xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

สัญญาณรุนแรงเริ่มมาถี่ ม็อบไม่ถอย รัฐบาลไม่ลง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - 1 ตูม 2 เปรี้ยง ที่บริเวณฝั่งตรงข้ามธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ปิดท้ายค่ำคืนการชุมนุมของกลุ่มราษฎร เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน


คนเจ็บถูกยิง 2 ขณะที่มือยิงน่วม หนีไม่ทัน เจอรุมกระทืบ ส่งตัวเข้าโรงพยาบาลทั้งคู่ ตอนนี้ยังสาดกันไปกันมา ระหว่างไอ้โม่ง มือที่สาม สร้างสถานการณ์ หรือ เด็กอาชีวะตีกันเอง

บริเวณนี้เป็นห้างสรรพสินค้า มีกล้องวงจรปิดมากราวกับตาสัปปะรด ขณะที่คืนก่อนชุมนุม มีการติดตั้งกล้องเพิ่มทั้งบริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ และบริเวณใกล้เคียง ไม่น่าจะเล็ดรอดสายตามือก่อเหตุกันไปได้

ให้จับตา งานนี้ถ้าเกิดอาการกล้องพัง ทำงานไม่ได้ อย่างไรคนย่อมเทน้ำหนักไปที่มือที่สาม มากกว่าเด็กอาชีวะสางแค้นตีกันเอง

ไม่มีสิ่งใดใต้พระอาทิตย์ที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไทยทำไม่ได้ การลากตัวไอ้โม่งไม่น่าจะยาก แต่ถ้ายึกยัก ทำให้ยุ่งยากเพิ่มน้ำหนักความสงสัย เรื่องมือที่สามสร้างสถานการณ์เข้าไปอีก

ตามคิวที่หลายฝ่ายสงสัยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ว่ามีบางฝ่ายหิวเลือด กระหายความรุนแรง ต้องการจัดม็อบชนม็อบ เพื่อจะได้ปิดกล่อง จบเกม

มีหลายครั้งที่พยายามจัดมวลชน มาเลียบค่ายของอีกฝั่ง อ้างว่า ปกป้องสถาบันฯ แต่สุดท้ายลงเอย ยั่วยุ ตีกันทุกที มันมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากจงใจให้มีเรื่อง

เอาเป็นว่า การสร้างความรุนแรงมันมีผลทางจิตวิทยา นับมาตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะกันที่แยกเกียกกาย และหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

กระสุนนัดแรกมาจากแยกเกียกกาย กระสุนนัดต่อไปเกิดบริเวณตรงข้ามธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ความรุนแรงชักมาถี่ ชักมาเรื่อย

แต่ก่อนมวลชนมาร่วมม็อบรู้สึกปลอดภัย เพราะเป็นของปัญญาชน คนมารวมกันเหมือนงานเฟสติวัล แต่ระยะหลังๆ มานี้ มันมีให้หวาดระแวงตลอด กลัวจะบึ้ม กลัวจะเปรี้ยง

คนไม่กลัวยังมุ่งมั่นมาร่วมทุกครั้ง แต่พวกที่มีภาระรับผิดชอบเยอะ เริ่มมาๆ หายๆ ให้กำลังใจอยู่หน้าจอ หน้าโทรศัพท์ เพราะหวั่นเหตุการณ์ลักษณะนี้

จับยามสามตา ทำนายการชุมนุมครั้งต่อๆไป มันมีโอกาสเสี่ยงจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้เรื่อยๆ เพราะกระสุนนัดแรกมันดังแล้ว เปิดทางรับมือที่สามให้ร่วมมั่วได้แล้วเรียบร้อย

แน่นอนว่า หากเป็นมือที่สามมาสร้างสถานการณ์ มันมองวัตถุประสงค์อื่นไม่ได้เลย นอกจากข่มขู่ม็อบให้เกรงกลัว ไม่กล้าเข้ามาร่วมชุมนุม

เป็นยุทธวิธีทำให้ม็อบฝ่อ หงอไม่กล้ามาร่วมชุมนุม เพราะมันเลยจุดสันติวิธีไปแล้ว เป็นการตัดกำลังมวลชน ให้ม็อบอ่อนแอไปเรื่อยๆ

