xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

เจอร่างรัฐธรรมนูญโหด มาตราเดียวดิ้นทั้งปชป.

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ร้องเหมือนกับหมูในโรงเชือด! ท่าทีของ 2 พรรคใหญ่ อย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนี้ต้องบอกว่า อยู่กันไม่เป็นสุขทั้งคู่ หลังร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกขนานนามว่า “เผด็จการเรียกพี่ รัฐประหารเรียกพ่อ”ถูกทำคลอดออกมาโดยหมอตำแยนามมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

เนื้อหานี่ข้นคลั่กยิ่งกว่าร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญหลายเท่า ไม่ต่างอะไรกับการหนีเสือปะจระเข้ นอกจากจะเป็นการออกแบบกติกาประเทศ แล้วยังเป็นการกำหนดหน้าตารัฐบาลในอนาคตไปในตัว นักการเมืองโดยเฉพาะฝ่ายที่สลับกันเข้าสู่อำนาจ ผูกขาดมาตลอดในรอบสิบปี เจอแบบนี้มันยากจะทำใจยอมรับได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ออกมาร้องเสียงหลง แต๋วแตก

เพียงแต่โทนเสียงในการด่า กรธ. ช่างแตกต่างกัน เพราะฝ่ายที่เสียงดังกว่า แน่นอนย่อมหนีไม่พ้นพรรคเพื่อไทย ที่กระอักเลือดทั้งขึ้นทั้งล่อง จะเหน็บแนมว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญ “ฉบับสกัดเพื่อไทย”ก็ไม่ผิดเสียทีเดียวนัก ไหนจะถูกลด ส.ส.จากระบบเลือกตั้งแบบใหม่ ไหนจะถูกกำหนดคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแบบกีดกัน ซ้ำร้ายต่อให้ชนะการเลือกตั้งได้ ก็ไม่มีปัญญาบริหารประเทศ ไม่ต่างอะไรกับเป็ดง่อย ถ้าหลับหูหลับตารับรัฐธรรมนูญในการทำประชามติ ไม่บ้าก็เพี้ยนเต็มที แค่ได้ตั้งรัฐบาลขาข้างหนึ่งก็เข้าไปอยู่ในคุกแล้ว

นอกจากจะไม่มีตัวตนในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังเป็นการบอนไซพรรคเพื่อไทยให้ป้อแป้ จนที่สุดแตกกระเจิง อย่างที่รู้กันว่า การใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม เป้าหมายแท้จริงคือ ทำให้พรรคใหญ่อ่อนแอ แล้วไปเพิ่มศักยภาพให้กับพรรคขนาดกลาง และพรรคขนาดเล็กแทน ซึ่งการทำให้พรรคขนาดกลาง และพรรคขนาดเล็กมีส่วนสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล นั่นก็เพราะพรรคพวกนี้พร้อมจะไหลตามน้ำ อยู่ฝ่ายผู้ชนะ

ที่สำคัญ สถานการณ์ปัจจุบันผู้มากบารมีในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สามารถควบคุมสถานการณ์บรรดาไม้ประดับพวกนี้เอาไว้ได้หมดแล้ว โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยของ เนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นพรรคขนาดกลางที่มีศักยภาพรองจากสองพรรคใหญ่

ไม่เพียงการรวบรวมบรรดาพรรคขนาดเล็กและพรรคขนาดกลางได้แล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทหารยังใช้วิธี “ตกปลาในอ่าง” ด้วยการดึงสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยออกมาหลายคน ตามกระแสข่าวขณะนี้ มีอดีตส.ส.อีสานบางคนจากค่ายสีแดง ถูกกว้านมาเรียบร้อย เพื่อเข้ามาสมทบกับก๊วนกทม.ของ “เจ๊หน่อย”คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่วังทองหลางก่อนหน้านี้ ที่ระยะหลังทำตัวอี๋อ๋อทางการเมืองกับ“บิ๊กป้อม”ออกนอกหน้านอกตา

องคาพยพทางการเมืองของทหารนาทีนี้ เรียกว่าเกือบจะพร้อมแล้วสำหรับกติกาเลือกตั้งอันใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับซือแป๋มีชัย รอแค่เพียงรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ กับการเลือกตั้งเท่านั้น และอย่าว่าแต่ทีมงานพร้อมเลย ตัวผู้ที่จะมาเป็นนายกฯ ก็วางกันเอาไว้เสร็จสรรพ ไม่เช่นนั้นคงไม่เขียนรัฐธรรมนูญ เปิดทางปูพรมให้มีนายกฯ คนนอกกันหรอก

โครงสร้างของรัฐบาลที่จะเข้ามาตามรัฐธรรมนูญฉบับซือแป๋มีชัย แม้ไม่มีการเขียนชื่อลงไปในรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเขียนชื่อลงไปนักหรอก พรรคเพื่อไทยพอชนะไม่ขาด เพราะกติกาถูกตีกรอบจำนวนส.ส. จึงถือว่าปิดเทอมไปได้เลย ทหารไม่เอามายกพรรค แต่เลือกมาแค่บางพวกที่จำเป็น ดังนั้น จึงเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีคะแนนรองลงมา กลายแกนหลักในการรวบรวมสมัครพรรคพวก เพื่อก่อตั้งรัฐบาล

