xs
xsm
sm
md
lg

รอยมาร ตอนที่ 22

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รอยมาร ตอนที่ 22

บ่ายวันศุกร์...
บารมี คุณหญิงรุจา วิจิตรา ทศวรรต และเมธาวี นั่งอยู่ที่โถงบ้าน มีอุปมายืนกอดอกทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง เมธาวีเหล่ๆ มองไปทางอุปมาที่หน้าเศร้าอย่างไม่พอใจ บังอรเดินเข้ามาถึงโถงบ้าน วิจิตราร้อนใจกว่าทุกคนรีบถาม
“ใช่แม่บีมั้ย”
“ไม่ใช่ค่ะ รถแท็กซี่มาส่งคนบ้านตรงข้ามน่ะค่ะ”
อุปมาแอบอมยิ้มดีใจที่สไบนางไม่มา
วิจิตราหงุดหงิด
“นี่เลทมาสองชั่วโมงแล้วนะคะคุณบารมี”
“บีอาจจะไม่ได้รับอีเมลล์ผมก็ได้”บารมีตอบเรียบๆ
คุณหญิงรุจา กดโทรศัพท์มือถือหาสไบนางอีกครั้ง
“เมว่าจงใจไม่เปิดอ่านมากกว่าค่ะ เด็กคนนี้ชอบป่วนประสาทคนไปเรื่อย”เมธาวีหงุดหงิด
บารมีหันมองคุณหญิงรุจา
“โทรติดมั้ยครับคุณน้า”
คุณหญิงรุจาส่ายหน้า กดวางโทรศัพท์
“เอาไงกันล่ะ จะรอต่อหรือว่าแยกย้าย”
“เล่นแง่ยังงี้ ที่จริงน่าจะฟ้องหย่าให้รู้แล้วรู้รอดไปซะเลยนะคะ”
เมธาวีพูดอย่างเจ็บใจปนหมั่นไส้ ทศวรรตทนไม่ไหว พูดโต้กลับไป
“อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยเม พี่น้องกันแท้ๆ”
วิจิตราตาแข็งใส่ทศวรรต ไม่พอใจ แต่ไม่กล้าตำหนิอะไรเพราะเกรงคุณหญิงรุจา อุปมาตัดสินใจพูดหลังจากเงียบมานาน
“ผมกับบีไม่ได้หย่าจากกันเพราะเกลียดชังอะไร ไม่มีเหตุผลที่ต้องฟ้องหย่า ยังไงผมก็จะรอบีกลับมาก่อนครับ ผมขออนุญาตไม่รอต่อนะครับ”
อุปมายกมือไหว้คุณหญิงรุจาและวิจิตรา ก่อนเดินนำออกไปทันที แอบยิ้มดีใจที่ยังไม่ต้องหย่าขาดกับสไบนางในวันนี้ เมธาวีโกรธ ลุกเรียก
“มาร์ค รอก่อนค่ะ”
อุปมาทำหูทวนลมไม่ได้ยิน รีบเดินกลับออกไป เมธาวีโกรธเดินฉับๆ ตามอุปมาออกไปทันที
“ใจเย็นๆ นะลูก”วิจิตรามองตามไปด้วยความไม่สบายใจ
+ + + + + + + + + + + + +
อุปมารีบเดินเร็วลงจากบ้านสวนไปทางหน้าบ้าน เมธาวีตามลงมาติดๆ พูดเสียงดัง
“มันดีกว่าเมตรงไหนคะมาร์ค”
อุปมาหยุดเดินหันมามองหน้าเมธาวี
“เมเหมายถึงใคร”อุปมาหน้าเซ็งปนรำคาญ
“มาร์คไม่ต้องมาทำเฉไฉ ก็ที่เรามีปัญหากันอยู่ตอนนี้มันเพราะใครล่ะคะ”
อุปมาถอนหายใจออกมา
“เมอยากรู้จริงๆ ว่าบีมันมีอะไรดีกว่าเมบ้าง หน้าตาก็สวยสู้เมไม่ได้รสนิยมก็ไม่เข้าท่า หน้าที่การงาน หรือ ชาติตระกูลยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม่ของบีก็แค่เด็กที่ปู่คุณเก็บมาเลี้ยง มันไม่มีอะไรเทียบเมได้ซักอย่าง”เมธาวีดูถูกสไบนางเต็มที่
“แต่สิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมด มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่ผมจะรักใคร ถ้าเมมองเปลือกพวกนั้นก่อน ผมคิดว่าไม่ใช่ความรัก”
อุปมาเดินนำไป เมธาวีน้ำตารื้นขึ้นมาพร้อมตะโกนตามไป
“มาร์คไม่ได้รักมันหรอก มันก็แค่ความหลง”
อุปมาหยุดกึก
“ความรักความหลงนี่ตะหากที่คือเปลือก ความเหมาะสมกันในทุกๆ ด้านมากกว่าที่จะทำให้ชีวิตคู่อยู่ได้ตลอดรอดฝั่ง”
อุปมาหันมองหน้าเมธาวี
“นั่นคือเหตุผลที่เมเลือกผม”
เมธาวีจ้องหน้าคืน
“มันก็คือเหตุผลที่คุณเลือกเมเหมือนกัน”
อุปมาสวนกลับไปทันที
“ก็เพราะผมคิดว่า ผมคงรักใครไม่ได้อีกแล้วไงครับ”
เมธาวีเจ็บแปลบ น้ำตาท่วม พูดพรั่งพรูออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจที่สุด
“สรุปว่าผู้หญิง 3 คนของคุณ มีเมคนเดียวใช่มั้ยที่คุณไม่ได้รัก”
อุปมาเงียบกริบ พูดไม่ออก ถอนใจส่ายหน้า หันกลับเดินเลี่ยงออกไป เมธาวีน้ำตาไหลแต่สายตาแข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ เมธาวีพูดพึมพำด้วยความเจ็บแค้น
“คนที่คุณไม่รักคนนี้ล่ะ ที่จะได้เป็นเจ้าของคุณคนเดียว”
เมธาวีบอกด้วยความรู้สึกอยากเอาชนะเต็มที่
+ + + + + + + + + + + +
อาทิตย์นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แอบอ่านอีเมลล์สไบนาง พลางบ่น...
“คุณลุงนี่ตื๊อจริงๆ ส่งอีกแล้ว”
อาทิตย์ตั้งท่าจะเปิดอ่านอีเมลล์ สไบนางยืนกอดอกมองอาทิตย์อยู่ด้านหลัง อาทิตย์ยังไม่รู้ตัว
“ทำอะไรซันนี่”
อาทิตย์ตกใจสุดตัว สะดุ้งโหยง รีบลุกขึ้นยืนเอาตัวบังจอคอมพิวเตอร์ อาทิตย์หน้าซีด
“ไหนว่าไปตลาดกับป้าหนูไง”
“ถอยไปเลยซันนี่”
”ไม่มีอะไรหรอกบู้บี้ ผมท่องเว็ปอยู่ มันไม่เหมาะสำหรับเด็ก น.18 บวกๆ เลยนะ”อาทิตย์ฉีกยิ้ม
“หลีกไปเลย”
สไบนางกระชากอาทิตย์เหวี่ยงออกไป แล้วตนนั่งลงเช็คเมลล์ที่หน้าคอมฯอาทิตย์จ๋อยไปทันที รีบหลบออกไปข้างนอก ครู่หนึ่งสไบนางเดินตามออกไปด้วยความโมโห
“ซันนี่ทำแบบนี้กับบีทำไม ไม่งั้นวันนี้บีก็ได้หย่ากับเขาไปเรียบร้อยแล้ว”
“พี่ไม่อยากเห็นคนที่รักกัน ต้องหย่ากันเพราะเรื่องไม่เข้าเรื่องแบบนี้นี่บี”
สไบนางอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนเถียงกลบความรู้สึกไป
“เขาทำพี่เมท้อง นี่มันเรื่องไม่เข้าเรื่องเหรอซันนี่”สไบนางเดินหนี
อาทิตย์อึดอัดใจไปมา ก่อนจะตัดสินใจพูดโพล่งออกไป
“ถ้าพี่รู้ว่าคุณเมไม่ได้ท้องกับคุณมาร์คล่ะ”
สไบนางหันขวับกลับมาจ้องหน้าอาทิตย์
“อย่าบอกนะว่าพี่เมท้องกับนาย”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นคงจะง่ายกว่านี้เยอะ”
สไบนางอยากรู้
“ซันนี่รู้เหรอ ว่าพี่เมท้องกับใคร”
อาทิตย์พยักหน้ารับ
“พี่คิดแล้วคิดอีกอยู่นานว่าควรบอกบีดีมั้ย พี่ไม่อยากให้บีเข้าใจคุณมาร์คผิดๆ”
สไบนางอยากรู้
“แล้วใครเป็นพ่อของเด็ก”
“ชันษา”
สไบนางแทบช็อค นึกไม่ถึง
“ตอนที่ชันษาลักพาตัวคุณเมไป เขา...”
สไบนาง สงสารเมธาวี จนน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมา พูดขัด
“ซันนี่ไม่ต้องเล่าแล้วบีไม่อยากฟัง”
“คุณเมก็รู้ความจริงทุกอย่าง เขาถึงต้องทำทุกวิธีที่จะแต่งงานกับคุณมาร์คให้ได้”
สไบนางซับน้ำตาที่ไหลออกมา ด้วยความรู้สึกเข้าใจเมธาวีที่สุด
อาทิตย์ถอนใจยาวออกมา
“พี่สบายใจที่สุดเลย ที่ได้บอกเรื่องนี้กับบี”อาทิตย์ชำเลืองมองหน้าบี”บีรู้ความจริงยังงี้แล้วจะตัดสินใจยังไงยังอยากจะหย่ากับคุณมาร์คอยู่อีกมั้ย”
สไบนางเงียบกริบอย่างใช้ความคิด น้ำตาค่อยๆ เอ่อท่วมขึ้นมาอีก เดินเลี่ยงไปไม่ตอบอะไร อาทิตย์มองตามด้วยความรู้สึกเป็นห่วง และอยากรู้ว่าสไบนางคิดทำยังไงต่อไป
ตอนที่ 25.2
หน้าที่ทำการเขต...
สายทิพย์ยืนกอดอกรอธนูอย่างเครียดๆ โดยมีหยาดฝนยืนอยู่เป็นเพื่อน
“เปลี่ยนใจยังทันนะคะพี่ทิพย์”
สายทิพย์ดุใส่
“หยุดพูดซะทีเถอะฝน พี่ตัดสินใจแล้ว”
“ฝนสงสารหลานนี่คะ จะไม่ได้เจอพ่ออีกแล้ว”
สายทิพย์สวนกลับ ปากคอสั่น น้ำตาคลอ
“ถ้าเจอพ่อแล้วต้องทนเห็นทนได้ยิน พ่อกับแม่ทะเลาะด่าทอกันทุกวัน สู้ไม่ต้องเห็นซะจะดีกว่า”
หยาดฝนเงียบไป สายทิพย์สะกดอารมณ์
“ถ้าวันนี้เบี้ยวนัด พี่จะฟ้องหย่าจริงๆ”
ไม่ขาดคำสายทิพย์ ธนูก็เดินเข้ามาหา สายทิพย์หันไปจ้องหน้าธนู แล้วเดินนำเข้าไปในเขตก่อน ธนูมองหยาดฝนที่มีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย ก่อนเดินตามสายทิพย์เข้าไป หยาดฝนได้แต่มองตามไปอย่างไม่สบายใจเลย
+ + + + + + + + + + + +
ธนูและสายทิพย์นั่งต่อหน้าเจ้าหน้าที่เขตโต๊ะ เพื่อขอจดทะเบียนหย่า เจ้าหน้าที่กำลังสอบถามรายละเอียดต่างๆอยู่
“ต่อมาเรื่องทรัพย์สิน...”
เจ้าหน้าที่บอก ธนูขัดไปทันที
“ตกลงกันได้เรียบร้อยแล้วครับ”
เจ้าหน้าที่บันทึกไปพร้อมซักถามต่อ
“มีลูกด้วยกันกี่คนคะ”
“คนเดียวค่ะ ผู้ชาย”สายทิพย์ตอบ
“ลูกจะอยู่กับใครคะ”
สายทิพย์เสียงแข็งขึ้นมาทันที
“เด็กต้องอยู่กับดิฉันค่ะ พ่อจะมีสิทธิ์ได้พบเด็กก็ต่อเมื่อดิฉันเห็นชอบเท่านั้น ช่วยบันทึกไว้ให้ละเอียดด้วยนะคะ”
ธนูดูจ๋อยๆไป
“อำนาจสิทธิ์ขาดในการปกครองบุตร...”
สายทิพย์ตอบก่อนคำถามจะจบ
“อยู่ที่ดิฉันคนเดียวเท่านั้นค่ะ”
สายทิพย์ตาแข็ง หางตามองธนู เจ้าหน้าที่หันมองหน้าธนู ธนูพยักหน้ารับ
หลังจากหย่าเรียบร้อยแล้ว สายทิพย์เดินหน้าตาบึ้งตึง เดินนำออกมาหน้าเขตถือเอกสารการหย่าติดมือมาคนละใบ ธนูเดินตามออกมาห่างๆ
“ไปฝน เรียบร้อยแล้ว”
ธนูรีบเดินตามเข้ามาตะโกนถาม
“เรายังมีโอกาสกลับมาดีกัน เหมือนเดิมใช่มั้ยคุณทิพย์”
สายทิพย์หยุดกึก หันมาจ้องหน้าธนู
“คุณกล้ามากนะที่ถามฉันยังงี้”
“ผมกล้า เพราะผมเริ่มรู้ตัวแล้วว่า ถ้าไม่มีคุณกับลูก ผมอาจจะอยู่ไม่ได้”
หยาดฝนแอบยิ้มดีใจ สายทิพย์น้ำตาคลอ
“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ คุณก็เคยบอกว่าคุณอยู่โดยไม่มีเธอไม่ได้ไม่ใช่เหรอ”
“ผมขอเวลาอีกหน่อยนะทิพย์ ผมจัดการชีวิตผมเรียบร้อยเมื่อไหร่ ผมจะกลับไปหาคุณ ขอโอกาสจากคุณอีกครั้ง”ธนูน้ำตารื้น
สายทิพย์ไม่ยอมใจอ่อน สะบัดหน้าพรืดเดินนำไป หยาดฝนยิ้มให้กำลังใจธนู ก่อนเดินตามสายทิพย์ไป ธนูหน้าเครียดๆ มองตามส่งสายทิพย์ไปอย่างไม่ละสายตา
อีกด้านหนึ่ง วิมาดาแอบมองดูอยู่เงียบๆด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เพราะใจเธอนั้น ไม่ต้องการที่จะลงเอยกัยธนูเลย
+ + + + + + + + + + + +
ค่ำคืนนั้น...
