xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 ข่าวฮอตในรอบปี 2563 : โควิด-19 ระบาดไม่เลือกหน้า | ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม | จบสวัสดี "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ"

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันคืนล่วงไป มีเรื่องราวอะไรบ้าง ... MGR Online ขอนำเสนอ "7 ข่าวฮอตในรอบปี 2563" คัดสรรข่าวเด่น ประเด็นฮอตในรอบปีที่ผ่านมา ทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7


อันดับ 1 : "โควิด-19" ระบาดไม่เลือกหน้า

การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ต้นกำเนิดจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีผู้ติดเชื้อกว่า 83.06 ล้านคน คร่าชีวิตไปแล้ว 1.81 ล้านราย สหรัฐอเมริกาครองแชมป์ผู้ติดเชื้อสะสม สูงสุดกว่า 20 ล้านราย ตามมาด้วยอินเดีย บราซิล รัสเซีย และฝรั่งเศส สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขแถลงข่าวพบผู้ติดเชื้อรายแรกเมื่อวันที่ 13 ม.ค. เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนวัย 61 ปี แต่การติดเชื้อในประเทศเกิดขึ้นรายแรก กับโชเฟอร์รถแท็กซี่รับนักท่องเที่ยวจีน อายุ 50 ปี เมื่อ 31 ม.ค. จากนั้นพบการแพร่ระบาดขึ้นเรื่อยๆ กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558

การแพร่ระบาดเริ่มใกล้ตัวมากขึ้นจากคลัสเตอร์สนามมวย และสถานบันเทิง ภาครัฐต้องยับยั้งการระบาดในประเทศ สั่งปิดสถานที่เสี่ยง ที่มีคนแออัด เบียดเสียด ง่ายต่อการแพร่เชื้อ ปิดด่านพรมแดนถาวร 18 จุด ไม่ให้คนเข้า-ออก และออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประกาศเคอร์ฟิว 22.00-04.00 น. กระทั่งสถานการณ์ดีขึ้นจึงคลายล็อกแบบนิวนอร์มัล ต้องสวมหน้ากาก ล้างมือ เช็กอินไทยชนะ แต่ปลายปี 2563 พบการระบาดรอบใหม่จากสถานบันเทิงฝั่งท่าขี้เหล็ก และแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยมีจังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่สีแดง ปัจจุบันไทยมีผู้ติดเชื้อสะสม 6,884 ราย เสียชีวิต 61 คน รักษาอยู่ 2,583 ราย


อันดับ 2 : ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม

การชุมนุมต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัยนับตั้งแต่การยุบพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ก่อนจะเงียบหายไปในช่วงโควิด-19 ระบาด กระทั่งวันที่ 18 ก.ค. นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก จัดชุมนุมครั้งแรกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตามมาด้วยกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดย นายพริษฐ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ออกข้อเรียกร้อง 10 ข้อ พาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ สู่การจัดตั้งกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า คณะราษฎร 2563 ชุมนุมครั้งแรกที่สนามหลวง ก่อนปักหมุดเมื่อวันที่ 20 ก.ย.

จุดเปลี่ยนสำคัญ 14 ต.ค. ผู้ชุมนุมล้อมขบวนเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ อย่างเปิดเผย ส่วนฝ่ายผู้มีอำนาจก็เรียกแขกสลายการชุมนุมเมื่อ 17 ต.ค. ที่สี่แยกปทุมวัน แม้รัฐบาลประกาศถอยคนละก้าว แต่ก็มีเหตุอีกที่รัฐสภาเมื่อ 17 พ.ย. ฝ่ายผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวแบบดาวกระจายทั่วกรุงเทพฯ กระทั่งเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ไม่สิ้นสุดลงกรณีบ้านพักในค่ายทหาร ส่วนกลุ่มเยาวชนปลดแอก โพสต์เรียกร้องให้ไทยเป็นสาธารณรัฐ ทำเอาวงแตกแม้แต่พวกเดียวกันเอง


