xs
xsm
sm
md
lg

รอยมาร ตอนที่ 21

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ติดตามอ่านละครออนไลน์ได้ทาง www.manager.co.th ทุกวัน

รอยมาร ตอนที่ 21
 

วิจิตราตามเข้าไปลูบหลังเมธาวีในห้องน้ำ ที่อ่างล้างหน้า
“ดีขึ้นรึยังลูก”
“ค่ะแม่”
วิจิตราหยิบทิชชูให้ เมธาวีรับไปซับหน้าซับปาก วิจิตรามีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา จับไหล่เมธาวีให้หันมาจ้องหน้า
“แค่อาเจียนธรรมดา ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นใช่มั้ยลูก”
เมธาวีไม่กล้าสู้ตา วิจิตราชักกังวล
“เมมีอะไรปิดบังแม่อยู่ใช่มั้ย”
เมธาวีพยายามสู้ตาวิจิตรา
“เมก็ยังไม่แน่ใจนะคะแม่ แต่รอบเดือนเมยังไม่มาเลยค่ะ”
วิจิตราตกใจมาก
“อย่าบอกแม่นะว่าเมท้อง”
เมธาวีเครียดปนกังวลขึ้นมา

+ + + + + + + + + + + +

วิจิตราดูออกว่าเมธาวีท้องแน่ๆ จึงพาเมธาวีมานั่งคุยกับคุณหญิงรุจา และศตวรรษ บอกให้ทั้งสองคนรู้ แล้วพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ เมื่อคุณหญิงรุจาถามว่าใครเป็นพ่อของเด็ก
“ลูกเมจะไปท้องกับใครได้ ถ้าไม่ใช่นายมาร์คคะคุณแม่”
คุณหญิงรุจาและทศวรรต หันไปมองทางเมธาวีที่นั่งก้มหน้าซับน้ำตาอยู่
“อย่าเพิ่งคิดข้ามขั้นไปถึงเรื่องนั้นเลย เอาให้แน่ใจก่อนเถอะว่าท้องจริงรึเปล่า”
“ผมออกไปซื้อที่ตรวจให้ดีมั้ยครับ”ทศวรรตเสนอ
“ไปตรวจที่โรงพยาบาลเลยดีกว่า ถ้าท้องขึ้นมาจริงๆ จะได้มีเอกสารรับรองจากแพทย์”คุณหญิงรุจาตัดสินใจ
“จริงค่ะคุณแม่ เขาจะได้ไม่ว่าเราอ้างลอยๆ”วิจิตรายืนยัน
“แค่หมอรับรองว่าท้อง ก็ยืนยันไม่ได้หรอกครับ ว่าใครเป็นพ่อของเด็ก”
วิจิตราและเมธาวี หันขวับจ้องหน้าทศวรรตที่แย้ง
“ทศพูดแบบนี้ได้ยังไง เมไม่ใช่ผู้หญิงรักสนุกขึ้นเตียงกับใครง่ายๆนะ”
“ผมก็ไม่ได้ว่าเมนี่ครับ ผมพูดไปตามข้อเท็จจริง”
“เอาเถอะๆ ไปหาหมอก่อน แล้วค่อยว่ากัน”
คุณหญิงรุจาถอนใจออกมาแล้วลุกขึ้น ทศวรรตรีบประคองคุณหญิงรุจาพาเดินออกไป วิจิตราถอนใจหันมองไปทางเมธาวีที่นั่งเครียด
วิจิตราพาเมธาวีไปตรวจที่โรงพยาบาล จนแน่ใจว่าเมธาวีท้องจริงๆ เมธาวีได้แต่เงียบ ไม่พูดอะไรออกมาเลย

+ + + + + + + + + +

บารมีโทรตามสไบนางให้กลับมาบ้าน บอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย บ่ายวันนั้น อาทิตย์จึงขับรถมาส่ง
อาทิตย์ หยาดฝนยกมือไหว้บารมี ขณะที่สไบนางเดินเข้าไปกอดเอวบารมี
“เหนื่อยมั้ยลูก”
“ไม่หรอกค่ะ”
บารมีหันไปบอกอาทิตย์และหยาดฝน
“ลุงขอคุยกับบีตามลำพังซักครู่นะ”
“ครับคุณลุง”
“อย่าเพิ่งกลับกันนะ”สไบนางบอกทั้งสองคน
“งั้นไปนั่งเล่นที่สนามก่อนก็ได้ เดี๋ยวลุงให้เด็กเอาของว่างไปให้”
อาทิตย์และหยาดฝน พากันเดินเลี่ยงไปทางสนาม สไบนางถามอย่างสงสัย
“มีเรื่องอะไรเหรอคะคุณลุง ดูซีเรียสจังเลย”
“ไปนั่งคุยกันข้างในบ้านดีกว่า”
บารมีโอบเอวสไบนางพาเดินเข้าไปในบ้าน พบว่าอุปมานั่งรออยู่แล้ว
“เรื่องที่เราจะคุยกันวันนี้ ถือเป็นความลับระหว่างเราสามคน”
บารมีบอกทั้งสองคน บารมีเลื่อนมือไปบีบแขนสไบนางพร้อมหันมอง
“ลุงจะเป็นคนออกหน้าทุกอย่างให้เอง”
สไบนางหลบสายตาลง สีหน้าไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“เรื่องระหว่างมาร์ค บี แล้วก็หนูเม ยังไงก็ต้องมีคนเสียใจเพราะฉะนั้น...พ่อต้องเลือกทางออกที่จะมีคนเสียใจน้อยที่สุด”
สไบนางและอุปมา แอบเหลือบมองหน้ากันเล็กน้อย เจอตาอีกฝ่ายก็รีบหลบสายตา
"พ่อจะไม่ถามให้เราสองคน ต้องอึดอัดเคอะเขินก็แล้วกัน ถือว่าละไว้ในฐานที่เข้าใจ เอาที่บทสรุปเลย”บารมีหันมองทีละคนก่อนถาม”เราสองคน อยากหย่าขาดจากกันมั้ย”
อุปมาหันไปมองทางสไบนางสไบนาง รีบก้มหน้ามองพื้นทันที
“ถ้าทั้งคู่ตอบตรงกันว่าไม่ เราสองคนก็จะเป็นสามีภรรยา ที่ถูกต้องตามกฎหมายแบบนี้ตลอดไป”
สไบนางและอุปมาเหลือบตามามองกัน บารมีบอกอย่างหนักแน่น
“นาย บารมี บุญอนันต์ คนนี้จะออกหน้าสั่งห้ามหย่าเอง รับรองไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาขวางแน่ ขอแค่ได้ยินคำตอบจากเราสองคน ให้แน่ใจก่อนเป็นพอ...มาร์ค”
อุปมาหันมองหน้าบารมี
“ครับพ่อ”
บารมีสบตาอย่างรู้คำตอบกันอยู่แล้ว
“เราเป็นลูกผู้ชาย ตอบพ่อมาก่อนเราต้องการหย่าขาดจากบีมั้ย”
อุปมาเหลือบตามองไปทางสไบนางที่แทบจะกลั้นหายใจ ใจเต้นรัว อุปมามองหน้าบารมี อย่างมั่นใจในการตัดสินใจครั้งนี้
“ผม…”
ทันใด วิจิตราเดินเข้ามา....
“อยู่กันพร้อมหน้าพอดีเลยนะคะ”
ทุกคนหันมอง วิจิตราเดินหน้าตาบึ้งตึงเข้ามา ขัดจังหวะพอดิบพอดี
“คุณบารมี คงต้องสั่งให้มาร์คกับบี ไปหย่ากันที่เขตเดี๋ยวนี้เลยล่ะค่ะ”

อุปมาและสไบนางสบตากัน บารมีหันไปบอก...
“ขอเวลาผมอีกวันนึงได้มั้ยคุณจิตรา”
“เพื่อศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของลูกเม นาทีเดียวก็ไม่ได้ค่ะ”
ทุกคนงงๆ วิจิตราหยิบซองจดหมายของโรงพยาบาล ออกมาจากกระเป๋าถือยื่นให้บารมี
“นี่ค่ะคุณบารมี จดหมายรับรองจากคุณหมอว่าเมกำลังตั้งท้องกับคุณมาร์ค”
ทุกคนมีสีหน้าตกใจมาก อุปมาลุกพรวด
“เป็นไปไม่ได้ ผมไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเม กรุณาอย่าปรักปรำผม”
วิจิตราโวยวายทันที
“ตายแล้ว กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ที่พูดแบบนี้เธอจะไม่รับผิดชอบ กับสิ่งที่เธอทำไว้กับเมใช่มั้ย”
อาทิตย์ที่เดินตามวิจิตราเข้ามา แอบฟังอยู่มุมโถง อุปมาพูดอย่างหนักแน่น
“ผมยืนยันได้อย่างเดียว ผมไม่เคยล่วงเกินอะไรคุณเมเลย...ผมต้องการพบเมครับ”
“เมไม่พร้อมจะพบใครทั้งนั้น เมแพ้ท้องอย่างหนัก แต่ก็ไม่หนักเท่าความอับอาย ที่เธอทำเอาไว้กับเม”วิจิตราค้อนใส่
อาทิตย์มองมาที่สไบนางที่นั่งเงียบกริบ แล้วรีบเดินหลบออกไป บารมีหันไปบอก
“จดหมายรับรองจากหมอว่าหนูเมท้อง ก็ไม่ใช่หลักฐาน ว่าพ่อของเด็กจะต้องเป็นมาร์คนี่ครับ”
วิจิตราโกรธจนตัวสั่น
“พูดแบบนี้ดูถูกกันเกินไปแล้วนะคะ”วิจิตราจ้องหน้าสไบนาง”เธอจะหน้าด้านหน้าทนแย่งสามีพี่สาวได้ลงคออีกเหรอ สงสารเด็กตาดำๆ มั่งเถอะ”
สไบนางน้ำตาคลอๆ ลุกเดินหนีออกไปจากบ้านเลย ไม่อยากฟัง อุปมารีบเรียก
“บี”
สไบนางไม่ฟัง ผลุนผันออกไปอย่างเร็ว วิจิตราจ้องหน้าอุปมา
“มาร์คจะมารับรองเมกับลูกในท้องอย่างลอยๆไม่ได้นะ ต้องจดทะเบียนสมรสกับเมเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแทนบีเท่านั้น”
บารมีรีบขัด
“เอายังงี้นะครับ”บารมีเดินไปจับตัววิจิตรามาที่โซฟา”คุณจิตรานั่งสงบสติอารมณ์ตรงนี้ซักครู่”ผมขอคุยกับมาร์คตามลำพังก่อน ผมสัญญาว่าจะหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับหนูเม”
วิจิตราค้อนประหลับประเหลือก
“มาร์ค ไปคุยกับพ่อที่บ้าน”
บารมีเดินหน้าเครียดๆ นำออกไป อุปมาได้แต่ถอนใจส่ายหน้าอารมณ์เซ็งสุดๆ เหมือนโดนแบล็คเมล์ไม่มีผิด อุปมาเดินตามบารมีออกไป วิจิตราค้อนตามสองพ่อลูกตาเขียวด้วยความเจ็บใจปนไม่พอใจมาก

+ + + + + + + + + + + +

คุณหญิงรุจาสีหน้าเคร่งเครียด นั่งช่วยบังอรและยายจันทร์ ห่อขนมข้าวต้มมัด คุยกันไป เพื่อคลายความร้อนใจ ทศวรรตนั่งดูไปเพลินๆ
“คุณทศไม่ลองห่อซักมัดเหรอคะ”บังอรหันมาถาม
“รอแกะทานดีกว่าครับคุณบังอร”
“คำตอบเดียวกับคุณบีเป๊ะเลยค่ะ”จันทร์บอก
คุณหญิงรุจายิ้มบางๆ ลึกๆ ยังมีความกังวลเรื่องเมธาวี ขณะเดียวกัน อาทิตย์รีบร้อนเดินเข้ามาหาคุณหญิงรุจา
“สวัสดีครับคุณย่า”
คุณหญิงรุจารับไหว้
“อ้าว กลับมาแล้วเหรอ แม่บีล่ะ”
“อยู่บ้านคุณมาร์คครับ...รบกวนคุณย่าไปบ้านโน้นซักครู่ได้มั้ยครับ”
“มีอะไรรึเปล่าครับ”
ทศวรรตสงสัย อาทิตย์เล่าให้ฟังทันตอนที่ 23.2
อุปมาอธิบายให้บารมีฟัง ด้วยความร้อนอกร้อนใจ...
“พ่อจะเอาผมไปสาบานที่ไหนก็ได้ ผมไม่เคยล่วงเกินคุณเมเลย จูบปากก็ยังไม่เคย โอเค แอบหอมแก้มบ้าง แต่นับครั้งได้ คุณเมถือตัวยังกับอะไรดี”
บารมีถอนใจออกมา
“พ่อไม่เชื่อผมเหรอครับ”
“ทำไมพ่อจะไม่เชื่อแก ที่พ่อถอนใจ เพราะหนักใจว่าจะหาทางช่วยแก ให้พ้นจากเป็นแพะรับบาปได้ยังไง ถึงแกจะไม่ได้ทำเขาท้อง แต่เราก็ต้องช่วยกันคิดหาทางออกสวยๆให้หนูเมอยู่ดี”
อุปมาชะงักไป
ทางด้านสไบนาง ชวนหยาดฝนมาคุยด้วยกันที่ริมคลอง หน้าตาบึ้งตึงไม่พอใจ บ่นออกมาอย่างหงุดหงิด
“มักมากในกาม ทุเรศ”
“คุณมาร์คอาจจะพูดความจริงก็ได้นะบี”
“ถึงฉันจะไม่กินเส้นกับพี่เมเท่าไหร่ แต่ฉันก็มั่นใจว่าพี่เมไม่ใช่ผู้หญิงที่จะไปขึ้นเตียงกับใครง่ายๆ เขาไม่เคยมีประวัติ เข้าใจมั้ยฝน เขาถือตัวแค่ไหน เธอก็เห็น”
“น่าเสียดายเนอะ ทุกอย่างกำลังจะลงตัวอยู่แล้วเชียว”
สไบนาง ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย
“ฉันว่าน่าดีใจมากกว่า”สไบนางน้ำตารื้น ขึ้นมา”ฉันเกือบพลาดหลงกลคนเจ้าเล่ห์แล้วนะฝน”
หยาดฝนเข้าใจและเห็นใจเพื่อน ดึงสไบนางมาสวมกอดเอาไว้ หยาดฝนปลอบเพื่อน
“อย่าเพิ่งด่วนสรุปเลยนะบี รอให้ผู้ใหญ่จัดการดีกว่านะ”
สไบนางกอดซบหยาดฝน แอบน้ำตาซึมด้วยความผิดหวังในตัวอุปมา

