xs
xsm
sm
md
lg

สงครามที่ Hastings กับพรมผนังแห่งเมือง Bayeaux

เผยแพร่:   โดย: สุทัศน์ ยกส้าน

ส่วนหนึ่งของพรมผนัง Bayeaux Tapestry
เมื่อกษัตริย์ Edward แห่งอังกฤษเสด็จสวรรคตในปี 1066 (ก่อนสมัยอาณาจักรสุโขทัย) พระองค์ทรงไร้รัชทายาทที่จะขึ้นครองราชย์บัลลังก์ กษัตริย์ William แห่งแคว้น Normandy ในฝรั่งเศสซึ่งเป็นพระญาติได้ทรงอ้างว่า ในปี 1051 กษัตริย์ Edward ได้ทรงให้คำมั่นสัญญาว่า จะทรงให้ William เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์อังกฤษองค์ต่อไป

ในประเด็นนี้กษัตริย์ Edward อาจทรงประทานคำมั่นสัญญาจริง แต่พระองค์ก็ทรงรู้ดีว่า ท่าน Earl แห่ง Godwin ซึ่งเป็นมหาเสนาบดีในพระองค์ มีความประสงค์จะให้ Harold บุตรชายของท่าน Earl เป็นกษัตริย์ต่อจาก Edward ดังนั้น ทันทีที่ Edward สวรรคต Harold ซึ่งเป็นบุตรคนที่ 2 ของท่าน Earl กับ Gytha ซึ่งเป็นเจ้าหญิงแห่งเดนมาร์กก็ได้สถาปนาตนที่มหาวิหาร Westminster เมื่อวันที่ 5 มกราคม 1066 ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์อังกฤษ และพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ในการทำสงครามกับกษัตริย์ William ที่เมือง Hastings เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมปีเดียวกัน (รวมเวลาครองราชย์ 9 เดือน) เหตุการณ์นี้ทำให้ประวัติศาสตร์อังกฤษต้องจารึกว่า การปราชัยของ Harold ต่อกองทัพฝรั่งเศสในสงครามครั้งนั้นได้สร้างความอัปยศอดสูมากที่สุดครั้งหนึ่งให้แก่ประเทศชาติ

แม้จะทรงแพ้สงคราม และสิ้นพระชนม์ในการรบ แต่นักประวัติศาสตร์อังกฤษก็ยอมรับว่า Harold ทรงเป็นแม่ทัพที่มีความสามารถมากคนหนึ่ง เพราะเคยยึดแคว้น Wales มาถวายกษัตริย์ Edward ผลงานนี้ทำให้ Harold คาดหวังมากว่า จะได้สืบทอดราชบัลลังก์จึงประกาศตนเป็นกษัตริย์ทันทีที่รู้ว่า Edward สิ้นพระชนม์ แต่ในเวลาเดียวกันนั้นก็มีผู้ที่อ้างสิทธิ์จะเป็นกษัตริย์อีก 3 คน

คนแรกคือ Edgar แห่ง Atheling วัย 16 ปี แต่ไม่มีใครยอมรับเพราะอายุยังน้อย และไร้ประสบการณ์การปกครองบ้านเมือง คนที่สองคือกษัตริย์ Hardrada แห่ง Norway ซึ่งถูก Harold สังหารในการสู้รบกันที่สะพาน Stamford ในอังกฤษ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 1066

ต่อจากนั้น Harold ก็ได้กรีฑาทัพลงทางใต้ เพื่อต่อสู้กับคนอ้างคนที่สามชื่อกษัตริย์ William แห่ง Normandy ที่เมือง Hastings เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 1066

การมีคนอ้างสิทธิ์จะเป็นกษัตริย์หลายคนได้ทำให้คนอังกฤษในเวลานั้นสับสนมากจนไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในประเทศในอนาคต ด้านสันตะปาปาแห่งโรมทรงเห็นว่า William แห่ง Normandy ทรงมีความเหมาะสมที่จะได้เป็นกษัตริย์อังกฤษองค์ต่อไป

