xs
xsm
sm
md
lg

รอยมาร ตอนที่ 20

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ติดตามอ่านละครออนไลน์ได้ทาง www.manager.co.th ทุกวัน

 
รอยมาร ตอนที่ 20
 

สไบนางคิดเดินเกาะราวบันไดขึ้นไปชั้นบน อุปมาเดินตามหลังมาไม่ห่างกันนัก อมยิ้มเล็กน้อยด้วยความรู้สึกดี สไบนางเดินเลี้ยวไปทางห้องเล็ก อุปมาเดินมาหยุดที่หน้าบันไดหันไปมองพูดลอยๆ
“กู๊ดไนท์”
สไบนางหยุดกึก หน้านิ่ว ขมวดคิ้ว อุปมาเดินกลับไปทางห้องนอนตน สไบนางเดินพุ่งเข้ามาทุบหลังอุปมาอย่างไม่ยั้งมือ
อุปมาถอยหนี
“โอ๊ย อะไร เจ็บนะ”
สไบนางโกรธจัด ชี้หน้าอุปมา
“ถ้าคุณพูดเรื่องเมื่อกี้ให้ใครฟังฉันจะหักคอคุณ”
อุปมาขำกระเซ้า
“เรื่องที่เรากอดปลอบใจกันน่ะเหรอ”
สไบนางทั้งอายทั้งเจ็บใจ ตั้งท่าจะฟาด อุปมาหลบทัน
“ฉันไม่พูดหรอก”
สไบนางจ้องหน้า
“ถ้าคุณพูด ฉันจะบอกทุกคนว่าคุณเล่นของ เอาน้ำมันพรายมาป้ายฉัน”
สไบนางค้อนใส่ แล้วเดินนำกลับไป อุปมาขำพูดกระเซ้าต่อไม่เลิก
“แค่กอดเดียว ได้อัพเกรดเรียกคุณทุกคำเลย ปกตินายยังงั้นนายยังงี้”
สไบนางหยุดกึก เจ็บใจมาก หันขวับมาจ้องหน้า แก้ตัวน้ำขุ่นๆ
“ดึกแล้วฉันเบลอ...” สไบนางเหยียดปากใส่”ที่จริงฉันอยากเรียกว่าแกด้วยซ้ำ แต่มันดูฉันแย่เกินไป คำว่าคุณกับพี่ ก็ดีเกินที่จะใช้เรียกคนอย่างนาย เข้าใจซะด้วย”สไบนางสะบัดหน้าพรืดเดินกลับไปอย่างเสียฟอร์ม
อุปมามองตามพร้อมขำๆ อย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินกลับไปทางห้องหอ ทางด้านสไบนางเมื่อกลับเข้าไปในห้องนอน รีบล็อคห้อง
“เสียฟอร์มสุดๆ เลยบู้บี้เอ๊ย...ให้เ-ากอดได้ยังไง…บ้า ฉวยโอกาส”
สไบนางทำหน้าบึ้งตึง แต่แล้วก็แอบอมยิ้มเขินๆ เพราะอ้อมกอดนั้น อบอุ่นเหลือเกิน

+ + + + + + + + + + + +

อุปมาเดินผิวปากอารมณ์ดีลงมาที่โถง ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นอาทิตย์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกของบ้าน
“ผมมาเยี่ยมบีครับ”อาทิตย์ทักทาย
อุปมาถอนใจเซ็งๆออกมา
“วันนี้ผมคงพบบีได้นะครับ บีไม่ได้หลับ น้าแรมบอกว่าบีเดินไปบ้านคุณลุงเดี๋ยวก็กลับ”
อุปมาหน้าบึ้งๆ ไม่แคร์จะเดินออกไปจากบ้าน อาทิตย์ลุกขึ้นถาม
“ตกลงคุณจะหย่าให้บีเมื่อไหร่ครับ”
อุปมาหยุดกึกหันกลับมาจ้องหน้าอาทิตย์
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ”
“ผมสงสารบี”
อุปมายิ้มหยัน
“หวงแฟนมากเหรอ...เสียใจด้วยนะ ผมไม่หย่า”
อุปมายิ้มกวน อาทิตย์ชะงักไป
“แล้วก็อย่าคิดว่าผมเผลอไปหลงเสน่ห์เด็กหัวกะลานั่นล่ะ เพราะมันไม่มีทาง แต่ผมชอบทรมานใจคน สะใจดี”
“ยื้อไว้นานๆ ระวังจะทรมานใจตัวเองแทนนะครับ”อาทิตย์พูดขัด
อุปมาที่กำลังจะเดินไป หยุดกึก หันมามองหน้า อาทิตย์ทำยิ้มไม่รู้ไม่ชี้ เดินกลับไปนั่งอ่านแมกกาซีนต่อที่โซฟา อุปมาตาเขียวเคืองๆ ที่โดนแดกกลับกระแทกใจดำ รีบเดินออกไปจากบ้าน อาทิตย์เหลือบตามองตามอุปมาไป
“เสน่ห์แรงใช่ย่อยนะบู้บี้”
อาทิตย์บ่นพึมพำ ถอนใจออกมาอย่างเข้าใจและทำใจได้

+ + + + + + + + + + + +

คุณหญิงรุจา จะเข้าไปดูอาการประมุข ต้องหยุดที่หน้าห้อง ซับน้ำตาให้เรียบร้อย พยายามตั้งสติ ปั้นหน้ายิ้มแย้มก่อนเคาะประตูห้องนอนประมุขเปิดเข้าไป ประมุขพยายามเผยอตามองผู้เป็นแม่อย่างอ่อนแรง
คุณหญิงรุจาเดินเข้าไปจับมือประมุขที่ข้างเตียง
“คุณแม่”
“เป็นไงมั่งลูก”
คุณหญิงรุจา เห็นสภาพลูกชายก็น้ำตาท่วมขึ้นมาอีกอย่างรั้งไม่อยู่
“จวนแล้วครับแม่”ประมุขน้ำตาไหลซึมออกมาทางหางตา
คุณหญิงรุจาบีบมือลูกชายไว้แน่น น้ำตาไหลซึมตามออกมา

+ + + + + + + + + + + +

บารมีกับสไบนางคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่งของบ้านบารมี
“ลุงยังไม่ได้คุยกับมาร์คเรื่องหนูเมเลย”
สไบนางหน้าขรึมลงเล็กน้อย
“ถ้าบีกับมาร์คหย่าขาดจากกันเมื่อไหร่ ลุงก็จะส่งบีไปเรียนต่อที่อเมริกา ตามที่รับปากไว้ทันที”
อุปมาเดินเข้ามาได้ยินพอดี หลบมุมฟัง
“แล้วคุณลุงว่าเราควรหย่าจากกันเมื่อไหร่ล่ะคะ”สไบนางถาม
บารมีมองหน้าสไบนาง สีหน้าจริงจัง
“ถ้าบีบอกลุงมาคำเดียวว่าอยากหย่าเดี๋ยวนี้ ลุงก็จะจัดการให้ทันที”
สไบนางนิ่งไป อุปมาแอบลุ้นๆ คำตอบ สไบนางก้มหน้าลงเล็กน้อย เสียงอ่อนๆชอบกล
“บีก็แล้วแต่คุณลุงเห็นสมควรค่ะ”
อุปมายิ้มออกมาอย่างดีใจ บารมีอีกครั้ง สีหน้าขรึมลง ชักจะมั่นใจบางอย่างมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงโทรศัพท์มือถืออุปมาดังขึ้น อุปมาตกใจ ทุกคนหันมอง อุปมารีบทำหน้าตาย เดินรับโทรศัพท์ตรงมาหาทั้งคู่
“ครับผมมาร์คพูดครับ อ๋อ คุณย่า สวัสดีครับ”
สไบนางและบารมีจับตามองไปที่อุปมาด้วยความอยากรู้ อุปมาฟังคุณหญิงรุจา หน้านิ่งจนกลายเป็นเครียดๆไป มองไปที่สไบนาง
“ครับ...เดี๋ยวผมบอกบีให้ครับ”อุปมากดตัดสาย
บารมีมองหน้าลูกชายด้วยความสงสัย
“มีอะไรเหรอมาร์ค”
“คุณคุณหญิงรุจาโทรมาครับ”อุปมามองไปที่สไบนาง”ท่านติดต่อบีไม่ได้ เลยโทรหาผมแทน”
“บีไม่ได้เอามือถือติดตัวมาน่ะค่ะ...มีอะไรเหรอ”สไบนางไม่ค่อยสบายใจนัก
“คุณย่าอยากให้เธอไปเยี่ยมลุงประมุข คิดว่าไม่น่าพ้นวันนี้”
สไบนางน้ำตารื้นขึ้นมาทันทีหันมองหน้าบารมี เชิงขออนุญาต บารมีพยักหน้าให้
“เดี๋ยวฉันไปส่งให้ก็แล้วกัน”อุปมาพูด
สไบนางชะงักไปเล็กน้อย หันไปมองอุปมา
อุปมาหน้านิ่ง รักษาฟอร์ม
“ฉันจะไปหาคุณเมพอดี”อุปมาเดินเลี่ยงนำกลับออกไป
“บีไปก่อนนะคะคุณลุง”
สไบนางยกมือไหว้ แล้วรีบลุกเดินตามอุปมาออกไป บารมีเครียดขรึมไปทันที

+ + + + + + + + + + + +

อาทิตย์มาเดินเล่นรอสไบนางอยู่ที่สนาม อุปมาเดินนำกลับมา สไบนางที่เดินตามมาข้างหลังเห็นอาทิตย์ก็รีบเดินแซง อุปมาชักสีหน้าเซ็งๆ
“ซันนี่”
“หายแล้วเหรอะบู้บี้ เดินช้าๆก็ได้”อาทิตย์บอกอย่างเป็นห่วง
“ซันนี่มาพอดีเลย ไปส่งบีที่บ้านสวนหน่อยซิ”
“ได้ พี่ก็อยากไปเยี่ยมคุณลุงอยู่เหมือนกัน”
อุปมารีบบอก
“งั้นไปด้วยคนซิ”
สไบนางและอาทิตย์ชะงักไป หันมองอุปมา
“พอดีขี้เกียจขับรถ”
อุปมาเดินนำไปขึ้นรถ ไปนั่งหน้าคู่คนขับ แล้วปิดประตูโครม
“เดินไปกันดีมั้ย”สไบนางหันไปถามอาทิตย์
“ช่างเขาเถอะน่ะ ขึ้นรถเถอะ”
อาทิตย์เปิดประตูให้สไบนาง ขึ้นไปนั่งเบาะหลังก่อนปิดประตูให้ สไบนางฟอร์มปั้นหน้างอ นั่งกอดอกอยู่เบาะหลัง อุปมาปรับกระจกส่งหลัง มองชิ่งไปหา ทำหน้ากวนๆ สไบนางค้อนใส่แล้วเบือนหน้าไปนอกหน้าต่าง อาทิตย์ขึ้นรถอย่างอึดอัด สตาร์ทเครื่องขับรถออกไป