+ + + + + + + + + + + +

คุณหญิงรุจาเดินเข้ามาที่โถงบ้านไทย เห็นวิจิตราที่นั่งไขว่ห้างอยู่ก็ตำหนิทันที
“ทำไมไม่ไปปรึกษากับแม่ก่อนจิตรา”
วิจิตราลุกขึ้นยืนรับหน้าคุณหญิงรุจา อาทิตย์และทศวรรตเดินตามเข้ามาติดๆ
“ก็หนูร้อนใจนี่คะคุณแม่ ลูกเมเอาแต่ร้องห่มร้องไห้ ไม่พูดไม่จา แล้วอาการมันก็จะเด่นชัดขึ้นทุกวัน หนูอดทนอีกนาทีเดียวก็ไม่ไหวค่ะ”
คุณหญิงรุจาถอนใจส่ายหน้า
“แล้วรีบร้อนมายังงี้เขารับเป็นพ่อเด็กมั้ยล่ะ”
วิจิตราหน้าเจื่อน ส่ายหน้า
“เป็นไง เสียหน้ากันหมด แทนที่จะกลับไปคุยกันที่บ้านก่อนทำใจร้อนเป็นเด็กๆ ไปได้”คุณหญิงรุจาถอนใจออกมา
“เมล่ะครับ”ทศวรรตถาม
“เมเขาเครียดมากไม่พร้อมจะเจอหน้าใครทั้งนั้นแหละ นี่ให้ลุงแก้วพานั่งรถเล่นไปไหนก็ไม่รู้ อีกซักพักก็คงกลับไปที่บ้านสวน”
“แล้วพ่อมี กับมาร์คล่ะ”คุณหญิงรุจาถาม
“พากันไปคุยที่บ้านโน้น”วิจิตราเหยียดปากหมั่นไส้”คงไปปรึกษาหาทางไม่รับผิดชอบยัยเมนั่นล่ะ หนูไม่ยอมหรอกนะคะคุณแม่”
“ดูคุณป้าจะปักใจเชื่อว่าคุณมาร์คเป็นพ่อเด็กซะจริงๆเลยนะครับ”ทศวรรตออกความเห็น
วิจิตราตาแข็งใส่
“มือไม่พาย อย่าเอาเท้าราน้ำหน่อยเลยนายทศ”
“จะใช่คุณมาร์คหรือไม่ใช่ เรามีทางพิสูจน์อยู่แล้วล่ะครับคุณน้า”อาทิตย์บอก
วิจิตราค้อนใส่อาทิตย์ ก่อนเดินนำกลับไปกระแทกตัวลงนั่งที่โซฟา ทศวรรตประคองคุณหญิงรุจาเดินไปนั่งด้วย อาทิตย์คิดถึงเหตุการณ์ที่เมธาวีเคยถูกชันษาข่มขืน แล้วรู้สึกหนักใจขึ้นมา...

+ + + + + + + + + + + +

อุปมาและบารมี เดินออกจากบ้านบารมี เพื่อจะกลับไปบ้านไทย สไบนางเดินสวนเข้ามาพอดีอุปมาและสไบนางต่างชะงัก สบตากัน สไบนางละสายตาไปมองบารมี
“บีมาตอบคำถาม ที่คุณลุงถามค้างไว้เมื่อเช้าค่ะ”
อุปมามองหน้าสไบนางอย่างไม่ละสายตา สไบนาง น้ำตารื้น
“บีต้องการหย่าค่ะคุณลุง”
อุปมาใจหายอย่างบอกไม่ถูก
“บีอยากไปเรียนต่อทันที”
“ฉันขอยืนยันอีกครั้ง ว่าฉันไม่เคยมีอะไรกับพี่สาวเธอเลย ไม่มีทางที่เขาจะท้องกับฉัน”อุปมาบอก
สไบนางจ้องหน้า สะกดอารมณ์
“นั่นมันปัญหาของนาย ที่ต้องไปเคลียร์กับพี่เมเอาเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันซะหน่อย ฉันไม่อยากรับรู้”
อุปมาวูบไป สไบนางพูดทั้งน้ำตาคลอท่วมขึ้นมาเรื่อยๆ
“ฉันต้องการหย่า ฉันต้องการชีวิตของฉันกลับคืนมา ฉันต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไปให้พ้นๆ จากเรื่องเฮงซวยพวกนี้ซะที เข้าใจมั้ย”สไบนางน้ำตาไหลออกมา
อุปมาเงียบกริบ พูดไม่ออก
“บีใจเย็นๆ ก่อนนะลูก ขอลุงกับมาร์คกลับไปคุยกับคุณจิตราก่อน ได้ขอสรุปยังไงแล้วเราค่อยมาคุยกันอีกที”บารมีเดินนำออกไปหน้าเครียดๆ
อุปมาและสไบนางสบตากัน สไบนางเบี่ยงตัวเดินเบียดไหล่อุปมากลับเข้าไปในบ้านบารมี อุปมาหันมองตามสไบนางไปอย่างไม่สบายใจมาก

+ + + + + + + + + + + +

หน้าบ้านสวน...
เมธาวีนั่งอยู่ที่เบาะหลังรถ ยังไม่คิดที่จะลงมา เธอนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วน้ำตาซึม เพราะรู้ดีว่าท้องกับชันษา เมธาวีน้ำตาไหลออกมา อย่างรู้สึกเจ็บแค้น ชิงชัง
ลุงแก้วที่เดินไปดูที่บ้าน กลับมาที่รถ เมธาวีรีบซับน้ำตาออก
“ไม่มีใครอยู่บ้านแล้วล่ะครับ ยายจันทร์บอกว่าไปบ้านคุณมาร์คกันหมด”
เมธาวีพยักหน้ารับ ลุงแก้วรีบเปิดประตูรถให้ เมธาวีเดินลงจากรถแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน พอพ้นมุมสนามก็เผชิญหน้าเข้ากับอาทิตย์อย่างจัง เมธาวีชะงัก
“ขอคุยอะไรด้วยเดี๋ยวซิเม”
“เมไม่มีอะไรจะคุย”เมธาวีเดินเลี่ยงไป
อาทิตย์พูดลอยๆตามโดยที่ไม่หันหลังไปมอง
“ผมรู้ว่าใครคือพ่อของลูกในท้องคุณ”
เมธาวีชะงัก หยุดกึก หันกลับมามองทางอาทิตย์ที่ยืนหันหลังให้ อาทิตย์นั้นลำบากใจมาก สงสารทั้งเมธาวีและเห็นใจสไบนาง แต่จำเป็นต้องพูด
เมธาวีเดินไปที่ศาลริมน้ำ ยืนร้องไห้เงียบๆ อาทิตย์เดินตามไป อาทิตย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังถอนใจก่อนตัดสินใจพูด
“ผมรู้ความจริง เรื่องที่เมถูกชันษาล่วงเกิน ตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้วล่ะแต่ผมเห็นว่าไหนๆ ชันษาก็ตายชดใช้ความผิดไปแล้ว คุณก็ไม่ควรต้องแปดเปื้อนเพราะเรื่องนี้อีก ผมขอร้องทุกคนที่เกี่ยวข้อง ให้ปิดเป็นความลับเพื่อเห็นกับชื่อเสียงของคุณ”
เมธาวีแดกดัน
“ฉันต้องกราบขอบคุณมั้ย”
“เมไม่จำเป็นต้องขอบคุณอะไรผม ผมทำด้วยใจ เพราะอยากช่วยเมจริงๆ”
เมธาวีหันกลับมามองหน้าอาทิตย์ น้ำตาท่วมตา
“ผมไม่อยากเห็นเม ปรักปรำคุณมาร์คแบบนี้เลย”
“อาทิตย์จะให้เมท้องไม่มีพ่อรึไง”
“ก็ชันษาไงครับ”
“ขยะแขยง คนชั้นต่ำสันดานชั่วอย่างนั้น ไม่มีสิทธิ์เผยอมาสืบสายพันธุ์เลวๆ กับคนอย่างเม”
“แต่ผมก็ทนไม่ได้ ถ้าความตั้งใจดีของผม ที่ช่วยปกป้องเม จะกลายเป็นต้นเหตุไปทำร้ายคนอื่น”
เมธาวีจ้องหน้า
“นี่อาทิตย์กำลังขู่เมเพื่อช่วยคนอื่นอยู่นะ อ๋อ อยากให้เพื่อนรักได้กับคุณมาร์คนักล่ะซิ”
“ต่อให้ไม่ใช่คุณมาร์ค ผมก็ไม่ยอมให้เมทำแบบนี้กับใครทั้งนั้น”
เมธาวีจ้องหน้า..
“อาทิตย์จะบอกความจริงกับทุกคน เพื่อขายเมงั้นเหรอ”
“อย่าหาว่าผมใจร้ายเลยนะเม ถ้าเมกับแม่ไม่หยุดกล่าวหาคุณมาร์ค”อาทิตย์สีหน้าเอาจริง”ใครคือพ่อของเด็กในท้องเม จะไม่ใช่ความลับอีกต่อไป”
เมธาวีโกรธจนแววตาสั่นระริก สะบัดมือตบหน้าอาทิตย์เต็มแรงฉาดใหญ่
“คนใจร้าย”เมธาวีน้ำตาไหลพราก
อาทิตย์จ้องเมธาวี เขม็ง
“ผมถามจริงๆเถอะ เมรักคุณมาร์คจริงๆ หรือเพราะเขาเพียบพร้อมเหมาะสมกับเมทุกด้านกันแน่”
เมธาวีชะงักไป
“ให้ผมเดา ผมว่าอย่างหลัง เพราะเมรักใครไม่เป็น”
เมธาวีจ้องหน้าอาทิตย์ แววตาสั่นระริกก่อนจะสะบัดหน้าเดินฉับๆ กลับออกไป อาทิตย์นิ่งเงียบไป ขบกรามแน่น ลำบากใจแต่ก็ต้องทำสิ่งที่ถูกต้อง