ทศวรรตนั่งคุยกับคุณหญิงรุจา ที่มีบังอรคอยนั่งบีบนวดอยู่ข้างๆ
“คุณย่าคงคิดถึงบีมากซิครับ”
“ไม่น่าถามเลยค่ะคุณทศ คุณบีก็เหมือนแมวของคุณท่าน”บังอรบอก
คุณหญิงรุจายิ้ม
“แต่แมวตัวนี้ไม่ค่อยเชื่องเท่าไหร่นะ แอบข่วนย่าบ่อยๆ”
บังอรนึกตามแล้วก็ยิ้ม
“ไม่รู้ว่าคุณบีไม่ทราบข่าว หรือไม่อยากหย่ากันแน่นะคะ”
“ขอให้เป็นอย่างแรกทีเถอะ”คุณหญิงรุจาถอนใจออกมา
“แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่ดีนะครับ บีไปหลบอยู่ที่ไหน บ้านเพื่อนสนิทก็ไม่เจอตัว ญาติพี่น้องบีก็ไม่สนิทกับใคร นี่บีมีเพื่อนที่ไหนอีกรึเปล่าครับที่เราไม่รู้จัก”ทศวรรตสงสัยอยากรู้
บังอรฉุกคิดขึ้นได้ ตื่นเต้น
“อุ๊ย ยังมีอีกคนค่ะ คุณอาทิตย์ไงคะ”
“จริงด้วย...ลืมไปซะสนิทเลย”
“ตั้งแต่คุณบีหายตัวไป คุณอาทิตย์ก็หายเงียบไปเหมือนกัน”
“หาเบอร์โทรอาทิตย์ให้ฉันทีซิบังอร”
“ค่ะคุณ”
บังอรลุกไปเปิดสมุดโทรศัพท์ที่โต๊ะหาเบอร์อาทิตย์ ทศวรรตประคองคุณหญิงรุจาไปนั่งข้างโทรศัพท์บ้านรอโทรหาอาทิตย์อย่างมีความหวัง
+ + + + + + + + + + + +
อาทิตย์ กับสไบนางนั่งทานข้าวด้วยกัน คอยมองสไบนางที่ไม่ค่อยทานอะไร ป้าหนูยกผลไม้มาเสิร์ฟ เห็นข้าวยังเต็มจานของสไบนาง ก็ถามอย่างแปลกใจ
“วันนี้กับข้าวไม่ถูกปากเหรอคะคุณบี”
“เปล่าค่ะป้า วันนี้บีโมโหคนจนกินไม่ค่อยลง”
สไบนางเหล่มอง อาทิตย์ได้แต่ยิ้มแหย เสียงโทรศัพท์มือถืออาทิตย์ดังขัดขึ้น อาทิตย์ดูเบอร์โชว์แล้วบอก...
“เบอร์บ้านคุณย่า”
สไบนางตกใจ
“อย่าบอกคุณย่าเด็ดขาดนะซันนี่”
“รู้แล้วน่า จะให้รับมั้ยคุณแม่”อาทิตย์ประชด
“รับไปสิ”สไบนางค้อนใส่
อาทิตย์กดรับสาย
“ครับ...สวัสดีครับคุณย่า...ครับ...ว่างครับ...”อาทิตย์ฟังก่อนตอบ”ได้ครับ...สวัสดีครับ”อาทิตย์กดตัดสาย
สไบนางงง
“อะไร คุยแค่เนี้ย...คุณย่าว่ายังไง”
“คุณย่าถามว่าพรุ่งนี้ว่างมั้ย อยากชวนไปทานข้าวกลางวันที่บ้าน”
สไบนางฟังแล้วกังวลใจขึ้นมา
+ + + + + + + + + + + +
อาทิตย์ไปหาคุณหญิงรุจาตามนัด เมื่อไปถึงได้พบทศวรรตด้วย อาทิตย์ยกมือไหว้คุณหญิงรุจา
“สวัสดีครับคุณย่า”
คุณหญิงรุจายกมือรับไหว้ อาทิตย์ไหว้ทศวรรตต่อ ทศวรรตรับไหว้ ก่อนจะประคองคุณหญิงรุจามานั่ง อาทิตย์ยิ้มทักทาย
“คุณย่าสบายดีมั้ยครับ”
“ไม่สบายหรอก บอกตรงๆ ย่ากำลังตรอมใจ”
อาทิตย์อึ้งๆไปเล็กน้อยยิ้มฝืน
“คุณย่าล้อผมเล่นรึเปล่าครับ”
“คุณย่าพูดจริงครับ คุณอาทิตย์คงยังไม่ทราบว่าบีหนีออกไปจากบ้าน”ทศวรรตเล่า
คุณหญิงรุจาจับสังเกตสีหน้าอาทิตย์ อาทิตย์ทำหน้าตกใจเนียนๆไป
“อีกแล้วเหรอครับ”
“บีไม่ได้โทรไปหาอาทิตย์เลยเหรอ”คุณหญิงรุจาถาม
อาทิตย์ปั้นหน้านิ่ง
“เปล่านี่ครับ”
คุณหญิงรุจาและทศวรรตแอบสบตากันเล็กน้อย
“ถ้าบีโทรหาคุณ ช่วยบอกด้วยว่าย่าไม่ค่อยสบาย ถ้าบียังรักย่าอยู่ ก็ขอให้กลับมาหาย่า คุณมาร์คพร้อมหย่าให้แล้ว อย่าหลบลี้หนี หน้าไปแบบนี้อีกเลย มันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้ดีขึ้นหรอก”
อาทิตย์เงียบกริบ ลังเล รู้สึกผิดที่ต้องโกหกและเห็นใจคุณหญิงรุจา
“คุณต้องหาทางบอกบีให้ได้นะครับ คุณย่าท่านอายุมากแล้ว ถ้าล้มป่วยขึ้นมา บีจะเสียใจที่เป็นต้นเหตุนะครับ”ทศวรรตย้ำ
อาทิตย์ ว้าวุ่นใจอยู่เหมือนกันจะบอกความจริงไปดีมั้ย ทศวรรตและคุณหญิงรุจาแอบชำเลืองมองหน้ากันเล็กน้อย ลุ้นๆว่าแผนการกดดันนี้จะสำเร็จรึเปล่า
+ + + + + + + + + + + +
หยาดฝนพลิกดูกล่องของขวัญที่โถงบ้าน ก่อนจะเห็นการ์ดแล้วเปิดออกอ่าน ขณะเดียวกันสายทิพย์เดินลงมาจากชั้นบน หยาดฝนรีบวางกล่องของขวัญลงหันมองพี่สาวปั้นยิ้ม
“ตอล หลับแล้วเหรอคะ”
“จ้ะ”
สายทิพย์เดินมานั่งทำงาน เปิดจอคอมพิวเตอร์ หยาดฝนตัดสินใจถาม...
“วันนี้วันเกิดพี่นูใช่มั้ยคะ”
สายทิพย์ชะงักไปเล็กน้อย
“พี่ทิพย์ซื้อของขวัญไว้แล้วด้วย...”
สายทิพย์ตัดบท
“พี่ซื้อทิ้งไว้นานแล้ว มันทำไปตามความเคยชิน”สายทิพย์ปั้นหน้าชิงชังปนหมั่นไส้”ไม่ได้รู้สึกพิศวาสอะไรหรอก แล้วก็เห็นมันเซลด้วย”สายทิพย์เหยียดปากรังเกียจปิดท้ายให้อีก
“จะให้ฝนเอาไปให้พี่เขามั้ยคะ”
“ให้ยามหน้าหมู่บ้านมีประโยชน์กว่า...”
“พี่ทิพย์ก็ เคยให้กันทุกปี”
สายทิพย์น้ำตารื้น
“แล้วเขาเคยใส่ใจมั้ยล่ะ ป่านนี้คงนัดดินเนอร์หรูกับเมียใหม่เขาแล้วล่ะ อิสระแล้วนี่”
สายทิพย์อารมณ์เสีย ลุกเดินออกไปหน้าบ้าน หยาดฝนหน้าจ๋อยไปชำเลืองมองกล่องของขวัญได้แต่ถอนใจออกมา
+ + + + + + + + + + + +
ธนูแต่งตัวหล่อ นั่งรอวิมาดาอยู่ที่ร้านอาหารบรรยากาศดี บริกรยกอาหารจานใหญ่มาเสิร์ฟธนูกดโทรศัพท์มือถือโทรออกหาวิมาดา และถามเมื่อเธอกดรับสาย
“อยู่ไหนวิ”
วิมาดาขับรถอยู่ คุยโทรศัพท์ผ่านบลูทูธ วิมาดาหน้าเซ็ง
“ขับรถอยู่ค่ะ”
“จะถึงรึยังครับ”
วิมาดางง
“ถึงไหนคะ”
ธนูงง
“อ้าว เรานัดกันเมื่อวานแล้วนี่ กะเซอร์ไพรส์ผมล่ะซิ”
“เซอร์ไพรส์อะไรกันคะ แค่นี้นะ วิขับรถอยู่ต้องรีบไปธุระเรื่องร้าน”วิมาดากดตัดสายไปทันที แล้วบ่น”ประสาท”
ธนูจ๋อยไปเหมือน บริกรเดินมาพร้อมขวดไวน์
“เปิดเลยมั้ยครับ”
“เดี๋ยวก่อน…”
บริกรกลับไป โทรศัพท์มือถือของธนูมีเสียงเตือนดังขึ้นว่า มีคนส่งข้อความรูปภาพมาถึง ธนูกดดู พบว่าเป็นภาพกล่องของขวัญที่สายทิพย์ซื้อไว้ให้ธนู
ธนูงงๆ ก่อนที่จะมีข้อความส่งตามมาสมทบอีกที..ธนูกดเปิดอ่าน
“พี่ทิพย์ซื้อของขวัญวันเกิดไว้ให้พี่นูค่ะ อย่าบอกว่าฝนส่งภาพมาให้พี่ดูนะคะ...เบิร์ธเดย์ค่ะ..ฝน”
ธนูอ่านข้อความเสร็จค่อยยิ้มออกมาได้ อย่างน้อยก็ยังมีสายทิพย์ ที่เสมอต้นเสมอปลายกับตนที่สุด
ตอนที่25.3
อุปมาหลบหน้าเมธาวีมานั่งเล่นอยู่ที่บ้านบารมี อุปมานั่งพิมพ์ข้อความ ส่งอีเมลล์หาสไบนางจากโทรศัพท์มือถือของตน
‘…ผมดีใจที่บีไม่มาตามนัด ผมอยากถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ เผื่อจะมีอัศจรรย์เกิดขึ้นกับเรา...’
สไบนางวางตุ๊กตาหมาบนตัก ลูบเล่นไปมา พร้อมอ่านข้อความจากอีเมลล์ ของอุปมาจากหน้าจอคอมฯไปด้วย
‘…ยิ่งห่างกัน ผมก็ยิ่งคิดถึงเหมือนใจมันเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ ไม่รู้บีรู้สึกเหมือนกันมั้ย…’
สไบนางน้ำตาคลอตา แต่ไม่วายเหยียดปากหมั่นไส้
“แหวะ เลี่ยน...”