เมื่อมีบุคคลสำคัญที่สุดทางศาสนามาสนับสนุน William จึงระดมพลกำลังยกทัพเรือจาก Normandy ข้ามช่องแคบอังกฤษขึ้นบกที่อ่าว Pevensey จากนั้นได้เดินทัพบุกขึ้นทางเหนือจนถึงเมือง Hastings

ในการสู้รบกับกองทัพ Norman กษัตริย์ Harold ทรงถูกทหาร Norman แทงด้วยดาบสิ้นพระชนม์ และพระศพถูกสับเป็นชิ้นๆ นี่จึงเป็นการอวสานของการครองอาณาจักรโดยกษัตริย์ชาว Anglo Saxon

ในวันต่อมา พระมารดาในกษัตริย์ Harold คือ พระนาง Gytha ได้ส่งพระราชสาส์นถึงกษัตริย์ William ทูลขอพระศพของบุตรชายเพื่อนำไปทำพิธีฝังตามพระราชประเพณี โดยทรงสัญญาจะมอบทองคำที่หนักกว่าน้ำหนักตัวของ Harold ให้ แต่ William ทรงปฏิเสธ โดยอ้างว่าจะฝังให้เองที่ชายหาด ในหลุมที่ไม่มีเครื่องหมายหรือชื่อใดๆ

ชาวอังกฤษทั้งประเทศต่างตื่นตระหนกตกใจและกลัว เมื่อทราบข่าวการสิ้นพระชนม์เยี่ยงนี้ของ Harold แต่ก็มีคนหลายคนที่ไม่เชื่อข่าวการสิ้นพระชนม์นี้ โดยอ้างว่า Harold ได้หลบหนีไปบวชที่เมือง Chester และในเวลาต่อมา กษัตริย์ Henry ที่ 1 ก็ได้เสด็จไปเยี่ยม
ภาพกษัตริย์ William ผู้พิชิต และกษัตริย์ Harold ที่เมือง Winchester
ในการอ้างเช่นนี้ เพราะในผู้คนในสมัยนั้น ถือเป็นประเพณีว่า เวลากษัตริย์ทรงปราชัยในสงครามใดๆ กษัตริย์จะต้องสละบัลลังก์ ต้องละและเลิกทางโลกด้วยการออกบวช แต่โลกไม่มีหลักฐานใดๆ ว่า Harold ทรงหนีไปบวช

หลังจากที่กษัตริย์ William ทรงได้ชัยชนะเหนือ Harold ด้วยพระองค์ได้เสด็จต่อถึงเมือง Dover และประทับที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนไปลอนดอนโดยผ่านเมือง Canterbury

แต่เมื่อใกล้ถึงกรุงลอนดอนกองทัพได้ถูกผู้คนชานเมืองพากันออกมาต่อต้านอย่างรุนแรง กษัตริย์ William จึงทรงบัญชาให้กองทัพเผาบ้าน เผาเมืองที่ Surrey, Hamshire และ Berkshire จนราบเรียบแล้ว เสด็จบุกลอนดอนโดยจะเข้าทางทิศเหนือที่ Berkhamsted

ข่าวการทำร้ายร่างกาย การฆ่า และทำลายทรัพย์สินของทหารในกองทัพของกษัตริย์ William ได้ทำให้ชาวลอนดอนรู้สึกกลัวตาย จึงยินยอมเปิดประตูเมืองให้ William เสด็จเข้าเมืองในวันคริสต์มาส ปี 1066

William จึงได้เสด็จขึ้นครองอาณาจักรอังกฤษเป็นกษัตริย์อย่างสมบูรณ์ โดยมีอาร์คบิชอบแห่ง York เป็นผู้ทำพิธีในมหาวิหาร Westminster ขณะนั้นแทบไม่มีใครอยู่ดูเป็นพยาน เพราะทุกคนกลัวการประทุษร้าย