+ + + + + + + + + + +

ประมุขนอนอยู่บนเตียง หายใจอย่างอ่อนแรงจนทุกคนรู้สึกได้ เมธาวีและวิจิตราน้ำตาไหลท่วม แต่พยายามกลั้นไม่ให้สะอึกสะอื้น
“คุณไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะคะ พวกเราอยู่กันได้ ไม่ได้ลำบากอะไร เดี๋ยวเมก็คงได้แต่งงานกับอุปมา เหมือนที่คุณตั้งใจไว้แต่แรก”วิจิตราบอกเศร้าๆ
เมธาวีจับมือประมุขบีบไว้แน่น
“เมอยากให้คุณพ่ออยู่ให้พรเมในงานจังเลยค่ะ อดทนอีกหน่อยได้มั้ยคะ”
ประมุขหลับตาฟังไปเงียบๆ ไม่มีแม้แต่แรงจะขยับปากพูด เมธาวีร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ วิจิตราสงสารลูกสาวจับใจดึงไปสวมกอดเอาไว้
คุณหญิงรุจาพาสไบนางเข้ามา วิจิตราและเมธาวีเหลือบตามองสไบนางแบบเหยียดๆ สไบนางยกมือไหว้วิจิตราตามมารยาท แต่วิจิตราไม่รับไหว้
“ออกไปข้างนอกกันก่อนเถอะเม”
วิจิตราจูงมือเมธาวีพาออกไปจากห้องนอน สไบนางแอบถอนใจยาวออกมา คุณหญิงรุจาส่ายหน้าให้สไบนาง ประมาณบอกว่าอย่าถือสา แล้วจูงมือสไบนางมาที่เตียงประมุข สไบนางเห็นสภาพประมุขก็ร้องไห้ออกมา คุกเข่าข้างเตียงจับมือประมุข
“คุณลุง บีมาแล้วค่ะ”
ประมุขขยับปากยิ้มบางๆ รวมแรงเผยอตามอง ประมุขน้ำตาท่วมตา เสียงแผ่วเบา
“บี”
“ค่ะคุณลุง บีเองค่ะ”
คุณหญิงรุจานั่งลงที่ปลายเตียงน้ำตาคลอๆ
“ฝากคุณย่าด้วย ดูแลให้ดี”ประมุขเสียงอ่อนแรง
สไบนางเหลือบมองคุณหญิงรุจาที่ซาบซึ้งใจ จนน้ำตาท่วม
“ทำแทนลุงด้วย”
คุณหญิงรุจาน้ำตาร่วงผล๋อยด้วยความตื้นตันใจ
สไบนางพูดทั้งน้ำตา
“ค่ะคุณลุง บีจะดูแลคุณย่าอย่างดีที่สุด คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
สไบนางปล่อยโฮออกมากอดซบประมุขร้องไห้ ประมุขขยับมุมปากยิ้มน้อยๆ อย่างสบายใจหายห่วง
+ + + + + + + + + + +

เมธาวีและวิจิตราเดินมาที่โถงต่างแปลกใจ งงที่เห็นอุปมาและอาทิตย์ มานั่งอยู่ที่ห้องรับแขกห่างกันคนละมุม อุปมาและอาทิตย์ต่างยกมือไหว้วิจิตรา
“มากันได้ยังไงเนี่ย”วิจิตราถาม
อาทิตย์แย่งตอบ
“ผมรับบีมาส่งครับ”
เมธาวีหันมองอุปมา อุปมาวางหน้าไม่ถูกเล็กน้อย แก้ตัวไปแบบฟังขึ้น
“ผมเห็นว่ามาที่เดียวกัน ก็เลยขอติดรถมาด้วย”
เมธาวีระแวงๆ ไม่วางใจเท่าไหร่ ไม่คาดคิด...มีแขกที่ไม่ได้นัดไว้ล่วงหน้า เดินขึ้นโถงบ้านมาอีกคน วิจิตราหันมองด้วยความตกใจปนประหลาดใจ วิจิตราตกใจจนหลุดปากออกมา
“คุณบารมี”
ทุกคนแปลกใจหันมองตามวิจิตรา บารมีเดินหน้าเคร่งเครียดเข้ามาหาวิจิตรา
“รังเกียจมั้ยถ้าผมจะขอเยี่ยมไข้ประมุข”
บารมีแววตาขึงขัง รอคำตอบจากวิจิตรา

บารมีเคาะประตูหน้าห้องนอนประมุข สไบนางและคุณหญิงรุจาหันมอง พร้อมกับบารมีเปิดประตูเข้าห้องมา หน้าตาเครียดขรึม
คุณหญิงรุจาตกใจนึกไม่ถึง ประมุขตกใจ พยายามจะมอง แต่แทบจะไม่ไหวแล้ว
“ขอผมคุยกับประมุขตามลำพังได้มั้ยครับ”
คุณหญิงรุจาพยักหน้ารับ
“บี ออกไปกับย่าก่อนลูก”
คุณหญิงรุจาและสไบนาง จูงมือพากันจะออกไปจากห้อง สไบนางเหลือบตามองบารมีอย่างกังวล บารมีตบบ่าสไบนางเบาๆ คล้ายเป็นการบอกให้สบายใจเถอะ สไบนางและคุณหญิงรุจาเดินออกไปจากห้อง ปิดประตูเรียบร้อย บารมีจับตามองประมุขเป็นจุดเดียว ค่อยๆ สืบเท้าเข้าหาเตียง ประมุขรวมแรงเฮือกสุดท้ายค่อยๆ ลืมตามองบารมี
“พี่มี”ประมุขเสียงแผ่วเบาอ่อนแรง
บารมีมองประมุขนิ่ง ประมุขพยายามเบิกตามองไปที่บารมี น้ำตาเอ่อท่วมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิด
“แกทุกข์ทรมานทั้งกายทั้งใจ สาสมกับความผิดที่แกเคยทำไว้แล้ว ฉันอโหสิให้แกประมุข”
คำพูดนั้น ทำให้น้ำตาประมุขไหลซึมออกมาทางหางตา รวมแรงเฮือกสุดท้ายยกมืออย่างยากลำบากมาพนมไหว้ขอบคุณบารมีที่อก
ประมุขพยายามจะขยับปากพูดขอบคุณยังไม่ไหว บารมีขยับมือไปจับมือประมุขที่พนมไม่เสมออยู่กลางอกบีบเบาๆ เป็นการย้ำการให้อภัย ประมุขน้ำตาไหล แต่วงหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้มบางๆ อย่างคนหมดกังวลแล้ว ซึ่งทุกอย่าง กำลังจะจากไปอย่างเป็นสุข

+ + + + + + + + + + + +

บารมีเดินออกมาหาทุกคนที่รออยู่ที่โถงบ้าน บารมีหน้านิ่งขรึม
“ผมขอรับผิดชอบเรื่องการจัดงานศพให้ประมุขเองนะครับคุณน้า”
ทุกคนตกใจมาก
“คุณพ่อ...”
เมธาวีวิ่งร้องไห้นำกลับขึ้นไปที่ห้องนอนประมุข วิจิตราร้องไห้โฮ วิ่งตามลูกสาวไปติดๆ คุณหญิงรุจาและสไบนางร้องไห้หันกอดกันเอาไว้ บารมีหน้าเครียดๆ
“เดี๋ยวผมจะให้มาร์ค เอากุญแจบ้านอัคราชมาให้คุณน้านะครับ ช่วงงานศพ เผื่อเหนื่อยจะได้พักที่บ้านโน้นเลย ไม่ต้องเดินทางไกลๆ”
คุณหญิงรุจาและสไบนางหันมองบารมี อย่างนึกไม่ถึง
“มาร์ค กลับบ้านพร้อมพ่อ”บารมีสั่ง
“ครับพ่อ”อุปมาเดินตามบารมีกลับออกไปจากบ้าน
อาทิตย์สงสารสไบนางที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด เดินเข้าไปตบบ่าให้กำลังใจเบาๆ

+ + + + + + + + + + + +

วิมาดาก้มหน้านั่งเขี่ยอาหารในจานไปมา แต่หูเงี่ยฟังธนูที่กำลังโทรศัทพ์อย่างหงุดหงิด พยายามจะติดต่อปลายสายให้ได้
“ทำไมไม่รับซะทีวะ...”ธนูเปลี่ยนไปกด โทรออกอีกเบอร์
“ทำไมไม่โทรเบอร์น้องฝนดูล่ะคะ”
“โทรแล้ว ติดแต่ไม่รับ พี่สาวคงจะสั่งเอาไว้”ธนูกดตัดวางโทรศัพท์ลงโต๊ะหัวเสีย
”แล้วคุณทิพย์เธอจะฟ้องหย่ามั้ยคะ”วิมาดากังวล
“ผมไม่ยอมหย่าง่ายๆหรอก ลูกผมทั้งคน ผมไม่อยากให้แคปปิตอลกลายเป็นเด็กมีปัญหา”
“ดีค่ะ วิก็สงสารเด็กเหมือนกัน”วิมาดาพูดแดกดัน
ธนูถอนใจออกมา ก่อนพยายามกดโทรศัพท์โทรหาหยาดฝนใหม่
“วิเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”วิมาดาลุกเดินไป พอคล้อยหลัง ก็พึมพำ
“หย่ากันฉันก็ซวยน่ะซิ ” วิมาดาถอนใจออกมาอย่างหนักใจ
+ + + + + + + + + + + + +

ที่ศาลาสวดศพตอนหัวค่ำ
บารมีนั่งคุกเข่าอยู่หน้าโลงศพ สีหน้านิ่งขรึม พนมมือกับธูป 1 ดอก
“แกไม่ต้องห่วงทั้งบีและเม เด็กสองคนไม่รู้เรื่อง และไม่เกี่ยวข้องกับความแค้นในอดีตของเรา...ฉันเป็นคนผูก ฉันก็ต้องเป็นคนแก้”
บารมีถอนใจออกมา อย่างหนักใจ
“แต่ฉันคงรับปากแกไม่ได้ ว่าจะไม่มีใครต้องเสียใจ แต่ฉันก็จะพยายามทำทุกอย่าง ให้ถูกที่ถูกทางมากที่สุด...หลับให้สบายเถอะประมุข”
บารมีปักธูปก่อนจะก้มกราบศพ แล้วลุกเดินไปรับคุณหญิงรุจา ที่เดินจูงมือบังอรคุยกับแขกผู้ใหญ่เข้าศาลาสวดศพมา หยุดคุยกันอยู่ คุณหญิงรุจาน้ำตาคลอๆ
“แม่ต้องมางานศพลูกตัวเอง ทั้งสองคนใจมันห่อเหี่ยวจริงๆค่ะคุณ ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมแล้ว”
บังอรชำเลืองมองคุณหญิงรุจา แอบน้ำตาคลอๆ สงสารเห็นใจ
“อย่าพูดแบบนี้สิคะคุณหญิง เดี๊ยนฟังแล้วเศร้าใจจังเลย”แขผู้ใหญ่พูด
คุณหญิงรุจาฝืนยิ้มบางๆ แต่จิตใจห่อเหี่ยวหมดแล้ว ได้แต่ถอนใจออกมา

+ + + + + + + + + + + +

อุปมา เมธาวี และวิจิตราช่วยกันต้อนรับแขกที่หน้าศาลาสวดศพ แขกที่มาร่วมงานเข้าไปจับมือวิจิตรา
“เสียใจด้วยนะจิตรา”
วิจิตราน้ำตาคลอๆ
“ขอบคุณค่ะคุณพี่”
“เร็วเกินไปนะคะ”แขกส่ายหน้าพร้อมถอนใจ
“เชิญทางนี้ค่ะคุณป้า”เมธาวีพาแขกเข้าไปไหว้ศพ
วิจิตราใช้ทิชชู่ซับรอบตาไปมา อุปมาแอบชำเลืองมองไปทางสไบนาง ที่นั่งอยู่ข้างบารมีประกบอีกข้างด้วยอาทิตย์ กระซิบคุยกันอยู่ อาทิตย์เหลือบตามองไปทางอุปมาพอดี อุปมารีบหันกลับไปทันทีแอบเหยียดปากเซ็งๆ ปนหมั่นไส้ ก่อนจะหันกลับไปทางหน้าศาลา เมธาวีเดินกลับมาที่หน้าศาลา โอบเอวอุปมาอย่างสนิทสนม
“หิวมั้ยคะมาร์ค ไปหลบมุมนั่งทานอะไรกันก่อนดีมั้ยคะ”เมธาวีถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรครับ ผมยังไม่หิว”
สไบนางที่แอบชะเง้อมองมาทางอุปมา อาทิตย์ที่แอบจับตามองท่าทีของสไบนางและอุปมาอยู่เงียบๆ รู้สึกถึงความพิเศษลึกๆ ของทั้งคู่ได้ไม่ยากนัก