สไบนางเหลือบตาลงมองตุ๊กตาหมาบนตัก ที่หยุดหายใจเพราะถ่านหมด สไบนางหยิบตุ๊กตาหมาขึ้นมาเปิดสวิทช์ปิดเปิดใหม่ แล้วเขย่า มันหยุดหายใจแล้วจริงๆ สไบนางถือตุ๊กตารีบวิ่งออกไปจากห้องทำงาน อาทิตย์เดินกลับขึ้นบ้านมาพอดี
“กลับมาแล้วครับ”
“ซันนี่ มีถ่านไหม”
“ถ่านอะไร”
“ก็ถ่านไฟฉายน่ะสิ”
“น่าจะอยู่ใต้ตู้ทีวีมั้ง”
สไบนางรีบเดินไปหน้าทีวีนั่งแปะขาแบะกับพื้น เปิดตู้เจอถ่านไฟฉาย รีบเปลี่ยนให้ตุ๊กตาหมาอาทิตย์เดินมาชะโงกดูด้านหลัง สไบนางเปลี่ยนถ่านใหม่เสร็จ ตุ๊กตาหมาหายใจกระเพื่อมได้เหมือนเดิม สไบนางถอนใจโล่งอก
“คุณมาร์คให้เหรอ”
สไบนาง ชะงักไป ฟาดขาอาทิตย์
“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”สไบนางอุ้มน้องหมาเดินหนีเข้าไปด้านใน
อาทิตย์มองตามสไบนางไป บ่นพึมพำ
“เอาไงดีวะ โยนหัวโยนก้อยดีมั้ยเนี่ย”อาทิตย์ถอนใจออกมาอย่างสับสน ควรช่วยให้หย่ากันดีหรือเปล่า
+ + + + + + + + + + + +
เมื่อถึงวันงานเลี้ยงรุ่น
อาทิตย์ซึ่งอยู่ในชุดเตรียมไปงาน เดินถือชุดรำของสไบนางมาแขวนในรถ อาทิตย์หันมองไปทางตัวบ้าน แน่ใจว่าสไบนางยังไม่ลงมา อาทิตย์รีบหยิบโทรศัพท์มากดโทรออกพร้อมเดินห่างรถออกไป ทศวรรตรับโทรศัพท์
“สวัสดีครับ บ้านคุณหญิงคุณหญิงรุจาครับ”
“ผม อาทิตย์นะครับ ผมขอเรียนสายคุณย่าซักครู่ได้มั้ยครับ”
ทศวรรตตอบรับ แล้วไปบอกให้คุณหญิงรุจารู้
ครู่หนึ่ง...สไบนางเดินลงจากบ้านมา พร้อมป้าหนูที่ถือตะกร้าใส่กล่องอาหารและขนมตามมา
“ป้าหนูไม่เห็นต้องเหนื่อยทำอาหารเลย แวะทานที่ไหนก็ได้”
“แวะได้ แต่ไม่อร่อยเท่าป้าทำหรอกค่ะ”
“อันนี้เถียงไม่ขึ้นค่ะ”
ป้าหนูและสไบนางยิ้มแย้มให้กันเดินไปทางรถ อาทิตย์ที่คุยกับคุณหญิงรุจาแล้ว ทำหน้าตาย ไม่รู้เรื่อง ปัดฝุ่นรถรอไปเรื่อยๆ พอเห็นสไบนาง อาทิตย์เปิดประตูให้
“เชิญจ้ะ”
สไบนางรับตะกร้ามา
“บีจะทานให้หมดเกลี้ยงเลยค่ะป้า”
“ดีค่ะ แล้วคุณบีจะกลับมาอีกมั้ยคะ”
สไบนางชะงักไป อาทิตย์กลัวไก่ตื่น รีบพูดแก้
“กลับซิป้า คนนี้แฟนเขาไม่รักแล้ว”
สไบนางเจ็บใจปนหมั่นไส้ กระทืบเท้าลงเท้าอาทิตย์สุดแรง อาทิตย์ร้องลั่น สไบนางผลักอาทิตย์ให้พ้นทางแล้วเข้ารถไปนั่งพร้อมค้อนใส่ตาเขียว ป้าหนูยิ้มขำ
“เดินทางปลอดภัยนะคะคุณอาทิตย์”
“ขอบคุณครับป้า”อาทิตย์ เดินไปขึ้นรถ
สไบนางยังคงตาเขียวเหล่มองตามอาทิตย์ตลอด อาทิตย์เดินอ้อมไปขึ้นรถ ก่อนเข้ารถก็แอบบ่นพึมพำกับตัวเอง
“ขอโทษนะบี”อาทิตย์ถอนใจออกมาแล้วเดินขึ้นรถไป
+ + + + + + + + + + + +
ทศวรรตขับรถพาคุณหญิงรุจาและบังอรนั่งมาด้วย มาจอดที่ลานจอดรถของหอประชุม ตามที่นัดกับอาทิตย์ไว้
“คุณบีจะมาถึงรึยังก็ไม่รู้นะคะ”บังอรชะเง้อมองออกไป คิดถึงมาก
“เราตัดสินใจถูกรึเปล่าครับ ที่โทรบอกมาร์ค”ทศวรรตถาม
“ช้าเร็วทั้งสองคนก็ต้องเจอกัน เพื่อไปหย่าให้เรียบร้อยอยู่ดี ก็เจอกันซะให้พร้อมหน้านี่ล่ะ จะได้คุยกันให้เข้าใจไปเลย”
ขณะเดียวกัน อาทิตย์เดินมาหา
“คุณอาทิตย์มาแล้วค่ะ”
บังอรบอก แล้วลงจากรถ คุณหญิงรุจาลงตาม
“บี มารึยังล่ะ”
“อยู่ในห้องแต่งตัวแล้วครับ นั่งทานขนมอยู่”
คุณหญิงรุจาและบังอรยิ้มดีใจ
“ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าบีจะขึ้นรำ เข้าไปเจอกับบีเลยก็ได้นะครับ” “เดี๋ยวรอมาร์คก่อน จะได้เข้าไปคุยพร้อมๆกันทีเดียวเลย”
“นี่คุณย่าบอกคุณมาร์คด้วยเหรอครับ”อาทิตย์ตกใจปนกังวล
+ + + + + + + + + + + +
สไบนางยังอยู่ในชุดเดินทางมา นั่งเล่นทานขนมผลไม้ ที่ป้าหนูเตรียมให้อยู่ในห้องแต่งตัว รอช่างแต่งหน้าอยู่ ไม่คาดคิดอุปมาเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว สไบนางลุกพรวดขึ้น อุปมายิ้มให้
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
สไบนางไม่กล้าสู้ตาอุปมา
“ซันนี่ เพื่อนทรยศ”สไบนางกัดฟัน แน่น สไบนางจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง อุปมาคว้ามือสไบนางจับตัวเอาไว้
“ปล่อยฉันนะ”
“ฉันไม่ยอมให้เธอหนีไปไหนอีกแล้ว”
สไบนางดิ้นสุดแรง
“ฉันบอกให้ปล่อยไงล่ะ”
อุปมาล็อคแขนสไบนาง ลากตัวมากอดรัดเอาไว้
“ไอ้หนวด ปล่อยฉันนะ”
สไบนางพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอด อุปมาแรงเยอะกว่าล็อคเอาไว้จนอยู่ อาทิตย์วิ่งพรวดหน้าตื่นเข้าห้องแต่งตัวมา สไบนางดีดตัวเตะเท้าคู่ใส่อาทิตย์ เจ็บใจมาก
“ซันนี่ แกตาย”
“ฟังพี่ก่อนซิบี”
“ไม่ฟังแล้ว ไอ้คนทรยศ”สไบนางโกรธจัดจะเตะให้ได้
“หลีกทางด้วยครับ”
อาทิตย์ตกใจเล็กน้อย
“คุณจะพาบีไปไหน”
“ไปจากที่นี่ ช่วยหลีกทางให้ผมด้วย”
สไบนางหน้าตาตกใจ
“ซันนี่ ช่วยบีเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วบีจะยกโทษให้”
อาทิตย์ลังเลเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจช่วยอุปมา
“บอกว่าผมเข้ามาไม่ทันก็แล้วกัน”
อาทิตย์หลีกทางให้ สไบนางตกใจมาก
“ไอ้ซันนี่”
อุปมายกสไบนางตัวลอยอุ้มทั้งดิ้นๆออกไปจากห้อง สไบนางก็ร้องโวยวายลั่นห้อง อาทิตย์มองตาม รู้สึกวุ่นวายใจทำถูกทำผิดกันแน่ ก่อนจะรีบวิ่งพรวดออกไปจากห้องแต่งตัว
+ + + + + + + + + + + +
ทศวรรตเดินจูงมือคุณหญิงรุจา มีอังอรเดินตามหลังมายืนรีๆรอๆ อยู่หน้าสถานที่จัดงาน
อาทิตย์รีบวิ่งออกมาหาทุกคน
“คุณมาร์คพาตัวบีไปแล้วครับ”
ทุกคนตกใจ
“พาไปไหน”
“ไม่ทราบครับ”
ขณะที่ทุกคนกำลังตกใจ อุปมาก็ขับรถผ่านหน้าทุกคน เห็นสไบนางถูกจับมัดมือไพล่หลังด้วยเข็มขัด แล้วรัดปากด้วยผ้าเช็ดหน้า พยายามยื่นหน้าขอความช่วยเหลือ อยู่ที่หน้าต่างหลังรถ อุปมาขับรถไปอย่างเร็ว จนสไบนางหงายล้มนอนไปกับเบาะ
คุณหญิงรุจา บังอร ทศวรรต ตกใจมองตาม ทำอะไรไม่ถูก อาทิตย์เห็นสภาพสไบนางอดขำออกมาไม่ได้ ทุกคนหันมามองอาทิตย์ อาทิตย์รีบสงบท่าที ปั้นหน้านิ่ง
“ผมว่าคุณย่าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เคขเป็นสามีภรรยากัน คงมีเรื่องต้องตกลงกันเป็นธรรมดา”อาทิตย์ฝืนยิ้ม
“ดูท่าเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆนะคะคุณ ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เซ็นเอกสารใบเดียว มันมีความรู้สึกผูกพันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”
บังอรบอก คุณหญิงรุจาหันมองหน้าบังอรอย่างเห็นด้วย รู้สึกเห็นใจสไบนางและอุปมามาก
“ถ้าเมยอมถอยซักคน เรื่องนี้ก็คงจบสวย”ทศวรรตบอกทุกคน
“นิสัยอย่างเม ไม่มีทางยอมให้ตัวเองเสียชื่อ เพราะท้องไม่มีพ่อหรอก”
“ยิ่งต้องเสียสละให้คุณบีด้วยแล้ว เลิกคิดไปได้เลยค่ะ คุณทศก็รู้จักนิสัยเธอดี” บังอรหนักใจ
“แต่มาร์คยืนยันว่าเขาไม่ใช่พ่อเด็กนะครับ ผมเชื่อว่ามาร์คพูดความจริง”
อาทิตย์เงียบไปอย่างเก็บความลับเอาไว้
“ผมภาวนาขอให้พ่อเด็กตัวจริง ปรากฏตัวมารับผิดชอบเร็วๆวันนี้ทีเถอะ”ทศวรรตถอนใจออกมา
อาทิตย์รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เสนอทางอื่น
“หรือไม่ ก็ต้องมีใครซักคน ที่คุณเมยอมรับให้เข้ามาแทนคุณมาร์คได้ ขี่ม้าขาวมาช่วยได้ทันเวลา”
ทุกคนหันมองหน้าอาทิตย์ เหมือนจะอ่านใจอาทิตย์ออก อาทิตย์เงียบไปอย่างใช้ความคิด อยากทำอะไรบางอย่าง
+ + + + + + + + + + + +
อุปมามองสไบนางจากกระจกส่องหลัง สไบนางนั่งสงบแล้ว
“หมดฤทธิ์แล้วใช่มั้ย จะได้คุยกันดีๆ”
สไบนางพูดตอบไม่ได้ ถูกมัดปากไว้ ได้แต่ค้อนตาแข็งไปมา
“ฉันไม่ได้พาเธอไปฆ่าไปแกงที่ไหนซะหน่อย แค่อยากมีเวลาได้คุยกันยาวๆ เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความรู้สึกดีๆ ก่อนไปหย่าที่เขตพรุ่งนี้”
สไบนางเหลือบตามองอุปมา พอเห็นว่าเขามองอยู่ก็ค้อนใส่
“เธอสบายใจได้ เดี๋ยวฉันโทรบอกคุณย่าให้เอง ทุกคนจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง...รับรองว่าพรุ่งนี้ทุกอย่างจบ เธอกับฉันหย่าขาดกันแน่นอน”
สไบนางอดรู้สึกวูบวาบใจหายขึ้นมาไม่ได้ อุปมาเปิดไฟขอทางเพื่อหาที่จอดข้างทางเพื่อโทรศัพท์บอกให้คุณหญิงรุจารู้
ที่บ้านสวน...
บารมี คุณหญิงรุจา วิจิตรา และทศวรรต นั่งคุยกันอยู่ที่โถงบ้านสวนหลังทราบข่าวจากอุปมา คุณหญิงรุจาสีหน้าเหนื่อยใจ
“จบซะทีนะ อีกแค่อึดใจเดียว”
วิจิตราลอยหน้าลอยตา พูดด้วยอารมณ์ชิงชัง
“แต่อีกคืนเดียว อะไรก็เกิดขึ้นได้นะคะคุณแม่”
ทุกคนชะงักไป บารมีมีสีหน้าเคืองๆ ไม่ชอบใจคำพูดคำจาของวิจิตรานัก
“หวังว่าหลานรักของคุณแม่ คงไม่ผูกปมให้เชือกมันรัดแน่นจนคลายไม่ออกยิ่งกว่านี้นะคะ”วิจิตราหน้าเชิ่ด
คุณหญิงรุจาแขวะกลับ
“ปมแบบเดียวกับที่ลูกสาวสุดที่รักเธอผูกไว้น่ะเหรอ”
ทศวรรตแอบอมยิ้มชอบใจ
วิจิตราอึ้งไป ไม่พอใจนัก
“คุณแม่คะ”
บารมีตัดบทอารมณ์รำคาญ
“หลังจากมาร์คกับบีหย่ากันแล้ว ผมจะพาบีไปธุระกับผมที่อเมริกาทันที ขอคุณน้าไว้เลยนะครับ”
“ตามใจพ่อมีเถอะ”
“หาที่เรียนไปได้เลยยิ่งดีค่ะ หมดตัวปัญหา ครอบครัวเราจะได้อยู่กันอย่างสงบๆ ซะที”
วิจิตราพูดทันที คุณหญิงรุจา บารมี และทศวรรต หันไปมองๆกัน วิจิตรายิ้มแย้ม
“หนูขอไปบอกข่าวดีกับลูกเมก่อนนะคะคุณแม่”วิจิตราลุกเดินกรีดกรายนำออกไปอย่างอารมณ์ดี