หลังจากนั้นกษัตริย์ William ก็ทรงประทานรางวัลแก่แม่ทัพอัศวินและเหล่าทหารของพระองค์เป็นที่ดิน ทรัพย์สิน ปราสาท และยังได้ทรงประกาศยึดที่ดินของบรรดาราชวงศ์อังกฤษ และเศรษฐี แล้วพระองค์ได้เสด็จกลับ Normandy ในฤดูใบไม้ผลิของปี 1067 อันที่จริงคนอังกฤษไม่ชอบกษัตริย์ William เลย ทั้งไม่ยอมรับ และไม่ต้องการกษัตริย์ที่เป็นคนต่างชาติ นอกจากนี้ก็ไม่ศรัทธาในความสามารถของพระองค์ที่ทรงชนะสงครามเพียงครั้งเดียว แต่ได้ครองอังกฤษทั้งประเทศ ดังนั้นคนอังกฤษจึงก่อกบฏที่ Kent และ Herfordshire ความวุ่นวายทำให้ William ต้องเสด็จกลับอังกฤษอีกเพื่อปราบกบฏ

นอกจากกษัตริย์ William จะทรงใช้กำลังทหารปราบปรามประชาชนบ่อยแล้ว พระองค์ยังทรงถอดบิชอปอังกฤษออกจากวงการศาสนา โดยให้บาทหลวงชาว Norman ทำหน้าที่แทนด้วย แม้แต่อาร์คบิชอปแห่ง Canterbury ก็ทรงโปรดให้ชาวนอร์แมนชื่อ Lenfranc ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนกษัตริย์ William ผู้พิชิต (William the Conqueror) ยังได้จัดระเบียบการครอบครองที่ดินใหม่ เช่น ทรงยึดที่ดินจากคนรวยมาแจกจ่ายแก่คนจน การกระทำเช่นนี้ทำให้บรรดาคนรวยไม่พอใจพระองค์มาก

การเข้ายึดครองอังกฤษโดย William ยังทำให้ชนชั้นสูงในพระราชวังอังกฤษต้องสนทนากันเป็นภาษาฝรั่งเศสด้วย ในขณะที่ชนชั้นต่ำก็ยังสนทนาโดยใช้ภาษาอังกฤษเหมือนเดิม จนคำฝรั่งเศสเช่น boeuf ที่แปลว่า วัว ได้กลายเป็นคำ beef ในภาษาอังกฤษ เป็นต้น

หลังจากที่พระเจ้า William เสด็จสวรรคตแล้วในฝรั่งเศสเองเมื่อถึงวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ.1077 ชาวเมือง Bayeaux ในฝรั่งเศสก็ได้เห็นพรมผนัง (tapestry) ที่ปักเป็นลวดลายถูกนำขึ้นแขวนประดับที่ผนังของมหาวิหาร ที่สร้างเสร็จใหม่ๆ ลวดลายบนพรมบรรยายเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อกษัตริย์ William ของชาว Norman ทรงพิชิตกษัตริย์ Harold แห่งอังกฤษ ในการทำสงครามสู้รบกันที่เมือง Hastings ทางตอนใต้ของอังกฤษ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ค.ศ.1066

ณ วันนี้พรมผนังที่มีอายุร่วม 937 ปีติดประดับอยู่ที่ Musee de la Tapisserie de Bayeaux ในเมือง Bayeaux ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในแคว้น Normandy ของฝรั่งเศส ลวดลายปักแสดงฝีมือของช่างปักยังดำรงความสดใส และความน่าสนใจเหมือนในอดีตทุกประการ