+ + + + + + + + + + + +

อุปมาเดินนำเข้าโถงบ้าน มาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาอย่างหมดแรงหลัง จากกลับจากงานสวดศพของประมุข บารมีเดินตามเข้ามา
“พ่อขอโทษนะมาร์ค”บารมีบอกอย่างรู้สึกผิด
“เรื่องอะไรเหรอครับ”อุปมางงเล็กน้อย
บารมีไม่สบายใจ
“ก็เรื่องที่พ่อดึงแกมาเดินหมากแก้แค้นให้พ่อน่ะสิ ชีวิตแกต้องพลอยวุ่นวาย ไม่มีความสุขไปด้วย”
อุปมาหน้าขรึมไปเล็กน้อย
“ความแค้นของพ่อ ก็เป็นเรื่องที่เขาทำไว้กับปู่ผมเหมือนกัน อย่าคิดมากเลยครับ”
บารมีจ้องหน้าอุปมา
“แกไม่เห็นด้วยกับเรื่องแก้แค้นแต่แรก แต่แกไม่อยากขัดใจพ่อ”
อุปมาเงียบไปเล็กน้อย ลุกขึ้นยืน ตอบแบบเลี่ยงๆ
“สิ่งที่พ่อเอาคืนพวกเขา เทียบไม่ได้เลย กับที่เขาเคยทำไว้กับพวกเรา ถ้าทุกเรื่องที่พ่อรู้มาเป็นความจริงทั้งหมดนะครับ”
บารมีเงียบไปเหมือนกัน ลึกๆ แล้วหลายๆเรื่อง ก็ไม่ชัดเจนเพียงแต่มีคนเล่าให้ฟังมาอีกที
“แต่ถ้าพ่อจะลุกขึ้นมาเอาคืน ด้วยการฆ่าแกงพวกเขา หรืออะไรที่รุนแรงเกินไป ผมก็คงไม่เห็นด้วย แล้วก็คงต้องเปิดอกคุยกันอย่างจริงจังไปแล้ว”
บารมียิ้มพอใจตบบ่าอุปมา

“ไม่เสียแรงที่พ่อส่งให้แกเรียนสูงขนาดนี้...”บารมีถอนใจออกมาหนักๆ”ช่วงที่ผ่านมาไม่มีใครเลยซักคนที่มีความสุข แม้แต่คนที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลยอย่างบี”
อุปมาหน้าขรึมลงอย่างคิดตาม
“ตั้งแต่พ่อได้เจอและรู้จักกับเด็กคนนี้ ใจพ่อผ่อนคลายขึ้นเยอะ พ่อรู้สึกผิดและสงสารหนูบีมาก จนพ่ออยากจะล้มเลิกแผนการแก้แค้นทั้งหมดอยู่หลายครั้ง”
อุปมาคล้อยตาม สงสารและเห็นใจสไบนางมากเหมือนกัน
“ท่าทางเราสองคนจะใจอ่อน ให้กับผู้หญิงคนเดียวกันซะแล้วนะมาร์ค”
อุปมาชะงักสบตาพ่อที่มองตนแบบอ่านออก...อุปมาต้องหลบสายตาไป
“แล้วแกจะหย่ากับบีได้เมื่อไหร่”บารมียิงคำถามแบบไม่ให้ตั้งตัว
อุปมาอึ้งไป
“ทั้งคุณหญิงรุจาทั้งวิจิตรา ถามพ่อยังกะนัดกันมา”
“แล้วคุณพ่อตอบไปว่ายังไงล่ะครับ”
“ก็ตอบกลางๆ ไปว่ารอดูตามความเหมาะสม จริงๆ พ่ออยากจะมาถามแกให้แน่ใจก่อนมากกว่า”บารมีจ้องหน้าอุปมา
“ก็รอให้งานศพเรียบร้อยไปก่อนก็ได้ครับพ่อ ทุกคนกำลังเสียใจ ผมไม่อยากทำอะไรหักหาญน้ำใจกันตอนนี้”อุปมาอึกอักเล็กน้อย
“ก็ดี แกจะได้มีเวลาทบทวนใจตัวเองให้ถี่ถ้วน จะได้ไม่ต้องตัดสินใจผิดๆ”
บารมีเดินกลับออกไปจากบ้าน อุปมาชะงักไปเลย มองตามพ่อไปอย่างอึ้งๆ ที่พ่อรู้ทันความในใจของตน

+ + + + + + + + + + + +

ค่ำคืนนั้น...
สไบนางบีบนวดขา ให้คุณหญิงรุจาอยู่บนเตียงในห้องนอน
“บีเห็นคุณย่าทำใจได้เร็วแบบนี้ บีค่อยสบายใจขึ้นหน่อย”
“ย่าทำใจมาซักพักแล้วล่ะ ช้าเร็ววันนี้ก็ต้องมาถึง”
สไบนางซึมๆ บีบนวดย่าไป
“ย่าก็หวังว่าบุญคุณ ความแค้นทั้งหมด จะจบไปพร้อมกับความตายของลุงเราจริงๆ”
คุณหญิงรุจาสบตาหลานสาว
“ย่าถามเรื่องหย่าให้แล้วนะ ลุงมีของเราเขาบอกว่ารอความเหมาะสมก่อน ย่าก็ไม่เข้าใจว่าไอ้ความเหมาะสมของเขามันหมายถึงอะไร”
“ก็คงรอให้เสร็จงานศพลุงมุขไปก่อนมั้งคะ”
คุณหญิงรุจาพยักหน้ารับ
“ถ้านั่นคือความเหมาะสมที่เขาว่า ก็คงจะใช่”
สไบนางหลบสายตา บีบนวดไปมา คุณหญิงรุจาเชยคางสไบนางขึ้นมองหน้า
“หย่าเรียบร้อยแล้ว เราจะเอายังไง”
“ก็แล้วแต่คุณย่า”
“แล้วแต่ย่าไม่ได้แล้วล่ะ นี่คืออนาคตที่เหลือของเรา อยากไปเรียนต่อเมืองนอก หรือ หนักแน่นพอที่จะเรียนต่อเมืองไทย ก็สุดแล้วแต่เราจะตัดสินใจ”
สไบนางใช้ความคิด
“ใจจริงบีอยากไปเรียนต่อนะคะ จะได้ไปพ้นเรื่องบ้าๆ พวกนี้ซะที”สไบนางมองย่าสายตาเป็นห่วง”แต่บีก็เป็นห่วงคุณย่า ไม่อยากทิ้งคุณย่าไว้คนเดียว”
คุณหญิงรุจายิ้มๆ เอ็นดู ลูบหัวสไบนางอย่างรักมาก
“ไม่ต้องห่วงย่าหรอก ย่ามันคนบาปหนา ตายยาก ไปเรียนแค่ไม่กี่ปีเอง ย่าอยู่รอเรากลับมาอยู่แล้วล่ะ”
สไบนางยิ้ม
“คุณย่าพูดอะไรก็ไม่รู้”
คุณหญิงรุจายิ้มเอ็นดู ดึงสไบนางเข้ามากอดเอาไว้
“ฝันร้ายกำลังจะผ่านไปแล้วนะลูก ลืมมันไปซะให้หมด บีของย่ากำลังอนาคตที่สดใสรออยู่นะลูกนะ”
“ค่ะคุณย่า”สไบนางน้ำตารื้นๆ ขึ้นมา”บีต้องลืมฝันร้ายครั้งนี้ให้ได้ บีจะไม่จดจำอะไร ให้ติดค้างใจบีอีกเลย”สไบนางกอดซบคุณหญิงรุจาเอาไว้แน่น คุณหญิงรุจาได้แต่ลูบหัวหลานสาวไปมาด้วยความรักและเป็นห่วง
ทางด้านอุปมา เขาไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ จึงนั่งดูภาพย้อนหลังจากกล้องวงจรปิดหน้าจอคอมฯ อย่างยิ้มแย้มมีความสุข
อุปมาดูเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างเขา กับสไปนางในห้องที่ทะเลาะกันอยู่เรื่อยๆ อุปมาได้เห็นภาพสไบนางที่นอนหันหลังให้เขาแต่ก็แอบอมยิ้ม อุปมาเห็นแล้วยิ้มตามไปด้วย แล้วเขาก็ต้องชะงักไป เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ต่อมา เป็นภาพเหตุการณ์ที่เมธาวีเปิดประตูห้องหอเข้ามา หน้าตาโกรธจัด เพราะห้องหอเต็มไปด้วยข้าวของของสไบนาง
อุปมาถอนใจเครียดๆ ว้าวุ่นใจและสับสนกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อสไบนางเป็นอย่างมาก
สไบนางในชุดไว้ทุกข์ เดินลงจากบ้านมาสูดอากาศยามเช้าที่หน้าบ้านสวน สไบนางหยุดกึกชะงักไปเมื่อเห็นเงาผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่ศาลาท่าน้ำ ทอดสายตามองออกไปที่แม่น้ำ สไบนางสงสัยว่าใคร จึงเดินไปหาที่ศาลาริมน้ำ
“มาหาใครคะ”สไบนางถาม
ชายหนุ่มคนนั้นหันกลับมา เป็นทศวรรต สไบนางดีใจและตกใจมากระคนกัน
“พี่ทศ””
สไบนางวิ่งโผเข้ากอดทศวรรตเต็มแรง ทศวรรตขำ
“โอ๊ย เบา”
สไบนางร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ
“บีคิดถึงพี่ทศที่สุดเลย”
สไบนางกอดทศวรรตเอาไว้แน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความดีใจจัดทศวรรตขำๆแต่ก็กอดสไบนางเอาไว้แน่นกระชับคิดถึงมากไม่แพ้กัน

+ + + + + + + + + + + +

ทศวรรตกราบที่ตักคุณหญิงรุจา ที่นั่งยิ้มแย้มอยู่ที่โซฟา ลูบหัวทศวรรตไปมา สไบนางนั่งอยู่ไม่ห่างนักยิ้มแย้มดีใจที่ทศวรรตกลับมา
“กลับมาทันงานศพพ่อเขาก็ดีแล้วลูก”
ทศวรรตชะงักไปเล็กน้อย สบตากับคุณหญิงรุจา
“ถึงจะไม่ใช่พ่อแท้ๆ เขาก็เคยมีบุญคุณกับเรานะทศ”
ทศวรรตหน้าขรึมลง
“ครับคุณย่า...”
“ขึ้นมานั่งข้างๆ ย่านี่มา”
ทศวรรตขึ้นมานั่งข้างๆ คุณหญิงรุจา แล้วชำเลืองมองสไบนาง ทศวรรตไม่สบายใจไปด้วย
“ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเรื่องมากมายขึ้น กับบีขนาดนี้นะครับ”
คุณหญิงรุจาถอนใจออกมา
“ยังมีเรื่องอีกเยอะที่พ่อทศยังไม่รู้”
“แต่คงไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ เท่ากับเรื่องผมไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อประมุขอีกแล้วล่ะครับคุณย่า”
ทศวรรตพูดติดตลก คุณหญิงรุจาหน้าขรึมๆ
“ก็ไม่แน่หรอกนะทศ”
ทศวรรตขำค้างไป
“มีอีกหลายเรื่องที่ถึงเวลาแล้ว ที่พ่อทศควรจะรู้ซะที...”คุณหญิงรุจาหันมองสไบนาง”บีกลับขึ้นห้องไปก่อนลูก”
“ค่ะคุณย่า”สไบนายิ้มให้ทศวรรตก่อนเดินออกไป
ทศวรรตหันมองหน้าคุณหญิงรุจาอย่างสงสัยอยากรู้