“ขอโทษแทนจิตราด้วยนะพ่อมี”
“คุณน้าว่าผมควรปลื้มใจมั้ยครับ ที่มาร์คจะได้เมีย พร้อมแม่ยายแบบนี้”
บารมียกมือไหว้แล้วลุกเดินออกไปหน้าเครียดๆ คุณหญิงรุจาและทศวรรตอึ้งๆ กันไป
“สงสัยเรื่องนี้จะไม่จบแค่อึดใจเดียว อย่างที่คุณย่าคิดซะแล้วล่ะครับ”
คุณหญิงรุจาเงียบไปอย่างเห็นด้วย และหนักใจ
ตอนที่ 25.4
อุปมาจอดรถอยู่ริมทางนอกเมือง แกะมัดให้สไบนาง พร้อมคุยไปด้วย
“ฉันแค่อยากให้เราจากกันด้วยความรู้สึกดีๆ ก็เท่านั้นเอง พรุ่งนี้เช้ารับรอง ราชรถจะไปจอด
ที่หน้าเขต จะบางรัก บางพลัด เขตไหนเลือกได้ตามใจชอบ เธอได้อิสระแน่นอน”
สไบนางกระชากมือออกก่อนจะแกะเสร็จ
“แล้วจะขับรถคุยไปเรื่อยๆ ยังงี้เหรอ”
“แน่นอน ขับรถไปคุยกันไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน”อุปมาทำหน้าตาขี้เล่น กวนๆ”โรแมนติก จะตายไป”
สไบนางเหยียดปากหมั่นไส้
“ถ้าง่วงล่ะ”
“ก็นอน”
“ในรถเนี่ยนะ”
อุปมายิ้มกวน
“หรือจะไปนอนที่คอนโดหัวหินล่ะ”
อุปมายิ้มเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม สไบนางทั้งอายทั้งเจ็บใจโถมเข้าทุบตีอุปมาไม่ยั้ง อุปมายกมือบัง ปิดป้อง
“โอ๊ย โอ๊ย”
สไบนางทั้งทุบทั้งฟาดทั้งหยิกไม่ยั้ง
“โอ๊ย เจ็บ ยอมแล้ว”
อุปมาต้องกอดสไบนางเอาไว้ เพื่อหยุดการโจมตี สไบนางโดนกอดไว้แน่นจนโจมตีไม่ได้ ต่างจ้องตากัน. สไบนางรีบผละตัวออก ลึกๆ ก็เขินอาย รีบข้ามไปนั่งเบาะข้างหน้าแทน อุปมาได้แต่อมยิ้มชอบใจที่ บรรยากาศเดิมๆ กลับคืนมาอีกครั้ง แม้จะเหลือเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เถอะ
อุปมาขับรถมาจอดที่ปั๊มน้ำมันนอกเมือง บริเวณที่จอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อ
“ขอลงไปซื้อเสบียงตุนไว้ก่อนนะ อยากกินอะไร”
สไบนาง ทำหน้ารำคาญๆ
“อยากซื้ออะไรก็ซื้อมาเถอะ”
“นั่งรอในรถนะ”
สไบนางค้อนใส่
“ห้ามหนีไปไหนล่ะ”
สไบนางดันแขนอุปมาไล่ให้ออกไปจากรถเร็วๆ อุปมาลงไปจากรถ แล้วชะโงกกลับเข้ามาพูดอีก
“ฉันหวังว่ากลับมา เธอจะยังอยู่ในรถนะ ฉันอยากให้เรามีความประทับใจดีๆ ร่วมกันเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ”
สไบนางเหยียดปากใส่ไม่ตอบอะไร อุปมาปิดประตูรถแล้วรีบวิ่งเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ สไบนางหันมองตามอุปมาไป อย่างไตร่ตรองอะไรบางอย่างในใจ
+ + + + + + + + + + + +
อุปมารีบร้อนเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ ฉวยตะกร้าติดมือตรงเข้าไปช่องเชล์ฟขายยาสีฟัน
แปรงสีฟัน หยิบแปรงมา 2 แปรง ยาสีฟัน 1 หลอด อุปมารีบร้อนไปฉวยขนมขบเคี้ยวใกล้มือมาใส่ตะกร้า แล้วรีบไปหยิบอาหารแช่แข็ง 3-4 กล่อง วิ่งมาหาพนักงาน อุปมารีบร้อน ลุกลน
“เวฟให้ด้วยครับ”
อุปมาชะเง้อมองไปหน้าร้าน ก่อนจะนึกออกรีบย้อนไปที่ตู้แช่ อุปมาฉวยน้ำดื่มหลายขวดมาหอบเอาไว้
ไม่นานนัก อุปมาหอบถุงใส่ของออกมาเต็มสองมือ รีบร้อนวิ่งไปที่รถ ตกใจมาก ไม่มีสไบนางอยู่ในรถแล้ว อุปมาถอนใจส่ายหน้า เอาของไปใส่เบาะหลัง แล้วรีบวิ่งไปดูที่หน้าปั๊ม อุปมากวาดตามองไปทั่วๆ เผื่อสไบนางรอเรียกแท็กซี่อยู่
อุปมาวิ่งไปหาเด็กปั๊ม ถามไถ่ว่าเห็นผู้หญิงบอกลักษณะความสูง การแต่งตัว ก่อนที่เด็กปั๊มจะส่ายหน้าบอกว่าไม่เห็น อุปมาถอนใจเสยผมก่อนจะหันกลับมาทางรถ แล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นสไบนางยืนกอดอก มองมาทางตนขำๆอยู่ ห่างจากรถเล็กน้อย เพราะเธอเพิ่งไปห้องน้ำมา อุปมายิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจมาก สไบนางส่ายหน้าเดินกลับไปที่รถ อุปมาวิ่งเข้าไปกอดสไบนางแกล้งยกอุ้มหมุนเลย สไบนางตกใจปนอาย
“จะบ้าเหรอ ทำอะไร”
“กลัวหนี”
“ปล่อยนะ อายเขา”
อุปมาหันมองไปเห็นเด็กปั๊มยิ้มๆ รีบวางสไบนางลง
“ไปไหนมา”
“ก็เข้าห้องน้ำน่ะซิ นายจะชวนฉันนั่งรถเล่นทั้งคืนไม่ใช่เหรอ...จะให้ฉันนั่งกลั้นตลอดทางรึไง ประสาท”
สไบนางผลักอกอุปมาออกไปแล้วเดินนำไปขึ้นรถ อุปมายิ้มๆ ก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นรถอย่างอารมณ์ดี
+ + + + + + + + + + + +
เมธาวียืนคุยกับวิจิตรา อยู่ที่สนามหน้าบ้านไทย
“สบายใจได้แล้วล่ะลูก ถึงขั้นนี้แล้วคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแล้วล่ะ”
เมธาวีสงสัย
“แล้วคืนนี้เขาสองคนจะพากันไปไหนคะ พฤติกรรมน่าสงสัย”
“ไปไหนก็ช่างเขาเถอะ ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องหย่ากันอยู่ดี”
“เมไม่ไว้ใจนังบีเลย ไม่รู้มันมีแผนการอะไรในใจ”
“ไม่เห็นจะต้องกลัวมันเลย”วิจิตราจับมือเมธาวี”แม่ว่าสถานการณ์ตอนนี้เมคงต้องลดสเปกงานแต่งลงมาแล้วล่ะ พบกันครึ่งทาง จะได้จบๆ ท้องมันจะโตขึ้นทุกวันนะลูก”
เมธาวีชะงักไปเล็กน้อย
“จัดงานเล็กๆ เป็นการภายในไปก่อน ขอให้ได้จดทะเบียนสมรสกับคุณมาร์คแทนนังบีเถอะ เป็นใช้ได้”
“จัดงานเล็กๆ แล้วใครจะรู้คะ”
“งานเล็กแต่ทำให้เป็นข่าวใหญ่ก็ได้นี่ลูก”วิจิตรายิ้มมีแผนการ
เมธาวีมองแม่ อย่างสนใจ
“เริ่มจากพรุ่งนี้ เราก็ปล่อยข่าวเตียงหักของคุณมาร์ค กับนังบีไปซะประมาณจับคลุมถุงชนไม่สำเร็จ ต้องหย่าเพราะคุณมาร์ครักอยู่กับลูกเมของแม่”
เมธาวีคิดตาม ชักเห็นด้วย
“ข่าวไฮโซเตียงหักรักร้าว มีมือที่สามที่สี่อะไรยังงี้ คนสนใจอยู่แล้วล่ะ รับรองรู้กันทั่วเมืองว่าคุณมาร์คเลิกกับนังบีมันแล้ว จากนั้นเราค่อยส่งรูปงานแต่งของลูกกับมาร์ค ให้หนังสือพิมพ์ ให้ข่าวว่ามาร์คแต่งงานเงียบๆกับรักแท้ นั่นก็คือนางเอกตัวจริง ลูกสาวของแม่เอง”
วิจิตราขำๆ ชอบใจดึงเมธาวีมากอดเอาไว้
”หมดเคราะห์หมดโศกซะทีนะลูกแม่”
เมธาวีค่อยยิ้มออกมาอย่างสบายใจ คลายกังวลขึ้นอีกหน่อย
+ + + + + + + + + + + +
อุปมาขับรถช้าๆ ไปตามถนนนอกเมือง ชวนสไบนางคุย ส่วนสไบนางก็นั่งกินขนมขบเคี้ยว ฟังอุปมาคุยไป สไบนางมองไปทางอุปมาแล้วแขวะ
“ใจคอจะพูดไม่หยุดเลยรึไง”
“แน่นอน เหลือเวลาน้อยแล้ว ฉันจะทำให้เธอประทับใจให้ได้ จะได้เลิกพูดว่าแต่งงานกับฉันคือฝันร้ายซะที”
สไบนาง เหยียดปากดูถูก
“ทำดีเอาใจฉันไม่กี่ชั่วโมง คิดว่าจะกลบความร้ายกาจของนาย ที่เคยทำไว้กับฉันได้หมดเหรอ”
อุปมาขำออกมา
“ใครกันแน่ที่ร้ายกาจ เสียดายไม่ได้ติดกล้องวงจรปิดไว้ตลอด”
สไบนางค้อนใส่ก่อนหันไปกินขนมต่อ อุปมานึกแล้วยิ้ม ก่อนที่จะจอดรถริมทางสวยงาม ทั้งคู่ลงไปยืนด้วยกันที่ถนน
“จำที่เจอกันครั้งแรกได้มั้ย เธอมันแสบไม่ไว้หน้าใครจริงๆ”
อุปมายื่นมือไปผลักไสหัว สไบนางฟาดไหล่อุปมาคืนฉาดหนึ่ง ก่อนจะแอบอมยิ้มบางๆ
“ครั้งแรกว่าเอาเรื่องแล้ว แต่เจอกันต่อๆ มาแสบยิ่งกว่า...ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยมีใครกล้าทำกับฉันแบบนี้มาก่อนเลยนะ”
สไบนางยิ้มขำๆ ออกมาเมื่อย้อนนึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว อุปมาหันมอง...
“ขำได้แล้วเหรอ”
สไบนางรีบหุบยิ้มปั้นหน้าไม่รู้ไม่ชี้ อุปมาปากต่อว่าแต่สายตาเอ็นดู
“เธอนี่มันร้ายเหลือร้ายจริงๆ รู้ตัวมั่งมั้ย...เกลียดฉันมากเหรอ”
“ไม่น่าถาม”
“แล้วเริ่มประทับใจฉันตอนไหน”
สไบนางเหยียดแบะปากแทนการตอบ
“บอกหน่อยดิ อยากรู้จริงๆ”
สไบนางนึก
“ไม่ต้องเขินหรอกน่า บอกมาเถอะ”
“ตอนฉันตกน้ำมั้ง”สไบนางแอบตื้นตันใจ ท่าทางอ่อนลง รู้สึกประทับใจ “ฉันมั่นใจว่านายจะไม่ปล่อยมือฉันเด็ดขาด”
อุปมานึกถึงเหตุการณ์วันนั้นหน้าขรึมลงเล็กน้อย นึกถึงเหตุการณ์จับมือช่วยชีวิตกัน
ที่ลำธารน้ำตก สไบนาง หันมองไปทางอุปมาถามเสียงอ่อนโยน
“แล้วนายล่ะเคยประทับใจฉันมั่งมั้ย”
“เคย ก็คืนที่หัวหินไง”อุปมาแอบทะลึ่ง
“ไอ้หนวดลามก”
สไบนางพุ่งไปฟาด อุปมาจะหนีเจอกระชากคอเสื้อเอาไว้ สไบนางข่มขู่
“ห้ามพูดถึงมันอีกเข้าใจมั้ย”
อุปมายกมือยอมแพ้ กลั้นขำ
“โอเค”
สไบนางถลึงตาใส่ ก่อนจะยอมปล่อย อุปมาอมยิ้มออก สไบนางฟาดให้อีกฉาด
“ยิ้มอะไร คิดก็ไม่ได้ ห้ามคิด ห้ามยิ้ม เข้าใจมั้ย”
สไบนางหยิกหน้าอกอุปมาบิด
“โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย..โอเค ไม่คิด ไม่ยิ้ม..ขึ้นรถเหอะ เดี๋ยวมืด”
อุปมารีบเดินหนีไปขึ้นรถ พร้อมอมยิ้มกริ่มตลอด สไบนางยังปรับอารมณ์ไม่ทัน ทั้งโกรธทั้งอาย ไม่อยากนึกถึง เสียฟอร์มที่สุด จิกตามองตามอุปมาไม่วางตา สไบนางเดินกลับไปขึ้นรถจะเปิดประตู อุปมาแกล้งขับรถออกไปเลยไม่รอ สไบนางเท้าสะเอวขวับ จะอ้าปากด่า อุปมาขำ ถอยรถกลับมารับ สไบนางขึ้นรถไปหน้าหงิกงอ
อุปมาขับรถออกไป แต่สไบนางยังทำร้ายร่างกาย ทั้งหยิกทั้งดึงหู ดึงผม
+ + + + + + + + + + + +
อุปมาและสไบนางนั่งทานอาหารค่ำด้วยกันข้างรถ ริมทะเล ยังคงคุยถึงเรื่องราวต่างๆ
“ตกลงเธอเชื่อฉันใช่มั้ย ว่าเมไม่ได้ท้องกับฉัน”
“เชื่อหรือไม่มันไม่สำคัญหรอก แต่ถ้าคุณไม่ได้เจอกับฉัน คุณก็คงแต่งงานกับพี่เมไปแล้ว”
อุปมาพยักหน้ารับ
“โดยที่ไม่รู้ว่าเมมีลูกติดท้องมา แพะชัดๆ”อุปมาดื่มกาแฟเย็นกระป๋องไป
“ถึงรู้ก่อน คุณก็ยอมแต่งอยู่ดี”
สไบนางจ้องหน้าอุปมา รอคำตอบ อุปมาคิดตาม
“คงงั้นมั้ง”อุปมายักไหล่”เพราะฉันคิดว่าฉันรักเม...”
