิอะไร เราก็จะเอามาใช้ประกอบ เป็นผลดีต่อเจ้าหน้าที่ทหารด้วย แต่พอไม่มี การร้องเรียนส่วนใหญ่ ชาวบ้านจะร้องเรื่องไม่ให้นอน มีการบังคับไม่ให้นอน เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าเป็นกรรมวิธีปฏิบัติการได้มาซึ่งข้อมูล
 .

.
“ย้อนกลับไปดูข้อมูลผู้ถูกเชิญตัวไปซักถามแล้วเสียชีวิตในค่ายทหาร ทำให้นึกถึงกรณีวันที่ 22 พ.ค. 2553 นายสุไลมาน แนแซ ชาว อ.สายบุรี หลังจากนั้นก็ยังมีกรณีอื่นๆ อีก ดูเหมือนจะเป็นวงจรซ้ำซากที่มักได้ยิน ซึ่งเป็นผลจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึก และ พ.ร.ก. ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเชิญตัว ควบคุม ตรวจค้น หรือ จับกุม ประชาชนทั่วไป และผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ ถึงแม้นหน่วยงานความมั่นคงจะยืนยันว่า มีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษเพื่อควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มักถูกมองว่าเป็นกฎหมายที่ส่อให้เกิดการละเมิดสิทธิโดยเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน ที่ไม่ตระหนักต่อการบังคับใช้ตามกรอบข้อบังคับ ทำให้มีหลายๆ กรณีมักนำไปสู่การสร้างเงื่อนไขของความขัดแย้ง ที่สำคัญคือ สร้างความหวาดระแวงระหว่างประชาชนและทหารในพื้นที่ และตอกย้ำความไม่น่าเชื่อถือต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบโดยมีทหารเป็นหน่วยนำ”
 .
นางอังคณายกตัวอย่างว่า อย่างห้วงเดือนนี้ มีหลายกรณีที่การบังคับใช้กฎอัยการศึกได้ทำลายภาพลักษณ์และทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นกรณีการเชิญตัวครูสอนศาสนาอิสลามต่อหน้านักเรียนนับ 100 ในโรงเรียนวัฒนธรรมอิสลาม ต.พ่อมิ่ง จ.ปัตตานี ซึ่งได้ปล่อยตัวออกในไม่กี่วันต่อมา หรือการบุกเข้าตรวจค้นชุมชนบ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา ก่อนที่แม่ทัพภาคที่ 4 จะออกมาขอโทษและยอมรับความผิดพลาดในการปฏิบัติติหน้าที่ของชุดปฏิบัติการตรวจค้นบ้านแหร
 .
“โดยกรณีข้างต้นเป็นเพียงไม่กี่กรณีตัวอย่าง ที่เหมือนว่าแม้นเจ้าหน้าที่รัฐจะมีความจำเป็นอย่างไรในการใช้กฎหมายพิเศษ แต่อีกด้านหนึ่งก็ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่น้อย จึงดูเหมือนว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า อาจจะต้องทบทวน แนวทางปฏิบัติติการบังคับใช้กฎหมายพิเศษกับเจ้าหน้าที่ภาคสนามให้เข้มงวดกว่านี้ และรับฟังข้อเสนอซึ่งประมวลจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม นักสิทธิและนักกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ที่ผ่านมา”
.
นายมะสุกรี สาและ
.
ข้อเสนอดังกล่าว ประกอบด้วย (1) จัดตั้งคณะทำงานอิสระ ที่เป็นอิสระจริงๆ ไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายความมั่นคง ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการ ผู้นำชุมชนและศาสนา และตัวแทนภาคประชาสังคม เพื่อให้ได้ความจริงที่ชี้แจงต่อสังคมได้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซ้อมทรมานในขณะที่ถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก ก่อนจะชี้แจงต่อสาธารณะ
 .
(2) หากพบว่ามีการกระทำอันใดที่ละเมิดต่อชีวิตร่างกายของผู้เสียหาย ทางการจะต้องชดใช้ เยียวยาผู้เสียหายให้สภาพร่างกายและจิตใจกลับมาสู่สภาพเดิมหรือใกล้เคียงสภาพเดิมที่สุดเท่าที่ทำได้ พร้อมทั้งลงโทษเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ทั้งในทางวินัยและอาญา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของสังคมต่อเจ้าหน้าที่และรัฐบาล
 .
(3) ขอให้กำหนดมาตรการที่ชัดเจนและจัดตั้งกลไกป้องกันการซ้อมทรมานและการกระทำใดๆ ที่อาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชนโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้ง ขอให้ยอมรับนับถือสิทธิต่างๆ ของผู้ถูกจับกุมและควบคุมตัวตามมาตรฐานสากล เช่น การอนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมผู้ถูกควบคุมตัวได้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที พบและปรึกษาทนายความเป็นการเฉพาะ
