xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ฮั้วประมูล “39 ล้าน” ความจริงวันนี้ของ “อุโมงค์ไฟชายหมู”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างสาดเสียเทเสียมาก่อนหน้านี้สำหรับ “อุโมงค์ไฟ” หรือ “แผงไฟ LED” สนนราคาเช่า 39 ล้านบาท ผลงานอันเอกอุของ กทม.ภายใต้การบริหารของ “ชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยตั้งตระหง่าน ณ ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้คนไทยได้เชยชมกันในช่วงส่งท้ายปีเก่า 2558 และต้อนรับปีใหม่ 2559

วันนี้ เจ้า “ซุ้มอุโมงค์ไฟ LED” ที่จัดทำขึ้นตามคอนเซ็ปต์ “กรุงเทพฯ แสงสีแห่งความสุข” (Bangkok Light of Happiness) และ “ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์” บอกไว้ในวันเปิดซุ้มไฟเมื่อปลายปีก่อนด้วยว่า “เป็นของขวัญที่ กทม.ตั้งใจมอบให้คนกรุงเทพฯและคนไทย ทุกคนหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสุขในปีใหม่นี้” กำลังจะทำให้ “คนที่เกี่ยวข้อง” อาจต้องติดคุกติดตะรางไปตามๆ กัน

เมื่อ “พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส” ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ออกมาเปิดเผยผลการตรวจสอบเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2559 ที่ผ่านมาว่า “ผู้ที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้มีทั้งเอกชนและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโครงการ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของ กทม.2 คนที่ถูกระบุว่า ต้องรับผิดชอบด้วย”

และผลการตรวจสอบนี้ สตง.ได้ส่งไปให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.)พิจารณาแล้วและรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากแหล่งข่าวใน สตง.ระบุเอาไว้ว่า ผลการตรวจสอบพบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีพฤติการณ์ส่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนเข้ามารับงาน โดยมีข้อพิรุธหลายประเด็น ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นประกวดราคา รวมถึงความคุ้มค่าในการจัดจ้างทำโครงการนี้ ซึ่งกรณีนี้นอกจากเอกชนที่รับงานแล้ว ผู้บริหารระดับสูงของ กทม. 2 คนที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วยเพราะปล่อยให้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างไม่ถูกต้อง

ก็ต้องมาลุ้นระทึกกันว่า ผู้บริหารระดับสูงของ กทม. 2 คนที่ว่านั้นคือใคร และมีตำแหน่งแห่งหนใดในคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครในยุคที่มี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าฯ

กล่าวสำหรับโครงการประดับไฟตกแต่งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของ กทม.บริเวณลานคนเมืองนั้น ได้จัดทำเป็นซุ้มอุดมงค์ไฟประดับแอลอีดีจำนวน 5 ล้านดวง เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ 2559 โดยเริ่มเปิดไฟให้คนไทยและนักท่องเที่ยวได้ชมตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2558 เป็นเวลา 1 เดือน โดย บริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด ชนะการประมูล

ทั้งนี้ ภายหลังเปิดให้ได้ชมก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความคุ้มค่ากับงบประมาณและภาษีอากรที่ต้องจ่ายไปให้กับโครงการนี้ โดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่มีการนำไปเปรียบเทียบกันแบบชอตต่อชอตกับเทศกาลแสดงไฟของประเทศเบลเยี่ยมที่ใช้ไฟไปเพียง 5.5 หมื่นดวง แต่กลับมีรสนิยมและดูดีกว่าอุโมงค์ไฟของ กทม.ที่ใช้หลอดแอลอีดีไปถึง 5 ล้านดวงเป็นไหนๆ

และสิ่งที่ตามมาภายหลังเห็นว่าอุโมงค์ไฟมูลค่า 39 ล้านซึ่งปรากฏอยู่ข้างหน้าไม่สวยสมกับงบประมาณที่จ่ายไปก็คือการตรวจสอบ “พิรุธ” และร่องรอยของ “ความผิดปกติ” ที่กิดขึ้น ทั้งที่เป็นเพียงการจัดจ้างแสดงไฟประดับ โดย กทม.อ้างว่าแพงเพราะเป็น “งานทำมือ” แต่ที่สำคัญหลอดไฟ LED และหลอดไฟคริสตัล 3 มิติ รวม 5 ล้านดวงเป็นลักษณะ “การเช่า” เท่านั้น

ก่อนหน้าที่จะมีผลสรุปออกมา ก่อนหน้านี้ นายพิศิษฐ์เคยระบุเอาไว้ว่า สตง.ตรวจพบความผิดปกติการใช้งบประมาณของโครงการนี้และได้ขอเอกสารการดำเนินโครงการจาก กทม.มาตรวจสอบ ในเบื้องต้นพบว่า เป็นการใช้งบประมาณฉุกเฉินจำนวน 40 ล้านบาทเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของ กทม.ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งตามสัญญาณผู้รับจ้างจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2558 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2559 จึงตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณว่าผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ เนื่องจากโครงการลักษณะเช่นนี้สามารถวางแผนโครงการล่วงหน้า และใช้งบประมาณปกติได้ อีกทั้งการติดไฟประดับหน้าลานคนเมือง 5 ล้านดวงอาจไม่ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเท่าที่ควร เพราะไม่ใช่จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวและระยะเวลาในการประชาสัมพันธ์ก็มีน้อยเกินไป