+ + + + + + + + + + + +

บารมีเดินตามหาสไบนางมาทางสนาม สไบนางนั่งทอดอารมณ์เซ็งๆ อยู่ที่ม้าสนามมุมหนึ่งบารมีเห็นสไบนางจึงเดินตามไปคุยด้วย อุปมาแอบมองตามไป แต่ไม่กล้าเดินเข้าไปหา...
“หนูบี”
สไบนางหันมามองบารมี
“ลุงขอนั่งคุยด้วยคนนะ”
สไบนางขยับตัวให้บารมีนั่ง บารมีนั่งลงโอบบ่าสไบนางแล้วบีบไหล่เบาๆ ให้กำลังใจ
“ไงเรา”
“บีไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย”
“ลุงเข้าใจ...ไม่ชอบก็อย่าไปคิด เอางี้ ปล่อยเรื่องนี้ ให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ช่วยกันคิดหาทางแก้ไขก็แล้วกัน “
สไบนางชำเลืองมองหน้าบารมี
“ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะแก้ปัญหานี้ บนพื้นฐานของความรักที่มีให้กับบี หนูเม แล้วก็มาร์ค ลุงรับรองว่าจะเป็นทางออกที่ดีกับทั้งสามคนที่สุด”
สไบนางหน้าขรึม
“ค่ะคุณลุง”
“ลุงอยากบอกบีไว้อย่างนึง บีจะเชื่อหรือไม่ก็สุดแล้วแต่บีนะลุงเลี้ยงมาร์คมากับมือ ลุงเชื่อว่ามาร์คไม่โกหกลุงแน่ๆ”
สไบนางสบตาบารมี
“ลุงอยากให้บีสบายใจได้ว่า มาร์คไม่ใช่พ่อของลูกในท้องของหนูเมอย่างแน่นอน”
สไบนางหลบสายตาไป อุปมาที่แอบฟังการสนทนาอยู่ ยิ้มบางๆ ออกมาอย่างโล่งใจหายห่วง บารมีจับไหล่สไบนางทั้งสองข้างให้หันมาเผชิญหน้า
“ลุงรู้ว่าช่วงนี้บีเครียดและอึดอัดใจมาก เอางี้นะ บีไปพักผ่อนเปลี่ยน บรรยากาศนอนเล่น
ที่คอนโดลุงที่หัวหินตั้งแต่วันนี้เลย”
สไบนางคิดตามอย่างเห็นด้วย
“เรื่องทางนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ของลุง บีไปเที่ยวพักผ่อนให้สบายใจ ได้ข้อสรุปยังไงแล้วลุงโทรไปบอกบีเอง…” บารมีสายตาเอ็นดู ห่วงใย”เลิกคิดเรื่องนี้ ดีลีทมันทิ้งไปจากสมองเลยตกลงมั้ย”บารมียิ้มให้
สไบนางยิ้มดีใจทั้งน้ำตา
“ค่ะคุณลุง”สไบนางสวมกอดบารมีเอาไว้
บารมีสวมกอดหลานสาวไว้แน่น
“ไม่มีใครจะฝันร้ายตลอดเวลาโดยไม่ตื่นหรอกนะบี หนูกำลังจะตื่นขึ้นมา พบกับชีวิตใหม่ที่สดใสกว่าเดิมแล้ว อดทนอีกนิดนะหลานรักของลุง”
สไบนางกอดซบบารมีเอาไว้ แอบน้ำตาซึมๆออกมา

+ + + + + + + + + + + +

บังอรและยายจันทร์ ช่วยกันพับเสื้อผ้าจัดใส่กระเป๋าเดินทางใบย่อมให้สไบนาง
“จัดไปเผื่อซักกี่วันดีคะคุณบังอร”ยายจันทร์ถาม
“คุณบีไม่ได้บอกซะด้วยซิ สักอาทิตย์นึงก็พอมั้ง ไม่พอค่อยให้ลุงแก้วขนไปให้ใหม่”บังอรเหลือบตาเห็นตุ๊กตาหมาปลอมนอนในตะกร้า “อุ๊ย เกือบลืมแน่ะ”
บังอรลุกไปหยิบตะกร้าตุ๊กตาหมา ยายจันทร์หันมองตาม
“คุณบีกำชับนักกำชับหนาว่าให้เอาไปด้วย เกือบลืมซะแล้ว”บังอรเอาตุ๊กตาหมาใส่กระเป๋า
“น่าสงสารคุณบีจังเลยนะคะคุณบังอร นี่คงเครียดมากไม่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้ว โดดน้ำโครมๆ มาเป็นเดือนๆแล้ว”
“ก็เพิ่งมีตอนคุณอาทิตย์มาหาวันก่อนแหละ”
“ก็แค่อึดใจด้วย”
บังอรพยักหน้าเห็นด้วย
“อายุแค่นี้ต้องมาเจอเรื่องอะไรก็ไม่รู้”
“พูดก็พูดเถอะคุณบังอร อิฉันไม่เข้าใจจริงๆ ก็จดทะเบียนแต่งงานกันหลอกๆ ทำไม๊เวลาจดทะเบียนหย่าถึงได้ยากเย็นนักหนา ก็ไม่ได้รักใคร่กันอยู่แล้ว จะมีเยื่อใยอะไรคะ จันทร์ไม่เข้าใจคนรวยจริงๆเลย”
ยายจันทร์พับผ้าไป ส่ายหน้าไม่เข้าใจ บังอรคิดตาม
“หรือกามเทพ จะเล่นตลกซะก็ไม่รู้นะยายจันทร์”
ยายจันทร์ฟังอย่างไม่ค่อยเข้าใจ ขณะที่บังอรสงสัยว่าอุปมา กับสไบนางอาจจะรักกันจริงๆ

เมธาวีนอนหันข้างหน้าเครียดบนเตียง ขณะที่วิจิตรายืนคุยอยู่ข้างๆ
“แม่จะกลับไปบ้านอัคราชนะเม ลูกไม่กลับไปพร้อมแม่จริงๆเหรอ”
“ไม่ค่ะ”
“คืนนี้แม่ต้องไปงาน แล้วพรุ่งนี้แม่จะมาอยู่เป็นเพื่อนก็แล้วกัน”วิจิตรานั่งลงข้างๆ ถอนใจ”แม่ไม่นึกเลยว่า คุณมาร์คก็ไม่ต่างจากผู้ชายเห็นแก่ได้คนอื่นๆ แม่ดูคนผิดไปจริงๆ...อาทิตย์ยังจะให้เกียรติลูกสาวแม่ซะมากกว่า”
เมธาวีเงียบกริบน้ำตารื้นๆขึ้นมา
“เมไม่ต้องกังวลไปนะลูก แม่จะไม่มีทางยอมให้เมท้องไม่มีพ่อเด็ดขาด ยังไงอุปมาก็ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของเขา”
เมธาวีน้ำตาไหลซึมออกมา รู้อยู่เต็มอกว่าอุปมากับตน ไม่เคยมีความสัมพันธ์เกินเลยกันมาก่อน แต่ต้องโกหกแม่ เพื่อรักษาศรัทธาที่แม่มีต่อตนเอาไว้

+ + + + + + + + + + + +

ลุงแก้วเดินมาเปิดประตูรถด้านหลัง รอให้สไบนางมาขึ้นรถ บารมีเดินออกมาส่งสไบนาง บังอรที่รออยู่ รีบเข้าไปหาแล้วสวมกอดกับสไบนางเอาไว้ บังอรปลอบโยน
“อย่าคิดมากนะคะ คุณบีของบังอรเป็นเด็กดี ปัญหาทุกอย่างต้องคลี่คลายไปด้วยดีค่ะ”
สไบนาง ยิ้มบางๆผละจากกอด
“ค่ะคุณบังอร บีเข้มแข็งขึ้นเยอะแล้ว”
สไบนางทำเบ่งกล้ามหน้าเป็นโชว์เล็กน้อย บังอรยิ้มสบายใจขึ้นหน่อย
“ดีแล้วล่ะค่ะ”
“คุณบังอรไปอยู่เป็นเพื่อนบีใช่มั้ย”บารมีถาม
“เปล่าหรอกค่ะ แค่มาส่งเฉยๆ คุณท่านดูเครียดมาก บังอรอยากอยู่ติดตัวท่านมากกว่าค่ะ”
บารมีพยักหน้ารับทราบ
“คุณบังอรอยู่เฝ้าคุณย่าเถอะค่ะ บีดูแลตัวเองได้ อีก 2-3 วัน ถ้าบียังไม่สมควรจะกลับมา ฝนจะตามไปอยู่เป็นเพื่อนค่ะ”
“มีปัญหาอะไรติดขัดก็โทรหาวิเชียรนะบี ลุงสั่งเอาไว้แล้ว”
“ค่ะ งั้นบีไปเลยนะคะ”สไบนางยกมือไหว้บารมี
บารมีลูบหัวสไบนาง
“เดินทางปลอดภัยนะลูก ถึงแล้วโทรหาลุงทันทีเลยนะ”
“ค่ะ”
“เดี๋ยวคุณบังอรติดรถไปลงที่หน้าบ้านด้วย”
บังอรและสไบนางจูงมือกันเดินไปขึ้นรถ สไบนางหันกลับมามองทางตัวบ้าน ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเป็นมุมที่เห็นอุปมายืนอยู่ แอบมองมาทางตนอยู่พอดี อุปมาก็ตกใจ ผงะไปเหมือนกัน ไม่คิดว่าสไบนางจะหันมองมาทางตน ทั้งคู่สบตากันระยะไกล
อุปมาพยายามจะตัดใจให้ได้ สไบนางเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ต่างหลบตาอุปมาก็เดินเลี่ยงไป พร้อมๆกับที่สไบนางขึ้นรถไป

+ + + + + + + + + + + +

ค่ำคืนนั้น...
คุณหญิงรุจานั่งสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ที่โซฟารับแขก เมธาวีเดินหน้าเรียบเฉยออกมาหา
“คุณย่าอยากพบเมเหรอคะ”
คุณหญิงรุจาพยักหน้ารับ
“มานั่งข้างย่าซิเม ย่ามีเรื่องอยากคุยด้วย”
เมธาวีสีหน้าปั้นปึง เดินมานั่งข้างคุณหญิงรุจา แต่เว้นระยะเล็กน้อย
“คุณบารมี สั่งอะไรคุณย่ามาบอกเมเหรอคะ”
คุณหญิงรุจาเสียงแข็ง
“เม ไม่มีใครมาสั่งอะไรย่าได้ทั้งนั้นล่ะ”
“เหรอคะ”
คุณหญิงรุจาสูดหายใจลึก พยายามคุมอารมณ์
“ย่าห่วงเมมากนะลูก ย่าพร้อมรับฟังเม และให้คำปรึกษากับเมทุกเรื่อง”
เมธาวีถอนใจยาวออกมา คุณหญิงรุจาเห็นท่าทางอย่างนั้น ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเหมือนกัน แต่พยายามรักษาอารม์ พูดในสิ่งที่คิดไว้...
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราสองคนย่าหลาน เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็น กั้นขวางเราอยู่ ยิ่งโต เมก็เหมือนยิ่งห่างย่าออกไปทุกที...ย่าภูมิใจมากนะเม ที่เมได้ดิบได้ดี เจริญก้าวหน้าขึ้นทุกวัน ส่วนบีเหมือนเด็กเหลวไหลไม่ได้เรื่อง ยิ่งเห็นเมก้าวหน้า ใจย่าก็อยากให้น้องได้ดีเจริญรอยตามเม...เมฟังย่าอยู่รึเปล่าลูก”
“พูดเถอะค่ะคุณย่า เมกำลังฟังอยู่”
คุณหญิงรุจาเลื่อนมือไปจับแขนเมธาวี
“ชีวิตคนเราก็ต้องเดินต่อไปข้างหน้า ทางอาจจะเรียบ คดเคี้ยว ต้องบุกป่าฝ่าหนามหรือต้องปีนขึ้นเขาสูงบ้าง แต่เราก็ภูมิใจที่เราได้อยู่เหนือกว่า มาได้ไกลกว่าคนหลายคนไม่ใช่เหรอ”
เมธาวีฟังแล้วคิดตาม อดน้ำตารื้นๆ ขึ้นมาไม่ได้
“เมมาถึงตรงนั้นแล้วค่ะคุณย่า”
คุณหญิงรุจาพยักหน้ารับ เข้าใจความรู้สึกหลาน บีบแขนไว้เบาๆ
“ยิ่งเราอยู่สูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นจุดสนใจมองของคนทั่วไป สิ่งนี้แหละ...คือความสำคัญของการเดินทางของชีวิต เราต้องไต่เต้าเดินต่อไปอย่างสง่างามนะเม”
เมธาวีกัดริมฝีปากแน่น นึกถึงเรื่องเลวร้ายที่ตนต้องเผชิญอยู่
“แล้วสิ่งที่เมเผชิญอยู่ตอนนี้ มันใช่ความผิดของเมเหรอคะคุณย่า ทั้งหมดเป็นความผิดของเมเหรอคะ”
“ย่าไม่ได้ว่าเมเป็นคนผิด เมเข้มแข็งมาก ที่ย่าพูดมาทั้งหมดก็เพื่อจะบอกว่า เราทุกคนพร้อมร่วมรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเม”
เมธาวีงง
“คุณย่าพูดยังงี้หมายความว่ายังไงคะ”
“พี่จะแต่งงานกับเม” เสียงทศวรรตดังขึ้น
เมธาวีตกใจมาก หันมองไปทางทศวรรต ที่เดินเข้ามาอย่างได้จังหวะ เพราะเตรียมกับคุณหญิงรุจาไว้พร้อมแล้ว
“เมไม่รังเกียจพี่ใช่มั้ย”
เมธาวีตอบกลับด้วยความรู้สึกต่อต้าน...
“เมทำยังงั้นไม่ได้ เมเอาเปรียบพี่ทศไม่ได้ค่ะ”
“เมไม่ได้เอาเปรียบพี่ พี่เต็มใจแต่งงานกับเมจริงๆ”
เมธาวีลุกขึ้นยืน พร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่ค่ะ เมไม่ต้องการความเวทนาจากใคร อย่ารู้สึกสงสารเมนะคะ ทุกคนอย่ามีความรู้สึกแบบนี้กับเมเป็นอันขาด เมจะรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยตัวของเมเอง”
เมธาวีน้ำตาร่วง เดินเร็วๆออกไปจากบ้านทันที ทศวรรตหันมองหน้าคุณหญิงรุจา ที่เคร่งเครียดไป ทศวรรตตัดสินใจเดินตามเมธาวีออกไป คุณหญิงรุจาได้แต่มองตามออกไปอย่างหนักใจ