อันดับ 3 : จบสวัสดี "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ"

เส้นทางการเมืองของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปีที่แล้วเผาหลอก ปีนี้เผาจริง เริ่มจาก 21 ก.พ. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคอนาคตใหม่ ตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 10 ปี กรณีนายธนาธรให้กู้เงินพรรค 191.2 ล้านบาท โดยศาลเห็นว่าไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า ย่อมเป็นประโยชน์อื่นใด ทำให้ ส.ส.ที่เหลือ นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ย้ายสังกัดไปยังพรรคก้าวไกล บางส่วนไปพรรคร่วมรัฐบาล ต่อมา 20 พ.ย. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้สมาชิกภาพ ส.ส.นายธนาธรสิ้นสุดลง กรณีถือครองหุ้นสื่อ เนื่องจากการโอนหุ้นให้มารดาไม่มีการส่งแบบ บอจ.5 และคำให้การของภรรยาขัดกับหนังสือที่ชี้แจงกับ กกต.

ถึงจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี แต่นายธนาธร ยังร่วมกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หันไปเคลื่อนไหวการเมืองโดยก่อตั้ง "คณะก้าวหน้า" แทน ส่งผู้สมัครนายก อบจ. 42 จังหวัดทั่วประเทศ หวังใช้การเมืองท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง แต่ไปที่ไหนก็ถูกชาวบ้านโห่ไล่ กล่าวหาจาบจ้วงสถาบันฯ สุดท้ายวันเลือกตั้ง 20 ธ.ค. ก็แพ้การเลือกตั้งทุกจังหวัด แถมน้องชายอย่างนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยังถูกขุดคุ้ยว่าติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ หวังฮุบที่ดินย่านชิดลม และยังถูกขุดคุ้ยอีกว่า เรือยอร์ชที่ภูเก็ตซึ่งเป็นเจ้าของร่วมถูกไฟไหม้ จดทะเบียนในลักษณะเลี่ยงภาษีอีก


อันดับ 4 : "กราดยิงโคราช" สะเทือนจิตสะท้านใจ

เหตุสลดวันพระใหญ่ที่เมืองย่าโม นครราชสีมา 8 ก.พ. จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี ทหารสังกัดกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 กองทัพภาคที่ 2 ใช้ปืนยิง พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแส อายุ 48 ปี ผู้บังคับกองพันฯ และนางอนงค์ มิตรจันทร์ อายุ 65 ปี แม่ยายเสียชีวิต ก่อนมาที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ยิงทหารเวรเสียชีวิต ขโมยรถฮัมวีพร้อมอาวุธสงคราม ระหว่างทางกราดยิงผู้คนที่ถนนวัดป่าศรัทธารวม เสียชีวิต 9 ราย แล้วมุ่งหน้าเข้าเมืองนครราชสีมา บุกศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช กราดยิงผู้คน ผ่านไป 18 ชั่วโมง จึงวิสามัญคนร้ายสำเร็จในห้องเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ต เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ก.พ.

เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 31 ราย รวมผู้ก่อเหตุ บาดเจ็บ 53 คน โดยชนวนเหตุมาจาก จ.ส.อ.จักรพันธ์ กู้เงินออมทรัพย์ข้าราชการกองทัพบก (อทบ.) 1.5 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินสร้างบ้านพักในโครงการจัดสรรย่านโคกกรวด ที่มีนางอนงค์ แม่ยายของ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ เป็นเจ้าของ ปรากฎว่ายังไม่ได้เงินส่วนต่าง 5 หมื่นบาท เมื่อทวงถามก็เงียบหาย แต่ฝ่ายครอบครัว พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ อ้างว่าให้นายหน้าโครงการไปแล้ว แต่ถูกใช้เที่ยวผู้หญิงจนหมด เรื่องนี้ พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งย้าย พ.อ.อุทัย แฝงกระโทก และ พ.ท.ที เพิ่มพล หลังได้รับข้อมูลจาก ผบ.ทบ. ว่า พัวพันทุจริตค่าเวรทหารรักษาการณ์


