ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -คดีประกันราคาข้าวของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่อแววโอละพ่อ หลังอนุกรรมการไต่สวนชุดที่มี วิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. เป็นประธาน ออกมาแบไต๋ความคืบหน้าในคดี การันตีให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรครูปหล่อแห่งประชาธิปัตย์ รอดบ่วงไปหนึ่งคน ส่วนที่ยังต้องลุ้นต่อถึงยกสุดท้ายเหลือแค่ อดีตรัฐมนตรีพรรคร่วมในขณะนั้นอย่าง พรทิวา นาคาศัย อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังพิสูจน์กันอีกกระทง แต่งานนี้ฟันธงกันล่วงหน้า รอดตายกันยกกระบิ
ฟังคำชี้แจงจากปากป.ป.ช. ที่สามารถด่วนสรุปได้รวดเร็วแล้วต้องอึ้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อมูลหลักฐานที่เคยเที่ยวขอไปตามหน่วยงานต่างๆ ไม่ได้รับความร่วมมือ อ้างกันว่าเอกสารหายไปกับน้ำท่วม จึงใช้ข้อมูลเท่าที่มีอยู่พิจารณากันเสียเลยให้รู้แล้วรู้รอดกันไป ตลกดี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฟังแล้วคงนั่งขำเหมือนกัน รู้อย่างนี้เอาพยานหลักฐานตัวเองไปโยนทิ้งน้ำบ้าง เผื่อจะรอดตายเหมือนกัน !!!
เป็นประเด็นอาจทำให้คนนินทา เพราะนอกจากเหตุผลของป.ป.ช.จะฟังดูพิลึกกึกกือ ยังถูกมองว่าตราชั่งเอียงกระเท่เร่อีกด้วย ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา คนของค่ายประชาธิปัตย์ โดนป.ป.ช.ชี้มูลไม่ถึง 10 คน แต่ค่ายเพื่อไทย เบาะๆโดนเชือดคอกันไปแล้วหลักร้อย เอาเฉพาะสำนวนถอดถอนพวกส.ส.- ส.ว. ที่ร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาส.ว.มิชอบ ก็แทบจะยกพรรค
อะไรดลใจป.ป.ช.ไม่ทราบ ถึงได้รีบด่วนสรุปเร็วอย่างนี้ หรือคิดจะแสดงให้เห็นว่า ใช้มาตรฐานเดียวกัน ของยิ่งลักษณ์เร็ว ของอภิสิทธิ์ ก็ต้องเร็วบ้าง แต่เร็วแบบนี้น่าจะเป็นตรรกะที่ผิดเพี้ยน เพราะผลลัพธ์ที่ออกมา มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนละความรู้สึก คนละอารมณ์ แทนที่จะได้รับคำชม กลายเป็นคนด่ากันขรมเมือง
งานนี้ไม่มีเสมอตัว มีแต่เจ็บตัวล้วนๆ ต่อให้ไม่ใช่กองเชียร์พรรคเพื่อไทย ก็อดตะขิดตะขวงใจป.ป.ช.ไม่ได้ จะยกคำร้องทั้งที ไม่มีเหตุผลที่ดีกว่านี้อีกแล้วหรือ ทำตัวให้ตกเป็นขี้ปากอยู่เรื่อย ทั้งที่ตัวเองมีแผลเต็มตัวกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว อย่างนี้จะเอาอะไรไปเถียง ถ้าคนเขาด่าว่า ป.ป.ช. ประชาธิปัตย์ และเครื่องข่ายอำมาตย์ ล้วนเป็นพวกเดียวกันทั้งนั้น
ถ้าหากป.ป.ช.ตัดสินใจฟันนักการเมืองในบรรทัดฐานเดียวกัน หนังมันจะออกมาคนล่ะเรื่อง จากมวยล้ม ก็จะกลายเป็นล้มโต๊ะ อย่างน้อยจะได้เอามาโต้แย้งกับโลกภายนอกเขาได้ว่า ไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะชื่อยิ่งลักษณ์ หรือ อภิสิทธิ์ หากผิดป.ป.ช.ฟันทิ้งอย่างเดียว ไม่มีเลี้ยง แถมยังได้เครดิต เอาไปตบพวกปากพล่อยที่เคยปรามาสเอาไว้ว่า ค่ายสนามบินน้ำดับเบิ้ลแสตนดาร์ด ช่วยกอบกู้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ให้กับตัวเอง ปฏิรูปให้เห็นกันจะๆ ก่อนใคร ไม่ต้องรอให้สปช.มาปฏิรูป !!!