+ + + + + + + + + +

เมธาวีเดินหนีออกมาที่หน้าบ้านสวน ทศวรรตเดินตามออกมาติดๆ
“เมจะรับผิดชอบคนเดียวได้ยังไง”
เมธาวีหันขวับมาจ้องหน้าทศวรรต
“คุณมาร์คเขาไม่ยอมรับว่าเด็กเป็นลูกของเขา พี่ตามคุณย่าไปคุยมาได้ยินกับหู ว่าต้องตรวจดีเอ็นเอมาพิสูจน์กันเลย”
เมธาวีหน้าเครียดหลบสายตา
“เมมีหน้าที่การงานสูง จะปล่อยให้ท้องโตขึ้นมาทุกวัน ประจานตัวเองว่าท้องไม่มีพ่อยังงั้นเหรอ”
เมธาวีน้ำตาท่วม
“หยุดได้แล้วพี่ทศ”
“แต่งงานกับพี่เถอะเม นี่คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเม”
เมธาวีพูดสวนทั้งน้ำตา
“ไม่ ได้ยินชัดมั้ยคะว่าเมไม่แต่งกับพี่ พี่ทศไม่ใช่คนก่อ พี่ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้”
“พี่ทำทุกอย่างได้เพื่อเม เพื่ออัคราช เพื่อตอบแทนพระคุณของคุณย่า”
เมธาวีสะกดกลั้นอารมณ์จ้องหน้าทศวรรต
“จริงๆ แล้วพี่ทศทำเพื่อบี ไม่ใช่เพื่อเม”
“ทำไมเมคิดแบบนี้”
“ทำไมเมจะไม่รู้ พี่รักบีมากกว่าเมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พี่ทศคง อยากเห็นบี ได้เป็นเมียของมาร์คมากกว่าเม”เมธาวียิ้มเหยียดใส่”ใช่ซิตอนนี้พี่เป็นบุญอนันต์แล้วนี่ ต้องอยากสร้างผลงานเอาใจคุณพ่อคนใหม่เป็นธรรมดา”
“เม...ไปกันใหญ่แล้วนะ ทำไมดูถูกความหวังดีของพี่แบบนี้”
ความรู้สึกของเมธาวีนั้น ทั้งเจ็บใจ หมั่นไส้ อิจฉาสไบนางปะปนเข้ามา
“เก็บความหวังดีของพี่ทศเอาไว้เถอะ เมไม่ต้องการ”เมธาวีเหยียดปากดูถูก”เมมั่นใจว่า
น้องสาวสุดที่รักของพี่ทศ ต้องยอมขึ้นเตียงเป็นเมียมาร์คไปแล้วแน่ๆ ไม่งั้นมาร์คคงไม่หลง ขนาดไม่ยอมหย่าด้วยหรอก”
“ถ้าบีจะทำยังงั้นจริง ก็ไม่แปลก กรณีของบีกับคุณมาร์ค ก็ไม่ต่างอะไรจากการคลุมถุงชน เขาสองคนก็เข้าพิธีแต่งงานครบถ้วน แถมจดทะเบียนสมรสอีกต่างหาก ถ้าเขาเกิดพิศวาส อยากมีอะไรกันตามวิสัยสามีภรรยา มันผิดตรงไหน”
เมธาวีโกรธจัด เสียงดัง
”พี่ทศ”
เมธาวีพูดไม่ออก เถียงไม่ขึ้น เดินกระแทกไหล่ทศวรรตเดินกลับเข้าบ้านไป ทศวรรตมองตามพร้อมส่ายหน้าในความไม่เข้าท่า ไร้เหตุผลของเมธาวี

+ + + + + + + + + + + +

ในห้องคอนโดหรู...
ซีดีซีรีย์เกาหลีวางสูงเป็นตั้ง สไบนางนั่งกินไอศกรีมจากกล่องใหญ่ ได้ดูซีรีย์สนุกๆ กับกินไอศกรีมหวานอร่อย ก็น่าจะทำให้อารมณ์ดีมีความสุข แต่เปล่าเลย สไบนางกลับมีสีหน้าเซ็งๆที่จอโทรทัศน์ ขณะที่นางเอกสีหน้าโกรธจัด ทุบประตูห้องโครมๆ
“เปิดประตูห้องออกมาคุยกันเดี๋ยวนี้เลยนะ กล้าๆหน่อย ผู้ชายรึเปล่า”
ประตูห้องเปิดออก สไบนางเห็นเป็นอุปมา กอดอกหน้ากวนๆ จ้องนางเอก สไบนางไอสำลักไอติมเล็กน้อย ก่อนจะเพ่งมองทีวี อุปมาค่อยๆ กลายเป็นพระเอกละครของเรื่องตามปกติ
“บ้าแล้วๆ”
สไบนางกระแทกกล่องไอศกรีมลงโต๊ะ กดปิดทีวี หงุดหงิด
“เป็นบ้าอะไรเนี่ย”
สไบนางขยี้หัว เหลือบตาไปเห็นตุ๊กตาหมาในตะกร้า แล้วรีบเอาหมอนอิงปิดทับเอาไว้
“มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน”
สไบนางฉวยหมอนอิงอีกใบ มากดทับหน้าตัวเองด้วย ไม่รู้จะทำยังไงดี ไม่ให้คิดถึงอุปมา
เมธาวีนั่งคุยโทรศัพท์มือถือกับอาทิตย์อยู่บนเตียง สีหน้าเครียด แต่พูดจาอ่อนหวาน...
“นอนรึยังคะ”เมธาวีฟังก่อนพูดต่อ”โทษทีที่โทรมารบกวน แต่เมนอนไม่หลับจริงๆ ถ้าไม่ได้คุยกับอาทิตย์ให้รู้เรื่อง”
“เมมีอะไรไม่สบายใจก็พูดมาเลย หรืออยากให้ผมช่วยอะไรก็บอก อย่าลืมว่าเราเป็นเพื่อนกันนะเม”อาทิตย์บอกอย่างจริงใจ
“ได้ยินอาทิตย์พูดแบบนี้เมก็สบายใจ เมอยากให้อาทิตย์ปิดเรื่องชันษา ที่ทำเลวๆ กับเมไว้เป็นความลับ”
“ถ้าผมคิดจะพูดเรื่องนี้คงพูดไปนานแล้วล่ะ ถ้าเมไม่คิดให้ร้ายคุณมาร์ค เรื่องนี้จะเป็นความลับตลอดไป”
“โอเค เมจะหยุด แต่ถ้าเขายังอยากจะแต่งงานกับเมเอง จะมาโทษเมไม่ได้นะ”
“โอเค”
“งั้นตกลงตามนี้ เมจะไม่บังคับให้มาร์ครับเป็นพ่อเด็ก แต่ยังไงบีก็ต้องหย่ากับมาร์ค มันคนละเรื่องกัน หวังว่าอาทิตย์คงจะแยกออก”
เมธาวีกดตัดสายทันทีที่พูดจบ แล้วลุกไปหยิบยานอนหลับหลายเม็ดมากิน พร้อมดื่มน้ำตามไป เธอต้องการจะหลับ เพื่อลืมปัญหาทั้งหมดไป

+ + + + + + + + + + + +

เช้าวันใหม่...
บารมีเดินคุยกับคุณหญิงรุจา อยู่ภายในบริเวณวัด คุณหญิงรุจาเล่าเรื่องที่ศตวรรษขอเมธาวีแต่งงานให้ฟัง
“พ่อทศเป็นคนดี หนักแน่น มีเหตุผล ที่สำคัญ เขาคิดถึงตัวเอง ควบคู่ไปกับชีวิตเด็กที่จะเกิดมา เหมือนเวรกรรมผูกพันนะพ่อมี...กงล้อกรรม”
“คุณน้าหมายถึงอะไรครับ”
“ขัตติยากับทศ ศรีอำไพกับบี แล้วก็มายัยเมกับ...เอ่อ...ดูเหมือนทุกอย่างที่ประมุขทำเอาไว้ กลับตกสนองมาที่เมทั้งนั้น”
คุณหญิงรุจาถอนใจออกมาแทนการพูดต่อ บารมีตัดสินใจพูด...
“ถ้าเมแต่งงานกับทศได้ ผมจะยินดีมาก ผมเห็นใจหนูเม ถึงเขาจะต้องเจ็บปวดขมขื่นแค่ไหน ผมก็หวังว่าเขาคง...ไม่คิดขัดขวางการเกิดของชีวิตบริสุทธิ์นะครับ”
“น้าก็ไม่กล้าหวังอะไรมากหรอกนะ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป แล้วยัยเมก็เป็นหลานที่ดูห่างเหินกับน้า จนน่าใจหาย เขาติดยศติดเกียรติ หน้าใหญ่ใจโต ยกตัวสูงส่งกว่าคนอื่น เหมือนพ่อกับแม่เขา”
“ผมก็ภาวนาว่าหนูเมจะยอมแต่งงานกับทศ มากกว่าเลือกทางออกด้วยการทำแท้ง มันจะเป็นบาปกรรมติดตัวหนูเมไปไม่จบสิ้น”
“ถ้าถึงที่สุดแล้ว พ่อมีสามารถหยุดกงล้อกรรมนี้ได้ ด้วยการสั่งมาร์คให้เสียสละยอมแต่งงานกับเมล่ะ พ่อมีจะทำมั้ย”
บารมีมองหน้าคุณหญิงรุจา
“แล้วคุณน้าทนเห็นหนูบี ต้องผิดหวังเสียใจได้รึเปล่าล่ะครับ”
คุณหญิงรุจาเงียบไป เครียดขึ้นมาไม่แพ้กัน

+ + + + + + + + + + + +

สไบนางเดินเล่นอยู่ชายหาดยามสาย เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น..สไบนางหยิบมาดูเบอร์โชว์ กดรับ
“สวัสดีค่ะคุณลุง”
“วันนี้บีพักผ่อนให้เต็มที่นะลูก พรุ่งนี้เช้าลุงจะให้คนรถไปรับหนู กลับมาจดทะเบียนหย่ากับมาร์ค”
สไบนางเงียบกริบไป
“บีได้ยินลุงพูดมั้ยลูก”
“ค่ะคุณลุง”สไบนางซึมไปทันที
ทางด้านบารมี กดตัดสายโทรศัพท์มือถือแล้ว หันมามองอุปมา ที่นั่งรอรับคำสั่งอยู่ที่โถงบ้าน
“พรุ่งนี้เราไปรอบีที่เขตได้เลย”
“ครับพ่อ”
“ส่วนเรื่องแต่งงานเมเขาไม่ได้บังคับอะไรแก...สุดแล้วแต่แกจะเชื่อหรือเปล่า จะพิสูจน์เมื่อไหร่ก็ได้”
“แต่ผมกับเม ไม่เคย...”
บารมียกมือห้าม
“ทศวรรตก็ไม่ได้เป็นพ่อเด็กเหมือนกัน เขาเต็มใจเสียสละแทนทุกคนแล้ว อยู่ที่เมจะยอมรับน้ำใจรึเปล่าก็เท่านั้น”
อุปมาเงียบไปอย่างคิดตาม
“สิ่งที่แกจะแสดงน้ำใจกับหนูเมได้ตอนนี้ ก็คือหย่าขาดกับบีให้เร็วที่สุด”
อุปมาซึม
“หลังจากนั้น ก็ปล่อยให้โชคชะตาเป็นตัวกำหนดก็แล้วกัน”
บารมีตบบ่าอุปมาด้วยความรู้สึกเข้าใจและเห็นใจ บารมีเดินหน้าเครียดกลับขึ้นบ้านไป ปล่อยให้อุปมานั่งทำใจไปโดยลำพัง