พรมผนังผืนนี้ได้ถือกำเนิดเมื่อปี 1025 ที่ท่านบิชอป Odo แห่ง Arras ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางเหนือของฝรั่งเศส ได้เสนอความเห็นว่า มหาวิหารแห่งเมือง Bayeaux ที่กำลังจะมีการก่อสร้างใหม่สมควรได้รับการประดับตกแต่งด้วยพรมผนังที่มีลวดลายปักแสดงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของฝรั่งเศส เพื่อสร้างแรงดลใจและให้ความรู้แก่ผู้คนที่มานั่งฟังเทศน์ในโบสถ์ เพราะ ณ เวลานั้นคนที่มีมาโบสถ์ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่ไม่ได้รับการศึกษา ดังนั้นจึงไม่รู้ประวัติศาสตร์ของชาติมากเท่าที่ควร

สิ่งที่เกิดตามมาคือโลกมี Bayeaux Tapestry ซึ่งเป็นพรมผนังที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในโลก เพราะเป็นงานศิลป์ที่แสดงเหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุโรป

พรมผืนนี้ทำด้วยผ้าลินินที่กว้าง 50 เซนติเมตร และยาว 68.38 เมตร (นักประวัติศาสตร์บางคนคิดว่า พรมต้นแบบอาจยาวถึง 150 เซนติเมตร) ลวดลายปักด้วยด้ายที่ทอจากขนแกะมี 8 สี ทั้งทอง เขียว น้ำเงิน ส้มฯ โดยช่างทอให้ความเข้มของสีแตกต่างกัน

จนกระทั่งถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ชัดว่า ใครคือผู้ทอพรม (นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า บรรดาแม่ชีประจำวิหารร่วมมือกันทอ) และใครเป็นคนออกแบบลวดลาย

ลวดลายบนพรมแสดงเมือง Bayeaux ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ในสมัยนั้นเมืองสำคัญๆ มักตั้งอยู่บนที่สูง เพราะเป็นเรื่องง่ายสำหรับทหารที่จะต่อสู้ป้องกันเมืองของตน ตัวเมืองเป็นอาคารหลังใหญ่มีลักษณะเหมือนปราสาทหรือโบสถ์ บริเวณขอบบนของผ้าทอมีภาพสัตว์และมีอักษรเขียนเป็นภาษาละตินกำกับที่ภาพแต่ละภาพเพื่อให้คนดูเข้าใจ เช่น มีคำเขียนว่า “พระเจ้า William เสด็จถึงเมือง Bayeaux” ขอบล่างของพรมมีภาพของสัตว์นานาชนิดเช่น นกและปลา แต่ไม่ปรากฎชัดว่า สัตว์เหล่านี้มีความหมายหรือความสัมพันธ์อย่างไรกับเหตุการณ์การรบ นอกจากภาพสัตว์แล้วบริเวณส่วนล่างของพรมก็มีภาพของศพทหารที่ล้มตายเกลื่อนกลาดด้วย

แม้ภาพบางภาพในพรมปักยังไม่มีผู้ใดเข้าใจความหมาย แต่พรมก็มีรายละเอียดให้นักประวัติศาสตร์ยุคหลังได้รับความรู้มากมาย เช่น เห็นรูปทรงของโล่ และชุดแต่งกายที่ทหารในสมัยนั้นใช้เวลาออกสงคราม เห็นอานม้าที่มีโหนกสูง 2 ข้าง เพื่อให้คนขี่สามารถนั่งทรงตัวได้ดี และเห็นอาวุธของทหารเป็นตะบองที่ปลายหุ้มด้วยเหล็กที่มีหนามแหลม

พรมยังแสดงภาพของบุคคลสำคัญ คือ กษัตริย์ William ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่งเป็นท่าน Duke แห่ง Normandy ว่าได้กรีฑาทัพเรือข้ามช่องแคบอังกฤษในปี 1066 เพื่อเข้าทำสงครามกับ Harold Godwin กษัตริย์แห่งอังกฤษที่เมือง Hastings และกองทัพของ William สามารถพิชิตกองทัพอังกฤษอย่างง่ายดาย William จึงทรงสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์ทรงพระนามว่า William the Conqueror (วิลเลียมผู้พิชิต) แห่งราชย์บัลลังก์อังกฤษ