สไบนางแขวะ
“สุภาพบุรุษแสนดีผู้เสียสละ ไม่น่าเชื่อ”
“แล้วเธอไม่สงสารฉันเลยเหรอ”
“มันคงเป็นกรรมของคุณ...ดีซะอีก แต่งปุ๊บได้ลูกปั๊บเลย”
“ลูกใครก็ไม่รู้”
“คิดซะว่าทำบุญ เลี้ยงแต่แรกเกิดเดี๋ยวก็รักไปเองแหละ คุณอยากจะมีลูกใหม่อีกซักกี่คนก็ได้อยู่แล้ว”
“พูดง่าย”
“ที่จริงเราไม่ควรได้ใกล้ชิดกันเลยว่ามั้ย”
อุปมาชะงักไปหันมองหน้าสไบนาง
“เกลียดขี้หน้ากันแบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว เรื่องคงไม่วุ่นวายแบบนี้หรอก”
“เธอคิดยังงั้นจริงๆ เหรอ”
สไบนางและอุปมาสบตากัน สไบนางจะลุกเลี่ยงหนีความรู้สึกตัวเอง อุปมาคว้ามือสไบนางจับเอาไว้
พลางอ้อน
“หลังจากหย่ากันพรุ่งนี้ เราจะไม่ได้เจอกันอีกเลยจริงๆเหรอ”
“คุณลุงบอกว่าจะส่งฉันไปเรียนต่อทันที”
อุปมาพยักหน้า ยิ้มบางๆ
“ต่อไปคงไม่มีใครมาตะโกนด่าฉันว่าไอ้หน้าโจร ไอ้หน้าหนวด ไอ้ต่อมลูกหมากแล้วซิ”
สไบนางขำ ออกมา
“ไม่ชอบเหรอ”
อุปมาจ้องตาสไบนางนิ่ง สไบนางดึงมือออก รีบเปลี่ยนเรื่อง
“ฉันจะหาแฟนเป็นฝรั่ง แต่งงานอยู่ที่โน่นไปเลย”
อุปมายิ้ม
“ฝรั่งไว้หนวดทั้งนั้นเลยนะ ระวังจะคิดถึง”
อุปมาจ้องหน้าสไบนางสายตาอาลัยอาวรณ์ สไบนางอึ้งไปเลยทีเดียว รีบเหยียดปากใส่ตัดบท แล้วลุกขึ้นปัดดินทรายที่ก้นไปมา
“อ้าว จะไปไหนล่ะ ไม่นั่งคุยกันต่อเหรอ”
“คุยพอแล้วล่ะ”สไบนางสีหน้าขรึมลง”อย่าทำให้ทุกอย่างมันยากไปกว่านี้อีกเลย”
อุปมาซึมไป สไบนางเดินหน้าขรึมๆ กลับไปที่รถ อุปมาหันมองตามไปก่อนจะถอนใจออกมา สไบนางกลับขึ้นมานั่งในรถที่เปิดหน้าต่างรอบคัน ปรับเบาะเอนลงเล็กน้อย สไบนางแอบน้ำตารื้นๆ ขึ้นมาแต่ก็ต้องตัดใจทำใจให้ได้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองออกไปทางหน้ารถ มองผ่านกระจกหน้ารถไปเห็นอุปมานั่งยันแขนไปด้านหลัง เงยหน้ามองดูดาวไปอย่างปล่อยความคิด มีกองไฟลุกกระพืออยู่เยื้องๆ ช่างดูเหงาๆ น่าเห็นใจ
สไบนางนอนพิงเบาะรถ แอบมองอุปมาไปเงียบๆ อย่างไม่ละสายตา อยากจะมองผู้ชายคนนี้ให้ได้นานที่สุด เป็นครั้งสุดท้าย...น้ำตาอุ่นๆค่อยๆไหลซึมออกมา
เมื่ออุปมากลับมาที่รถ เห็นสไบนางหลับไปแล้ว อุปมายิ้มบางๆ เข้ามานั่งในรถปิดประตูเบาๆ กลัวทำให้สไบนางตื่น อุปมากึ่งนั่งกึ่งนอนเอียงข้างมองดูสไบนางไปเรื่อยๆ อย่างไม่กระพริบตา ราวกับจะจดภาพผู้หญิงคนนี้เอาไว้ให้ได้นานที่สุด
สไบนางรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ไม่เห็นอุปมานั่งอยู่ที่กองไฟข้างหน้าแล้ว แปลกใจเล็กน้อยก่อนจะหันมามองข้างๆ จึงเห็นอุปมานั่งหลับอยู่ เอียงตัวหันข้างมามองทางตน สไบนางขยับตัวเอียงข้าง หันเผชิญหน้าเข้าหา มองอุปมาที่หลับสนิทไปเงียบๆ ในใจก็อดแอบคิดไม่ได้ว่า...ไม่อยากให้ถึงเช้าเลย











รอยมาร (ต่อ)

อุปมาขับรถมาเข้าซองจอดรถที่หน้าเขตในตอนสาย อุปมาและสไบนางต่างหน้านิ่งๆ
“รถจอดป้ายแล้วครับ ถึงเวลาต้องลงจากรถจริงๆแล้ว”
สไบนางรู้สึกใจหายวูบวาบ หันมองหน้าอุปมา
“สิบกว่าชั่วโมงมานี่ ฉันมีความสุขมากนะ คิดว่าเธอก็คงรู้สึกประทับใจเหมือนกับฉัน”
สไบนางหลบสายตาไปเล็กน้อย
“ถ้านึกถึงการแต่งงานของเรา ฉันไม่อยากให้เธอพูดว่ามันเป็น ฝันร้ายอีก เพราะสำหรับฉัน ยังไงมันก็ไม่ใช่”
สไบนางและอุปมาหันมาสบตากันนิ่ง...สไบนางเงียบกริบไม่พูดโต้ตอบอะไร เปิดประตูเดินนำลงไปก่อนเลย อุปมามองตามถอนใจยาวออกมาก่อนจะลงจากรถ
เมื่อเข้าไปในเขต สไบนางก้มหน้าก้มตาเซ็นใบหย่าใบหนึ่ง อยู่ก่อนจะส่งไปให้อุปมาเซ็นต่อ อุปมามองเธอเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงเซ็นชื่อตามไป สไบนางเซ็นชื่ออีกแผ่นเสร็จ แล้วลุกเดินน้ำตาซึมออกไปทันที ไม่อยากให้เขาเห็น
“บี”อุปมาหน้าซึมๆ
สไบนางเดินดิ่งออกไปอย่างไม่หันกลับมามองอีก
อุปมารีบเดินถือซองใส่เอกสารการหย่า 2 ซอง ตามสไบนางออกมาที่หน้าเขต แต่แล้วเขาก็ต้องอึ้งไปเล็กน้อย เมื่อเห็นอาทิตย์มาจอดรถรออยู่แล้ว เปิดประตูให้สไบนางเข้าไปนั่ง อาทิตย์มองมาทางอุปมาตัดสินใจเดินเข้ามาหา
“ดีใจด้วยนะครับ”อุปมาพูดน้ำเสียงแดกดัน
“ดีใจเรื่องอะไรเหรอครับ”
“ก็บีเป็นอิสระแล้วนี่ แต่งงานกันเมื่อไหร่ เชิญผมด้วยแล้วกัน”
อาทิตย์ขำๆ
“ผมกับบีคงเป็นได้แค่พี่น้องเท่านี้ล่ะครับ”อาทิตย์ยักไหล่ “พัฒนาไม่ขึ้น”
อุปมามองอย่างไม่ไว้ใจนัก ส่งซองเอกสารให้
“ฝากให้บีด้วย”
อาทิตย์รับซองเอกสารไว้
“ผมว่าแค่กระดาษใบเดียว คงทำลายความผูกพัน ของคุณกับบีไม่ได้หรอก”อาทิตย์ยิ้มอย่างรู้ทัน “ผมเอาใจช่วยนะครับ”
อุปมายังอึ้งปนงงเล็กน้อย อาทิตย์มาไม้ไหน อาทิตย์เดินถือซองเอกสารหย่าเดินกลับไปที่รถ สไบนางยังคงก้มหน้านิ่งไม่หันมามองทางอุปมาอีกเลย อาทิตย์เดินไปเปิดประตูขึ้นรถ อุปมาเดินช้าๆมาทางรถอาทิตย์ จับตามองสไบนางไม่วางตา สไบนางยังคงก้มหน้านิ่ง อาทิตย์ส่งซองเอกสารให้
“คุณมาร์คฝากใบหย่ามาให้”
สไบนางก้มหน้านิ่ง น้ำตาคลอๆพร้อมพยักหน้ารับ อาทิตย์วางไว้หน้ารถ
“ไม่ลงไปลาเขาหน่อยเหรอ”
สไบนางส่ายหน้า ก้มหน้างุด อุปมายังคงจับตามองมาที่สไบนาง ไม่ละสายตา
“งั้นกลับบ้านกันเลยนะ”อาทิตย์สตาร์ทเครื่อง
เสียงสตาร์ทเครื่องทำเอาสไบนางถึงกลับสะดุ้ง อุปมายังคงจับตามองสไบนางด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์อย่างไม่วางตา สไบนางยังคงก้มหน้านิ่ง อาทิตย์ค่อยๆขับรถขยับออกไป อุปมาตาละห้อยมองตามรถอาทิตย์ที่ค่อยๆ เลื่อนผ่านไปช้าๆ
ทันใดนั้นสไบนางตัดสินเปิดประตูรถทันที อาทิตย์รีบเบรกรถ อย่างอ่านใจสไบนางออก สไบนางลงจากรถวิ่งไปหาอุปมาแล้วสวมกอดเอาไว้ ร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น อุปมากอดสไบนางเอาไว้อย่างหวงแหน ไม่อยากให้ไปไหน น้ำตารื้นๆ ครู่หนึ่งสไบนางเป็นฝ่ายผละออกจากเขา ผลักอกเขาออกไปเล็กน้อย แล้ววิ่งร้องไห้กลับไปที่รถอาทิตย์
อุปมาอึ้งๆน้ำตาคลอๆ เดินมองตามรถอาทิตย์ ที่แล่นห่างออกไปทุกทีอย่างซึมเศร้า
+ + + + + + + + + + +
เมื่อกลับมาที่บ้านสวน สไบนางร้องไห้สวมกอดกับคุณหญิงรุจาอยู่กลางบ้าน บังอรยืนมองอยู่ใกล้ๆ น้ำตาคลอๆ คุณหญิงรุจากอดหลานสาวลูบผมไปมา
“ย่าขอโทษนะบี หมดทุกข์หมดโศกแล้วนะหลานย่า”
สไบนางผละจากกอดคุณหญิงรุจา ซับน้ำตา แล้วเดินไปสวมกอดบังอร
“อะไรไม่อยากจำก็อย่าจำนะคะ คุณบีได้ชีวิตตัวเองกลับคืนมาแล้วตั้งใจเรียนให้เก่งๆ ที่สุดเลยนะคะ”
“ค่ะคุณบังอร”
สไบนางผละจากบังอร แล้วกลับไปสวมกอดคุณหญิงรุจาอีกครั้ง บังอรมองดูสองย่าหลานด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ ซับน้ำตาไปมา
อาทิตย์ยืนคุยกับทศวรรต ที่หน้าบ้านสวนอย่างเห็นใจสไบนาง
“หย่าก็เหมือนไม่ได้หย่าล่ะครับคุณทศ”
“ไม่น่าเชื่อนะครับ เด็กอย่างบีจะรู้จักความรักกับเขาด้วย”
“คุณทศติดภาพซนๆ แสบๆ เลยเผลอคิดว่าน้องบียังเด็กอยู่ จริงๆ ไม่ใช่แล้วนะครับ บีเป็นคนมีเสน่ห์ เป็นผู้หญิงสไตล์ที่เราจะเผลอรักได้ง่ายๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว”
ทศวรรตมองอาทิตย์ ยิ้มๆกระเซ้า
“พูดเหมือนเป็นมาร์คซะเอง”
“เคยมีประสบการณ์ตรง กะเขาเหมือนกันครับ”
ทศวรรตขำๆ
“บีนี่เสน่ห์แรงใช่ย่อยนะ”
อาทิตย์ยิ้มๆ
“ผมคงซอฟท์ไปสำหรับบี ไม่ทันกัน บี้กันไม่ลงเหมือนคุณมาร์ค เขาเลยคิดแค่เป็นพี่เป็นเพื่อนมากกว่า”
“เฮี้ยวอย่างบีก็ต้องเจออย่างมาร์ค ถึงจะกำราบอยู่...เสียดายมาติดที่เม ไม่งั้นคงได้เป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก”
อาทิตย์หน้าขรึมลง
“ตอนนี้เมเขายังอยู่บ้านคุณมาร์ครึเปล่าครับ”
ทศวรรตพยักหน้ารับ
“เกาะเรือนหอไว้แน่น ป่านนี้คงเปิดแชมเปญฉลองแล้วล่ะ”
อาทิตย์ถอนใจ ส่ายหน้านิ่งขรึมไป
+ + + + + + + + + + + +
เมธาวีเดินหน้าบึ้งตึง ไม่พอใจออกมาที่หน้าบ้านไทย อาทิตย์ที่ยืนรออยู่ยิ้มให้
“มีธุระอะไรกับฉันอีก”
“ผมแวะมาเยี่ยม”
เมธาวีเหยียดปากใส่
“คุณมาร์คกับบีหย่ากันเรียบร้อยแล้วนะ”
เมธาวียิ้มหยันๆ
“ยัยหัวขโมยยอมคืนมาร์คแล้วเหรอ”
“คุณไม่รู้สึกเลยเหรอว่าเขาสองคนรักกัน”
เมธาวีไม่แคร์ ยักไหล่
“ฮึ”
“แล้วถ้าผมจะบอกคุณเดี๋ยวนี้ว่า เขาสองคนรักกันมากล่ะ”
“ก็เรื่องของเขา ยังไงมาร์คก็ต้องแต่งงานกับฉัน”
“มาร์คต้องแต่งงานกับคุณทั้งที่ไม่ได้รัก ทั้งที่ไม่ได้เป็นพ่อของเด็กในท้องคุณ”อาทิตย์จ้องเมธาวี ตาดุ
“เงียบเดี๋ยวนี้นะอาทิตย์”
“คุณไม่เห็นแก่ตัวเกินไปหน่อยเหรอ”
“มันเรื่องของฉัน...หมดธุระแล้วใช่มั้ย” เมธาวีตัดบทจะเดินกลับไป
“แล้วถ้าผมจะขอแต่งงานกับคุณล่ะ”
เมธาวีชะงักไปหันกลับมามองอาทิตย์ อึ้งไป อาทิตย์มองหน้าเมธาวีด้วยสายตาจริงใจ
“ความสัมพันธ์ของเราสองคน เริ่มต้นมาจากความรักนะเม แล้วผมก็เข้าใจและเห็นใจคุณมากที่ต้องเผชิญกับเรื่องร้ายๆขนาดนั้น มันโหดร้ายกับคุณเกินไป”
เมธาวีน้ำตาคลอๆขึ้นมา
“แต่งงานกับผมนะเม คุณเหนื่อยมาพอแล้วล่ะ”
เมธาวีน้ำตาร่วง
“รู้สึกใครต่อใครจะอยากแต่งงานกับเม เพราะอยากช่วยให้นังบีมันสมหวัง ซะเหลือเกินนะคะ”เมธาวีน้ำเสียงหยันๆ “น่าอิจฉาซะจริง”
“แล้วทำไมเมถึงปฏิเสธน้ำใจทั้งผมทั้งคุณทศล่ะ”
“เมไม่ต้องการให้ใครมาแต่งงานกับเมเพราะความเวทนา”
อาทิตย์สวนกลับทันที
“ที่คุณมาร์คจะยอมแต่งกับเม ก็เพราะเหตุผลเดียวกันนี่แหละ”
เมธาวีเจ็บช้ำมาก น้ำตาท่วม
“อาทิตย์”
“แล้วที่เมเลือกจะแต่งกับคุณมาร์คให้ได้ ก็เพราะเขาดูเหนือกว่าผมกับคุณทศใช่มั้ย”
เมธาวีมองหยันๆ
“แน่นอน เหนือกว่าทุกๆ ด้าน”
อาทิตย์ยิ้มๆอย่างรู้ทัน
“แต่ที่ลึกกว่านั้นคือเมกลัวว่าบีจะได้ดีกว่า”
เมธาวีหยุดกึก เหมือนโดนแทงใจดำ
“นี่คือสิ่งที่เมกลัวมาตลอดชีวิต เพราะเมรู้อยู่แก่ใจว่าบีเป็นคนเก่ง เมกลัวบีจะได้ดีเกินหน้าเม เมถึงไม่ยอมให้มาร์คได้แต่งงานกับบี เพราะมันจะทำให้เมดูด้อยกว่าบี ซึ่งเมทนไม่ได้”
เมธาวีแผดเสียง ทั้งน้ำตาท่วม
“หุบปาก แล้วไปให้พ้น”
เมธาวีวิ่งร้องไห้กลับเข้าบ้านไป อาทิตย์มองตามเมธาวีไปอย่างเครียดๆ เมธาวีวิ่งร้องไห้ขึ้นชั้นบนบ้าน แล้วเปิดประตูเข้าห้องหอไปอย่างเร็ว เธอหยุดกลางห้อง พยายามตั้งสติ ซับน้ำตาออก ค่อยๆ นั่งลงปลายเตียง
“แกไม่มีวันได้ดีเกินหน้าฉันหรอกนังบี”
เมธาวีอิจฉาสุดๆ
+ + + + + + + + + + + +
หยาดฝนซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กลับเข้าซอยมาจอดที่หน้าทาวน์โฮมของสายทิพย์ ธนูแอบขับตามมาห่างๆ จอดมองดู ไม่เลี้ยวตามเข้าไป หยาดฝนจ่ายเงินค่ามอเตอร์ไซค์แล้วไขกุญแจรั้วเข้าบ้านไป มอเตอร์ไซค์เลี้ยวขับออกไป ธนูค่อยๆขับรถช้าๆผ่านมาหน้าบ้าน แอบมองเข้าไป หยาดฝนไม่รู้ตัวว่าธนูสะกดรอยตามมา เดินเข้าบ้านไป ธนูหันมองตามเข้าไปในบ้าน อมยิ้มพอใจอย่างมีความหวัง อย่างน้อยก็ตามเจอแล้วว่าหลบมาอยู่ที่ไหนกัน
ทางด้านหัสดินและเพื่อนๆ ได้พากันไปทางสีห้องน้ำโรงเรียน ที่เพิ่งสมทบทุนกันสร้างใหม่ให้เสร็จ เพื่อนคนหนึ่งแซวขึ้น...