อันดับ 5 : พ่อพิมพ์ของชาติ "ชิงทองลพบุรี" สุดอำมหิต

เหตุชิงทรัพย์กลางห้างสรรพสินค้าสะเทือนขวัญคนไทยทั้งประเทศ 20.44 น. ของวันที่ 9 ม.ค. คนร้ายสวมหมวกไอ้โม่ง ใช้อาวุธปืนติดที่เก็บเสียงบุกเข้าไปในร้านทองออโรร่า ภายในศูนย์การค้าโรบินสัน จ.ลพบุรี กราดยิงลูกค้าและพนักงานระหว่างให้บริการ กวาดทองรูปพรรณรวม 28 บาท ก่อนขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ เด็กชายวัย 2 ขวบที่เดินมากับแม่ พนักงานร้านทอง และเจ้าหน้าที่ รปภ. บาดเจ็บ 4 คน ตำรวจต้องระดมกำลังทีมนักสืบฝีมือดีร่วมคลี่คลายคดี ทั้งเส้นทางการหลบหนี อาวุธปืนและท่อเก็บเสียง รองเท้ากีฬา เสื้อผ้า กระเป๋าเป้ที่สวมใส่วันเกิดเหตุ ใช้เวลานานกว่า 2 สัปดาห์

ในที่สุดวันที่ 22 ม.ค. ตำรวจจับกุม นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือกอล์ฟ อายุ 39 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโพธิ์ชัย จ.สิงห์บุรี ขณะขับรถจากบ้านในตัวเมืองลพบุรีไปทำงาน ได้ของกลางทองคำ 31 เส้น ที่หลังคาโรงรถบ้านพ่อแม่ รวมทั้งรถจักรยานยนต์และเครื่องแต่งกายบางส่วน อ้างว่าที่ลงมือมาจากปัญหาส่วนตัวด้านการเงิน และพบว่ายังมีหนี้สหกรณ์ครูและธนาคารกรุงไทยรวมกว่า 2 ล้านบาท ตำรวจดำเนินคดี 9 ข้อหา ทั้งฆ่าผู้อื่นและชิงทรัพย์ กระทั่งวันที่ 27 ส.ค. ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต โดยเห็นว่ามีการเตรียมการล่วงหน้า โดยเฉพาะท่อเก็บเสียง ย่อมรู้สำนึกในการกระทำ ข้ออ้างที่ว่าความคิดชั่ววูบฟังไม่ขึ้น


อันดับ 6 : "บอส อยู่วิทยา" คุกไทยมีไว้ขังคนจน?

เรื่องงามหน้ากระบวนการยุติธรรมไทย 23 ก.ค. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นของสหรัฐฯ รายงานอ้างแหล่งข่าวจาก พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.สน.ทองหล่อ ระบุว่า ได้รับทราบจากอัยการสูงสุดเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. มีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทเจ้าของธุรกิจกระทิงแดง ผู้ต้องหาในคดีขับรถหรูเฟอร์รารีชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ เสียชีวิตแล้วหลบหนี เมื่อ 3 ก.ย. 2555 แล้วหลบหนีคดีไปใช้ชีวิตสุขสบายที่ต่างประเทศ ทำเอาผู้คนไม่พอใจอย่างกว้างขวาง เปรียบได้กับ "คุกมีไว้ขังคนจน" เพราะที่ผ่านมามีการดำเนินคดีนายวรยุทธ 5 ข้อหา แต่ผลที่ตามมาคือรอดทุกข้อหา