 .
การเปิดโอกาสให้องค์กรอิสระจากภายนอก โดยเฉพาะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและหน่วยงานภาคประชาสังคมในพื้นที่เข้าร่วมตรวจสอบสถานที่ควบคุมตัวอย่างสม่ำเสมอและสัมภาษณ์ผู้ถูกควบคุมตัวได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า รวมถึงการสร้างกลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อร้องเรียนเรื่องการซ้อมทรมานโดยมีหน่วยงานทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เป็นต้น
 .
(4) ขอให้รัฐบาลไทยเร่งรัดในการตรากฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและต่อต้านการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ซึ่งเป็นกฎหมายอนุวัติการและไม่ได้รับการพิจารณาโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อให้ประเทศไทยปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามการทรมานอย่างเคร่งครัด ได้ผลโดยเร็ว
 .
และ (5) การใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงเพื่อปิดล้อม ตรวจค้น จับกุมคุมขังผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ที่มักขาดการตรวจสอบ ถ่วงดุลตามหลักนิติธรรมทำให้เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้น โดยเฉพาะการซ้อมทรมานในระหว่างการควบคุมตัวทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่เลวร้ายยิ่งขึ้น มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงเรียกร้องให้หน่วยงานด้านความมั่นคงยุติการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในการจับกุม และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยโดยขอให้ใช้กระบวนการยุติธรรมตามปกติแทน
.
พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 4 พรรคประชาชาติ เดินทางมาเยี่ยมนายอับดุลเลาะที่ ร.พ.ปัตตานี
.
"เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หน่วยความมั่นคงถูกตั้งคำถามถึงกระบวนการซักถามผู้ต้องสงสัยชาวบ้านในคดีความมั่นคงตามกฎหมายพิเศษที่ชายแดนใต้ ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐเปิดเผยกระบวนการซักถามว่ามีที่มามาอย่างไร สอดคล้องกับหลักกระบวนการยุติธรรมตามมาตรฐานสากลหรือไม่อย่างไร .อีกทั้งตรวจสอบการใช้งบประมาณ บุคคลากร ถอดบทเรียนไฟใต้ 15 ปี ภายใต้กระบวนการยุติธรรมมี ข้อดี ข้อเสีย อย่างไร หากเป็นไปได้ให้หน่วยงานภายนอกไม่ว่าวิชาการ ภาคประชาชนร่วมตรวจสอบถ่วงดุลในครั้งนี้เพื่อปฏิรูปหรือยกเครื่องกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเฉพาะเพื่อสันติภาพอย่างยั่งยืน
 .
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ข้อเสนอดังกล่าว มักจะเป็นเรื่องยากที่มีการผลักดันเป็นรูปธรรม ดังนั้น กลุ่มการเมืองที่สำคัญในห้วงของการเมืองที่มีผู้แทนประชาชน คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงพอเป็นอีกหนึ่งความหวังที่พอจะเป็นตัวแทนผลักดันให้ข้อเสนอเหล่านี้ให้มีพลังมากยิ่งขึ้น ต้องการเห็น ส.ส.ชายแดนใต้จับมือกัน ตั้งโต๊ะถกประเด็น กับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับปัญหาของการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ เพราะประเด็นดังกล่าวเป็นวาระยืดเยื้อในพื้นที่มาอย่างยาวนาน แม้นจะมีความพยายามในการสื่อสารให้เห็นปัญหาและข้อเสนอโดยนักสิทธิ นักวิชาการและภาคประชาสังคม แต่ก็ดูเหมือนไม่ค่อยมีผลการเปลี่ยนแปลงมากนัก
 .
จึงคาดหวังว่า ในห้วงเวลาของ การเมืองระบบสภาฯเปิดแล้ว ส.ส.ชายแดนใต้ จะต้องเริ่มขยับ ทำงาน ขับเคลื่อนเรื่องนี้ เป็นจริงเป็นจังสักที อย่าให้ทางออกของปัญหาต้องตกเป็นภาระของประชาชนอีกเหมือนเช่นที่ผ่านมา
.
อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง
 