“ไม่เห็นพาน้องฝนมาเปิดตัว ให้เพื่อนๆรู้จักมั่งเลยวะ”
หัสดินยิ้มๆ
“น้องเขาติดเรียน รอปิดเทอมก่อนสิ”
อุปมาเดินมาย่อตัวนั่งข้างหัสดินเงียบๆ หัสดินหันมองอย่างแปลกใจ
“อ้าว มาร์ค ไหนว่าไม่มาไงวะ”
อุปมาหน้าเซ็งๆ
“ทนอยู่บ้านไม่ไหว”
หัสดินเดาออกวางมือจากการทาสี เอาแปรงวางใส่ขัน แล้วกอดคออุปมาพาเดินเลี่ยงออกมาคุยกันตามลำพัง
“ตกลงหย่ากับน้องบีแล้วเหรอ”
อุปมาพยักหน้ารับ
“คุณเมจัดโต๊ะรดน้ำเสร็จรึยังล่ะ”หัสดินแขวะ
“เดี๋ยวจะโดนเตะไอ้หัส”
หัสดินขำๆ
“แล้วนี่แกจะโดนจับแต่งกับเขาเมื่อไหร่วะ”
อุปมายักไหล่
“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ฉันหมดแรงจะยื้อแล้ว”
อุปมาเดินกลับไปทางห้องน้ำ
“อย่าเพิ่งท้อซิวะมาร์ค”
หัสดินได้แต่หันมองตามเพื่อนไป ด้วยความรู้สึกเป็นห่วง อุปมาเดินไปนั่งทาสีเงียบๆ อย่างมีสมาธิ อยากจะหยุดความคิดว้าวุ่นใจไปก่อน
ตอนที่ 26.2
ทศวรรต กับบารมีเดินเข้าบ้านไปด้วยกัน ทศวรรตเล่าถึงสไบนาง...
“บีก็ดูโอเคดีนะครับ อยู่ติดตัวคุณย่าตลอดเวลา”
“แล้วมาร์คล่ะ”
“ผมโทรไปหาแล้ว มาร์คบอกว่าจะไปช่วยงานหัสดินที่ต่างจังหวัด อาจจะไปซักอาทิตย์นึง สบายใจขึ้นแล้วถึงจะกลับ”
บารมีถอนใจออกมา ด้วยความรู้สึกเห็นใจอุปมา
“พ่อไม่มีทางช่วยมาร์คกับบีเลยเหรอครับ ปล่อยไปแบบนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ ว่าจะไม่มีใครซักคนที่มีความสุข” ทศวรรตถามอย่างเห็นใจคนทั้งสอง บารมีนิ่งไป ใช้ความคิดอย่างหนักใจ
ค่ำคืนนั้น สไบนาง นั่งทานข้าวร่วมโต๊ะกับคุณหญิงรุจา และบังอร สไบนางยิ้มแย้มแจ่มใส
“วันนี้ทานข้าวอร่อยที่สุดในรอบหลายๆ เดือนเลยนะคะคุณย่า”
คุณหญิงรุจาพลอยยิ้มไปด้วย
“บีรู้สึกยังงี้ได้ ย่าก็สบายใจ”
“งั้นก็ทานเยอะๆ ค่ะคุณบี”บังอรตักกับข้าวใส่จานให้อีก “ผอมไปเยอะเลยนะคะ”
“บีคนเดิมกำลังจะกลับมาแล้วค่ะ”สไบนางยิ้มแป้น
คุณหญิงรุจายิ้มเอ็นดู เอามือแนบแก้ม
“ฝันร้ายผ่านไปแล้วนะลูก”
สไบนางนิ่งไปเล็กน้อย
“อย่าเรียกว่าฝันร้ายเลยค่ะคุณย่า บีคิดว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตมากกว่า ก็มีทั้งดีและไม่ดีคละกัน”สไบนางฝืนยิ้มๆ
“คิดได้ยังงั้นก็ดีลูก”
“ทานข้าวต่อเถอะค่ะ มีลอดช่องน้ำกะทิรออยู่อีกนะคะ”
สไบนางหลุดขำๆ ออกมา เมื่อนึกถึงลอดช่องน้ำกะทิ ก่อนจะทานอาหารกันต่อไปออกมา ทั้งสามคนคุยกันไปทานอาหารกันไป ยิ้มแย้มแจ่มใส
+ + + + + + + + + + + +
เมธาวีอารมณ์ดี นั่งเลือกแบบชุดรดน้ำตอนเช้า จากแค็ตตาล็อคที่ทางร้านส่งมา พร้อมกับคุยโทรศัพท์มือถือแบบกดให้เป็นสปีคเกอร์โฟนไปด้วย
“เมไม่ต้องห่วงนะลูก แม่จัดการเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้หน้าสังคมมีข่าวซุบซิบแอบไปหย่าเงียบๆ ของมาร์คกับนังบีแน่นอน แล้วเราค่อยๆ ปล่อยข่าวโน่นนี่ไป รับรองนักข่าวมีเรื่องเล่นเป็นอาทิตย์”
เมธาวียิ้มตอบกลับไป
“ขอบคุณค่ะแม่ คืนนี้คงเป็นคืนแรกที่เมจะนอนหลับฝันดีที่สุด กู๊ดไนท์ค่ะแม่”
“กู๊ดไนท์จ้ะพรุ่งนี้อย่าลืมตื่นมาอ่านข่าวนะจ๊ะ”
“ค่ะแม่”
เมธาวีกดตัดสาย เลือกดูชุดรดน้ำสังข์ต่อไปอย่างมีความสุข
+ + + + + + + + + + + +
วันต่อมา...
วิมาดาเดินเข้ามาในร้านทำผม พนักงานคนหนึ่งยิ้มแย้มยกมือไหว้มาต้อนรับ
“คิวเยอะมั้ยคะ”
“เหลือคนเดียวค่ะ คุณวินั่งรอเดี๋ยวนะคะ”
วิมาดายิ้มแย้มเดินนำไปนั่ง
“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ”พนักงานถาม
“เหนื่อยน่ะค่ะ ขอเกเรวันนึง”
แม่บ้านหยิบหนังสือพิมพ์และน้ำดื่มมาบริการ
“ตามสบายนะคะคุณวิ”
พนักงานและแม่บ้านถอยออกไป วิมาดาหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านไปเพลินๆ เปิดหน้าซุบซิบสังคมทันทีตามความชอบ วิมาดาสนอกสนใจปนดีใจขึ้นมาทันที ที่เห็นข่าวหย่าของอุปมาและสไบนาง ตั้งอกตั้งใจอ่าน
+ + + + + + + + + + + + +
อุปมาขับรถกลับเข้ามาจอดหน้าบ้าน แรมรอรับช่วยขนของ เมธาวีเดินยิ้มแย้มออกมารับอุปมาอีกคน อุปมาเห็นเมธาวีหน้าเจื่อนๆไปเล็กน้อย
“หายไปไหนมาเป็นอาทิตย์คะ”
“ทำงาน”อุปมาตอบเรียบนิ่ง
เมธาวีปั้นยิ้ม ไม่อยากซักไซ้ให้เสียอารมณ์ ตรงเข้ามาเกาะแขน
“ขอบคุณนะคะที่รักษาสัญญา”
อุปมาหน้านิ่งๆให้เมธาวีเกาะแขนเดินคุยเข้าบ้านไป เมธาวีชวนคุยอารมณ์ดี
“เมคิดทบทวนดีแล้ว ที่มาร์คพูดก็มีเหตุผล บีเสียสละเพื่อพวกเรา เราไม่ควรไปซ้ำเติมบีอีก”
“ครับ แค่ข่าวซุบซิบที่ลงหนังสือพิมพ์ วันละฉบับสองฉบับตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา บีก็ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วล่ะครับ”อุปมาแขวะหน้านิ่ง
เมธาวีชะงักไปเล็กน้อย อุปมาปลีกตัวเดินนำไปทางโถงบ้าน เมธาวีเดินตามติดเพื่อแก้ตัว
“มาร์คคิดว่าเป็นฝีมือเมเหรอคะ คุณไปหย่ากันในถ้ำ ไม่มีคนรู้เห็นเลยรึไง”
อุปมาเซ็งๆ
“ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณซักคำ”
อุปมาจะเดินนำไปขึ้นบันไดไปชั้นบน เมธาวีรีบพูด
“เมจะเตรียมงานแต่งของเราเลยนะคะ”
อุปมาชะงัก หันมามองหน้าเมธาวี
“เมจะทำตามความต้องการของคุณ จัดงานเล็กๆ ภายในครอบครัว จัดบ้านนี้หรือบ้านสวนก็ได้ ทำบุญเลี้ยงพระ รดน้ำสังข์ แล้วก็จดทะเบียนสมรส”
อุปมาอึ้งๆพูดไม่ออก
“มาร์คคงไม่ยึกยักขัดข้องอะไรอีกนะคะ เพราะคุณกับพ่อคุณเป็นคนเสนอเอาไว้เอง”
“ก็ตามนั้นล่ะครับ”อุปมา หน้านิ่งเดินขึ้นบันไดไป
เมธาวีพูดตามหลังไปให้รับทราบ
“เมเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยเมื่อไหร่เราจะจัดงานทันทีเลยนะคะ”
อุปมาไม่ตอบอะไร เดินหน้าเครียดๆ กลับขึ้นบ้านไป เมธาวีอมยิ้มพอใจก่อนจะถอนใจออกมาอย่างโล่งอก
+ + + + + + + + + + + +
บังอรช่วยสไบนางเก็บเสื้อผ้า ใส่กระเป๋าเดินทางสำหรับไปต่างประเทศ สไบนางเลือกหนังสือติดตัวไปอ่าน บังอรหยิบตะกร้าใส่ตุ๊กตาหมามาถาม
“จะเอาตุ๊กตานี่ไปด้วยมั้ยคะ”
สไบนางหันมอง หน้านิ่งๆ
“ไม่ดีกว่าค่ะ เลิกเห่อแล้ว”
“คนซื้อให้เสียใจแย่เลย”
“เดี๋ยวเขาก็ไปซื้อให้คนอื่นแล้วล่ะค่ะ”
สไบนางจัดกระเป๋าไป บังอรยกตะกร้าตุ๊กตาหมาขึ้นถาม
“แล้วจะให้คุณบังอรเก็บไว้ไหนดีคะ”
สไบนางมองตุ๊กตาหมา
“บีเก็บเองค่ะ”
สไบนางรับตะกร้าตุ๊กตาหมาไปวางไว้ในตู้เสื้อผ้า สไบนางมองดูตุ๊กตาไปมาก่อนจะยกกองผ้ามาทับปิดไปเลย
+ + + + + + + + + + + +
สายทิพย์แต่งตัวไปทำธุระขับรถออกไปจากซอย ผ่านหน้าซอยแยกหนึ่ง ธนูจอดรถซุ่มแอบอยู่มองตามสายทิพย์ไป ยิ้มพอใจ แล้วรีบขับรถไปจอดที่หน้าบ้าน
หยาดฝนกำลังเล่นอยู่กับหลานชาย อยู่ที่โถงบ้าน ทันใดนั้นเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น หยาดฝนหันไปบอกหลาน
“เดี๋ยวน้ามานะ”
หยาดฝนรีบเดินมาดูที่หน้ารั้วบ้าน เห็นธนูยืนยิ้มอยู่ หยาดฝนตกใจมาก
“พี่นู”
“ขอพี่เข้าไปเจอตอลได้มั้ย”ธนูตะโกนเข้ามา
หยาดฝนลังเล ธนูอ้อนวอน
“แป๊บเดียว พี่คิดถึงตอลมาก เห็นใจพี่เถอะนะฝน”
หยาดฝนหันมองไปทางแคปปิตอล สงสารหลานแต่ก็ยังลังเลกลัวสายทิพย์รู้เข้าจะโดนตำหนิ
“ฝน ให้พี่เข้าไปเจอลูกเถอะนะแป๊บเดียวจริงๆ”ธนูอ้อนวอน
สายฝนตัดสินใจให้ธนูเข้ามาในบ้าย นั่งเล่นกับแคปปิตอล ธนูกอดหอมลูกอย่างคิดถึงมาก หยาดฝนนั่งมอง ยิ้มปลื้มอยู่ใกล้ๆ ทันใดนั้นเสียงสายทิพย์ก็ดังขึ้น
“ปล่อยลูกฉันเดี๋ยวนี้นะ”
ธนูและหยาดฝนหันมองตกใจมาก
“พี่ทิพย์”
สายทิพย์ตรงเข้ามาอุ้มลูกชาย ไปจากมือธนูหน้าตาโกรธจัด ผิดหวัง
“ฝนทำแบบนี้กับพี่ได้ยังไง”
ธนูลุกขึ้นเผชิญหน้า
“อย่าโทษฝนเลยคุณทิพย์ ผมแอบตามฝนมาจากคณะเอง”
สายทิพย์หลบตาไม่มองหน้า
“ออกไปได้แล้ว”
“ผมคิดถึงคุณกับลูกมากนะทิพย์”
“สายเกินไปแล้ว ฝนออกไปส่งเขาที”
หยาดฝนลำบากใจ
“กลับก่อนเถอะค่ะพี่นู”
ธนูมองสายทิพย์ตาละห้อย สายทิพย์อุ้มลูกเบี่ยงตัวเบือนหน้าไปทางอื่น
“ไปค่ะพี่นู” หยาดฝนเดินนำไป
ธนูจะเดินตามหยาดฝนออกไปแต่เกิดเปลี่ยนใจ รวมความกล้า หันกลับไปสวมกอดสายทิพย์และลูกเอาไว้แน่นอย่างไม่ให้ตั้งตัว ทั้งสายทิพย์และหยาดฝนต่างอึ้ง ธนูกอดพร้อมขอร้อง
“ผมรู้ใจตัวเองแล้วทิพย์ ผมเลือกคุณกับลูก”
สายทิพย์น้ำตารื้นๆ ขึ้นมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“ผมจะไปบอกเลิกกับวิให้เร็วที่สุด ทิพย์ให้สัญญากับผมได้มั้ยว่าจะให้โอกาสผมอีกครั้ง”
สายทิพย์น้ำตาท่วมตา แต่ฝืนใจแข็ง เพราะยังเจ็บช้ำเข็ดขยาด เสียงสั่น เธอสะบัดตัวออกอย่างแรง
“ไป...ทิพย์บอกให้ออกไปจากบ้านของทิพย์เดี๋ยวนี้”
ธนูยอมปล่อย สายทิพย์อุ้มลูกที่ร้องไห้จ้าขึ้นบ้านไป หยาดฝนหน้าจ๋อยๆ แหยๆ ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย ธนูได้แต่มองตามขึ้นไป หน้าเศร้าๆ รู้ใจตัวเองแล้วว่าต้องการครอบครัวกลับมาที่สุด
+ + + + + + + + + + + +
วิมาดาแต่งหน้าแต่งตัวสวยจัด ลงจากรถที่เพิ่งจอดสนิทอยู่หน้าบ้านไทย แรมเดินมาต้อนรับ
“ฉันมาพบคุณมาร์ค”
“คุณมาร์คออกไปข้างนอกค่ะ”
“ฉันจะรอ”
แรมอึ้งๆไป วิมาดาเดินกรีดกรายฉับๆ เข้าไปในบ้านอย่างมุ่งมั่นทำอะไรบางอย่าง
บนห้อง...
เมธาวีแต่งหน้าแต่งตัวสวยงามกว่าปกติ นั่งคุยกับวิจิตราอย่างน้อยใจ...