เมื่อขุดหลักฐานที่อัยการสูงสุดนำมาใช้เพื่อสั่งไม่ฟ้องคดีก็พบพิรุธ ทั้งผลการตรวจสอบความเร็วแบบค้านสายตา แค่ 79 กม./ชม. สารเสพติดโคเคนในร่างกายก็อ้างว่าเป็นยารักษาฟัน แถมพยานปากเอกกลับประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตที่ จ.เชียงใหม่ ขณะที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด คนที่สั่งไม่ฟ้องชิงยื่นใบลาออก ก่อนถูกตั้งกรรมการสอบวินัย มีการรื้อคดีแก้เกี้ยว ได้ข้อสรุปสั่งฟ้องในข้อหาขับรถโดยประมาทและเสพโคเคน อ้างว่ามีหลักฐานใหม่ ที่น่าเสียดายคือ นายกรัฐมนตรี ตั้งนายวิชา มหาคุณ เป็นกรรมการสอบหวังเรียกความเชื่อมั่น พอส่งรายงานไปแล้วนายกรัฐมนตรีกลับเงียบหาย


อันดับ 7 : "โจ ไบเดน" ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน กับนายโจ ไบเดน อายุ 78 ปี ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ถือเป็นการเปลี่ยนขั้วการเมืองสหรัฐอเมริกาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อนายไบเดนได้เป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 โดยมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 306 ต่อ 232 เสียง แต่ถึงตอนนี้นายทรัมป์ยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ขัดขวางกระบวนการถ่ายโอนอำนาจ เรียกร้องผู้สนับสนุนกดดันไม่ให้รัฐสภาลงมติรับรองนายไบเดนชนะการเลือกตั้งในวันที่ 6 ม.ค. 2564 โดยอ้างว่ามีการโกงลือกตั้ง ซึ่งตามกำหนดนายไบเดนจะเข้าสาบานตนในวันที่ 20 ม.ค. 2564

สำหรับนายโจ ไบเดน เป็นชาวเมืองสแครนตัน รัฐเพนซิลวาเนีย เคยเป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภารัฐเดลาแวร์นานถึง 36 ปี และเป็นอดีตรองประธานาธิบดีคนที่ 47 ในสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ผ่านมาได้ผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ Buy American ด้วยโครงการมูลค่า 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มภาษีนิติบุคคลจาก 21% เป็น 28% เพื่อเพิ่มรายได้เข้าคลัง เสนอขึ้นค่าแรงเป็น 15 เหรียญสหรัฐฯ ต่อชั่วโมง ผลักดันให้สหรัฐฯ มีบทบาทผู้นำรักษาสันติภาพของโลก พร้อมรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐฯ นำประเทศกลับเข้าสู่ความตกลงปารีสว่าด้วยการลดปัญหาโลกร้อน โดยภารกิจแรกคือการควบคุมโรคโควิด-19

(หมายเหตุ : คอลัมน์ "Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน" ใน MGR Online ขอหยุดตีพิมพ์เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 1 สัปดาห์ และจะกลับมาพบกับผู้อ่านในสัปดาห์ถัดไป ประมาณวันที่ 10 มกราคม 2564)

อ่านประกอบ : #MGRTOP7 ข่าวฮอตในรอบปี 2562 : วิบากกรรม "ธนาธร" | "ปารีณา" รุกป่า | ดับปริศนา "ลันลาเบล"
 

#MGRTOP7 ข่าวฮอตในรอบปี 2561 : 17 วัน พาหมูป่ากลับบ้าน | จับก๊วนเปรมชัยล่าเสือดำ | นาฬิกาบิ๊กป้อม ใส่ได้เพื่อนตายแล้ว
 

#MGRTOP7 ข่าวฮอตในรอบปี 2560 : ก้าวคนละก้าว "พี่ตูนพันล้าน" | "เปรี้ยวหั่นศพ" หนีกรรมไม่พ้น | "น้องเมย" เหยื่อเตรียมทหาร
 


กำลังโหลดความคิดเห็น...