+ + + + + + + + + + + +

ทศวรรตยืนทอดสายตาไปที่กลางลำน้ำ หลังจากที่ได้รู้ว่าพ่อที่แท้จริงของตัวเองเป็นใคร คุณหญิงรุจาเดินตามคุยมาหยุดที่ด้านหลัง
“ไม่โกรธพ่อเขาใช่มั้ยทศ”
ทศวรรตหันกลับมามองคุณหญิงรุจา
“ตอนนั้นพ่อเรามีความจำเป็น เขาเป็นคนดี มีความรับผิดชอบถ้ารู้ว่าขัตติยาตั้งท้องกับเขา บารมีไม่หนีหายไปแบบนั้นแน่”
ทศวรรตยิ้มบางๆ
“เรื่องของผู้ใหญ่ครับคุณย่า อะไรลืมได้ผมก็อยากลืมให้หมด แล้วตั้งต้นกันใหม่ ที่ผมอยากพบ...”ทศวรรตหยุดไปอึดใจ”คุณบารมี ก็เรื่องบ้านอัคราช ผมอยากไถ่ถอนคืนให้คุณย่าครับ”
“พ่อทศ”คุณหญิงรุจามองหน้าทศวรรตตื้นตันใจ
ทศวรรตน้ำตารื้นๆ มองหน้าคุณหญิงรุจา
“คุณย่าคนเดียวเท่านั้น ที่คือทั้งแม่ทั้งพ่อที่ผลักดันให้ผมเป็นผมได้อย่างวันนี้ ผมจะทำทุกอย่างเพื่อเอาบ้านอัคราชคืนมาให้ได้ครับคุณย่า”
คุณหญิงรุจาน้ำตาเอ่อขึ้นมา ลึกๆก็รู้สึกละอาย
“ทศรู้ความจริงทั้งหมดแบบนี้แล้ว ยังจะอยากช่วยอัคราชอยู่อีกเหรอ”
“ผมทำเพื่อคุณย่า เพื่ออาจักษ์นะครับ เพื่ออัคราชส่วนที่ดี ทำไมผมจะทำไม่ได้”
“พ่อทศ”

คุณหญิงรุจาตื้นตันใจ ดึงทศวรรตเข้ามาสวมกอดเอาไว้
“ผมเข้าใจแล้ว ว่าทำไม...”ทศวรรตหยุดเล็กน้อย”คุณบารมีถึงหายสาบสูญไป แล้วกลับมาเพื่ออะไร”
“เรียกเขาว่าพ่อซิทศ”
ทศวรรตชะงักไปเล็กน้อย ผละออกจากกอดคุณหญิงรุจา
“บารมีเป็นคนดี ย่าพูดได้เต็มปากว่าเขาเป็นคนดีมาก...”รุจาเลื่อนมือไปแนบแก้มทศวรรต”ทศเหมือนกับบารมี พ่อของเราทุกกระเบียดนิ้ว”ทศวรรตฟังย่าแอบน้ำตารื้นๆขึ้นมาอีก
“เป็นคนมีความกตัญญูรู้คุณ มีความรับผิดชอบ แยกถูกผิดเป็น ย่าอิจฉาพวกบุญอนันต์จริงๆ” คุณหญิงรุจาชื่นชมน้ำตาพาลจะไหล ต้องเลื่อนมือกลับมาซับน้ำตาออก
“อย่าคิดแบบนั้นซิครับคุณย่า”
“ย่ามีลูกไม่ดี คนที่ดีก็อยู่กับย่าไม่นาน ย่าพอใจแล้วล่ะพ่อทศ ย่าทดแทนทุกอย่างที่ทำได้เพื่อแก้ความผิดให้ประมุข ถึงบารมียังโกรธอยู่ ย่าก็หวังว่าส่วนดีที่ย่าทำไว้ จะลบรอยมารร้ายๆ ในใจของบารมีลงได้บ้าง”
คุณหญิงรุจาเล่าทั้งน้ำตาคลอๆยกมือขึ้นซับน้ำตาออก ทศวรรตสงสารและเห็นใจ คุณหญิงรุจามาก ตัดสินใจบอก...
“คุณย่าพาผมไปพบคุณบารมีเดี๋ยวนี้เลยได้มั้ยครับ”
คุณหญิงรุจาชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับ

+ + + + + + + + + + + +

ที่บ้านบารมี...
ทศวรรตนั่งพับเพียบกับพื้น กราบเท้าบารมีที่นั่งอยู่บนโซฟา บารมีลูบหัวทศวรรตน้ำตารื้นๆคุณหญิงรุจาที่นั่งอยู่ไม่ห่างนักก็รู้สึกซาบซึ้งใจตามไปด้วย ทศวรรตกราบบารมีเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมอง
บารมีน้ำตาคลอๆ เสียงสั่นๆ
“พ่อทำบาปกับแม่เราแท้ๆ...ทศเกลียดพ่อรึเปล่า”
“ผมรู้เรื่องจากคุณย่าอย่างละเอียดแล้วล่ะครับ”
บารมีหันมองคุณหญิงรุจา
“น้าสบายใจที่สุดแล้วที่ได้ทำเรื่องที่ถูกต้องซะที พ่อมีรับลูกของพ่อมีคืนไปเถอะนะ น้าเป็นย่าเฝ้าทรัพย์สมบัติของใครมานานแล้ว เมื่อถึงเวลาคืนให้เจ้าของ ก็ต้องคืนอย่างถูกต้องครบถ้วน”
“ผมต้องกราบคุณน้าซักกี่ครั้ง ให้สมกับความกรุณาของคุณน้าทั้งหมด”
คุณหญิงรุจาขำออกมาเบาๆ
“ครั้งเดียวเท่านั้นล่ะ พ่อมีก็กราบน้าไปแล้วนี่”
บารมีรู้สึกซาบซึ้งบุญคุณ
“มันน้อยเกินไปครับคุณน้า น้อยจนไม่รู้ว่าจะเทียบกับอะไรดี”
“ช่างเถอะ อย่าคิดมากอะไรอีกเลยนะ”
“ที่มาที่นี่ ผมมีเรื่องนึงอยากมาพูดกับพ่อ”บารมีหันมองทศวรรต
“ทศ”คุณหญิงรุจาปราม
“ไม่เป็นไรครับคุณน้า ทศมีอะไรก็พูดมาเถอะลูก”
“ผมจะพูดในฐานะที่เป็นอัคราชคนหนึ่ง ผมอยากไถ่คืนบ้านอัคราชให้คุณย่า ผมทราบว่ามันเป็นเงินจำนวนมาก ผมขอความกรุณาจากคุณพ่อ ขอผ่อนเป็นงวดๆ ได้มั้ยครับ”
บารมีขำเบาๆ
“พ่อคงให้ทศไม่ได้หรอก”
ทศวรรตอึ้งไปเล็กน้อย
“อย่าหาว่าดูถูกเลยนะ ทั้งชาติ ทศก็คงไม่มีปัญญาหามาใช้พ่อได้”
“พ่อพูดถูกครับ ผมไม่เถียง แต่ผมขอผ่อนชำระเป็นงวดๆ ก็แล้วกันคิดดอกเบี้ยผมก็ไม่เกี่ยง”
บารมีหน้านิ่ง เสียงเรียบๆ
“พ่อบอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้ซิ”
“ผมไม่เข้าใจ”ทศวรรตเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย
“ช่างเถอะพ่อทศ ย่าอยู่ที่บ้านสวนก็สุขสบายตามอัตภาพดีอยู่แล้วล่ะ”คุณหญิงรุจารีบบอก
ทศวรรตยังไม่หายข้องใจ
“พ่อมีเหตุผลอะไรครับ หรือความแค้นเก่าของพ่อยังไม่หมด”
“หมดแล้ว บุญคุณความแค้นทั้งหมด พ่อปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับประมุขแล้ว แต่ที่พ่อยกให้ทศไม่ได้ ไม่ว่าจะขอซื้อต่อด้วยราคาแพงแค่ไหน ก็เพราะพ่อยกบ้านอัคราชคืนคุณย่าทศไปแล้วน่ะซิ”
“อะไรกันพ่อมี น้าไม่รู้เรื่อง”คุณหญิงรุจางง
บารมียิ้มแย้ม
“ผมให้มาร์คเอากุญแจไปคืนคุณน้า เพื่อเปิดบ้านคราช ผมไม่ได้คิดจะขอกุญแจกลับคืนมาอีก”
คุณหญิงรุจาอึ้ง
“พ่อมี”
ทศวรรตยิ้มออกมาอย่างดีใจ

“คุณน้ามีบุญคุณกับผมท่วมท้น เป็นแม่ของเพื่อนรัก เป็นที่รับฝากน้องสาวและ คู่หมั้นที่มีลูกผมติดท้องไปด้วย เป็นคุณย่าที่รักของหลานสาวคนเดียวของผม”บารมีน้ำตารื้น”ถ้ามีอะไรที่ผมจะทำเพื่อคุณน้าได้ มีหรือครับที่ผมจะไม่ทำ”
คุณหญิงรุจาน้ำตาคลอ
“ขอบใจมากพ่อมี”
ทศวรรตน้ำตาคลอๆ
“ขอบคุณครับพ่อ”ทศวรรตกราบลงที่ตักของบารมี
บารมียิ้มออกมาอย่างชื่นใจ หมดเรื่องติดค้างคาใจให้ทุกข์ใจอีก ลูบหัวทศวรรตอย่างเอ็นดูและเมตตา
+ + + + + + + + + + + +

สไบนางนั่งรอคุณหญิงรุจา และทศวรรตอยู่ที่ม้าสนามหน้าบ้าน อุปมาเดินตรงเข้ามาบ้านบารมี สไบนางเห็นอุปมา รีบลุกจะเดินหนี
“เดี๋ยวซิ”อุปมาเรียก
สไบนางหยุดเดิน
“จะกลับมาอยู่ที่นี่แล้วเหรอ”
“เปล่า มาเป็นเพื่อนคุณย่ากับพี่ทศ”
“พี่ทศ”อุปมารู้สึกคุ้นชื่อ
“ใช่ พี่ชายคนละแม่ของนาย ลุงมีเล่าให้ฟังแล้วไม่ใช่เหรอ เข้าไปทำความรู้จักซะซิ” สไบนางจะเดินนำเข้าไป
“แล้วเธอจะกลับมาอยู่บ้านฉันเมื่อไหร่”อุปมาเสียงอ่อนๆลง
สไบนางชะงักไปหันกลับมามองอุปมา
“คงไม่กลับมาแล้วล่ะ”สไบนางพูดเองก็ใจหายวูบวาบเอง
อุปมาก็อดใจหายไม่ได้เช่นกัน
“เดี๋ยวก็หย่า แค่ไม่กี่วันคงไม่ต้องสร้างภาพอะไรต่อแล้วมั้ง”
อุปมาและสไบนางสบตากันวูบนึง ต่างเผลอมองเข้าไปในตาของกันและกัน สไบนางชิงดึงสายตากลับก่อน แล้วเดินนำเข้าไปในบ้าน อุปมามองตามถอนใจบางๆ ก่อนเดินตามเข้าไป