นอกจากนั้น ผู้ว่าการ สตง.ยังตั้งข้อสังเกตในขณะนั้นถึงความไม่ชอบมาพากลของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วย เนื่องจากพบว่า การติดตั้งอุปกรณ์ดำเนินการก่อนที่ กทม.จะประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลด้วยซ้ำ

กล่าวคือเริ่มประกาศร่างข้อกำหนดและขอบเขตงาน (TOR) เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558ออกประกาศเชิญชวนประกวดราคาเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 เอกชนเสนอราคาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2558ประกาศผลและลงนามในสัญญาจัดจ้าง เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2558 แต่ปรากฏว่า “ผู้รับจ้าง” คือ บริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด ได้เข้าพื้นที่ลานคนเมืองเพื่อเริ่มดำเนินการไปก่อนแล้ว ทั้งที่ยังไม่ประกาศผลการประกวดราคาและลงนามเซ็นสัญญาจ้าง

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเปิดเผยด้วยว่า “บ.คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล” จดทะเบียนเป็นบริษัทที่มี “กิจการนำเที่ยว” เป็นหลัก เรียกง่ายๆคือ “บริษัททัวร์” โดยเคยจัดคณะทัวร์ต่างประเทศให้แก่ กทม. แต่เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2558 ได้แจ้งขอเพิ่มวัตถุประสงค์ประกอบกิจการต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยมีบางข้อที่เกี่ยวข้องกับการรับจัดงานแสดงสินค้า งานประชาสัมพันธ์ รับประมูลงานจากหน่ายงานรัฐ และจำนวนไฟประดับตกแต่ง

รวมทั้งเป็นที่น่าแปลกที่โครงการใหญ่เกือบ 40 ล้านบาท เจ้าของโครงการอย่าง กทม.กลับไม่ระบุ “คุณสมบัติ” ของผู้รับเหมาว่าต้องมีประสบการณ์ในการจัดงานประเภทนี้มาก่อน แถมผลการประมูลที่มีเอกชนเข้าแข่งขัน 2 เจ้า “เฉือนหวิว” กันแค่ 1.3 แสนบาท และต่ำกว่าราคากลางเพียง 3.8 แสนบาท ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ของราคากลางที่กำหนดไว้เกือบ 40 ล้านบาท

ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2558 ก่อน สตง.เข้ามาตรวจสอบว่า โครงการดังกล่าวคุ้มค่าเพื่อให้บางคนได้เห็นความสวยงามของไฟประดับครั้งหนึ่งของชีวิต และยืนยันว่า กทม.ได้จัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสม มีแนวคิดแปลกใหม่ในการทำงาน และพร้อมให้ทุกฝ่ายเข้ามาตรวจสอบ

...ดังนั้น งานนี้ก็คงต้องติดตามกันอย่างไม่กระพริบตาว่า อุโมงค์ไฟจะส่งผลสั่นสะเทือนในระดับไหน และใครคือผู้ที่จะต้องรับผิดชอบบ้าง??

โดยเฉพาะคำให้สัมภาษณ์ของ “หม่อมสุขุมพันธุ์” ที่ว่า “โครงการนี้ไม่มีปัญหาดีที่สุดในโลกและสุดคุ้ม” มีสิทธิที่จะย้อนศรทิ่มแทง “ใครบางคน” ให้ตายคาไฟ 39 ล้านบาทก็เป็นได้



อุโมงค์ไฟ  “ช็อต” ชายหมูไหม้เกรียม เมื่อ สตง.ฟันเปรี้ยง “ฮั้ว” 39 ล้านนนน
อุโมงค์ไฟ “ช็อต” ชายหมูไหม้เกรียม เมื่อ สตง.ฟันเปรี้ยง “ฮั้ว” 39 ล้านนนน
การจัดจ้างโครงการไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูล โดยพบว่าผู้บริหารระดับสูง รวมเจ้าหน้าที่ 9 ราย และเอกชนทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท จิปาถะ ไอเดีย จำกัด, บริษัท สยาม เอ็ม อี อี จำกัด และ บริษัท คิวริโอ ทัวร์ จำกัด มีพฤติการณ์ที่เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน ร่วมกันเสนอราคาโดยหลีกเลี่ยงการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม รวมทั้งพบว่าบริษัทที่เข้าร่วมประมูลไม่เคยประกอบธุรกิจเช่นนี้มาก่อน โดยจดทะเบียนเพิ่มวัตถุประสงค์ให้ตรงกับทีโออาร์ รวมถึงคณะกรรมการทีโออาร์ ไม่สืบราคาตามอำนาจหน้าที่ แต่ใช้ข้อมูลการสืบราคาที่ผู้บริหารระดับสูงสืบราคาให้
กำลังโหลดความคิดเห็น