xs
xsm
sm
md
lg

“กุลิศ” วาง 7 เงื่อนไขหลักคัด 5,155 โครงการ ชง “สมคิด” มิ.ย.เคาะใช้งบกองทุนอนุรักษ์ฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"กุลิศ" คลอด 7 เงื่อนไขเข้มคัดกรองโครงการใช้งบกองทุนอนุรักษ์ฯ หลังยื่นสูงถึง 5,155 โครงการ วงเงิน 62,616 ล้านบาท สูงกว่างบที่มีถึง 11 เท่า มั่นใจโปร่งใสกันข้อครหาทุกขั้นตอน ก่อนเสนอบอร์ดกองทุนอนุรักษ์ฯ ที่มี "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" อนุมัติสิ้น มิ.ย.นี้

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
ว่า ที่ประชุมได้สรุปยอดการยื่นข้อเสนอโครงการงบประมาณปี 2563 ทั้งหมด 5,155 โครงการ วงเงิน 62,616 ล้านบาท ขณะที่มีวงเงินสนับสนุนอยู่ที่ 5,600 ล้านบาท หรือสูงกว่างบ 11 เท่า ดังนั้นจึงได้วาง 7 หลักเกณฑ์เงื่อนไขเพื่อเข้มงวดในการกลั่นกรองโครงการก่อนที่จะเสนอไปยังคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาอนุมัติภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้

"คณะกลั่นกรองฯ จะเร่งคัดเลือกโครงการให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดแล้วจะแยกเป็น 2 ตะกร้า ตะกร้าแรกจะเป็นโครงการที่ผ่านเงื่อนไข และตะกร้าที่ 2 กลุ่มที่ไม่ผ่านเราไม่มีอำนาจที่จะไปตีตกโครงการไหนเพราะต้องเสนอบอร์ดใหญ่พิจารณาเป็นสำคัญ ปีนี้ยอมรับว่าสาหัสเพราะโครงการที่เสนอเข้ามาเกิน 11 เท่า ขณะเดียวกันสังคมก็จับตาใกล้ชิดจึงต้องทำเงื่อนไขให้รัดกุมและจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ" นายกุลิศกล่าว

สำหรับเงื่อนไข 7 ข้อที่จะประกอบการกลั่นกรองโครงการ ได้แก่ 1. เน้นโครงการที่ตรงกับวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ตามมาตรา 25 ของ พ.ร.บ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 โดยมีกิจกรรม/ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่แสดงความสำเร็จของโครงการ/กลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับผลประโยชน์ชัดเจน รวมถึงแสดงถึงจุดสิ้นสุดของโครงการ มีหน่วยงานรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดูแลโครงการต่อ 2. เน้นโครงการที่มีข้อมูลทางเทคนิคของอุปกรณ์มาประกอบการพิจารณา โดยแสดงผลประหยัดที่ถูกต้อง มีระยะเวลาการคืนทุน มีข้อมูลความคุ้มค่าของการดำเนินโครงการ กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากโครงการชัดเจน

3. เน้นโครงการที่ผู้ขอยื่นรับการสนับสนุนไม่เข้าข่ายเป็นผู้ขอแทนกันในลักษณะที่ไม่ใช่เจ้าของหน่วยงานในสังกัดเดียวกัน 4. กรณีที่เป็นโครงการต่อเนื่อง ต้องมีรายงานแสดงผลการเบิกจ่ายของปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และมีรายงานผลความก้าวหน้าของโครงการในปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 โดยแสดงข้อมูลดังกล่าว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอโครงการ 5. ไม่สนับสนุนโครงการที่ขอดำเนินการในลักษณะเดียวกับโครงการสาธิตริเริ่มที่มีผลสัมฤทธิ์ หรือมีการดำเนินการมาก่อนหน้าแล้ว

6. กรณีเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนผลผลิตภาคการเกษตรจะต้องสามารถวัดผลได้ว่ามีการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแก่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร 7. ทรัพย์สินที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ ถือเป็นทรัพย์สินที่ผู้ได้รับการสนับสนุนจะต้องบำรุงรักษาต่อไป

สำหรับโครงการที่เปิดให้ยื่นจะแบ่งเป็นกลุ่มแผนเพิ่มประสิทธิภาพ และแผนพลังงานทดแทน และผู้ที่ยื่นจะประกอบด้วย 6 กลุ่มงาน เช่น กลุ่มงานสาธิตและต้นแบบ มีกรอบวงเงินสนับสนุน 900 ล้านบาทแต่ยื่นเข้ามาถึง 2,2858 ล้านบาท เกินกว่ากรอบวงเงินถึง 4,920% กลุ่มงานศึกษา ค้นคว้าวิจัยฯ กรอบวงเงิน 400 ล้านบาท วงเงินที่ยื่นขอ 4,999 ล้านบาท เกินกว่าวงเงินถึง 2,299% กลุ่มงานสนับสนุนลดต้นทุนยกระดับคุณภาพชีวิตเพิ่มเศรษฐกิจฐานราก กรอบวงเงิน 3,600 ล้านบาท วงเงินที่ยื่นขอ 32,947 ล้านบาทเกินกว่ากรอบวงเงิน 1,529% เป็นต้น

"เป็นที่น่าสังเกตว่ามีหลายหน่วยงานยื่นโครงการเข้ามาลักษณะเดียวกันถึง 20 โครงการแล้ว เป็นการ Copy Paste ซ้ำๆ กันถึง 20 โครงการผิดจุดเดียวกันทั้งหมด ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น ส่วนโครงการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีเสนอมา 2,339 โครงการ เป็นวงเงิน 9,172 ล้านบาท จึงมอบให้การพิจารณาแบบบูรณาการ" นายกุลิศกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...