+ + + + + + + + + + + +

วิจิตราเดินเร็วๆไปที่ห้องนอนเมธาวี พลางต่อว่ายายจันทร์ไปด้วย...
“นี่ไม่มีใครสนใจลูกเมเลยรึไง ปล่อยให้นอนอยู่ในห้องจนเที่ยง กินอะไรรึยังก็ไม่รู้”
“จันทร์ทำงานอยู่ที่สวน ไม่ทันได้ขึ้นบ้านมานี่คะ”ยายจันทร์บอก
วิจิตราบ่นไม่หยุด
“ไม่มีใครใส่ใจยัยเมซักคน หายไปไหนกันทั้งบ้านล่ะ”
“คุณทศไปทำงานให้คุณบารมี คุณท่านไปวัดแล้วไปซื้อของต่อกับคุณบังอรค่ะ”
“ยัยเมยิ่งกำลังเครียดอยู่ ปัญหารุมเร้าขนาดนี้ ปล่อยให้อยู่คนเดียวตามลำพังได้ยังไง”
วิจิตราเดินมาเคาะประตูหน้าห้องนอนเมธาวี
“เม...เปิดประตูให้แม่หน่อยซิลูก”
ไม่มีเสียงตอบ
“ลูกเม...”วิจิตราเคาะประตู
ยายจันทร์ช่วยเรียก
“คุณเมคะ คุณเม”
ยังเงียบไม่มีเสียงตอบเช่นเคย วิจิตราชักร้อนใจ ทุบประตูแรงขึ้น
“เม ได้ยินแม่รึเปล่า เปิดประตูห้องเดี๋ยวนี้นะ”
ยายจันทร์เอาหูแนบประตู
“เงียบกริบเลยค่ะคุณ”
“มีกุญแจสำรองมั้ย ไปเอามาซิ”
“ค่ะ”
เมธาวีเปิดประตูหน้าโทรม ตาโหลออกมาขัดซะก่อน เมธาวีตวาด หงุดหงิด
“โวยวายอะไรกันคะคุณแม่”
“ทำไมไม่ตอบแม่ล่ะเม แม่ตกใจหมดเลย ทานข้าวทานปลารึยังลูก”
“เมไม่หิว”
“ไม่หิวก็ต้องทาน”
“จะทานให้มันโตไวรึไงคะ”
“เม…”
เมธาวีหน้าบึ้งตึงเดินปึงปัง กลับไปกระแทกตัวนั่งที่เตียง
“ไปเตรียมอาหารเบาๆ ขึ้นมาให้คุณเมหน่อยไป”
“ค่ะคุณ”ยายจันทร์รีบเดินออกไป
วิจิตราเดินไปนั่งข้างเมธาวี
“อย่าทำแบบนี้ซิเม กลับไปอยู่บ้านอัคราชกับแม่ดีมั้ย”
“ไม่ค่ะ เมจะอยู่เป็นก้างขวางคอพวกมันอยู่ที่นี่ล่ะ พรุ่งนี้แม่โทรไปลางานให้เมด้วยนะคะบอกว่าไม่สบาย”
“ลากี่วันดีลูก”
“ไม่มีกำหนด”เมธาวีน้ำตารื้นขึ้นมา”เมทนสู้หน้าใครไม่ได้หรอกค่ะแม่ เมท้องไม่มีพ่อ ต้องมีแต่คนสมน้ำหน้าเม นินทาเมกันสนุกปาก”เมธาวีน้ำตาท่วม”เมรับไม่ได้ค่ะแม่”
เมธาวีร้องไห้โฮออกมา แล้วลุกเดินเร็วไปเข้าห้องน้ำปิดประตูโครม วิจิตรามองตามเมธาวีอย่างสงสารเห็นใจที่สุด

+ + + + + + + + + +

ค่ำคืนนั้น...
สไบนางในชุดนอน เก็บเสื้อผ้าพับใส่กระเป๋า เหลือบตามองตุ๊กตาหมาแล้วค้อนใส่
“เดี๋ยวก็ทิ้งไว้ที่นี่ซะเลย”
เสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะ สงสัย เดินไปดูตาแมวก็ไม่เห็น สไบนางตะโกนถาม
“ใครน่ะ”
ไม่มีเสียงตอบ สไบนางหันมองซ้ายขวา หาอาวุธติดมือป้องกันตัว สไบนางไปฉวยร่ม ที่เสียบกระบอกอยู่ข้างประตูขึ้นมาถือกระชับ จากนั้นจึงเปิดประตูออก จึงเห็นอุปมาที่ยืนเศร้าๆ ซึมๆ ยืนอยู่หน้าห้อง สไบนางอึ้งไป
อุปมาเดินเข้ามาสวมกอดสไบนางเอาไว้ อย่างไม่ให้ทันตั้งตัว สไบนางตกใจมากแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน
“ฉันมีเรื่องอยากบอกเธอ ก่อนที่เราจะต้องหย่ากัน”
สไบนางเหมือนถูกสาปนิ่งสงบในอ้อมกอดของอุปมา ไม่มีขัดขืน นอกจากน้ำตาที่เอ่อท่วมขึ้นมา
“ฉันคิดว่า ฉันแอบรักเธออยู่”
สไบนางน้ำตาไหลออกมาเลย ร่มที่ถืออยู่ในมือตกพื้นไป แขนขาหมดแรงที่ได้ยินคำสารภาพนี้ อุปมากอดสไบนางไว้แน่น
“ฉันอยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ ฉันไม่อยากหย่า ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
สไบนางร้องไห้ออกมา สวมกอดอุปมาเอาไว้แน่นเช่นกัน
“คืนนี้ฉันขออยู่กับเธอ อย่าไล่ฉันกลับไปเลยนะบี”
สไบนางได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น อยู่ในอ้อมกอดของอุปมา ไม่มีคำพูดใดๆจากปากสไบนาง
แต่อารมณ์ และภาษากายที่แสดงออก ก็ตอบแทนคำพูดทุกอย่างได้เป็นอย่างดี

(อ่านต่อหน้า 2 )












รอยมาร (ต่อ)

ตุ๊กตาหมานอนอยู่ในตะกร้ากลางเตียง ด้านซ้ายเป็นสไบนางนอนเอียงข้างลืมตา เพราะนอนไม่หลับ ด้านขวาอุปมานอนกอดอกอยู่ แต่หันหน้ามองทางสไบนางตลอดเวลา
อุปมารวมความกล้า ค่อยๆเลื่อนมือไปจับกุมมือสไบนาง ที่วางไว้ข้างลำตัวไว้เบาๆ สไบนางน้ำตาคลอๆ ขึ้นมา อุปมาใช้มืออีกข้างยกตะกร้าน้องหมาไปไว้อีกข้างทางด้านปลายเตียง แล้วตนขยับตัวแนบชิดสไบนาง ซุกหน้ากับต้นคอเด็กสาว สไบนางไม่ปฏิเสธ บีบมืออุปมาเอาไว้แน่น อุปมาค่อยๆเอื้อมมือไปกอดสไบนางแนบตัวเอาไว้
“ฉันไม่อยากให้เช้าเลย อยากอยู่กับเธอแบบนี้ไปทุกวัน”
สไบนางซึ้งใจ น้ำตาไหลซึมออกมา ก่อนจะขยับตัวหันมามองหน้า อุปมาเองก็น้ำตาท่วมตา มองหน้าสไบนางอย่างไม่ละสายตาทั้งคู่จ้องตากันและกัน
“ฉันรักเธอนะบี”
อุปมาน้ำตาค่อยๆไหลซึมออกมา จากความอัดอั้นตันใจ สไบนางค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นซับน้ำตาให้ ทั้งคู่มองตากันในระยะใกล้ อุปมาค่อยๆ โน้มหน้าลงจูบปากสไบนาง ขาของอุปมาขยับเปลี่ยนที่ เพราะเลื่อนตัวไปกอดสไบนาง พลาดไปเตะตะกร้าน้องหมาตกไปจากเตียง น้องหมาตกไปนอนหงายกับพื้นข้างเตียง อย่างไม่มีใครสนใจ...

+ + + + + + + + + + + +

เช้าวันใหม่ เมธาวีมีอาการผะอืดผะอม วิ่งไปอาเจียนที่สนามข้างบ้าน แต่อาเจียนไม่ออก เมธาวีสูดหายใจลึกอย่างเครียดๆ หันกลับมาต้องชะงัก เมื่อเห็นทศวรรตยืนมองตนอยู่อย่างเห็นใจ
“อาการทุกอย่างจะชัดเจนขึ้นทุกวัน เมต้องรีบตัดสินใจ”
เมธาวีบอกอย่างเด็ดเดี่ยว
“เมตัดสินใจไปแล้วค่ะ ยังไงเมก็ไม่แต่งกับพี่ทศ”
เมธาวีเดินเลี่ยงไป ทศวรรตกังวลใจ
“พี่หวังว่าเมคงไม่คิดทำแท้งหรอกนะ”
เมธาวีหยุดกึก
“มันจะเป็นบาปกรรมติดตัวเมไปตลอดชีวิต...ชีวิตบริสุทธิ์ต้องเกิดมา เพราะความพลั้งพลาด ความไม่ยับยั้งช่างใจของเราเอง...”
เมธาวีหันมาสวนทั้งน้ำตาคลอ
“มันไม่ใช่ความพลั้งพลาด มันเป็นคราวซวย”เมธาวีน้ำตาไหลซึมออกมาพร้อมพูด”พี่ทศไม่รู้อะไรจริง อย่าพูดดีกว่า”
เมธาวีเดินเร็วเลี่ยงกลับออกไป ทศวรรตมองตามเมธาวีไปอย่างแปลกใจว่าทำไมพูดอย่างนั้น

+ + + + + + + + + + + +

เมื่ออุปมาตื่นขึ้นมา อุปมาลงพบว่าสไบนางไม่อยู่แล้ว เธอหายไปพร้อมกับตุ๊กตาหมา และเสื้อผ้า จึงรีบโทรไปหาหยาดฝน
หยาดฝนคุยโทรศัพท์มือถือกับอุปมา ออกมาหน้าทาวน์โฮมของสายทิพย์
“เปล่าค่ะ บีไม่ได้มาหาฝนจริงๆ....ไม่ได้โทรมาด้วยค่ะ....จริงๆ ค่ะ ฝนจะโกหกคุณมาร์ค ทำไมล่ะคะ…มีอะไรรึเปล่าคะ”
ปลายทางตัดสายไป หยาดฝนงง ตัดสินใจโทรเข้ามือถือสไบนางทันที แต่ก็ไม่ติด
ทางด้านอุปมา โทรกลับไปหาบารมี เล่าให้ฟังว่าเขามาหาสไบนาง แต่เธอหายไปในเวลานี้
“แล้วใครใช้ให้แกไปรับบี ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”
บารมีบ่น อุปมาอึกอัก
“ผมมีเรื่องอยากเคลียร์กันก่อนจะไม่มีโอกาสน่ะครับ”
“แกไปถึงที่คอนโดตั้งแต่เมื่อไหร่”
อุปมาอึกๆอักๆ จำใจโกหก
“เมื่อเช้านี้เองครับ”
บารมีเป็นห่วงขึ้นมา...
“หนูบีจะไปไหนล่ะ เอางี้ แกรีบกลับมาก่อน เผื่อบีจะกลับมาหาย่าของเขา...ทีหลังจะทำอะไรปรึกษาพ่อก่อนนะมาร์ค”
อุปมากดตัดสายโทรศัพท์ แล้วออกไปจากห้องทันที เขารู้ว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขา เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ทำให้สไบนางไม่กล้ากลับไปบ้านสวนตอนนี้แน่

+ + + + + + + + + + + +

บารมียืนมองไปที่คุณหญิงรุจาที่พยายามต่อโทรศัพท์บ้าน เข้าหาเบอร์มือถือสไบนาง คุณหญิงรุจาหน้าเครียดๆวางสายลง
“ติดต่อไม่ได้เหมือนเดิม”คุณหญิงรุจาถอนใจออกมา
“หนูบีจะกลับไปที่บ้านอัคราชรึเปล่าครับคุณน้า”
“เขาไม่อยากเจอกับวิจิตราหรอก...”คุณหญิงรุจาเหนื่อยใจ”นิสัยนี้แก้ไม่หายซะทีชอบหนีปัญหาซะเรื่อยเลย”
บารมีพูดโพล่งตามใจอยากช่วยลูก
“ที่จริงน่าจะหนีไปอยู่ที่บ้านผม ที่อเมริกากับเจ้ามาร์คซะเลย”
“พ่อมี…”
บารมีถอนใจแล้วเดินไปนั่งที่โซฟารับแขก
“ไม่รู้เราจะไปตามหาหนูบี ได้ที่ไหนนะครับคุณน้า”
“ป่วยการตาม เดี๋ยวจะยิ่งเตลิดไปใหญ่ เด็กคนนี้ดูแลตัวเองได้ เขาสบายใจเมื่อไหร่ก็ติดต่อกลับมาเองนั่นแหละ น้ารู้จักนิสัยหลานคนนี้ดี”
คุณหญิงรุจาถอนใจบางๆออกมา

+ + + + + + + + + + + +

บังอรยืนร้อนใจรอฟังข่าวอยู่ในสวน ยายจันทร์เดินรีบร้อนกลับมา
“ในสวนเราไม่มีแน่นอนค่ะคุณบังอร นี่ยายสั่งให้นังเบียบไปดูตามบ้านเพื่อนๆ ละแวกนี้ให้แล้วล่ะค่ะ”
บังอรเป็นห่วง
“จะไปไหนของเขา บ้านหนูฝนก็ไม่ได้ไป”
“อย่าว่ายังงั้นยังงี้เลยนะคะ อิฉันรู้สึกเหมือนคุณบีไม่อยากหย่าเลยนะคะคุณบังอร ถึงได้ตัดสินใจหนีไปซะให้พ้นๆ”
“แล้วมันใช่ทางแก้ปัญหาเหรอ คุณบีนะคุณบี”
บังอรถอนใจพลางส่ายหน้า