ในภาพเราจะเห็นกษัตริย์ William ทรงประทับอยู่ทางขวาของเนินเขา ในพระหัตถ์ของพระองค์มีพระแสงดาบวางพาดอยู่บนพระอังสา (ไหล่) ส่วนกษัตริย์ Harold ประทับยืนอยู่ระหว่างแท่นบูชา 2 แท่น

เมื่อ 3 ปีก่อนทำสงครามกันที่ Hastings กษัตริย์ Harold แห่งอังกฤษเคยถูกทหารฝรั่งเศสจับเป็นเชลย เมื่อพระองค์ลอบเสด็จขึ้นฝั่งของประเทศฝรั่งเศส และทหารฝรั่งเศสไม่มีใครรู้จักพระองค์เลย ครั้นเมื่อกษัตริย์ William ทรงจ่ายค่าไถ่ให้ กษัตริย์ Harold จึงทรงสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อกษัตริย์ William ตลอดไป และถ้าว่าตามหลักการแล้วกษัตริย์ William ทรงเป็นเจ้านายของกษัตริย์ Harold เพราะได้ทรงจ่ายค่าไถ่ให้เพื่อ Harold จะได้เสด็จจาก Normandy กลับอังกฤษอย่างเป็นไท

ตามปกติในสมัยนั้นเวลามีสงคราม กษัตริย์มักทรงต้องการความช่วยเหลือจากทหารในกองทัพทุกคน แม้แต่ขุนนาง และข้าราชบริพาร ที่มีทาสบริวารก็จะถูกขอร้องให้มาช่วย และในการช่วยเหลือนี้ ผู้ช่วยกับผู้ที่ขอให้ช่วยไม่ต้องทำสัญญาใดๆ เพียงแต่กล่าวคำสาบานในพิธีทางศาสนาเท่านั้น โดยทาสจะคุกเข่าลง แล้วเอ่ยคำสาบานตามคำบอกของขุนนาง ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (เช่น คัมภีร์ไบเบิล) ว่าจะช่วยรบในสงครามอย่างเต็มที่ เมื่อสงครามยุติ ทาสก็จะได้ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์หรืออาจได้ทรัพย์สินเป็นรางวัลตอบแทน และถ้าใครทำผิดคำสาบานก็จะเป็นเรื่องผิดกฎหมายทันที
ภาพช่วงกษัตริย์ Harold ถูกสังหาร
ดังนั้นเมื่อกษัตริย์ Harold ทรงกระทำผิดคำสาบานโดยการเสด็จขึ้นครองราชย์ในอังกฤษโดยไม่ฟังใคร และประกาศให้ประเทศอังกฤษมีอิสรภาพจากการปกครองของกษัตริย์ William กษัตริย์ William จึงทูลสันตะปาปาแห่งโรมว่า กษัตริย์ Harold ทรงกระทำผิดคำสาบาน และทรงได้รับพระอนุญาตจากสันตะปาปาให้ยกกองทัพไปปราบปราม

ลวดลายบนพรมยังมีเรือแจวบรรทุกทหาร เรือเหล่านี้ยาวกว่า 20 เมตร และกว้างประมาณ 5 เมตร ไม่มีดาดฟ้า กลางเรือมีใบเรือรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสติดที่กระโดง นี่คือเรือไวกิง เพราะชาว Norman มีบรรพบุรุษเป็นไวกิง และในคริสต์ศตวรรษที่ 9 ถึง 10 ไวกิงได้ใช้เรือลักษณะนี้รุกรานและคุกคามยุโรป เช่น บุกยึดฝรั่งเศส อังกฤษ และอิตาลีตอนใต้ กษัตริย์ William เองทรงมีบรรพบุรุษเป็นพวกไวกิง ดังนั้นจึงประสบความสำเร็จในการยุให้กษัตริย์ Harold Hardrada แห่งนอร์เวย์ทรงบุกอังกฤษ แต่ Hardrada ก็ถูก Harold สังหารในที่สุด