แต่เมื่อเลือกฉายหนังหวาดเสียว ติดเรตแบบนี้มีอันได้ร้อนๆ หนาวๆ แน่ เมื่อเร็วๆนี้ มีสมาชิกสนช. และสปช.หลายคน แสดงความเห็นให้ยกเครื่องป.ป.ช.ใหม่ เพราะรู้สึกไม่ปลื้มกับการทำหน้าที่และบทบาทในช่วงที่ผ่านมาของป.ป.ช. ถูกสังคมมองว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเมืองไว้คอยกำจัดระบอบทักษิณ แถมการไต่สวนคดีความสำคัญๆ ยังเป็นในลักษณะเต่าวิ่งตามทัน อืดอาด บางคดีหมดอายุความ บางคดีหมักดองเอาไว้เป็นสิบๆ ปีไม่ทำอะไร ล่าช้าไม่ทันยุคสมัยที่กรรมต้องติดเทอร์โบ
เป็นอย่างนี้ดูท่าองค์กรป.ป.ช. จะรอดการปฏิรูปยาก ฟัง วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานซือแป๋กฎหมายรัฐบาลพูดแล้วยิ่งเสียวไปถึงง่ามขา แกบอกชัดๆซ้ำๆ ว่า บางองค์กรต้องยุบ หรือควบรวมกับองค์กรอิสระอื่น เพื่อทำให้งานมีประสิทธิภาพ สัญญาณแบบนี้ป.ป.ช.อาจเป็นหนึ่งในองค์กรที่ถูกลากเข้าไปสังคายนาใหม่ เพราะที่ผ่านมามีอำนาจเยอะ แต่ผลสัมฤทธิ์ที่ออกมา ไม่ประทับใจทั้งวัยโจ๋ วัยจืด
มีข้อเสนอเรื่องระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ให้ลดลงจาก 9 ปี เป็น 4 ปี เพราะของเก่าปล่อยให้นั่งแช่ ผูกขาดอำนาจนานเกินไป ทำเอากรรมการป.ป.ช.ทั้งค่าย นอนสะดุ้งจนบ้านสั่น ร้อนรุ่มสุมหัวให้ ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช. รับบทหนังหน้าไฟ ออกมางัดเหตุผลสู้ ยืนยันว่า 9 ปีนั้นเหมาะสมแล้ว อ้างว่าการไต่สวนคดีความต้องการความต่อเนื่อง ขาดตอนแล้วจะยุ่ง คนที่มารับไม้ต่อต้องเสียเวลาศึกษานานกว่าจะได้ไต่สวนต่อจากคนเก่า กระนั้นก็เสียงอ่อน ทิ้งทุ่นรองนิดๆ เหลือ 4 ปีได้ ทว่าต้องเปลี่ยนให้สามารถดำรงตำแหน่งได้มากกว่า 1 สมัย กรณีที่ผลงานดีเป็นที่ประจักษ์ !!!