+ + + + + + + + + + + +

อุปมายกมือไหว้ทศวรรต ยิ้มแย้มให้อย่างเป็นมิตร
“สวัสดีครับพี่ทศ”
ทศวรรตยิ้มแย้มรับไหว้
“พี่ดีใจนะที่ได้มีน้องชายเพิ่มอีกคน”
อุปมายิ้ม
“เจอกันช้าไปนะครับ เป็นลูกคนเดียวเหงามาเกือบสามสิบปี”
“อ้าว ยังไม่สามสิบอีกเหรอ หน้านำไปไกลแล้ว”สไบนางแขวะ
ทศวรรตขำ อุปมาเหล่ๆสไบนางเล็กน้อย
“ยัยบุบบี้”คุณหญิงรุจาปราม
สไบนางยิ้มแหยๆ บารมียิ้มปลื้ม
“ลูกหลานบุญอนันต์ ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาซะที เสร็จเรื่องงานศพประมุข เราคงได้ฉลองใหญ่กัน”
ทศวรรต ยิ้มแย้ม
“งั้นก็รอเลี้ยงทีเดียว หลังงานแต่งมาร์คกับเมก็ได้ครับ”
มีคุณหญิงรุจาคนเดียวที่ยิ้มเห็นด้วย ส่วนอุปมา สไบนาง และบารมีก็นิ่งๆ กันไป
“เสร็จงานเผาศพประมุข พ่อมีก็นัดวันจดทะเบียนหย่าให้มาร์คกับบีซะเลยนะ ทุกอย่างจะได้เข้าที่เข้าทางซะที”
บารมีพยักหน้ารับ
“ครับคุณน้า”
อุปมาและสไบนางแอบชำเลืองมองหน้ากันเล็กน้อย พอสบตากัน ต่างรีบเบือนสายตาไปทางอื่นทันที
+ + + + + + + + + + + +
สายทิพย์เดินคุยกับพนักงานผู้ช่วย ออกมาจากเรือนรับรองของฮัทริมแคว...
“พี่มีข่าวดีจะบอก ลองวีคเอนด์อาทิตย์หน้ารีสอร์ทเราถูกจองเต็มทุกห้องแล้ว”
พนักงานดีใจมาก
“จริงเหรอคะพี่ ดีใจจังเลยค่ะ”
"ค่อยคุ้มที่ลาออกมาหน่อย”
สายทิพย์ขำ ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นใครบางคนยืนรออยู่ข้างหน้า ธนูยืนรออยู่ด้านหน้า ยิ้มแบบใจดีสู้เสือ สายทิพย์รีบเดินหนีกลับเข้าไปทันที ธนูรีบตาม ไปฉวยมือเอาไว้
“เดี๋ยวซิครับคุณทิพย์”
สายทิพย์เสียงนิ่ง สายตาดุ ดูน่าเกรง
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”
“คุณรู้มั้ยว่ายากแค่ไหนกว่าจะตามหาคุณเจอ”
ธนูยอมปล่อย สายทิพย์กอดอกเบือนหน้าไปทางอื่น
“ผมคิดถึงคุณกับลูกมากนะทิพย์”
สายทิพย์น้ำตารื้น
“ปัญหาทั้งหมด มีต้นเหตุมาจากคุณคนเดียว”
“ผมเสียใจ”
สายทิพย์หันขวับมาทันที น้ำตาท่วม
“ไม่มีประโยชน์จะเสียใจ ไม่มีการให้อภัยอะไรอีกทั้งนั้น ฉันต้องการหย่า”
ธนูตกใจมาก
“คุณทิพย์”
“เร็วที่สุด”
สายทิพย์น้ำตาร่วง พร้อมวิ่งกลับเข้าไปด้านใน ธนูเงียบกริบ เครียดไปทันที เพราะดูออกว่าคราวนี้สายทิพย์เอาจริง
อุปมาหน้าเครียดๆ เดินมานั่งที่เก้าอี้หัวโต๊ะในห้องประชุม ขณะที่วิมาดาบีบน้ำตา ทำตัวน่าสงสาร เดินมานั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ อ้อนวอนขอร้อง
“วิอยากหนีเขาให้พ้นซะที มาร์ครู้มั้ยว่าคุณทิพย์หนีออกจากบ้านไปแล้ว คราวนี้เขาหย่ากันแน่ๆ”
อุปมาได้แต่ถอนใจออกมาด้วยความรู้สึกอึดอัด
วิมาดาทำบีบน้ำตาคลอ
“วิไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ครอบครัวใครต้องแตกแยก”
ทันใด เมธาวีเปิดประตูห้องประชุมเข้ามา
“งั้นก็ควรไปอยู่ห่างๆ ว่าที่สามีฉันได้แล้ว”
อุปมาและวิมาดาหันไปมอง อุปมาดูดีใจที่เมธาวีมาได้จังหวะ ส่วนวิมาดามีสีหน้าหมั่นไส้ เมธาวีเดินกรีดกรายมาหาอุปมาพร้อมพูด
“ขอโทษที่เสียมารยาทแอบฟังอยู่หน้าห้อง”
เมธาวีเดินไปโอบตัวอุปมา แสดงความเป็นเจ้าของพูดกับวิมาดา
“แฟนใครๆ ก็รัก ใครก็หวงจริงมั้ยคะ”
วิมาดาถอนใจออกมา เสียอารมณ์ลุกขึ้นจะเดินออกไป เมธาวียืดตัวพูดข่ม
“ขอให้เธอทำความเข้าใจซะด้วย ฉันแต่งงานกับมาร์คเพื่อเป็นภรรยาคนเดียว ไม่ได้แต่งเพื่อเป็นเมียหลวง เพราะฉะนั้นที่นี่ไม่มีที่ว่างสำหรับเธอ”
วิมาดาหยุดฟัง ก่อนจะหันมาจ้องหน้าเมธาวี วิมาดาสะกดอารมณ์เอาไว้ ยิ้มหยัน
“รอให้มาร์คยอมกลับไปแต่งงานกับเธอ ซะก่อนเถอะ ค่อยมาบอกฉัน“
วิมาดาพูดกวนประสาท ก่อนเดินกรีดกรายออกไป เมธาวีเจ็บใจมาก โกรธจนสีหน้าออก แต่ผู้ดีเกินกว่าจะกรี๊ดกร๊าด อุปมาชะงักไปวางหน้าไม่ถูกเล็กน้อย เมธาวีหันขวับมาจ้องหน้าอุปมา
“พ่อคุณกำหนดวันให้รึยังคะ ว่าจะให้คุณกับนังบีหย่ากันเมื่อไหร่”
เมธาวีสีหน้าจริงจัง คาดคั้นรอคำตอบ อุปมาเงียบไปอย่างอึดอัดไป ได้แต่ส่ายหน้าไปมา เมธาวีหงุดหงิดหัวเสียเดินออกไปจากห้องประชุม
“คุณเม...”อุปมาถอนใจ ลุกตามไปอย่างเสียไม่ได้

+ + + + + + + + + + +

สไบนางในชุดสดใสออกทุกข์แล้ว เดินยกถาดใส่อาหารมาตั้งที่โต๊ะอาหาร
“ข้าวแช่ค่ะคุณย่า”
คุณหญิงรุจาเดินยิ้มแย้มมาที่โต๊ะอาหาร
“ยายจันทร์บอกว่าคุณย่า บ่นอยากทานมาหลายวันแล้วเหรอคะ”
คุณหญิงรุจานั่งลง
“ใช่ นึกว่ายายจันทร์จะลืมไปแล้วซะอีก”
สไบนางยิ้มแย้มนั่งลง เตรียมตักข้าวแช่ทานเป็นเพื่อนย่า
“ย่าว่าบีไปเก็บเสื้อผ้าจากบ้านคุณมาร์ค กลับมาให้หมดเถอะ”
สไบนางชะงักไป ทานไม่ลง
“งานศพลุงเราเรียบร้อยหมดแล้ว อาทิตย์นี้ อาทิตย์หน้าก็น่าจะหย่ากันให้เรียบร้อยซะที”
“ค่ะคุณย่า”
คุณหญิงรุจาก้มหน้าทานอาหารไป สไบนางซึมไป กินไม่อร่อยเสียแล้ว

+ + + + + + + + + + + +

หัสดินเดินคุยกับหยาดฝน ตามทางเดินในมหาวิทยาลัย...
“พี่ว่าเรารอช้าไม่ได้แล้วล่ะฝน งานศพคุณประมุขเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ไม่เกินวันสองวันคุณเมต้องเร่งให้มาร์คกับน้องบีหย่ากันแน่ๆ”
หยาดฝนลังเล
“แผนเราจะสำเร็จเหรอคะคุณหัส ฝนกลัวโดนบีซ้อม”หยาดฝนหน้าแหยๆ
“เราจริงใจกับเพื่อนซะอย่างจะกลัวอะไร นี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วถ้าสิ่งที่เรารู้สึกมันจริง เราจะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลังว่า มีโอกาสแล้วไม่ยอมช่วยเพื่อน”
“ตกลงค่ะ เราจะเริ่มแผนการเมื่อไหร่ดีคะ”หยาดฝนตัดสินใจลุย
“ไม่มีเวลาแล้ว ต้องเย็นนี้เลย”
หยาดฝนตกใจ ปนกังวลขึ้นมาทันที