- แอมเนสตี้จี้ กสม.ตรวจสอบกรณีผู้ต้องสงสัยหมดสติเข้าไอซียู หลังถูกคุมตัวเข้าค่ายทหาร

- ส่งต่อ “อับดุลเลาะ” เข้า รพ.ม.อ.หาดใหญ่ ทหารตามคุมเข้มสแกนยิบคนเยี่ยม

- ทีมแพทย์ช่วย “อับดุลเลาะ” แถลงยันการช็อกหมดสติและหัวใจหยุดเต้นยังไม่พบสาเหตุ

- แพทย์ยัน “อับดุลเลาะ” กลั้นหายใจเองไม่ได้! แค่มีแผลที่แขนและมือเล็กน้อย
 
- “ไม่แจ้งเรื่อง-ให้หยุดละหมาด” เมียแฉคำสั่งทหารนาทีล้อมบ้านคุม “อับดุลเลาะ” เข้าค่ายอิงคยุทธฯ

- “ผู้นำองค์กรเฝ้าระวังซ้อมทรมาน” ร่อนบันทึกจากอเมริกา เผยกลับถึงไทยคนแรกที่อยากพบคือ “แม่ทัพภาค 4”
 
- กล้องวงจรปิดเสียทุกตัว! ทหารยันหลัง ตร.ขอภาพศูนย์ซักถาม ค่ายอิงคยุทธฯ

- “ประธานพูโล” ร่อนแถลงการณ์อัดรัฐไทย กรณีนำชาวบ้านไปสอบในค่ายทหารแล้วเกิดอาการสมองบวมสาหัส
 
- ภรรยาขึ้นโรงพักแจ้งความสามีสาหัสจากค่ายทหาร พ่วงให้การถูก จนท.บางหน่วยคุกคามหนักถึงใน รพ.ปัตตานี
 
- ตั้งทหารสอบทหารกรณีชาวบ้านเข้าไอซียูหลังถูกคุมเข้าค่ายที่ปัตตานี หมอชี้ถ้าหายก็ “เจ้าชายนิทรา”
 
- โฆษก กอ.รมน.แจงพร้อมให้ทุกฝ่ายร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุผู้ต้องสงสัยช็อกหมดสติขณะถูกคุมตัว
 
- “ประชาชาติ” กัดไม่ปล่อย จี้นายกฯ สางปัญหาไฟใต้ ตะเพิดให้ออกถ้าทำไม่ได้
 
- "วันนอร์" จี้แม่ทัพภาค 4 ต้องทำให้โปร่งใส หลังชาวบ้านหมดสติจากถูกคุมเข้าค่ายอิงคยุทธฯ ไม่ถึงวัน
 
- กอ.รมน.ภาค 4 แจงกรณี “อับดุลเลาะ อีซอมูซอ” ช็อกหมดสติระหว่างถูกควบคุมตัวในค่าย
 
- แม่ทัพภาค 4 รุดเยี่ยมผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงที่ รพ.ปัตตานี ยันเตรียมตั้งกรรมการสอบ
 
- ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงหมดสติเข้ารักษาตัวห้องไอซียู รพ.ปัตตานี หลังถูกคุมตัวเข้าค่ายทหาร
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...