แต่ก็ไม่ใช่แกนหลักประเภทมีอำนาจต่อรอง ถึงขนาดเจียดเก้าอี้กระทรวงต่างๆ ไปให้ใครก็ได้ แต่จะเป็นในลักษณะไฟต์บังคับ ให้ต้องร่วมพรรคขนาดเล็กและพรรคขนาดกลาง ถ้าไม่ร่วม ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ อย่าลืมว่า พรรคขนาดกลาง และพรรคขนาดเล็กนั้น มีจำนวนส.ส.รวมกันแล้วไม่ได้น้อยกว่าพรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผมเลย หนำซ้ำรวมกันแล้วจะมีอำนาจต่อรองมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยซ้ำไป

อำนาจในการต่อรองในรัฐบาลหดหายไม่พอ พลังในการหนุนเนื่องใครเป็นนายกฯก็ไม่มีเหมือนกัน ซึ่งเป็นไปได้สูงมากว่า รัฐบาลชุดต่อไป แม้จะมีพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนหลักด้วยจำนวน ส.ส. ที่มากกว่าพรรคขนาดกลาง และพรรคขนาดเล็กอื่นๆ แต่อาจไม่มีนายกฯ ที่มาจากพรรคที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ ไม่เช่นนั้น กรธ. คงบรรจงร่างรัฐธรรมนูญให้นายกฯ มาจากส.ส.เท่านั้น

ชั่วโมงนี้ทหารไม่ได้ไว้วางใจ มอบอำนาจให้พรรคประชาธิปัตย์อีกแล้ว เนื่องจากเข็ดขยาดหลังพลาดดันก้น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี มาครั้งหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ทำเสียของ เพราะการบริหารแบบใช้“กฎเด็ก”หัวดื้อ เอาแต่ใจ จมปลักอยู่กับที่ ขณะที่ตัวเลือกคนอื่นๆ ภายในพรรคสีฟ้า ตอนนี้ก็แทบไม่เหลือหลอ บุคลากรที่ตรงสเปกพอจะให้ทหารเชื่อมือหากมอบอำนาจให้ไป ไม่มีเลย

ดังนั้น ทหารก็ต้องเลือกคนของตัวเองเข้าไป ซึ่ง“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยันหลายรอบแล้วว่า ไม่รับแน่ เพราะทุกวันนี้ก็อยากจะลงจากหลังเสือเต็มกลืน คนที่เต็งหนึ่งมาก็ไม่พ้น พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์อย่าง “บิ๊กป้อม”ที่พรรคขนาดกลาง และพรรคขนาดเล็ก จะหักคอพรรคประชาธิปัตย์

สังเกตการคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ทุกวันนี้ได้ ซึ่งจะว่าไปไม่เรียกว่าคัดค้านด้วยซ้ำ เพราะมีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่หัวชนฝา คือเรื่องนายกฯ คนนอก เนื่องจากตัวเองกำลังสูญเสียการนำหาก กรธ.ไม่ปรับปรุงเนื้อหาใหม่ จะเป็นเพียงบ่าให้ทหารเหยียบไหล่ขึ้นไปเป็นนายกฯ เท่านั้น

แต่ดูแล้วสุดท้ายเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ก็คงทัดทานอะไรไม่ได้มาก เพราะลำพังตัวเองทุกวันนี้ก็ย่ำแย่ ยังล่อกันฝุ่นตลบ ระหว่างขั้วอำนาจเก่าที่ยังไว้ใจ อภิสิทธิ์ กับขั้วอำนาจกปปส. ที่นำโดย “กำนันเทือก”สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ ที่มีกลุ่มส.ส.ภาคใต้อยู่ในมือจำนวนมากเสียด้วย

“ทิดเทือก”เป็นประเภทอย่างไรก็ได้ ใครจะมาเป็นนายกฯ ก็ช่างมัน ยิ่งเป็นฝ่ายทหารในปัจจุบันยิ่งชอบ ขอแค่ให้ชนะ และกำจัดทักษิณ ชินวัตรได้เป็นพอ ไม่สนรูปแบบและวิธีการ ดูอย่างเมื่อครั้งไปแอบเข้าหลังบ้านพรรคพลังประชาชน ดึงพรรคภูมิใจไทย มาเป็นพวก แม้คนจะนินทาหมาจะดูถูกกันทั้งประเทศ ว่าไปร่วมหัวจมท้ายกับ ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ พวกที่มีภาพลักษณ์เรื่องทุจริตมาทำไม 

แต่หากทำให้ฝ่ายทักษิณแพ้“เทือก”เซย์เยส ! ดังนั้น สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์เองก็คงจะค้านไปได้ไม่กี่น้ำ เสียงจะค่อยๆ แผ่วไปเองใครจะฟัง เพราะตัวเองก็ไม่ได้ลงทุนอะไรเลย


กำลังโหลดความคิดเห็น