ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ส่งตัว “อับดุลเลาะ” ชาวบ้านที่เข้าไอซียูหลังถูกควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ไปที่ รพ.ม.อ.หาดใหญ่แล้ว ญาติโพสต์เฟซบุ๊ก ไม่สบายใจทหารตามคุมหน้าห้อง ตรวจค้นญาติก่อนเข้าเยี่ยม ห้ามนักศึกษา ม.อ.หาดใหญ่เข้าเยี่ยม เหตุไม่ใช่ญาติ ทหารขอเข้าดู 2 ชม.ต่อ 1 ครั้ง
จากกรณีที่นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 219/2 หมู่ 3 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นบุคคลต้องสงสัยที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อเข้าสู่กรรมวิธีซักถามตามกระบวนการยุติธรรม ได้ล้มหมดสติภายในห้องน้ำ โดยที่ไม่ทราบสาเหตุ และถูกเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหารอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะรีบส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปัตตานี และขณะนี้เข้ารักษาตัวห้องไอซียูนั้น
วานนี้ (22 ก.ค.) ได้มีการส่งตัวนายอับดุลเลาะ ไปที่ รพ.สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยนายโมฮำมัด รอฮมัด ซึ่งระบุว่าเป็นญาติกับนายอับดุลเลาะ เป็นคนช่วยสื่อสารกับหมอ เนื่องจากภรรยานายอับดุลเลาะ ยังตั้งสติไม่ได้ ส่วนพี่สาวก็สื่อสารภาษาไทยได้ไม่มาก และแม่ก็เป็นใบ้ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว Mohammat Rahmat ระบุถึงเหตุการณ์ที่ รพ.สงขลานครินทร์ ว่า มีทหารตามมาด้วย โดยบอกว่ามาให้ความสะดวกแก่ญาติๆ นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษา ม.อ.หาดใหญ่ มาให้กำลังใจ และมาช่วยอำนวยความสะดวกเช่นกัน ซึ่งนายอับดุลเลาะ บอกว่า ตนและญาติไม่สบายใจ และเจ้าหน้าที่ไม่ให้นักศึกษาเข้าเยี่ยม โดยให้เหตุผลว่าไม่ใช่ญาติ ตนและญาติจึงปรึกษากันกับพยาบาลที่ดูแลว่า ต่อจากนี้ไปใครก็ตามจะเข้าเยี่ยมถึงเตียงคนไข้ต้องได้รับอนุญาตจากญาติๆ ก่อน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ หรือนักศึกษา หรือใครก็ตามจะเข้าไปเยี่ยมต้องให้ญาติเข้าไปด้วย
“ใครก็ตามจะเข้าไปเยี่ยม ต้องมีญาติๆ เข้าไปด้วย แต่เจ้าหน้าที่ที่ตามไปด้วยบอกว่า เขาเข้าไปได้ 2 ชั่วโมง 1 ครั้ง เนื่องจากคนไข้อยู่ในการควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ญาติ และรวมถึงผมเองรู้สึกไม่สบายใจ ถ้าจะถามตามอารมณ์ตามความรู้สึก ผมไม่ได้ระบุว่าใครเป็นคนทำให้เขาเป็นแบบนี้ แต่เขาเป็นแบบนี้ในช่วงที่อยู่ในการควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธฯ แล้วถามว่าญาติๆ รวมถึงผมไว้ใจไหม ตอบเลยว่าไม่ เถียงกันไปกันมา ผมจึงสรุปให้เจ้าหน้าที่และหมอว่า ในเมื่อท่านมีสิทธิตามที่ท่านอ้าง ผมและญาติๆ จะเข้าเยี่ยมนายอับดุลเลาะ ได้ตามเวลาที่ รพ.กำหนด ส่วนเจ้าหน้าที่เข้าได้ 2 ชั่วโมงละครั้ง ส่วนญาติจะเข้าได้นอกเหนือเวลาได้ในกรณีฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ญาติที่จะตามมาเยี่ยมต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อน ถามญาติว่าพอใจไหม ไม่เลย”
ล่าสุด เช้าวันนี้ (23 ก.ค.) นายโมฮำมัด ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า แพทย์มาแจ้งให้ญาติเซ็นชื่อยินยอมให้แพทย์เจาะเลือดและเติมเลือดให้นายอับดุลเลาะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารที่มาเฝ้าได้ขอบัตรประชาชนของญาติและตนเองไว้ และเมื่อเวลา 11.20 น. พยาบาลแจ้งกับญาติว่าต้องใช้ปลาสเตอร์ปิดตานายอับดุลเลาะ เพื่อไม่ให้น้ำในตาแห้ง เพราะเปลือกตาปิดไม่สนิท และได้ให้เอกสารแก่ภรรยานายอับดุลเลาะ เพื่อไปยื่นต่อแผนกพร้อมบัตรประชาชนของผู้ป่วย แต่บัตรประชาชนของผู้ป่วยยังอยู่กับเจ้าหน้าที่ทหาร พยาบาลจึงให้ทหารไปพร้อมกับภรรยานายอับดุลเลาะ ด้วย