+ + + + + + + + + + + +

อุปมาเหล่ๆมองไปที่หัสดิน ที่กอดอกปั้นหน้าเครียดนั่งอยู่ที่โซฟารับแขก ในห้องทำงานอุปมา
“เป็นอะไรของแกวะ จะเครียดอะไรนักหนา”อุปมาถาม
“น้ำท่วมปาก แกเข้าใจมั้ย”
“แกเกรงใจใครขนาดนั้น ถึงไม่กล้าพูด”
“ก็เกรงจะโดนแกต่อยเอาน่ะสิ”
“อะไรของแกวะ”อุปมางง
หัสดินทำหน้าลำบากใจ
“ฉันก็ไม่อยากหักหลังฝนเลย น้องเขาอุตส่าห์ไว้ใจฉัน ยอมพูดทุกเรื่อง แต่เพราะฉันห่วงแกหรอกนะไอ้มาร์ค ฉันถึงยอมเสียคำพูด”
“ถ้าไม่พูดให้เคลียร์มีต่อยจริงๆ ไอ้หัส”
หัสดินรีบลุกมาหาเพื่อนที่โต๊ะ
“ใจเย็นๆ คืองี้”หัสดินนั่งลงเผชิญหน้าอุปมา”น้องบีแอบมาปรึกษาฝนว่ารู้สึกแปลกๆ ตอนอยู่กับแก”
อุปมาชะงักไปเล็กน้อย แววตาแอบเป็นประกาย
“น้องเขากลัว เลยอยากหย่ากับแกให้เร็วที่สุด”
อุปมาดูกระตือรือร้นอยากรู้
“รู้สึกแปลกๆ ยังไง แล้วกลัวอะไร”
หัสดินทำอึกอัก
“อย่าให้ฉันพูดมากกว่านี้เลยว่ะ”
อุปมาปาดกระชากคอเสื้อหัสดินจนถลามาข้างหน้า
“พูดมาเร็วๆเลย”
“พูดก็ได้ ปล่อยก่อน โหดจริงโว้ย”
อุปมายอมปล่อย
“ฝนเล่าอะไรให้แกฟังอีก”
“แกนี่มันเสน่ห์แรงจริงๆ นะไอ้มาร์ค ลูกเด็กเล็กแดงหลงแกกันหมด ยังไงก็เว้นฝนไว้คนนะโว้ย”
อุปมาตื่นเต้น
“นี่แกจะบอกว่าบีแอบชอบฉันเหรอ”
“ฝนเขาว่างั้นนะ แต่ปากอย่างใจอย่าง”
อุปมายิ้มดีใจ หัสดินสังเกตสีหน้าเพื่อน แกล้งขัดคอ
“นี่แกดีใจเหรอ”
“เปล่า ขำ เด็กเพี้ยน”
อุปมารีบหุบยิ้ม ทำส่ายหน้า แต่กลับไปนั่งอารมณ์ดี หัสดินแอบอมยิ้ม รู้ทันเพื่อน
“บีเขาอยากชวนแกไปกินข้าวเย็นด้วยกันมื้อสุดท้ายก่อนหย่า เห็นว่าอยากจะขอโทษเรื่องทำตัวแย่ๆ ด้วย”
อุปมาอมยิ้มไปมา
“รู้สึกจะร้านใหญ่ๆ หน้าปากทาง บีเขาจะไปรอตอนทุ่มนึง ถ้าแกไม่อยากไปก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันโทรบอกฝนให้เอง”หัสดินตั้งท่าหยิบโทรศัพท์
“เดี๋ยว”
“แกจะไปเหรอ”
อุปมายังฟอร์ม
“เปล่า”
“งั้นโทร” หัสดินแกล้ง
อุปมารีบห้าม
“จะใจร้อนไปไหน ขอคิดก่อนซิวะ กลัวพ่อด่า”อุปมาใช้มุขเอาพ่อมาอ้างตามเคย”แกจะไปซื้ออะไรก็รีบไปเลย ฉันมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะแยะ”
“เออ เออ ไปก็ได้วะ”หัสดินลุกเดินไป
อุปมาทำก้มหน้าก้มตาทำงานไป แต่ก็แอบอมยิ้มไปมา หัสดินจะออกจากห้องแอบมองกลับมาที่เพื่อนอย่างลุ้นๆว่าจะไปตามนัดหรือเปล่า

+ + + + + + + + + + + +

สไบนางเก็บเสื้อผ้าพับใส่กระเป๋าอยู่ในห้องนอนเล็ก มีหยาดฝนช่วยพับเก็บอยู่ด้วย หยาดฝนมองมองสไบนางอย่างไม่มั่นใจนักที่จะพูด
“จะว่าไปก็น่าเห็นใจคุณมาร์คเหมือนกันนะ”
สไบนางชะงักไป
“เธอจะไปเห็นใจเขาทำไม”
“ไม่รู้ซิ จำข้อสอบภาษาไทยข้อแรกที่เราตอบผิดทั้งคู่เลยได้มั้ย”
“พบไม้งามเมื่อยามขวานบิ่นน่ะเหรอ”
“ใช่”
สไบนางงง
“แล้วไง นายนั่นมาเกี่ยวอะไรด้วย”
“ช่างเถอะ”หยาดฝนหันไปพับเสื้อผ้าต่อ
สไบนางกระชากเพื่อนมาคุย
“มาพูดให้จบเลยฝน ค้างๆ คาๆ แบบนี้ฉันไม่ชอบ”
“ฉันไม่รู้จะพูดดีรึเปล่า”
“พูดมาเถอะน่ะ”สไบนางตวาด
“ไม่ต้องดุก็ได้ คืองี้ คุณมาร์คมาใกล้ชิดกับเธอช้าไปหน่อย น่าจะได้มีเวลาทำความรู้จักกันก่อนได้เจอกับพี่เม”
สไบนางชะงักไป
“ประสาท”
หยาดฝนจับมือสไบนางเอาไว้
“ไม่ประสาทหรอกนะ รู้มั้ยว่าคุณมาร์คพูดอะไรกับคุณหัส”
สไบนางรู้สึกแปลกๆ ใจเต้นไม่เป็นระส่ำไม่กล้าสู้ความจริง
“ไร้สาระ ฉันไม่สนใจหรอก”สไบนางลุกหนีไปพับผ้าต่อ
“เธอไม่อยากฟัง แต่ฉันอยากเล่าแล้ว”
สไบนาง ทำไม่สนใจ พับผ้าลงกระเป๋าไปแต่แอบเงี่ยหูฟัง
“คุณมาร์คเปิดใจบอกคุณหัสว่ารู้สึกแปลกๆ กับเธอ”
สไบนางนิ่งค้างไปเหมือนถูกสาป หยาดฝนแอบเหล่มองเพื่อน
“เขากลัวว่าจะแอบชอบเธอขึ้นมาจริงๆ”
สไบนางรู้สึกหน้าร้อนแดงขึ้นมา อายจัดอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็แอบอมยิ้มดีใจ
“คุณมาร์คเคยแสดงท่าทีแปลกๆ กับเธอมั้ย”
“จะบ้าเหรอ เลิกพูดเล่นแล้วช่วยฉันเก็บเสื้อผ้าเร็วๆเถอะ เดี๋ยวนายนั่นกลับมาพอดี ขี้เกียจเจอหน้า”สไบนาง ตัดบท
“วันนี้เขาคงไม่กลับเร็วหรอก”
“รู้ดีจริงนะ”
หยาดฝนจ้องหน้าสไบนาง
“เขาฝากคุณหัสให้ฉันบอกกับเธอว่า อยากนัดทานข้าวกับเธอเป็นมื้อสุดท้าย เพื่อขอโทษเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด ก่อนจะต้องหย่ากัน”
สไบนางอึ้งๆไป
“วันนี้ทุ่มนึงเขาจะรอเธอที่ร้าน หน้าปากทางนี่เองถ้าเธอไม่ชอบเค้า ไม่แคร์อะไรก็ไม่ต้องไป เดี๋ยวหย่าๆ กันไปก็จบ ลืมกันไปเองแหละ”
หยาดฝนแอบมองอาการเพื่อน สไบนางเงียบกริบไป ก้มหน้าพับผ้าไปอย่างแอบไตร่ตรองจะไปตามนัดดีหรือไม่

อ่านต่อหน้า 2











รอยมาร (ต่อ)

อุปมาเดินเข้ามาในร้านอาหาร ที่หัสดินบอกว่าสไบนางนัดไว แล้วหยุดชะงักไป
“มาเร็วไปมั้ยเนี่ย เดี๋ยวจะคิดว่าเราอยากมาจัด”
อุปมาพึมพำ กวาดตามองไปในร้าน ยังไม่เห็นสไบนางอยู่ในร้าน บริกรเดินยิ้มแย้มเข้ามาต้อนรับ
“กี่ท่านครับ”
“ขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
อุปมารีบเดินไปทางห้องน้ำชาย ขณะเดียวกัน สไบนางยืนส่องกระจกอยู่ในห้องน้ำหญิง ยกมือดูนาฬิกาข้อมือ
“มารึยังหว่า ถึงก่อนเสียฟอร์มตายเลย”
สไบนางถอนใจออกมาอย่างลังเล
ทางด้านหยาดฝน ยืนคุยโทรศัพท์มือถือกับหัสดินอยู่ที่ลานจอดรถ
“อยู่ที่ลานจอดรถค่ะ...มาถึงแล้วค่ะ ลุงแก้วมาส่ง…”
หัสดินเดินคุยโทรศัพท์มือถือ กวาดตามองหาหยาดฝนเข้ามาที่ลานจอดรถ หยาดฝนยิ้มดีใจรีบเดินเข้าไปหา
“คุณมาร์คมารึยังคะ”หยาดฝนลุ้น
“มาแล้ว จอดรถที่หน้าร้าน...งั้นฝนไปบอกลุงแก้วให้กลับไปได้แล้วล่ะ เดี๋ยวมาร์คมันก็ไปส่งบีเองแหละ”
“แน่ใจเหรอคะว่าจะไม่ทะเลาะกันอีก”
“คิดว่าน่าจะอยากอยู่กันตามลำพังมากกว่า”หัสดินยิ้มทะเล้น
หยาดฝนยิ้ม
“ให้มันจริงเถอะค่ะ”
“เราทำหน้าที่เพื่อนที่ดีเสร็จแล้ว”หัสดินมองหยาดฝน ส่งสายตากรุ้มกริ่ม”ไปทำหน้าที่แฟนกันเถอะ...หิวแล้ว”
หยาดฝนได้แต่ยิ้มอายๆ เดินเขินๆกลับไปบอกลุงแก้ว หัสดินมองตามยิ้มปลื้มๆ

+ + + + + + + + + + + +

อุปมาและสไบนาง ต่างเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมๆกัน พอจะพ้นฉากบังตา ต่างเห็นอีกฝ่ายด้วยหางตา ทั้งคู่ดีดตัวกลับไปอย่างเร็วทันที ต่างก็สงสารว่าอีกฝ่ายจะเห็นตัวเองหรือเปล่า
“นัดเราก็ต้องมารอเราก่อนซิ” สไบนางบอกตัวเอง
“ขืนไปนั่งรอก่อน โดนแขวะไม่เลิกแน่”อุปมาคิดหนัก
ต่างคนต่างคิดว่าจะทำยังไงดี ในที่สุดสไบนางตัดสินใจโทรหาก่อน เสียงโทรศัพท์อุปมาดังขึ้น อุปมาดูเบอร์โชว์ กดรับ
“สวัสดีครับ”
“ฉันเอง”สไบนางพูด
“อ้าว ว่าไง”
“อยู่ไหนแล้ว”
“ยังไม่ถึงเลย เธอล่ะ”
“ยังไม่ถึงเหมือนกัน ช้าหน่อยนะ”
“เหมือนกัน”
สไบนางกดตัดสายไปเลย