“เมอุตส่าห์รีบมาอาบน้ำแต่งตัวสวยๆ หวังว่าจะได้ออกไปดินเนอร์กันซะหน่อย เพิ่งกลับมาถึงก็หายไปไหนอีกแล้วก็ไม่รู้”
“คงออกไปธุระแถวนี้ล่ะมั้ง ทำไมไม่โทรตามล่ะลูก”
เมธาวีงอนปนน้อยใจ
“โทรแล้วค่ะ ไม่ยอมรับสาย”
“คงคุยอยู่กับลูกค้าล่ะมั้ง”
ขณะเดียวกันนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ
“เข้ามา”
แรมเปิดประตูเข้ามาในห้อง
“มีแขกมาพบคุณมาร์คค่ะ แรมบอกว่าคุณมาร์คไม่อยู่ก็จะรอจนกว่าจะเจอค่ะ”
“ผู้หญิงรึผู้ชาย”เมธาวีถามเสียงเข้ม
“ผู้หญิงค่ะ ถ้าแรมจำไม่ผิด รู้สึกว่าจะเป็นพนักงานที่บริษัทนะคะ”
เมธาวีสงสัยทันทีว่าเป็นใคร
รอยมาร 26.3
วิมาดาเดินดูของโชว์ต่างๆนาๆ ที่โถงบ้านไป ยิ้มแย้ม มีความสุข ก่อนจะหันมาด้านหลังต้องหยุดกึกยิ้มหุบเมื่อเห็นเมธาวียืนหน้าบึ้ง จ้องมองตนอยู่
สาวสวยสองคน แต่งหน้าแต่งตัวสวยจัดกะมัดใจอุปมายืนเผชิญหน้ากัน
“มาทำอะไรไม่ทราบ”
“ก็มาด้วยเหตุผลเดียวกับเธอนั่นแหละ”
เมธาวียิ้มหยัน
“ฉันไม่ได้มา ฉันอยู่ที่นี่”
วิมาดายิ้มกวนๆกึ่งดูถูก
“ในฐานะอะไรเหรอคะ”
เมธาวีมั่นใจ
“ภรรยาของมาร์ค”
วิมาดาขำหยันๆ
“งั้นก็ฐานะเดียวกัน แต่น่าเสียดาย เธอมาทีหลัง”
เมธาวีโกรธ
“มาก่อนมาหลัง ไม่สำคัญเท่ากับใคร...กำลังอุ้มท้องลูกคุณมาร์คอยู่”
วิมาดาอึ้งไปเลย นึกไม่ถึง วิจิตราที่ยืนฟังอยู่ เดินยิ้มสะใจเข้ามาเผชิญหน้ากับวิมาดาอีกคน...
“นี่แหละคือเหตุผลที่ทำไมคุณมาร์คถึงต้องรีบหย่า จนนังบีกระเด็นออกไปจากบ้าน”วิจิตรายิ้มดูถูก
เมธาวียิ้มเย้ย
“รู้อย่างนี้แล้ว เธอจะกลับไปได้รึยัง”
วิมาดาทั้งโกรธทั้งเจ็บใจจนแทบจะสะกดอารมณ์ไม่อยู่ วิจิตรากวนประสาท
“แต่ถ้าติดใจที่นี่ อยากมาอีก ก็รอมาตอนงานรดน้ำของเมกับมาร์คก็ได้นะจ๊ะ ฉันเชิญ”
เมธาวียิ้มเย้ยๆ วิมาดาจ้องหน้าเมธาวี กวนๆไม่แคร์
“มั่นใจว่าจะได้แต่งเหรอคะ...ใครจะท้อง ใครจะมีลูกติด ฉันไม่สน ฉันรู้แต่ว่าเก้าอี้เจ้าสาวยังว่างอยู่ ตอนนี้โอกาสเราเท่ากัน”
“หน้าด้าน”วิจิตราด่า
วิมาดายิ้มหยัน
“คงไม่หน้าด้าน ขนาดปล่อยท้องเพื่อเขี่ยเมียเค้าทิ้งหรอกมั้งคะ”
เมธาวีเจ็บใจ วิมาดายิ้มเย้ย
“ระวังให้ดีเถอะ จะโดนเปลี่ยนตัวเจ้าสาวกะทันหัน เป็นครั้งที่สอง”
วิมาดาขำๆ ชอบใจเดินกรีดกรายจะออกไปจากบ้าน วิจิตราอึ้งๆ ไปมองวิมาดาอย่างรังเกียจปนดูถูก
“ผู้หญิงยังงี้ก็มีด้วย”
วิมาดาหยุดเดินหันกลับมามองสองแม่ลูกอีกครั้ง เมธาวีและวิจิตราผงะไปเล็กน้อย วิมาดามองเลยมาที่เมธาวี
“อ้อ ฉันลืมถามเธอไปอย่างนึง มาร์คเคยทำอาหารให้เธอทานมั้ย”
เมธาวีตวาดสวน เสียงแข็งๆ
“ไม่เคย ถามทำไม”
วิมาดาขำเย้ยๆ เหยียดปากดูถูก ก่อนเดินออกไปจากบ้านอย่างอารมณ์ดี
“ประสาท”เมธาวีมองวิมาดาอย่างชิงชัง
วิจิตราเดินมาจับมือลูกสาว ให้กำลังใจ
“ตั้งสติให้ดีนะลูก อย่าไปสนใจคำพูด ไร้สาระของมัน...ความวัวไม่ทันหาย ควายเข้ามาแทรกแท้ๆเลย”
เมธาวีนิ่งคิดอย่างสงสัย
“มันถามทำไมคะ ว่ามาร์คเคยทำอาหารให้เมทานมั้ย”
“มันบ้าไงลูก แม่บอกแล้วไงว่าอย่าไปใส่ใจ มันพูดยั่วประสาทลูกแม่ไปยังงั้นแหละ”
เมธาวีอดติดใจสงสัยบางอย่างขึ้นมาไม่ได้ วิมาดาที่เดินออกไปหน้าบ้าน หันมาเงยหน้ามองตัวบ้านไทย
“โอกาสสุดท้ายแล้ววิ”
วิมาดามองอย่างมีแผนการ อยากเอาชนะ
+ + + + + + + + + + + +
สไบนางแต่งชุดมิดชิดสวมแจ็คเก็ต นั่งกราบตักลาคุณหญิงรุจา เมื่อจะต้องเดินทางไปต่างประเทศ
“อย่าไปซนให้มากนักล่ะ ไม่ใช่บ้านเราเมืองเรา”คุณหญิงรุจาลูบหัวอย่างเป็นห่วง
“คุณย่าไม่ไปส่งบีจริงๆเหรอคะ”สไบนางอ้อนๆ
“ไม่ไปหรอก กลัวร้องไห้”
บารมีมองดูขำๆ
“ถ้ายังหาที่เรียนไม่ได้ ก็คงกลับมาตั้งหลักที่นี่ก่อนล่ะครับคุณน้า”
“เสียดายคุณย่าไม่ยอมไปเที่ยวด้วยนะคะ ไม่งั้นคุณบังอรจะตามไปทำกับข้าวให้คุณบีทาน”บังอรบอกขำๆ
“ไม่เอาหรอกจ้ะบังอร ฉันกลัวเครื่องบิน”คุณหญิงรุจาพูดขำๆ
บารมียิ้มแย้ม
“ร่ำลากันเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางเลยแล้วกัน”
บารมีลุกขึ้น สไบนางสวมกอดคุณหญิงรุจาเอาไว้
“บีถึงปุ๊บจะโทรหาคุณย่าทันทีเลยนะคะ”
“คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองให้เดินทางปลอดภัยนะลูกนะ”
คุณหญิงรุจากอดสไบนางเอาไว้อย่างรักมาก
+ + + + + + + + + + + +
ค่ำคืนนั้น...
บารมี กับสไบนางเช็คอินโหลดกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สไบนางตื่นเต้นกวาดตามองไปรอบๆ
“ตื่นเต้นมั้ย จะได้ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก”บารมีถามยิ้มๆ
“ค่ะคุณลุง”
“กลัวเครื่องบินเหมือนกับคุณย่ารึเปล่า”
สไบนางยืดอกผึ่งผาย
“บีเคยกลัวอะไรมั่งคะ”
บารมีวางมือบนหัวเอ็นดู
“หลานลุงคนเดิมต้องยังงี้ซิ”
สไบนางยิ้มๆ
“เข้าไปกันเลยมั้ยคะ”
“อยากช็อปปิ้งล่ะซิ”
“คุณย่าให้พ็อคเก็ตมันนี่มาเยอะ”สไบนางตบกระเป๋ากางเกงโชว์
“เดี๋ยวรอพี่ชายเราแป๊บนึง เขาขอไปด้วย”
สไบนางอึ้งปนงง
“พี่ทศจะไปด้วยเหรอคะ”
ทันใดนั้นเสียงอุปมาดังขึ้น
“รอนานมั้ยครับพ่อ”
สไบนางอึ้งไปเลย หันขวับไปมอง อุปมาเดินยิ้มแย้ม ลากกระเป๋าเดินทางขนาดย่อมเข้ามาหา
“คุณลุงคะ...”สไบนางจะแย้ง
บารมีตัดบท บอกสไบนาง
“มาร์คต้องไปทำธุระให้บริษัทพอดี ที่ลุงไม่บอก บีก่อนก็เพราะลุงกลัวบีจะไม่ยอมไป”
สไบนางแอบหงุดหงิดเล็กน้อย เดินนำไปก่อนเลย อุปมาดีใจ
“ขอบคุณครับพ่อ ที่ให้เวลา 1 อาทิตย์ที่มีค่าที่สุดกับผม”
บารมีมองลูกชายอย่างเห็นใจ วางมือบนไหล่
“ถ้าพ่อไม่ติดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเมธาวี เป็นผลมาจากแผนการแก้แค้นของพ่อ พ่อคงให้แกย้ายไปอยู่กับบีที่อเมริกาซะเลย”
อุปมาหน้าซึมๆ อย่างเข้าใจ
“กรรมที่พ่อทำกลับมาตกอยู่กับแกแท้ๆ พ่อขอโทษนะมาร์ค”บารมีตบบ่าลูกชายถอนใจ “ถึงบ้านแล้วก็หาเรื่องออกไปทำงานด้วยล่ะ พ่อจะได้ไม่ถูกบีมาถอนหงอกเอาได้ว่าปั้นน้ำเป็นตัว”
บารมีตบบ่าลูกชายซ้ำอีกที ก่อนเดินหน้าขรึมสงสารลูกชายตามสไบนางไป อุปมายืนเงียบไปอย่างใช้ความคิด ก่อนจะถอนใจออกมาอย่างอัดอั้นตันใจ
+ + + + + + + + + + + +
แรมเดินหน้าตาตื่นลงบันไดมาที่โถง หาเมธาวีและวิจิตราที่นั่งหน้าตาร้อนใจรออยู่
“เสื้อผ้าหายไปหลายชุดเหมือนกันค่ะ...กระเป๋าเดินทางก็หายไปใบนึงด้วย”
เมธาวีโกรธและน้อยใจ
“นี่เขาจะหนีเมไปถึงไหนคะคุณแม่”
วิจิตราหันไปตำหนิแรม
“แกอยู่บ้านของแกยังไง เจ้านายออกไปไหนถึงไม่รู้เรื่อง”
“ปกติคุณมาร์คไปไหนก็เรียกแรมขนของทุกที คราวนี้ไปเงียบๆเหมือนตั้งใจจะหลบไปนะคะ”
เมธาวีโกรธ ตวาดใส่
“แกไปให้พ้นหน้าฉันเลยนะแรม”
แรมค่อยๆเดินออกไป
“คงไปไม่กี่วันมั้งลูก”วิจิตราฉุกคิด เรียกไว้ทันที “แรม”
แรมผงะไปด้วยความตกใจ
“ขา”
“คุณมาร์คเอากระเป๋าเดินทางใบเล็กหรือใบใหญ่ไป”
“ใบไม่ใหญ่ไม่เล็กค่ะ”
“อย่ามากวนประสาทฉันนะ”
“แรมไม่กล้าหรอกค่ะคุณ แรมพูดจริงๆ ค่ะ”แรมนึกได้ “แต่ปกติคุณมาร์คจะใช้กระเป๋าใบนี้ตอนไปต่างประเทศเท่านั้นนะคะ”
วิจิตราตกใจ
“ไปต่างประเทศ”
เมธาวีฉุกคิด
“นังบีก็เดินทางวันนี้นี่คะ”เมธาวีน้ำตาคลอขึ้นมาด้วยความเจ็บช้ำ “อย่าบอกนะคะ ว่าคุณมาร์คตามมันไปอีก”
จิตราเข้ามาปลอบ
“ใจเย็นก่อนลูก อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปเลยนะ”
วิจิตราปลอบ แต่แววตาไม่สบายใจ กลัวจะเป็นยังนั้นอยู่เหมือนกัน เมธาวีเจ็บใจมาก
“เรื่องแค่นี้เมเช็คได้ไม่ยากหรอกค่ะ”
เมธาวีหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาเพื่อน จะให้ช่วยเช็ครายชื่อคนเดินทางออกนอกประเทศให้อย่างเจ็บใจมาก
+ + + + + + + + + + +
ภายในบ้านพักของอุปมาที่แลนด์มาร์คของอเมริกา...
อุปมาเดินลงมาจากชั้นบน สไบนางนั่งเปิดดูอัลบั้มรูปที่โซฟารับแขก
“นึกว่าเธอนอนพักในห้องซะอีก”
สไบนางปิดอัลบั้มรูปทันที
“ดูไปเถอะ ฉันไม่มีความลับอะไรหรอก...รอพ่อตื่นก่อนค่อยออกไปหาอะไรทานกัน ฉันเป็นไกด์ให้เอง”
อุปมายิ้มให้ สไบนางหน้านิ่ง จ้องหน้าอุปมา
“คุณจะยื้อไปอีกทำไม ไม่เหนื่อยมั่งรึไง”
อุปมายิ้มค้างไป
“เราคุยกันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันสงสารพี่เม พี่เมไม่สมควรตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ฉันไม่มีวันมีความสุขถ้าเป็นต้นเหตุให้พี่เมต้องทนทุกข์อยู่ยังงี้หรอก”สไบนางน้ำตาคลอๆ
“นึกๆ แล้วฉันก็อยากเป็นคนเห็นแก่ตัว แบบคนอื่นๆ มั่งจะได้หนีมาอยู่กับเธอซะที่นี่ ไม่ต้องกลับไปอีกเลย”
“ถ้านายเป็นคนแบบนั้น เราคงมาไม่ถึงวันนี้หรอก”
อุปมากับสไบนางมองตากัน สไบนางหลบสายตาเล็กน้อย
“น่าสงสารเด็กๆ ต่างจังหวัดด้วย คงไม่มีโรงเรียนใหม่ ห้องสมุด กับห้องน้ำสวยๆใช้”
อุปมาอึ้งปนงงเล็กน้อย
“เธอรู้ด้วยเหรอ”
“ทีนายยังแอบไปดูฉันสอนรำเด็กๆได้เลย”
อุปมาอึ้งไปอีก
“ความลับไม่มีในโลก”
สไบนางย่นจมูกใส่ ก่อนจะเดินไปขึ้นชั้นบน อุปมาฉวยมือสไบนางจับเอาไว้ สไบนางหันกลับมามองมืออุปมาที่จับมือตนก่อนจะเลื่อนสายตาไปจ้องหน้าของเขา...อุปมาส่งแววตารักและห่วงใยให้เธอ
“การแต่งงานกับนาย ไม่ใช่ฝันร้ายสำหรับฉันอีกแล้ว นายน่าจะพอใจเท่านั้น”
อุปมาจำใจ ยอมปล่อยมือ สไบนางรีบหลบสายตา เดินเลี่ยงขึ้นชั้นบนไป อุปมาได้แต่มองตามไปอย่างทำใจ
ตอนที่ 26.4
เมธาวีเดินคุยโทรศัพท์มือถือออกมาที่หน้าบ้าน รอปลายทางรับสาย แล้วคุยด้วยเมื่อรับสาย...