+ + + + + + + + + + + +

หยาดฝนเดินกลับมาที่รถหัสดินที่จอดรออยู่หน้าบ้านเพื่อน ครู่หนึ่งก็เดินกลับออกมา
“บีไม่ได้มาที่นี่เหมือนกันค่ะ เราไปบ้านเพื่อนบีมาครบก๊วนแล้วนะคะคุณหัส”หยาดฝนหงุดหงิดที่นึกไม่ออก”ไปไหนของเขานะ”
“หรือว่าบีจะไปรีสอร์ทพี่ทิพย์”
“เป็นไปได้นะคะ”
ทั้งสองคนตัดสินใจไปที่รีสอร์ททันที...
ที่รีสอร์ท...
สายทิพย์เดินหน้าบึ้งตึง ออกมาจากด้านในอาคารต้อนรับลูกค้า ธนูตามง้อมาติดๆ
“ไม่เอาน่าทิพย์”
“ถ้าคุณยังตามรังควานทิพย์ไม่เลิกแบบนี้ ทิพย์จะให้ทนายฟ้องหย่าทิพย์พูดจริงนะคะ ไม่ได้ขู่”
สายทิพย์และธนูต่างผงะไป เมื่อเห็นอุปมาเดินมาถึงหน้าอาคาร ธนูมองอุปมาอย่างเขม่นๆ อุปมายกมือไหว้สายทิพย์ที่ปั้นยิ้มรับไหว้
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย”
“บีมาที่นี่รึเปล่าครับ”อุปมาจ้องหน้าสายทิพย์ รอคำตอบ

+ + + + + + + + + + + +

อาทิตย์เดินถือกระเป๋าเดินทางสไบนาง นำเข้ามาในบ้านพักต่างจังหวัดของญาติ สไบนางเดินตามเข้ามากวาดตามองไปทั่วๆบ้าน อาทิตย์วางกระเป๋าเดินทางลงที่โซฟา
“ไง พออยู่ได้มั้ย”
สไบนางยิ้มแย้ม
“ได้ซิ ขอบคุณมากนะซันนี่”
“เรื่องเล็ก แล้วจะบอกพี่ได้รึยังว่ามีปัญหาอะไร”
“อย่าเพิ่งถามตอนนี้ได้มั้ย ถ้าบีสบายใจพร้อมจะเล่าเมื่อไหร่ก็เล่าเองแหละ”
“โอเค”
“สัญญานะว่าซันนี่จะปิดเป็นความลับ”
อาทิตย์ยกสองนิ้ว สัญญา ยิ้มให้ก่อนเข้าไปบีบแก้มสไบนางสองข้าง
“ยิ้มหน่อย อย่าทำหน้าบู้บี้เหมือนชื่อซิ”
สไบนางฝืนยิ้มออกมา
“ค่อยน่ารักหน่อย...เข้าไปดูห้องพักกัน”อาทิตย์ กอดคอสไบนางพอเข้าไปดูห้องพัก
“เดี๋ยวจะพาทัวร์ตลาด ของกินอร่อยๆเพียบ”
สไบนางรู้สึกสบายใจผ่อนคลายขึ้นบ้าง เมื่อหนีปัญหาทั้งหมด มากับคนที่เข้าใจเธอที่สุดอย่างอาทิตย์
+ + + + + + + + + + + +

เมธาวี กับวิจิตราคุยกันอยู่ที่ท่าน้ำบ้านสวน วิจิตรานึกถึงสไบนางแล้วแสดงสีหน้าชิงชังออกมา“มันหนีไปแบบนี้ ส่อเจตนาชัดๆว่าจะยึดคุณมาร์คเอาไว้ ไม่ยอมหย่าให้เม นังเด็กคนนี้มันร้ายกาจกว่าที่แม่คิดเอาไว้เยอะ”
เมธาวีร้อนใจ
“แล้วเมจะทำยังไงดีคะคุณแม่”
“แม่ว่าหมดเวลามาทำหน้าบาง วางมาดผู้ดีแล้วล่ะเม เมต้องย้ายเข้าไปอยู่บ้านคุณมาร์ควันนี้เลย”
เมธาวีตกใจ
“จะดีเหรอคะแม่”
“ดีไม่ดีก็ต้องทำ...ช่วยไม่ได้ นังบีมันอยากหน้าด้านใส่เราก่อนทำไมล่ะ เราก็หน้าด้านได้เหมือนกัน...พวกนั้นเกรงใจคุณย่าเมจะตายไป ไม่กล้าไล่ลูกออกจากบ้านหรอก ถึงไล่เราก็ไม่ไปซะอย่าง แม่อยากรู้นักใครจะทำอะไรเราได้”
วิจิตรายิ้มๆชอบใจ เมธาวียิ้มพอใจกับแผนการของแม่ เพราะนาทีนี้ด้านได้ อายอด...เธอจะต้องยึดอุปมาไว้ให้ได้

+ + + + + + + + + + + +

อาทิตย์เดินคุยกับสไบนาง ไปตามทางเดินสวยงามละแวกบ้านพัก สไบนางเงียบๆ ไม่พูดไม่จา อาทิตย์เห็นแล้วแกล้งพูดกระเซ้า
“ยินดีต้อนรับกลับมาใช้นางสาวอีกครั้ง”
“บีไม่ยอมใช้นางแต่แรกอยู่แล้วล่ะ”
“งั้นก็ยินดีต้อนรับสู่อิสรภาพ”
สไบนางถอนใจเซ็งๆ เดินเร็วนำไปก่อน อาทิตย์สงสัย...
“อย่าบอกนะว่าบียังไม่ได้หย่ากับคุณมาร์ค”
สไบนางหยุดกึก หันมาถลึงตาใส่
“เมื่อไหร่ซันนี่จะหยุดพูดซะที รู้ตัวมั้ยว่าน่ารำคาญที่สุดเลย”
“เดี๋ยวนี้พี่น่ารำคาญแล้วเหรอ”อาทิตย์ปั้นหน้าเศร้า”ตกกระป๋องแล้วซิเรา”
สไบนางจ้องอาทิตย์เขม็ง อาทิตย์ยิ้มกวน
“เอ๊ะ ใครมาแทนที่เราหว่า”อาทิตย์ยักคิ้วหลิ่วตา กระเซ้า
สไบนางหมั่นไส้ปนมันเขี้ยว
“ช่างพูดนักนะ”สไบนางโน้มคออาทิตย์มาตีเข่า
“เฮ๊ย ทำร้ายเจ้าพนักงาน ติดคุกนะบู้บี้”
สไบนางขึ้นเข่ากลางท้องเต็มแรง จนอาทิตย์จุกตัวงอไป
“สมน้ำหน้า”สไบนางเดินปึงปัง หัวเสียนำไปก่อน
แรมขนกระเป๋าเสื้อผ้าสองมือ เดินนำเมธาวีและวิจิตราเข้าโถงบ้านไทยมา
“จัดเข้าตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อยเลยนะ”วิจิตราสั่ง
“ห้องไหนคะ”แรมถาม
“ก็ห้องหอซิจ๊ะ รู้ไว้ซะด้วยว่าเมียตัวจริงของคุณมาร์คกลับมาแล้ว”
แรมสงสัย
“แล้วคุณบีล่ะคะ”
“เธอจะไปถามถึงนังหัวขโมยอีกทำไม จากนี้ไปฉันหวังว่าจะไม่ได้ยินชื่อมันในบ้านหลังนี้อีกนะ”เมธาวีตวาด
“ค่ะ”แรมหน้าเสีย ยกกระเป๋าขึ้นบ้าน
“ในรถยังมีอีกนะ เดี๋ยวลงมาขนขึ้นไปให้ครบล่ะ”วิจิตราสั่ง
“ขนของอะไรกันครับคุณจิตรา”เสียงบารมีดังขึ้น
เมธาวีและวิจิตราหันมองทางบารมี วิจิตราปั้นยิ้ม ใจดีสู้เสือ
“ก็พวกเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ของหนูเมน่ะซิคะ”
บารมีงง
“แล้วขนมาทำไมเหรอครับ”
“อ้าว ภรรยาก็ต้องย้ายมาอยู่กับสามีน่ะซิคะ”
บารมีอึ้งไป นึกไม่ถึงว่าจะกล้า
“ที่จริงเราก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะคะคุณบารมี แต่กลัวจะโดนชุบมือเปิบอีก”
บารมีชำเลืองมองไปทางเมธาวีที่หลบตาไป วิจิตราช่วยลูกสาวพูดอีก...
“เมื่อพวกคุณไม่เชื่อ อยากพิสูจน์ให้แน่นอน เมก็ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่เพื่อรักษาสิทธิ์เอาไว้ เวลาตั้ง 8-9 เดือน อะไรก็เกิดขึ้นได้ หรือว่าคุณบารมีจะใจร้าย ให้เจาะท้องลูกเมตรวจหาดีเอ็นเอ ให้เสี่ยงแท้งตอนนี้เลยคะ”
“อยากทำอะไรก็ทำเถอะ”
บารมีถอนใจออกมาแล้วเดินออกไปจากบ้าน วิจิตราเหยียดปากตามไป เมธาวีมองตามอย่างไม่สบายใจนัก ขณะที่วิจิตรายิ้มพอใจ
“แม่บอกแล้ว ปล่อยแม่จัดการเอง ไม่มีปัญหา”
“เมไม่ค่อยสบายใจเลยค่ะแม่”
“อย่ามาใจเสาะไม่เข้าท่านะเม นังบีมันจงใจหนีหย่าเพื่อจะเอาชนะ แกให้ได้”วิจิตราสีหน้าชิงชังขึ้นมา”เราก็ต้องยึดบ้านกันท่าอยู่ยังงี้แหละ มันหน้าด้านมาเราก็ต้องหน้าด้านไป อย่าไปยอมแพ้มัน ยังไงซะ เมก็มีลูกคุณมาร์คเป็นประกันอยู่ในท้องทั้งคน มีภาษีเหนือกว่ามันอยู่แล้วล่ะ”วิจิตรามั่นใจ
เมธาวีหลบสายตาไปอย่างหนักใจ เพราะรู้อยู่แก่ใจ

+ + + + + + + + + + + +

อุปมาขับรถกลับกรุงเทพ พยายามคิดว่าสไบนางจะไปที่ไหน...
“หายไปไหนน๊ายัยเด็กเพี้ยน…ไอ้ซันนี่”
อุปมาฉุกใจคิดบางอย่างขึ้นมา รีบตรงไปที่สถานีตำรวจที่อาทิตย์ทำงานอยู่ทันที เพราะเชื่อว่าอาทิตย์ต้องรู้ว่าสไบนางไปไหน
ทันทีที่ไปถึง อุปมาเดินฉับๆ เข้าไปในโรงพัก ตรงเข้าหาเจ้าหน้าที่ตำรวจคนแรกที่เห็น
“ผมมาพบหมวดอาทิตย์ครับ”
“หมวดลาพักร้อนครับ”
“ลากี่วันครับ”
“ผมไม่ทราบเหมือนกันครับ”
“งั้นฝากบอกหมวดอาทิตย์ด้วยแล้วกัน ว่าอย่ามายุ่งกับเมียคนอื่นให้มันมากเกินไปนัก”
ตำรวจอึ้งปนงงไป อุปมาเดินหัวเสียออกไปจากโรงพัก ตรงกลับไปที่บ้านทันที อุปมาเดินกลับไปที่ห้องนอนอย่างเหนื่อยๆ เมื่อเข้าห้องไป ตกใจแทบช็อค เมื่อเห็นเมธาวีในชุดนอน นั่งอ่านแมกกาซีนอยู่บนเตียง
“คุณเม”
เมธาวีหน้านิ่ง
“เมจะย้ายมาอยู่ที่นี่จนกว่าจะคลอด”
“เพื่ออะไรครับ”อุปมาจ้องหน้า”เมก็รู้อยู่แก่ใจ”
เมธาวีเลี่ยงหลบตาด้วยการลงจากเตียง
“มีคนหน้าด้าน หนีไปไม่ยอมหย่าได้ เมก็หน้าด้านย้ายมาอยู่ที่นี่ได้เหมือนกัน”
อุปมาถอนใจออกมาหน้าเซ็งๆ แล้วเดินออกไปจากห้องทันที

+ + + + + + + + + + + +

เมธาวีเปิดประตูเข้าห้องนอนเล็กไปอย่างไม่เคาะเตือนก่อน อุปมาที่ก้มจัดกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กอยู่ที่เตียงหันมองเมธาวี ก่อนจะหันไปปิดกระเป๋า
“มาร์คจะไปไหน”
“ต่างจังหวัด”
“ไปทำไมคะ”
“ทำงาน”อุปมาถือกระเป๋าเดินทางเตรียมออกไปจากห้อง
“กลับเมื่อไหร่คะ”
“ไม่มีกำหนด”อุปมาเดินนำออกไปจากห้อง
เมธาวีน้ำตาคลอๆท่วมแววตาที่โกรธจัด ก่อนจะเดินตามออกไปติดๆ
“คุณรู้ใช่มั้ยว่านังบีอยู่ที่ไหน”
อุปมาหยุดกึกถอนใจเซ็งๆ
“คุณจะตามไปอยู่กับมันใช่มั้ยมาร์ค”เมธาวีเสียใจจนปากคอสั่น
“ถ้าผมรู้ว่าบีอยู่ไหน ผมคงไม่กลับมาที่นี่ให้เสียเวลาหรอก”
เมธาวีเสียใจมาก
“มาร์ค”
อุปมาไม่แคร์เดินลงบันไดไปทันที เมธาวีน้ำตาร่วง วิ่งกลับไปเข้าห้องนอน ตรงไปหยิบยานอนหลับ ออกมาจากขวดหลายเม็ด โปะยาหมดมือเข้าปาก พร้อมดื่มน้ำตาม เมธาวีเดินไปทิ้งตัวนอนคว่ำซบหน้ากับหมอน ร้องไห้สะอื้น