+ + + + + + + + + + +

เวลาผ่านไป...สไบนางยกนาฬิกข้อมือขึ้นดู พอใจที่เลทไปเกือบครึ่งชั่วโมง เดินมาทางโต๊ะอาหารของร้าน กวาดตามองหาอุปมา
อุปมาที่ยกเมนูบังหน้า สั่งอาหารกับบริกรอยู่ลดเมนูลง
“แค่นี้ก่อนแล้วกันครับ”
บริกรถอยออกไป สไบนางปั้นหน้านิ่งเดินมาที่โต๊ะอาหาร
“รอนานมั้ย”
“มาช้าอีกนิดก็ถือว่าเสียมารยาท”
สไบนางเหล่ๆ ดึงเก้าอี้แรงๆมานั่ง ทั้งคู่จะไม่ค่อยกล้าสู้ตากันนัก มีความเขินเข้ามาเยอะขึ้น เพราะต่างคิดว่าอีกฝ่ายแอบชอบตนอยู่ และเป็นคนนัดอยากเจอ พอจังหวะที่ทั้งคู่หันมาสบตากัน ก็รู้สึกเคอะเขิน ต่างดึงเมนูตรงหน้าขึ้นมากาง ทำเป็นอ่านเพื่อบังหน้าไว้ตั้งหลัก
ด้านนอก...
เมธาวีขับรถผ่านทางหน้าร้านจะไปหาอุปมาที่บ้าน เมธาวีหันมองทางหน้าร้านจนต้องชะลอรถ
“รถมาร์คนี่”เมธาวีตัดสินใจ เปิดไฟเลี้ยว เข้าไปหาที่จอดยังร้านอาหารนั้น
ขณะเดียวกันในร้าน บริกรยกขนมปังกรอบ มาเสิร์ฟให้ทานเล่นกันไปก่อน อุปมาและสไบนางค่อยลดเมนูลง บริกรจะมาเก็บเมนู สไบนางดึงยื้อเอาไว้
“เอาไว้ก่อนค่ะ”
สไบนางบอก บริกรถอยไป สไบนางเอาเมนูวางไว้บนตัก เผื่อเกิดคับขันอึดอัดขึ้นมาอีก
“มื้อนี้คงเป็นมื้อสุดท้ายจริงๆ ที่เราจะได้ทานข้าวกันสองคนแบบนี้”อุปมาบอก
สไบนางช้อนตาขึ้นมองหน้าอุปมา
‘…อย่ามาสารภาพรักฉันตอนนี้นะ นายหนวด ฉันฉี่ราดแน่ๆ...’
สไบนางคิด ใจเต้นแรง หายใจไม่ทั่วท้อง อุปมาพูดต่อ...
“หลังจากวันนี้ เธอคงไม่ยอมร่วมโต๊ะกับฉันอีก”
สไบนางโล่งอก
“แน่นอน เพราะฉันจะไปเรียนต่อ ถ้าติดใจอาจจะไม่กลับมาอีกตลอดชีวิต ไม่ต้องเห็นหน้ากันอีกเลย”
สไบนางจ้องหน้าอุปมา อุปมาแอบอมยิ้มๆ บอกตัวเองในใจ
‘…รักเขาก็ยอมรับมาเหอะ จะปากแข็งไปถึงไหน...’
สไบนางไม่พอใจ
“ยิ้มอะไร”
สไบนางดึงผ้าเช็ดปากที่ปูไว้หน้าตัก ขยำปาใส่ อุปมายิ้มๆรับไว้ทัน เมธาวีหลบมุมมองดูเหตุการณ์จากมุมหนึ่งในร้าน เมธาวีโกรธปนเจ็บใจมากที่เห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน
ทางด้านอุปมายิ้มให้สไบนาง
“เธอมีอะไรก็พูดมา”
สไบนางงง
“พูดอะไร”
อุปมายักไหล่
“โอเค ฉันสุภาพบุรุษ พูดก่อนก็ได้”
สไบนางชักระแวงอุปมาจะพูดอะไร จับเก้าอี้แน่น
“ฉันต้องขอบใจเธอมาก ที่ยอมเสียชื่อเพื่อรักษาหน้าตาของผู้ใหญ่เอาไว้”
“มันหน้าที่ของลูกหลาน ที่ต้องทำเพื่อทดแทนบุญคุณอยู่แล้วเรื่องเล็ก”
อุปมาจ้องตาสไบนาง...
“ฉันเสียใจนะที่เคยทำอะไร หักหาญน้ำใจเธอมาตลอด นับตั้งแต่วันที่เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านฉันเลย”
ทั้งคู่สบตากันนิ่ง
“ฉันขอโทษเธอจากใจจริง”
ทั้งคู่ยังสบตากันอยู่ สไบนางรู้สึกกลัวใจตัวเอง รีบหลบสายตา แล้วฉวยเมนูที่ตักขึ้นมาอ่านบังหน้าอีก
เมธาวีที่แอบมองอยู่ เจ็บใจจนแทบจะรับไม่ไหว บริกรเดินมาหาเมธาวี
“จองโต๊ะไว้รึยังครับ”
เมธาวีไม่ตอบ เดินหน้าบึ้งตึงฉับๆ ออกไปจากร้านทันทีบริกรมองตามงงๆ

+ + + + + + + + + + + +

เมธาวีเดินออกมาที่หน้าร้าน กำมือแน่น บีบมือจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ เมธาวีโกรธจนตัวสั่น ต้องเดินไปสูดอากาศหามุม สงบสติอารมณ์ ภาพที่เห็นไม่ต้องการคำอธิบายอะไรอีกแล้ว เมธาวีสะกดอารมณ์ได้ ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าถือ กดโทรออกหาวิจิตราทันที และพูดทันทีที่วิจิตรารับ...
“แม่คะ พรุ่งนี้แม่ว่างรึเปล่า”
“ทำไมเหรอเม ที่จริงตอนเช้าแม่นัดกับคุณหญิง...”
เมธาวีสวนทันที
“คุณแม่โทรไปยกเลิกนัดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
“มีเรื่องอะไรเหรอลูก”
เมธาวีเสียงแข็ง...
“คุณแม่ต้องไปพบพ่อมาร์คกับเม บังคับให้เขาสั่งมาร์ค ให้ไปหย่ากับนังบีวันพรุ่งนี้เลย”
“แม่ไม่กล้าไปสั่งเขาหรอก”
“คุณแม่ต้องกล้าถ้าไม่อยากให้ นังบีเป็นเมียมาร์คจริงๆแทนเม ยังไงพรุ่งนี้คุณแม่ต้องทำให้มาร์คหย่ากับนังบีให้ได้ เข้าใจมั้ยคะ”
เมธาวีกดตัดสายโทรศัพท์ไปอย่างหัวเสีย ขบกรามจนแน่นด้วยความโกรธ

+ + + + + + + + + + + +

ในร้าน...
สไบนางวางหน้าไม่ถูก ซ่อนสีหน้าอยู่หลังเมนู อุปมาเอื้อมมือมากระชากเมนูไป
“เธอมีอะไรจะพูดมั่งมั้ย”
“เหมือนกันแหละ”
“แค่เนี้ย”
“ก็อยากพูดก่อนทำไมล่ะ”
อุปมายักไหล่
“โอเค ถือว่าเราเจ๊ากัน”
บริกรเอาน้ำมะเขือเทศมาเสิร์ฟ 2 แก้ว สไบนางอึ้งไป
“ถูกใจล่ะซิ”
อุปมายกแก้วน้ำมะเขือเทศขึ้นมา
“สำหรับอิสรภาพของเธอ”
“ของนายด้วยแหละ”
“เชียร์”อุปมายื่นแก้วไปชน
“ลาก่อน”สไบนางชนแก้วด้วย
อุปมาชะงักไปเล็กน้อย สไบนางดื่มน้ำมะเขือเทศปั่นไปพร้อมกับปั้นท่าทีไม่แคร์ อุปมาแอบมองหน้าสไบนางอยู่เงียบๆ

+ + + + + + + + + + + +

หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว อุปมาขับรถมาจอดที่ข้างรั้วหน้าบ้านสวน รถจอดปุ๊บสไบนางจะเปิดประตูลง
“เดี๋ยว ฉันมีอะไรจะให้เธอ”
สไบนางหันมอง อุปมาเอื้อมมือไปหยิบถุงใส่ของที่เบาะหลังมาส่งให้
“อ้ะ เปิดดูซิ”
สไบนางลังเลปนระแวง ก่อนเปิดห่างๆ ตัวท่าทางแหยงๆ สไบนางหยิบตุ๊กตาหมานอนในตะกร้าออกมาจากถุง
“เปิดสวิทช์ก่อน”อุปมาเลื่อนมือไปเปิดสวิทช์ใต้ตะกร้า
ตุ๊กตาหมาตัวขยับขึ้นลงเหมือนหายใจได้ สไบนางยิ้มๆ
“ฉันเห็นก็เลยนึกถึงเธอ ซื้อเก็บไว้นานแล้ว แต่ไม่มีจังหวะได้ให้ซะที”
“แบบนี้ก็ดี จะได้ไม่วิ่งซนจนถูกใครขับรถทับตายอีก”
อุปมาซึมลง อย่างรู้สึกผิด
“ขอบใจนะ”
ทั้งคู่สบตากัน
“แล้วเจอกันวันจดทะเบียนหย่า”สไบนางจะลงจากรถ
อุปมาจับแขนสไบนางดึงเอาไว้ แล้วหอมลงที่กลางหน้าผาก สไบนางอึ้งไปเพราะไม่คิดว่าเขาจะทำอย่างนี้
“โชคดีนะ”
สไบนางไม่กล้าสู้ตานัก
“เหมือนกัน”
สไบนางรีบเดินถือตุ๊กตาหมาในตะกร้าออกไปจากรถ แอบน้ำตาคลอ อุปมาจับตามองตามสไบนางเข้ารั้วบ้านไป รู้สึกว่าตนเองกำลังจะเสียคนรักไป...

สไบนางเดินอุ้มตะกร้าใส่ลูกหมาปลอมเดินเข้าบ้านมา สไบนางก้มมองดูตุ๊กตาหมา อมยิ้มบางๆ เมธาวีที่รออยู่เดินเข้ามาขวางหน้า
“พี่เม”
ทันใดนั้นเมธาวีกระแทกมือปัดตะกร้าตุ๊กตาหมา กระเด็นหลุดมือไปตกพื้น สไบนางตกใจ
“แกไปกินข้าวกับมาร์คทำไม”
สไบนางพยายามจะอธิบาย
“บี…”
ไม่ทันได้ตอบ เมธาวีสะบัดมือตบหน้าสไบนางจนหน้าหัน ทศวรรตเห็นพอดี รีบเดินออกมาห้าม
“มีเรื่องอะไรกันเม”
เมธาวีโกรธจัด ไม่ฟังเสียง
“มาร์คให้แกใช่มั้ย”
เมธาวีจะเดินเข้าไปเหยียบตุ๊กตาหมา ทศวรรตต้องเข้าไปจับตัวเอาไว้
“เมเป็นอะไรไป พี่ไม่เคยเห็นเมทำตัวร้ายกาจแบบนี้มาก่อนเลยนะ”
“เพราะว่าเมดีเกินไปน่ะซิคะพี่ทศ บีมันถึงได้กล้าลองดีกับเมขนาดนี้”
สไบนางเดินไปเก็บตุ๊กตาหมา เมธาวีเจ็บใจมาก
“มันทำเป็นไร้เดียงสา บ้าๆ บอๆ ไปวันๆใครจะรู้ว่าจริงๆ มันร้ายขนาดไหน มันเจ้าคิดเจ้าแค้น วางแผนเล่นงานเมตลอดเวลา”
สไบนางไม่สนใจ ปัดฝุ่นลูกหมาวางในตะกร้าตามเดิม เมธาวียิ่งโกรธ
“มันจงใจแย่งมาร์คไปจากเม มันหน้าด้านไม่ยอมหย่าเห็นมั้ยล่ะพี่ทศ”
สไบนางจ้องหน้า
“ใครกันแน่ที่ยื้อไม่ยอมหย่า”
“อ๋อ นี่แกกำลังจะบอกว่ามาร์คหลงเสน่ห์แกงั้นซิ”
สไบนางขำกวน เมธาวียิ่งโกรธ
“นังบี”
“บีขึ้นบ้านไปก่อนไป”ทศวรรตไล่
สไบนางยิ้มกวนๆ แกล้งยกตุ๊กตาหมาขึ้นมาจุ๊บ แล้วเดินลูบหัวลูกหมาเดินขึ้นบ้านไปอย่างอารมณ์ดีเมธาวียิ่งโกรธจนตัวเกร็ง
“พี่ทศดูมันซิคะ มันจงใจยั่วโมโหเม พี่ทศก็รู้ว่ามันเกลียดเม มันอิจฉาเมมาตั้งแต่เด็ก มันต้องการชิงดีชิงเด่นกับเม”
“พี่ว่าเมสงบสติอารมณ์ก่อนดีกว่านะ ยังไงก็พี่น้องกัน”
เมธาวีผลักทศวรรตออก
“เมไม่นับมันเป็นน้อง”เมธาวีจ้องหน้าทศวรรต”ที่จริง เราทั้งสามคนก็ไม่ใช่พี่น้องกัน พี่กับนังบีเป็นพวกบุญอนันต์ เมไม่จำเป็นต้องฟัง แล้วก็เชื่ออะไรพี่ทศอีกต่อไปแล้ว ยังไงพี่ก็ต้องเข้าข้างมันมากกว่าเมอยู่ดี”
เมธาวีสะบัดหน้าพรืด เดินนำกลับไปทางบ้านก่อนด้วยความโกรธจัด ทศวรรตได้แต่ถอนใจออกมาอย่างหนักใจ