“ดิฉันขอสายเลขาคุณมาร์ค”เมธาวีฟังปลายสายก่อนตอบ “อ้าว เจอตัวพอดี ดิฉันเมธาวีนะคะ หวังว่าคงจำได้...”
เมธาวีเดินฟังอีกฝ่ายไปนั่งที่ม้าสนาม
“ฉันมีเรื่องอยากถาม ผู้หญิงที่ชื่อวิมาดายังทำงานอยู่ที่บริษัทรึเปล่า”
เมธาวีฟังคำตอบอย่างเสียดายก่อนถามกลับไป
“ยังมีเบอร์ติดต่อเขามั้ย”
เมธาวีรอฟังคำตอบอย่างอยากรู้
+ + + + + + + + + + + +
วิมาดาจอดรถที่ลานจอด กำลังจะก้าวลงจากรถ โทรศัพท์ มือถือดังขัดขึ้นพอดี วิมาดาดูเบอร์โทรที่ไม่คุ้นแต่ก็กดรับสายไปรำคาญๆ
“ขอโทษนะคะ ถ้าจะโทรมาอนุมัติวงเงินกู้พิเศษให้ หรือชวนสมัครเมมเบอร์โรงแรมอะไร ตอนนี้ไม่ว่างคุยนะคะ”
“ฉันเอง เมธาวี”
วิมาดาชะงักไปก่อนจะถามเสียงแข็ง
“ไปเอาเบอร์ฉันมาจากไหน”
“ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ มาเจอฉันได้มั้ย”
วิมาดาแปลกใจและสงสัย แต่ก็รับนัด...
ค่ำคืนนั้น...
วิมาดาเดินเชิดเข้าไปในร้านอาหาร กวาดตามองหาเมธาวี แล้วเดินดิ่งเข้าไปหา
“นั่งก่อนซิ”เมธาวีบอกหน้านิ่ง
วิมาดาดึงเก้าอี้ลงนั่ง
“มีธุระอะไรก็ว่ามา”
“เธอเคยไปบ้านมาร์คที่อเมริกามั้ย”
วิมาดาทำหน้ากวนๆ
“ไม่น่าถาม บ้านนั้นก็เหมือนกับเรือนหอของเรากลายๆ”
เมธาวีหมั่นไส้มาก แต่เก็บอาการ
“เธอถามทำไม”วิมาดาถามอย่างสงสัย
“ตอนนี้มาร์คอยู่ที่นั่นกับนังบี”
วิมาดาตกใจมาก
“ก็ไหนว่าเขาหย่ากันแล้วไงล่ะ”
เมธาวีใส่อารมณ์ไม่พอใจ
“ก็หย่าแล้วน่ะซิ แต่หนีตามไปอยู่ด้วยกันอีก”
เมธาวีเหล่มองกริยาอาการของวิมาดา เห็นว่าวิมาดาเผลอหึงหวงอย่างซ่อนไว้ไม่อยู่
“ฉันอยากรู้ที่อยู่บ้านมาร์ค”
“อย่าบอกนะว่าเธอจะตามไป ทั้งที่กำลังท้องอ่อนๆ”
“แน่นอน ถ้าเด็กจะต้องแท้งเพราะเดินทาง ก็ยังดีกว่าคลอดออกมาแล้วพ่อไปอยู่กับผู้หญิงอื่น”
วิมาดานิ่งขรึมไปอย่างใช้ความคิด
“เสียใจด้วยนะ ฉันจำไม่ได้”
เมธาวีพถามสวนเสียงแข็ง
“ทำไมจำไม่ได้”
“ฉันไปอยู่ที่นั่นกี่วันกันเชียว”วิมาดาแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆตัดบทด้วยการลุกขึ้น “หมดธุระแล้วใช่มั้ย เสียเวลา”
วิมาดาเดินกลับออกไป ครุ่นคิดในใจต้องทำอะไรบางอย่าง เมธาวีจิกตามองตามอย่างลุ้นๆ ว่าแผนหลอกใช้วิมาดา ไปก่อกวนอุปมาและสไบนางจะสำเร็จหรือไม่
+ + + + + + + + + + + +
เย็นนั้น ธนูขับรถมาตามทางไปคอนโด พร้อมคุยโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธกับหยาดฝนไปด้วย
“พี่กำลังไปหาวิที่คอนโดนะฝน เปิดสปีคเกอร์โฟนให้พี่ทิพย์ได้ยินด้วยตอนพี่พูดขอเลิกกับวิเขา”
ธนูกำลังจะเลี้ยวเข้าซอย เหลือบตาเห็นวิมาดาแต่งตัวพร้อมเดินทาง กำลังมองดูคนขับแท็กซี่ จัดกระเป๋าเดินทางใบกลางของเธอเข้าท้ายรถ ธนูรีบเข้าจอดข้างทาง เปิดไฟฉุกเฉิน แล้วลงจากรถไปทันที วิมาดากำลังขึ้นแท็กซี่ไปพร้อมๆ คนขับที่วิ่งไปขึ้นประจำที่นั่ง ธนูตะโกนเรียกพร้อมวิ่งไปหา
“วิ”
วิมาดาหันมอง ตกใจที่เห็นธนู
“คุณจะไปไหน”
วิมาดารีบเข้ารถไปปิดประตูทันที
“รีบออกรถเร็วเข้า”
ธนูวิ่งพุ่งไปที่แท็กซี่อย่างเร็ว
“รอก่อนวิ”
ธนูวิ่งไปถึงแท็กซี่พร้อมๆ กับแท็กซี่แล่นออกไป ธนูได้แต่ตบมือใส่ท้ายรถไปโครมใหญ่ เท้าสะเอวมองตามรถแท็กซี่ไป
“ไปไหนของเขาวะ”
ธนูหงุดหงิดปนสงสัยว่าวิมาดาจะไปไหน
+ + + + + + + + + + + +
หลายวันต่อมา...
สไบนางเดินลงมาจากชั้นบน มองไปทางหน้าบ้าน วิมาดาที่แอบซุ่มดูอยู่ รีบเบี่ยงตัวหลบแนบผนังบ้านให้พ้นกระจกประตู สไบนางเดินไปทางครัว มองอย่างแปลกใจที่เห็นอุปมาอยู่ในครัว อุปมานั้น ทำอาหารกลางวัน อย่างตั้งอกตั้งใจ ตัวอุปมาบังจนไม่เห็นว่าทำอะไรอยู่
“นึกว่าออกไปทำงานพร้อมคุณลุงซะอีก”สไบนางถาม
อุปมายิ้มแย้ม หันกลับมามองสไบนาง
“พ่อเป็นห่วงเธอ เลยให้ฉันอยู่เป็นเพื่อน”
สไบนางเหยียดปากใส่ วิมาดาแอบมองทางหน้าต่างบ้าน บานที่มองมาทางครัวได้ ด้วยความเจ็บช้ำกับภาพบาดใจ
“หิวแล้วซิ”
อุปมายิ้มแย้มอารมณ์ดี หันกลับไปยกอาหารฝรั่งสองจาน ที่ประดับประดาตกแต่งจนน่าทานออกมา
“ทานพร้อมกันเลยนะ กำลังร้อนๆอยู่เลย”
วิมาดาที่มองจากนอกหน้าต่างน้ำตาเอ่อท่วมขึ้นมา เธอนึกถึงภาพในอดีตของเธอกับอุปมา
ในอดีตนั้น...
อุปมากำลังยืนหันหลังปรุงอาหารอยู่ในครัวอย่างตั้งอกตั้งใจ วิมาดาในชุดอยู่กับบ้านเซ็กซี่ เดินเข้ามากอดเอวอุปมา หอมข้างแก้ม
“ทำอะไรอยู่คะ หอมจังเลย”
“ทานแล้วจะติดใจ”
วิมาดาชะโงกหน้ามอง
“ไม่น่าเชื่อ มาร์คทำอาหารเป็นด้วยเหรอ”
อุปมาหันมาเผชิญหน้า โอบเอว มองวิมาดาด้วยสายตารักมาก
“ปกติผมไม่เคยทำอาหารให้ใครทาน นอกจากพ่อกับแม่”อุปมาจ้องตาวิมาดา ส่งตาหวานเชื่อม “ผมจะทำอาหารให้เฉพาะคนที่ผมรักทานเท่านั้น”
วิมาดาจ้องตา ยิ้มชื่นใจ
“วิปลื้มใจจังเลยค่ะมาร์ค”
อุปมาจับมือวิมาดาเอาไว้ มองด้วยสายตารักมาก
“นอกจากแม่แล้ว วิคือผู้หญิงคนแรก และจะเป็นคนเดียวที่ผมจะทำอาหารให้ทาน”
วิมาดายิ้มปลื้มจนน้ำตาคลอ
“ขอบคุณค่ะมาร์ค วิรักคุณค่ะ”
วิมาดาสวมกอดอุปมาเอาไว้แน่น อุปมาหอมผมวิมาดาแล้วสวมกอดเอาไว้กระชับ
+ + + + + + + + + + + +
วิมาดาน้ำตาไหลซึมออกมา รีบยกมือขึ้นซับน้ำตาออก แต่ยังฝืนใจแอบมองเข้าไปในบ้าน เห็นอุปมาเดินยกจานอาหารนำมาวางที่โต๊ะอาหาร แล้วหันไปมองสไบนางที่ยืนนิ่งอยู่ทางครัว
“อย่าหยิ่งไปหน่อยเลยน่า เดี๋ยวไม่มีอะไรทานแล้วนะ”
อุปมาดันหลังสไบนางมาที่โต๊ะอาหาร สไบนางหน้างอนๆเอื้อมมือไปหยิกแขนอุปมาที่ดันหลังตนมาโต๊ะอาหารไม่หยุด อุปมาดึงเก้าอี้ให้สไบนางนั่งลง สไบนางยังคงปั้นหน้าปั้นปึงเล็กน้อย อุปมาห้ามใจไม่ไหวแอบหอมแก้มสไบนางหน้าตาเฉย สไบนางลุกขึ้นไล่ฟาดทันที อุปมาหนีแล้วยกมือยอมแพ้...
วิมาดาทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว ยอมรับความจริงหมดใจว่า สไบนางมาแทนที่ตนอย่างสมบูรณ์ วิมาดาเดินเลี่ยงกลับออกไปพร้อมๆ กับน้ำตาไหลซึมออกมา
+ + + + + + + + + + + +
วิจิตราหน้าตาร้อนใจ เดินออกมาตามหาเมธาวี ที่นั่งหน้าเครียดใช้ความคิดที่สนามหน้าบ้านไทย
“ลูกเม...ทำไมไม่ทานข้าวเลยทั้งวันแบบนี้ล่ะลูก”
เมธาวีหน้าตาไม่พอใจ
“นังแรมโทรไปฟ้องแม่เหรอคะ”
“อย่าไปว่าแรมมันเลย แม่เป็นคนสั่งเอาไว้เอง”วิจิตรานั่งลงข้างๆ “ทำไมไม่ทานอะไรเลยล่ะลูก นมหรือน้ำผลไม้ซักแก้วก็ยังดีนะ”
เมธาวีหน้าเครียด
“เมเหนื่อยจังเลยค่ะแม่ เราถอยตอนนี้ดีมั้ยคะ”
วิจิตราอึ้งๆ สงสัยเล็กน้อย
“เมพูดถึงเรื่องอะไร”
“ก็เรื่องคุณมาร์คน่ะซิคะ”
“ใจเย็นๆ ซิลูก ไหนลูกเมบอกแม่ว่าหลอกใช้นังวิมาดา ไปเป็นก้างให้แล้วไง หรือว่ามันไม่ได้ไป”
“เมเช็คแล้ว มันไปอเมริกาค่ะ แล้วไงคะแม่ มาร์คจะหาเรื่องถ่วงเวลาไปไหนต่ออีกคะ เมต้องตามง้อเขาไปยังงี้ตลอดชีวิตเลยเหรอ เมก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะคะแม่ แม่ก็รู้จักนิสัยเมดี ที่เมทำอยู่ทุกวันนี้ เมต้องกล้ำกลืนฝืนใจมากขนาดไหน”
เมธาวีน้ำตาไหลพรากอย่างกดดัน วิจิตราเอาน้ำเย็นเข้าลูบ จับมือลูกสาว
“แม่รู้จักเมดี แม่เข้าใจความอัดอั้นตันใจของลูกที่สุด แต่เมต้องเข้มแข็งเอาไว้ ยังไงเด็กในท้องก็ลูก คุณมาร์ค” วิจิตราเน้นเสียง “เขาต้องรับผิดชอบ”
เมธาวีเครียดจนเหลืออดแล้ว
“ถ้าเด็กไม่ใช่ลูกมาร์คล่ะคะ” เมธาวีลุกพรวดขึ้น “เรื่องมันไม่จบแค่แต่งงาน มันแค่ขายผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน ยังไงก็ไม่จบ”เมธาวีน้ำตาไหลออกมา
วิจิตราตกใจแทบช็อค ลุกตาม
“ทำไมเมพูดยังงี้ล่ะลูก ถ้าเมไม่ได้ท้องกับมาร์ค แล้วใครเป็นพ่อเด็ก”
วิจิตราจับมือเมธาวีไว้ คาดคั้น เมธาวีร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นอย่างที่สุดแล้ว วิจิตราร้อนใจมาก จับมือเมธาวี คาดคั้น
“บอกแม่ซิลูก ใครเป็นพ่อของเด็กกันแน่เม”
เมธาวีนึกแล้วขยะแขยง
“อย่าเพิ่งคาดคั้นเมได้มั้ยคะแม่”
เมธาวีสะบัดมือแม่จะวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน
ทันใดนั้นเธอก็ทรุดตัวงอไปกับพื้นสนามอย่างเจ็บปวด วิจิตราตกใจมากรีบวิ่งเข้าไปประคอง ด้วยความรักและเป็นห่วง
“เป็นอะไรลูกเม”
เมธาวีเจ็บปวด จนพูดไม่ออก
“ปวดท้องเหรอลูก”
วิจิตราเหลือบตามมองที่ช่วงต้นขาของลูกสาว เห็นทางเลือดไหลซึมมาเป็นทางบางๆ วิจิตราตกใจมาก มือไม้สั่น เห็นเลือดจะเป็นลม ตื่นตะหนก ตะโกนลั่น
“แรม...แรม ออกมานี่เร็วๆ...แรม”
วิจิตราหน้ามืดจะเป็นลมเพราะเห็นเลือด เมธาวีเจ็บปวดผสมกับตื่นตกใจ








กำลังโหลดความคิดเห็น...