+ + + + + + + + + + + +

เช้าวันใหม่
อาทิตย์เดินลงมาที่โต๊ะอาหาร พลางส่งเสียง...
“มอร์นิ่ง”
แต่แล้วก็ต้องชะงักไป เมื่อไม่เห็นสไบนาง อาทิตย์นั่งลงที่โต๊ะอาหาร เห็นโทรศัพท์มือถือสไบนางปิดเครื่อง วางอยู่ที่นั่งของเธอ อาทิตย์กวาดตามองหาสไบนาง ไม่เห็นจึงเอื้อมมือไปเปิดเครื่อง แล้วแอบอมยิ้มกับผลงาน แล้วเริ่มทานอาหาร...
อุปมาซึ่งหลบหน้าเมธาวีไปนอนที่คอนโด หยิบโทรศัพท์กดโทรออก อย่างไม่ได้คาดหวังอะไร อุปมายกโทรศัพท์เข้าแนบหู พบว่าสไบนางเปิดมือถือแล้ว อุปมาดีดตัวขึ้นนั่งอย่างดีใจ ลุ้นๆ
“รับซิ ได้โปรด รับเถอะ”
อาทิตย์ตกใจ ที่มีเสียงเรียกเข้าที่สไบนางตั้งเอาไว้แบบเบาๆ อาทิตย์ชะโงกหน้าไปดูเบอร์โชว์ ขึ้นชื่อผู้โทรเข้าแบบที่สไบนางเมมฯเอาไว้ว่า “อุปมาร”
อาทิตย์พึมพำ
“เอาไงดีวะ”
อาทิตย์ตัดสินใจเอื้อมมือไปกดรับสายเลย จังหวะเดียวกันนั้น อาทิตย์เหลือบตาเห็นสไบนางเดินออกมาจากทางห้องน้ำ อาทิตย์กลัวโดนสไบนางเล่นงาน รีบลุกเดินเลี่ยงลงไปทางหน้าบ้าน
สไบนางเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร เห็นอาทิตย์เดินลงบันไดบ้านไปแว๊บๆ สไบนางเหลือบตามาเห็นโทรศัพท์ของตนถูกเปิดและกดรับสายเรียกเข้าให้เรียบร้อยแล้ว สไบนางเพ่งมองโทรศัพท์อย่างตกใจ เพราะถูกกดรับแล้ว
อุปมาดีใจมาก รีบลุกลงจากเตียงพูดโทรศัพท์ไปทันทีอย่างตื่นเต้น
“บีอยู่ไหน พูดกับฉันหน่อย”
ปลายสายเงียบ
“ฟังนะบี เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราเมื่อคืนก่อน ไม่ใช่ความผิดของใคร อย่านึกโทษตัวเองเป็นอันขาด”
สไบนางที่แนบโทรศัพท์ข้างหู น้ำตาคลอๆ
“ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะความรัก ฉันรักเธอนะบี ฉันรู้ว่าเธอก็รู้สึกเหมือนกับฉัน”
สไบนางน้ำตาร่วง อุปมาร้อนใจ กลัวสไบนางจะตัดสายทิ้ง
“เธอฟังฉันอยู่ใช่มั้ย หมดเวลาปฏิเสธความรู้สึกตัวเองอีกแล้วนะบี กลับมาหาฉัน เราต้องฝ่าปัญหาทั้งหมดไปด้วยกัน อย่าทิ้งฉันไปอีกเลยนะบี”
สไบนางเลือกที่กดตัดสาย แล้วต่อด้วยการกดปิดเครื่องซ้ำอีกอย่างตัดใจ สไบนางเบือนหน้าไปอีกทาง
“บี บี...”
อุปมาร้องเรียก ถอนใจออกมา พร้อมทิ้งตัวลงนั่งเตียงอย่างหมดแรง
ตอนที่ 24.3
อาทิตย์ทำไม่รู้ไม่ชี้ เดินชมนกชมไม้ไป สไบนางที่เดินตามออกมา เจ็บใจตรงเข้าทุบหลังอาทิตย์อักๆ ไม่ยั้ง
“โอ๊ย เจ็บนะบู้บี้”
“แค่นี้ยังเจ็บน้อยไป แจ๋นไม่เข้าเรื่อง”
อาทิตย์หน้าตาย
“พี่แจ๋นอะไรเหรอ”
สไบนางดึงหูอาทิตย์ยานติดมือ
“โอ๊ยๆๆ”อาทิตย์ร้องด้วยความเจ็บ
สไบนางยอมปล่อย ต่อว่า
“เรื่องอะไรมาเปิดมือถือของบี”
อาทิตย์ปั้นยิ้มแหยๆ
“พี่ก็กลัวว่าคุณย่าจะเป็นห่วง”
“ไม่ต้องมาคิดแทนบีเลยนะซันนี่ ย่าของบี บีดูแลความรู้สึกท่านเอง”
อาทิตย์แขวะ
“ดูแลดีมากเลยนะ ป่านนี้กินข้าวไม่ได้นอนไม่หลับแล้ว”
สไบนางหยิกพุงอาทิตย์บิด อาทิตย์เจ็บ
“โอ๊ย...ก็จริงรึเปล่าล่ะ”
“บีจะส่งข่าวบอกคุณย่าวันนี้แหละ”
อาทิตย์ยิ้มสบายใจ
“งั้นก็โทรเลย ก่อนที่พวกเคขาจะแจ้งความ”
“บีไม่โทรหรอก”สไบนาง สีหน้าเอาแต่ใจ
อาทิตย์งง
“อ้าว...บีจะกลับบ้านวันนี้เหรอ”
สไบนางมีสีหน้านิ่งขรึมไปไม่ตอบ

+ + + + + + + + + + + +

แรมจัดโต๊ะอาหารกลางวันอยู่ เมธาวีเดินลงมาที่โต๊ะอาหาร หน้าตาซีดเซียว
“ทานอาหารค่ะคุณเม”
“ฉันไม่หิว”
“อุ๊ย ไม่หิวได้ยังไงคะ ตั้งแต่เช้าดื่มน้ำส้มไปแก้วเดียวเอง”
เมธาวีหงุดหงิด หัวเสีย
“เก็บไปเลยไป พูดมาก”
แรมหน้าเสีย บารมีเดินเข้าโถงบ้านมาพร้อมเรียกหา...
“มาร์ค”
บารมีเจอเมธาวี ชะงักไปเล็กน้อย เมธาวียกมือไหว้
“มาร์คล่ะ”
“ไม่อยู่ค่ะ ไปทำงานต่างจังหวัด”
บารมีฉุกใจคิดตาม
“มาร์คบอกยังงั้นเหรอ”
“อย่าบอกนะคะว่าคุณลุงไม่รู้ บริษัทของคุณลุงเองนะคะ”เมธาวีจับผิด
“ช่วงนี้ลุงยุ่งกับบริษัทใหม่อยู่ เดี๋ยวมาร์คคงบอกลุงเอง”
บารมีเดินออกไป พร้อมกับกระดาษที่ถืออยู่ในมือ เมธาวีมองตามบารมีอย่างสงสัย

+ + + + + + + + + + + +

ทศวรรตอ่านอีเมลล์ ที่บารมีปริ้นท์ออกมาให้คุณหญิงรุจาฟัง ที่โถงบ้านสวน
“บีกราบขอโทษคุณลุง คุณย่า และทุกคน ที่บีหนีไปโดยไม่บอกกล่าว ตอนนี้บีอยู่ในที่ปลอดภัย ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง”
บารมีหันพูดกับคุณหญิงรุจา
“ผมเชื่อว่าบีปลอดภัยจริงๆ คุณน้าสบายใจได้ครับ”
คุณหญิงรุจาพยักหน้ารับบารมี ก่อนบอกทศวรรต
“อ่านต่อซิทศ”
ทศวรรต อ่านอีเมลล์ต่อ
“…ตอนนี้พี่เมตกอยู่ในฐานะลำบากที่สุด ต้องแบกความอับอายไว้กับตัวเองโดยลำพังคนเดียว บีคิดว่าเรื่องนี้ไม่ยุติธรรมกับพี่เมเลย ลูกชายคุณลุงเท่านั้น คือคนที่ต้องรับผิดชอบ สิ่งที่จะเกิดขึ้นร่วมกับพี่เม บีรู้ตัวดีว่าตัวบี คือชนวนความผูกพันทางกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคในการยอมรับพี่เมของลูกชายลุง บียังยืนยันคำเดิมว่าบีต้องการหย่า คุณลุงช่วยคุยกับลูกชายให้หยุดดื้อดึง แล้วยอมทำตามความตั้งใจของบีซะที บีต้องการขอคืนอิสระ การหย่าขาดกับลูกคุณลุง เท่านั้นคือสิ่งที่บีต้องการ ถ้าบีไม่ได้หย่า ชาตินี้ทุกคนก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นหน้าบีอีกเลย”
ทศวรรตเงยหน้า เมื่ออ่านจบ
“บีเขียนมาแค่นี้เหรอ”คุณหญิงรุจาถาม
“ครับ”
“แล้วเราจะติดต่อกลับบีได้ยังไงล่ะ”
“ก็มีอีเมลล์ที่บีส่งมา เราส่งข้อความกลับไปหาบีได้ นี่คงเป็นช่องทางเดียวที่บียอมสื่อสารกับพวกเราตอนนี้”บารมีบอก
“มันไม่ยุติธรรมกับมาร์คเลยนะครับ”ทศวรรตออกความเห็น
บารมีขัด
“แต่มันคือความต้องการของบี”
คุณหญิงรุจาหน้าเครียด
“พ่อมีไปคุยกับลูกชายให้ยอมหย่ากับบีซะเถอะนะ น้าเป็นห่วงบี บอกให้มาร์คทำใจ เขากับบีคงไม่ใช่คู่กันหรอก”คุณหญิงรุจาถอนใจออกมา
“ครับคุณน้า”บารมีจำยอมตั้งรับคำ

+ + + + + + + + + + + +

อาทิตย์แอบเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานแล้วล็อคประตู ก่อนจะเดินไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์อาทิตย์เปิดเข้าไปดู ระหว่างรอเครื่องเปิดก็บ่นพึมพำ
“นิสัยอย่างบู้บี้จะใช้อีเมลล์อะไรหว่า...”นึกแล้วยิ้มออกพูดติดตลก”ย๊าฮู๊ แหงๆ”
ว่าแล้วอาทิตย์ก็ต่อเข้าอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว อาทิตย์มองหน้าจอไป พูดภาวนา
“ขอให้ลืมล็อค เอ๊าท์ ทีเถ๊อะ...”
แล้วอาทิตย์ยิ้มดีใจมากเมื่อเห็นว่าชื่อที่ล็อกอินอยู่ เป็นชื่อสไบนาง
“บิงโก”
อาทิตย์เลื่อนเม้าส์คลิกดูทันที
“ขออ่านหน่อยนะน้องรัก ส่งอีเมล อะไรไป...อย่าโกรธกันเลยนะบู้บี้”
อาทิตย์อ่านอีเมลที่สไบนางส่งไปให้บารมีอย่างอยากรู้