เรื่องความต่อเนื่องฟังขึ้น แต่ข้อเสียคือ การกำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่ยาวนาน 9 ปี บางครั้งทำให้ป.ป.ช.ดองคดีเอาไว้ไม่ยอมสอยเหมือนที่ผ่านมา จนถูกเปรียบเปรยว่า ความล่าช้าคือความอยุติธรรม ดังนั้น หากเหลือเวลาเพียง 4 ปี บางทีอาจทำให้ป.ป.ช. เร่งสะสางคดีได้เร็วกว่าที่เป็นอยู่ ก็เป็นได้ เรื่องความต่อเนื่องจึงไม่ใช่ปัญหาหนักหนาสาหัส เพราะสามารถแก้กฎหมายป.ป.ช. แล้วระบุไปเลยว่า ป.ป.ช.ต้องทำแต่ละคดีให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากี่ปี
สำหรับความเห็นของ อำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ชงให้ยุบป.ป.ช.กลางทิ้ง แล้วเหลือป.ป.ช.จังหวัดไว้ เป็นติ่งพอ ตรงนี้น่าจะเป็นความแค้นส่วนตัว เพราะที่ผ่านมาป.ป.ช.จังหวัด จัดเป็นประเด็นฉาวโฉ่ที่สุด การสรรหาที่ผ่านมามีแต่บรรดาผู้มีอิทธิพลเรียงแถวเข้ามาสมัคร จนต้องล้มกระบวนการสรรหาปล่อยให้ คสช.แต่งตั้งเข้าไปเอง ขืนปล่อยให้เหลือแต่ส่วนจังหวัด จะเป็นช่องว่างเปราะบางให้เหล่านักการเมืองแทรกแซงได้ง่ายกว่า ขี้คร้านนักการเมืองจะหันไปเอาดีเป็นป.ป.ช. จังหวัดกันเป็นฝูง
ประเทศไทยต่อให้ปฏิรูปกันอย่างไรก็ไม่มีวันปราบโกงได้สิ้นซาก ทำได้ดีที่สุดแค่ลดปริมาณลงและเพิ่มกลไกตรวจสอบให้เข้มข้นเด็ดขาด ป.ป.ช.ยังสมควรที่จะมีโอกาสได้ไปต่อในฐานะองค์กรอิสระ เหมือนกับชาติที่อันดับโปร่งใสต้นๆ ของโลก ก็ยังคงไว้เพื่อตรวจสอบฝ่ายบริหาร เพียงแต่จะปล่อยให้ทำงานแบบเดิมๆ ล่าช้า มีข้อครหา ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยในมาตรฐานการตัดสินไม่ได้ ต้องปรับจูนใหม่ให้เหมาะสม
อำนาจมีไว้พอดี ไม่เยอะเกินไปจนกลายเป็นเครื่องมือสังหารทางการเมืองของอีกฝ่าย กระบวนการสรรหาบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการป.ป.ช. ต้องโปร่งใส เลือกคนที่ได้รับการยอมรับจากสังคม มีฝีมือ ซื่อสัตย์สุจริตไม่มีประวัติด่างพร้อย การทำงานต้องมีประสิทธิภาพ รวดเร็วฉับไว ไม่ใช่อืดเป็นเรือเกลือ มาตรฐานลักลั่น
ทำดีให้เห็นความเชื่อมั่นก็มาเอง แต่ถ้าทำไม่ดีหรือแค่เสมอตัว ก็ใช้ไม่ได้ เปลืองภาษี ก็จะมีเสียงเรียกร้องให้ปรับปรุง ปฏิรูป หรือไม่ก็โละทิ้งอย่างที่เห็น
สำคัญเหนืออื่นใดเลย คนเป็นกรรมการป.ป.ช. ต้องกล้าลุย กล้าชน ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่เล่นพรรคเล่นพวก เลือกที่รักมักที่ชัง ใหญ่แค่ไหนก็ต้องจัดการ หากจับได้ว่าโกงชาติบ้านเมือง แม้กระทั่งญาติสนิทมิตรสหายตัวเองก็ห้ามละเว้น
คงถึงเวลาปฏิรูป ป.ป.ช.กันจริงๆ จังๆ สักที