แต่ต้องไม่ลืม มุกนี้ใช้กันมาแล้วหลายครั้ง ใช้กันมาแล้วหลายม็อบ มันอาจได้ผล แต่หยุดม็อบไม่ได้ แล้วสุดท้ายมันจะกลายเป็นรัฐต่างหากที่ล้มเหลว รักษาความสงบเรียบร้อยไม่ได้


ชั่งน้ำหนักวัดผลดี ผลเสีย ในสายตาคนย่อมเห็นใจฝ่ายที่ไม่มีอำนาจรัฐ ที่มักถูกมองเป็นผู้ถูกกระทำ อย่างไรรัฐก็เสียอยู่ดีถ้าเกิดความรุนแรง

ยิ่งถ้ามีศพแรก อุณหภูมิการเมืองยิ่งจะร้อนแรงกว่านี้ รัฐจะอยู่ในสถานะบริหารงานล้มเหลว ไม่สามารถดูแลให้ประเทศสงบได้ คนที่ต้องแบกรับความกดดันเพิ่ม ไม่ใช่ม็อบ แต่เป็น “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม

มองดูอย่างไร มือที่สามอาจขู่ม็อบได้ แต่สร้างงาน สร้างความกดดันให้รัฐมากกว่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หลายฝ่ายประเมินว่า กลิ่นคาวเลือดแรง เพราะถ้าดูท่าทีรัฐบาลแล้ว น่าจะยื้อ ยุด ฉุด กระชาก อยู่บนคานอำนาจ ไม่ยอมลงให้ง่ายๆ

ปากบอกประนีประนอม แต่บังคับใช้กฎหมายกับม็อบเข้มข้น แจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กับแกนนำหลายคน รวบแกนนำ สั่งห้ามประกัน แบบนี้ไม่ได้เรียกถอย

ขณะที่เกมในสภาหนักเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะแหน่งในเงื่อนไขของม็อบอย่างเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ล่าสุดแต่งตั้ง “วิรัช รัตนเศรษฐ”ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล เป็นประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

“วิรัช”นั่งประธาน แม้จะให้เหตุผลว่า เป็นคนของพรรคแกนนำ มีความอาวุโส แต่มันทำให้รู้ว่า คณะกรรมาธิการนี้จะพิจารณารัฐธรรมนูญออกหน้าไหน

อย่างไรก็มีธง เพราะคณะกรรมาธิการชุดนี้ วัดกันด้วยสัดส่วน เฉพาะส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล มีมากกว่าส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่นี่มี ส.ว.นั่งอยู่ด้วย

เหมือน 2 รุม 1 ดังนั้น รัฐบาลคือ คนคุมเกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้อย่างไรก็ไม่ถูกใจม็อบแน่

ไหนจะเงื่อนเวลาที่ร่างของพรรคร่วมรัฐบาล ใช้เวลาถึง 240 วัน มีกระบวนการอีกมากมาย และถ้าดูเจตนารัฐบาลในการพยายามซื้อเวลา ลากยาวกระบวนการมาหลายครั้งหลายคน

บอกกันตรงๆ พูดกันภาษาชาวบ้าน ครบเทอม “บิ๊กตู่”ก็ไม่รู้รัฐธรรมนูญจะแก้ไขเสร็จหรือยัง

แล้วหากมองย้อนไปตอนปี 2553 ในการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ฝ่ายความมั่นคงยุค ที่สลายการชุมนุมเพื่อเซฟรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ 3 ป.ที่อยู่ในฝ่ายบริหารตอนนี้

“บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่ง รมว.กลาโหม “บิ๊กป๊อก”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นั่งผู้บัญชาการทหารบก และ “บิ๊กตู่”นั่งรองผู้บัญชาการทหารบก

ม็อบแดงตอนนั้นแรงกว่านี้ แต่ 3 ป. คือ ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ที่ทำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ ฝืนกระแส นั่งบริหารประเทศต่อได้ แต่วันนี้ 3 ป. มาอยู่ในฝ่ายบริหารเสียเอง ดูแล้วไม่มีแววจะยอมม็อบ แม้จะเลือดตกยางออกก็ตาม

เหตุนี้แนวโน้มสถานการณ์มันมีแต่แรงขึ้นๆ จะให้ม็อบหาทางลง มันก็มาไกลเกินกว่าจะกลับ คดี ความปลอดภัย ลงอยู่เพียบหากเลือกลงจากหลังเสือ ขณะที่รัฐบาลยังเลือกจะเกาะอำนาจแน่น



กำลังโหลดความคิดเห็น