+ + + + + + + + + + + +

อุปมาเอางานมานั่งทำที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง โทรศัพท์มือถือดังขัดขึ้น อุปมาดูเบอร์โชว์ก่อนรีบกดรับ
“ครับพ่อ”
“เห็นเมบอกว่าเราไปต่างจังหวัดเหรอ”
“อ๋อ เปล่าหรอกครับ อยู่แถวๆนี้ล่ะครับ”
“หนูบีติดต่อมาแล้วนะ”
“บีอยู่ไหนครับพ่อ”อุปมาถามอย่างดีใจมาก
“อยู่ไหนไม่สำคัญแล้วล่ะ ตอนนี้บีต้องการหย่ากับแก น้องขู่ว่าถ้าไม่หย่าให้ จะไม่
กลับมาให้เห็นหน้าอีกเลย”
อุปมาอึ้ง เงียบไปเลย รู้สึกผิดและเสียใจระคนกัน
“แกฟังพ่ออยู่รึเปล่ามาร์ค”
“ต่อให้ผมสารภาพกับทุกคนตอนนี้ว่าผมรักบี ก็คงช่วยอะไรไม่ได้แล้วใช่มั้ยครับ”
บารมีชะงักไปเหมือนกัน แต่ต้องใจแข็ง
“ตัดใจซะเถอะมาร์ค น้องยังอายุน้อย ปล่อยน้องไปเถอะ”บารมีตัดบท”พ่อจะนัดวันหย่าบอกบีไปเลยแล้วกัน คุณน้าเป็นห่วงบีมาก”
“พ่อจัดการตามที่เห็นสมควรไปได้เลยครับ”
อุปมากดตัดสายอย่างตัดใจ
อาทิตย์อยากให้สไบนางมีกิจกรรมทำ จึงชวนให้ไปรำในงานเลี้ยงรุ่น แต่แค่บอกว่าจะชวนไปรำ สไบนางก็ปฏิเสธทันที พลางเดินหนี อาทิตย์ตามอ้อน
“บู้บี้ ไม่ช่วยเพื่อนจริงๆ เหรอ”
“ไม่มีอารมณ์”
“โห...ทีคุณมาร์คยอมไปรำให้”
สไบนาง โกรธ หันมาดีดปากอาทิตย์
“โอ๊ย...”
สไบนาง หน้าดุเสียงดุ
“อย่ามาเอ่ยชื่อนายนั่นนะซันนี่”
อาทิตย์ยกมือยอมแพ้
“โอเค...ตกลงไปรำให้ป่ะ”สไบนางถอนใจ”งานอะไร”
อาทิตย์สีหน้างอนปนน้อยใจ
“ไม่ฟังกันเลย...งานเลี้ยงรุ่น..”อาทิตย์จับแขนสไบนางทั้งสองข้าง”ตอนนี้บีดูเครียดๆ ได้ซ้อมรำ ได้ขึ้นโชว์ จะได้ลืมๆเรื่องไม่สบายใจไง”
สไบนางเหยียดปากหมั่นไส้
“ย่ะ”
อาทิตย์ยิ้มหน้าเป็น
“ขอบใจจ้ะ”
สไบนางค้อนใส่
โทรศัพท์มือถืออาทิตย์ดังขัดขึ้นมา ดูเบอร์โชว์ รีบบอกสไบนาง
“ฝนโทรมา”
สไบนางรีบกำชับ
“อย่าบอกนะว่าบีอยู่ที่นี่”
อาทิตย์ยกนิ้วโป้งยืนยันก่อนกดรับสาย อาทิตย์คุยโทรศัพท์
“ว่าไงครับน้องฝน...เปล่า ยังไม่ได้เจอกันเลย...”

อาทิตย์เหล่มองหน้าสไบนางเล็กน้อย สไบนางยกนิ้วโป้งชม
“แล้วนี่บีหายไปไหนล่ะ งอนกับคุณมาร์คอีกเหรอ”
สไบนางหยิกบิดเอว...สะกดความเจ็บเอาไว้ไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา อาทิตย์รีบฉีกตัวหนีแล้วฟังปลายสาย หน้าเครียดไป...
“ได้ ได้ ถ้าบีโทรมาหาพี่ พี่จะบอกให้นะ”
อาทิตย์กดตัดสาย สีหน้าไม่พอใจมาก
“มีอะไรเหรอซันนี่”
“เมย้ายเข้าไปอยู่บ้านมาร์คแล้ว”
สไบนางอึ้งๆ ไปเล็กน้อย
“ไม่รู้ว่าเข้าไปอยู่ในฐานะอะไร ถ้าไม่รักษาสัญญาพี่ก็จะไม่รักษาสัญญาเหมือนกัน”
สไบนางงง
“พูดอะไรของซันนี่น่ะ”
“พี่เข้ากรุงเทพก่อนนะ พรุ่งนี้มาใหม่”
อาทิตย์เดินหน้าบึ้งตึงออกไป สไบนางมองตามอย่างงงๆว่าเรื่องอะไร

+ + + + + + + + + + + +

เมธาวีนั่งคุยโทรศัพท์กับวิจิตราอย่างเซ็งๆ อยู่ที่โซฟา
“คุณมาร์คทำกับเมเกินไปนะคะแม่ ตั้งแต่เมย้ายเข้ามาอยู่ เค้าไม่เคยกลับมาบ้านอีกเลย...เขาทำท่ารังเกียจเมเหมือนเมเป็นไส้เดือนกิ้งกือยังงั้นแหละ”
“เมต้องอดทนเพื่อลูกเข้าใจมั้ย”
เมธาวีอึ้งๆไป เสียงรถขับมาจอดที่หน้าบ้าน เมธาวีรีบบอก...
“แค่นี้ก่อนนะคะแม่ คุณมาร์คกลับมาแล้วล่ะค่ะ”
เมธาวีกดตัดสาย เก็บอาการ ปรับอารมณ์ ดูแลเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปรับหน้า ไม่คาดคิดคนที่เดินเข้าบ้านมากลับไม่ใช่อุปมาแต่เป็นอาทิตย์
“มาทำอะไร”
อาทิตย์จ้องหน้าเมธาวี
“เมไม่รักษาคำพูด”
“เมไม่รักษาคำพูดตรงไหนไม่ทราบ”
“เมเข้ามาอยู่บ้านนี้ในฐานะอะไรล่ะ”
“ก็ว่าที่ภรรยาคุณมาร์คไง”
“แต่ตอนนี้คุณมาร์คยังไม่ได้หย่าขาดกับบี”
“แล้วยังไง อีกวันสองวันก็ต้องหย่า...เมจะเข้ามาอยู่ก่อน มันผิดตรงไหน”
“ไม่ผิดหรอก ถ้าเมไม่ได้อ้างว่าท้องกับมาร์ค ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่เป็นความจริง”
แรมจะเดินยกของว่างออกมาให้เมธาวีพอดี ได้ยินตกใจ รีบผลุบหลบฟังการสนทนาเงียบๆ เมธาวีเสียงแข็ง
“เงียบไปเลยนะอาทิตย์”
“จำไว้นะเม ถ้าเมใช้วิธีสกปรกแบบนี้เพื่อจับคุณมาร์ค ผมก็จะบอกให้ทุกคนรู้ว่าพ่อของเด็กในท้องเมคือชันษา”
เมธาวีน้ำตาท่วมตา พร้อมสะบัดมือตบหน้าอาทิตย์ฉาดใหญ่
“ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”
“ผมพูดแน่ๆ เม ผมไม่ยอมสมรู้ร่วมคิดช่วยคุณทำผิดเป็นอันขาด”
เมธาวีไล่ตะเพิด
“ไปให้พ้นเลยนะ ไปซิ”
อาทิตย์เดินหน้าบึ้งตึงออกไปจากบ้านทันที
เมธาวีพยายามตั้งสติ ระงับอารมณ์ แรมย่องกลับออกไปทางครัว เมธาวีหันมองไปทางหลังบ้านอย่างสงสัยบางอย่าง

+ + + + + + + + + + + +

แรมที่เข้ามาในครัว ตกใจมาก รู้สึกวุ่นวายสับสนจะเอายังไงดี วางถาดของว่างลงที่โต๊ะกลางครัว แรมว้าวุ่นใจ พึมพำ
“ทำไงดีวะอีแรม”
ไม่คาดคิดเมธาวีเดินตามเข้าครัวมา หน้าตาบึ้งตึง แรมผงะไปด้วยความตกใจ
“แกได้ยินอะไรมั่ง”
แรมอึกอัก
“ไม่ได้ยินค่ะ”
เมธาวีเดินตาดุเข้าหาแรม คาดคั้น
“แน่ใจนะว่าไม่ได้ยิน”
แรมกลัว ไม่สู้
“ค่ะ”
“ในโลกนี้มีคนที่รู้เรื่องที่ฉันคุยกับอาทิตย์แค่ 3 คน อีกคนตายไปแล้ว”เมธาวีจ้องเขม็งตาดุใส่แรม
แรมตกใจ หลบสายตาด้วยความกลัว เมธาวีเดินไปหยิบมีดหั่นผักมาจากที่เสียบ พร้อมพูดด้วยอาการข่มขู่
“ถ้ามีคนอื่นรู้เรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีก ก็ต้องมาจากปากเธอ”
แรมเหลือบตามองเมธาวี กลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ
เมธาวีจ้องหน้า แววตาดุดัน เอาจริง
“เพื่อรักษาชื่อเสียงของฉัน ฉันทำได้ทุกอย่าง คนที่รู้ความลับเรื่องนี้จะมีชีวิตอยู่ได้แค่ 2 คนเท่าเดิม”เมธาวีโยนมีดในมือไปลงอ่างล้างจานเสียงดังโครมคราม
แรมสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจกลัว เมธาวีจ้องเขม็ง
“เพราะฉะนั้นอย่าปากสว่าง”เมธาวีเดินหน้าบึ้งตึงกลับออกไป
แรมหันมองตามเมธาวีไป หน้าซีดตัวสั่น ยกมือขึ้นปิดปากอย่างไม่กล้าพูดอะไร

+ + + + + + + + + + + +

วิมาดาเดินหอบแฟ้มเอกสาร มาเคาะกระจกหน้าต่างรถ ธนูนอนเอนเบาะหลับอยู่ในรถ สะดุ้งตื่น ขยับตัวนั่งเปิดประตูรถ วิมาดายื่นแฟ้มเอกสารให้ ธนูรับไว้ก่อนถาม
“หัวหน้าว่าอะไรมั้ย”
“ถามถึงเฉยๆ ว่าหายป่วยรึยัง...วันลาคุณจะหมดแล้วนะ”
ธนูถอนใจเซ็ง เปิดเอกสารดูไป วิมาดามองอย่างอยากรู้
“ตกลงคุณทิพย์ยอมคืนดีด้วยรึยังคะ”
ธนูส่ายหน้าเซ็งๆ
“ท่าทางจะถึงทางตันจริงๆแล้วล่ะ ถ้าผมไม่ยอมหย่าให้เขาดีๆ คุณทิพย์จะฟ้องหย่า”
วิมาดาหน้าเครียดขึ้นมาทันที ธนูเหลือบตามองวิมาดา
“หวังว่าคุณคงไม่ทิ้งผมไปอีกคนนะวิ”
วิมาดาฝืนยิ้มแหยๆให้ ธนูถอนใจหนักๆ ออกมาก่อนจะหันไปอ่านเอกสารในมือต่อไป วิมาดาถอยฉากมายืนพิงตัวรถ บอกกับตัวเองว่า ชีวิตของเธอ ต้องได้คู่ดีกว่าผู้ชายคนนี้ เธอไม่ยอมลงเอยกับธนูแน่ๆ

+ + + + + + + + + + + +

อุปมานั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานที่บริษัท บารมีเดินเข้ามาหาลูกชายพร้อมพูด
“ใจคอจะไม่กลับเข้าบ้านเลยรึไง”
อุปมายกมือไหว้พ่อ ก่อนถอนใจ
“อึดอัดครับพ่อ”
บารมีนั่งลง
“พ่อมีข่าวมาบอกให้แกเตรียมตัวเอาไว้”
อุปมามองหน้าพ่อ เตรียมใจว่าต้องเป็นเรื่องสไบนางแน่ๆ
“พ่ออีเมลล์กลับไปบอกหนูบีแล้วว่าจะนัดหย่าวันศุกร์นี้ วันดี หย่าแล้วจะได้มีแต่ความสุขสมกับชื่อวัน”
อุปมาอึ้งไป
“เดี๋ยวรอบีตอบเมลล์กลับมา ทุกอย่างก็ตกลงตามนี้”
บารมียื่นมือไปตบไหล่อุปมาให้กำลังใจ อุปมาฝืนยิ้มแหยๆ อยู่ไปมา

+ + + + + + + + + + + +

สไบนางซ้อมรำอยู่ที่โถงบ้าน อาทิตย์นั่งดูสไบนางซ้อมรำอยู่ ก่อนจะลุกเดินมาบอก
“ไปอาบน้ำก่อนนะ”
สไบนางพยักหน้ารับ แล้วซ้อมรำต่อไปอย่างผ่อนคลาย อาทิตย์เดินไปทางด้านในเหล่ๆ มองสไบนางเล็กน้อยว่ามองตามตนมามั้ย
อาทิตย์ผลุบเข้าห้องทำงานมา แล้วล็อคประตูห้อง ก่อนจะเดินไปที่เครื่องคอมฯที่เปิดทิ้งเอาไว้ ตรงเข้าไปเช็คเมลล์ของสไบนางทันที
“วันนี้มีจดหมายใครมาหาบู้บี้มั่งเนี่ย”อาทิตย์ไล่อ่านพร้อมพูดไป”ฝน ฝน ฝน บารมี...”อาทิตย์ยิ้มดีใจ”ขอโทษนะครับ”อาทิตย์กดเปิดอ่านจดหมาย
“ลุงเองนะบี วันศุกร์นี้เรามาเจอกันที่บ้านสวนตอนเที่ยงๆ แล้วไปจดทะเบียนหย่าที่เขตพร้อมๆ กัน
ถ้าตกลงตามนี้บีคอนเฟิร์มกลับมาหาลุงด้วยนะ รักบีเสมอ..ลุงมี”
อาทิตย์นิ่งคิด แล้วตัดสินใจ...
“จดหมายนี้ติดไวรัส ขออนุญาตลบทิ้งนะครับคุณลุง”
อาทิตย์เลื่อนเมาส์ไปกดดีลีทจดหมายนี้ทิ้งพร้อมๆ กับอมยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนการ

อ่านต่อพรุ่งนี้





กำลังโหลดความคิดเห็น...