ทันทีที่เสร็จศึกกับ Hardrada กองทัพของ Harold ก็ต้องเผชิญกับกองทัพของ William และ Harold ได้ให้ทหารขุดคูดักทหารม้าของ William รวมถึงใช้ขวานเหล็กฟาดฟันศัตรู และม้าข้าศึกอย่างได้ผล

เมื่อเผชิญการต่อต้าน William ทรงทำแผนแสร้งล่าถอย ทหาร Harold จึงไล่ตาม ซึ่งก็เป็นไปตามที่ William คาดหวัง William จึงนำทหารไล่ฆ่าทหาร Harold เป็นว่าเล่น ในที่สุด King Harold ก็ถูกฆ่า ดังในภาพปักที่มีลูกศรปักที่พระเนตรข้างหนึ่ง และพระองค์ทรงพยายามใช้พระหัตถ์ขวาดึงศรออก แต่ไม่เป็นผล เมื่อกษัตริย์ William ทรงทราบข่าวสวรรคตของ Harold พระองค์ได้ทรงเนรเทศทหารม้าคนที่สังหารกษัตริย์ Harold เพราะทหารคนนั้นได้ทำผิดศีลธรรมที่ฆ่าศัตรูผู้ไม่มีทางต่อสู้

ความจริงในสงครามครั้งนั้นไม่มีการฆ่ากันตายมาก เพราะต่างคนต่างมุ่งจับศัตรูเป็นตัวประกันมากกว่า เพราะจะได้ค่าไถ่มหาศาล ถ้าเชลยที่จับได้เป็นคนสำคัญ

นอกจากนี้ การสู้รบครั้งนั้นเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวและอากาศชื้น สงคราม Hastings ได้สิ้นสุดภายในวันเดียว ผลที่ตามมาคือ อังกฤษและฝรั่งเศสได้มีประวัติศาสตร์ร่วมกันเป็นเวลานานร่วม 400 ปี

พรมผนังที่ทอขึ้นนี้เป็นการโฆษณาชวนเชื่อความสามารถและชัยชนะของทหาร Norman ที่มีอายุยืนนานเกือบพันปีแล้ว แม้หลังสงครามครั้งนั้นจะมีสงครามร้อยปีระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสเกิดขึ้น แต่พรมผนังก็ยังยืนยง โดยมิถูกทำลายแต่อย่างใด

ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อ Napoleon ทรงปรารถนาจะบุกอังกฤษ พระองค์ได้ทรงนำพรมผนังแห่งเมือง Bayeaux มาประดับที่ปารีสเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อย้อมใจทหารในกองทัพและประชาชน และเมื่อ Hitler คิดจะบุกอังกฤษ จอมเผด็จการก็ได้นำหนังสือที่บรรยายเกี่ยวกับพรมผนังเรื่อง “A sword thrust against England” มาอ่าน

กระนั้นทั้ง Napoleon และ Hitler ก็บุกอังกฤษไม่สำเร็จ จะมีก็แต่กษัตริย์ William แห่ง Normandy พระองค์เดียวเท่านั้นที่พิชิตอังกฤษได้

อ่านเพิ่มเติมจาก The Bayeaux Tapestry โดย David M. Wilson จัดพิมพ์โดย Thames and Hudson ปี 1985

เกี่ยวกับผู้เขียน

สุทัศน์ ยกส้าน
ประวัติการทำงาน-ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ และ ศาสตราจารย์ ระดับ 11 ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขากายภาพและคณิตศาสตร์ ประวัติการศึกษา-ปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยลอนดอน, ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย

อ่านบทความ สุทัศน์ ยกส้าน ได้ทุกวันศุกร์


Instagram








*******************************


*******************************