+ + + + + + + + + + + +

ทศวรรตเคาะประตูห้องนอนสไบนาง
“พี่เองบี ขอพี่เข้าไปคุยด้วยหน่อยซิ”
สไบนางเดินมาเปิดประตูห้องให้ทศวรรตเข้าไป
“บีมีอะไรอยากเล่าให้พี่ฟังมั้ย”
“เรื่องที่พี่เมตบหน้าบีน่ะเหรอคะ”
“พี่อยากรู้สาเหตุมากกว่า”
สไบนางเหยียดปาก
“เขาด่าบีลั่นบ้านขนาดนั้น พี่ทศยังต้องการทำอธิบายอะไรอีกคะ”
“แล้วจริงอย่างที่เขาพูดมั้ยล่ะ”
“ไม่จริงค่ะ บีไม่เคยคิดจะแย่งอะไรของเขาเลย บีอาจจะเคยพูดกวนประสาทเขา แต่บีไม่เคยคิดทำจริงๆ”
“แสดงว่าบีไม่ได้นึกชอบอะไรมาร์คใช่มั้ย”
สไบนางชะงักไป ไม่สู้ตา เดินหนีไปที่เตียงพร้อมตอบ
“บีทำไปตามหน้าที่ หย่าเมื่อไหร่ก็จบ”
“ได้ยินบีพูดแบบนี้พี่ก็สบายใจ หย่าขาดกันเมื่อไหร่เรื่องจะได้จบเมื่อนั้นจริงๆ”
ทศวรรตถอนใจออกมาอย่างโล่งอก สไบนางยืนเงียบกริบไป
“งั้นพี่จะคอยเร่งพ่อ ให้จัดการเรื่องหย่าของบีกับมาร์คให้เร็วที่สุดเอง บีไม่ต้องเป็นห่วงนะ”
ทศวรรตยิ้มสบายใจ สไบนางขรึมลง มองไปที่ตะกร้าตุ๊กตาหมาอย่างเศร้าใจ

+ + + + + + + + + + + +

วันรุ่งขึ้น...
อุปมา เมธาวี วิจิตรา คุณหญิงรุจา บารมี และทศวรรต นั่งคุย คุยกันอยู่ที่โถงบ้านไทย
“เมอยากให้มาร์ค ไปจดทะเบียนหย่ากับบี ที่เขตเดี๋ยวนี้เลย”เมธาวีบอกทุกคน
“บีไม่อยู่ จะไปหย่าได้ยังไงล่ะเม”ทศวรรตแย้ง
เมธาวีโมโห
“นกรู้นักนะ คุณย่าก็โทรไปตามให้มันกลับมาซิคะ”
“หย่าวันนี้หรือพรุ่งนี้ ก็ไม่ต่างกันหรอก”บารมีพูด
“ต่างซิคะคุณลุง”เมธาวีมองอุปมาอย่างหึงหวง”แค่ชั่วโมงเดียวอะไรก็เกิดขึ้นได้”
อุปมาถอนใจ พร้อมหลบสายตาไป
“วันนี้มันฉุกละหุกเกินไป เป็นพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”
คุณหญิงรุจาตัดบท เมธาวีเจ็บใจมองค้อน...
“เห็นอยู่บ้านได้ทุกวัน พอวันนี้เกิดจะไม่อยู่บ้านขึ้นมาซะงั้นแหละ”
“โอเค สรุปว่าไปหย่ากันพรุ่งนี้”
วิจิตราพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้ม เปิดประเด็นใหม่ทันที...
“งั้นวันนี้ ไหนๆก็อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว เรามาคุยเรื่องงานแต่ง ของหนูเมกับคุณมาร์คเลยดีกว่านะคะ”
อุปมาและบารมีหันมาสบตากัน
“ผมว่าจัดเป็นการภายใน ไม่ดีกว่าเหรอคุณจิตรา”บารมีออกความเห็น
“นั่นซิ จะจัดให้เอิกเกริกอีกทำไม ต้องไปปั้นหน้าตอบคำถามสารพัด”คุณหญิงรุจาเห็นด้วย
“แต่นี่คืองานแต่งงานครั้งเดียว ในชีวิตของเมนะคะคุณย่า จะงุบงิบจัดเล็กๆ ในบ้านไม่ได้เด็ดขาด ทุกคนจะต้องรู้ว่า มาร์คกับบีหย่าขาดกันแล้ว ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของมาร์คคือเม”เมธาวีประกาศ
“พี่ไม่เห็นว่าเมจะต้องแคร์ใครที่ไหนเลย การแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคน แค่เรารักกันก็พอแล้ว”ทศวรรตออกความเห็น
เมธาวีเสียงแข็ง ยืนกราน
“ไม่พอค่ะพี่ทศ”
“ถ้ายังตกลงกันไม่ได้ก็ยังไม่ต้องหย่า”
อุปมามั่วนิ่มทำท่ารำคาญ เดินเลี่ยงออกไป ทุกคนอึ้งกันไป
“มันเกี่ยวกันตรงไหนเนี่ย”วิจิตรางง
เมธาวีมองตามอุปมาไปอย่างระแวงมาก ทศวรรต คุณหญิงรุจา เริ่มรู้สึกแปลกๆ หันมามองหน้าบารมีด้วยความรู้สึกติดใจสงสัย บารมีได้แต่ถอนใจออกมา

+ + + + + + + + + + +

บารมีหน้าเคร่งเครียด ยืนมือไขว้หลังอยู่ที่ศาลาริมน้ำ คุณหญิงรุจา และทศวรรตนั่งอยู่ข้างกัน รอฟังว่าบารมีจะพูดอะไรด้วย...
“ผมกังวลว่าหนูบีกับมาร์คจะชอบกัน”บารมีพูด
คุณหญิงรุจาไม่อยากเชื่อ
“เป็นไปได้ยังไง สองคนนี่ยังกะไม้เบื่อไม้เมา”
“ผมก็คิดไม่ถึงเหมือนกันครับคุณน้า”บารมีหันกลับมา
“มาร์คมาสารภาพ กับคุณพ่อเหรอครับ”ทศวรรตสงสัย
“เปล่า แต่พ่อแอบสังเกตมาซักระยะแล้ว คิดว่าอ่านมาร์คไม่ผิด”
“แต่บีไม่เห็นมีทีท่าเลยนะพ่อมี”คุณหญิงรุจาบอก
“เด็กคนนี้เก็บความรู้สึกเก่งมาก ผมเองก็ไม่ได้เลี้ยงเขามาแต่เด็ก ดูไม่ออกเหมือนกัน”
“ถ้าเป็นอย่างที่คุณพ่อตั้งข้อสงสัย ก็น่าเห็นใจมาร์คกับบีนะครับ ไม่ชอบขี้หน้ากันก็ถูกผู้ใหญ่จับแต่ง พอมารักกันก็ถูกผู้ใหญ่สั่งให้เลิก”
คำพูดของทศวรรต ทำให้คุณหญิงรุจาและบารมีชะงักไป ด้วยความรู้สึกผิด
“เรื่องนี้ไม่ว่าจะออกหัวออกก้อย ก็ต้องมีคนเสียใจอยู่ดี” คุณหญิงรุจาพูด
“ใช่ครับ เพราะฉะนั้นเราไม่ควรตัดสินใจผิดพลาดอีกแล้ว เด็กรุ่นหลานไม่ควรต้องมีรอยมารในใจเพราะเราเป็นต้นเหตุอีก”
คุณหญิงรุจาและบารมีหันมองกัน ด้วยความรู้สึกผิดในใจ เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าไม่ควรผิดพลาดอีก
เมธาวีหน้าตาหงุดหงิดบึ้งตึง เดินนำวิจิตราลัดเลาะมาทางสวน เพื่อกลับสู่บ้านสวน
“แม่เห็นกับตาได้ยินกับหูแล้วใช่มั้ยคะ มาร์คหลงมันเอามากๆ ถึงขนาดไม่ยอมหย่ากับมัน”
วิจิตราหงุดหงิด
“ก็พวกมันกันทั้งนั้น ทั้งคุณแม่ ทั้งนายบารมีรวมถึงไอ้ทศด้วย ยอมแพ้มันไม่ได้นะเม ของของเราแท้ๆ จะให้มันมาชุบมือเปิบแย่งไปหน้าด้านๆได้ยังไง”
เมธาวีหยุดเดินหันมาจ้องหน้าแม่
“ยังไงเมก็ไม่ยอมแพ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างมันหรอกค่ะ เมเกลียดมัน มันไม่มีวันได้ดีกว่าเม เมต้อง
เหนือกว่ามันทุกๆอย่าง”
วิจิตราเห็นด้วย แนะนำต่อ
“แต่ตอนนี้ลูกต้องใจเย็นๆ วางตัวให้เหมือนเดิม เอาอกเอาใจคุณมาร์คให้เป็นปกติ เรื่องงานแต่งแม่จะเป็นคนออกหน้าเอง ถ้าเมกับมาร์คเข้าหน้ากันไม่ติด เดี๋ยวเรื่องจะบานปลายไปเข้าทางนังบีมันซะฉิบ”
เมธาวีคิดตาม
“ค่ะคุณแม่”
“ไม่น่าเชื่อ เห็นทำอินโนเซนต์ จะมีเสน่ห์มารยาหลอกล่อผู้ชายให้ติดกับได้”
เมธาวีไตร่ตรอง
“ถ้าเมทำให้สองคนนี่ทะเลาะแตกหักกันไม่ได้ ถึงหย่ากันไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ”
“นั่นน่ะสิ”
เมธาวีและวิจิตราต่างนิ่งไปอย่างใช้ความคิด หรู่หนึ่งเมธาวียิ้มออก
“เมพอจะคิดอะไรออกแล้วล่ะค่ะคุณแม่”

+ + + + + + + + + + + +

วิมาดากับเพื่อน เดินคุยกันอยู่ในห้างสรรพสินค้า เพื่อจะไปที่ร้านเสื้อผ้าที่ร่วมหุ้นกันเปิดกิจการ
“ขอให้ขายดีแบบนี้ทุกเดือนเถอะ ฉันจะได้ขยายสาขา”วิมาดาบอก
“อย่าเพิ่งฝันเฟื่องไปหน่อยเลยย่ะ จะเอาทุนจากไหน”เพื่อนแย้ง
“เรื่องทุนปล่อยเป็นหน้าที่ฉันเอง เธอออกแบบให้เริ่ดๆ ไม่ซ้ำใครถูกใจลูกค้าก็พอแล้ว”
“จ้า”
วิมาดามองเลยไป เห็นสไบนางและหยาดฝน เดินคุยกันพร้อมถือแก้วใส่ป๊อบคอร์นถ้วยไซส์ยักษ์ผ่านหน้าไป วิมาดาจิกตามอง
“แกลงไปที่ร้านก่อน ฉันเจอโจทก์ เดี๋ยวฉันตามไป”
วิมาดาเดินปรี่ไปหาสไบนางทันที เพื่อนวิมาดายืนมองตามไปด้วยความอยากรู้ วิมาดาเดินไปขวางหน้าสไบนาง
“สวัสดีจ้ะ”
สไบนางถอนใจเซ็งๆ
“ฉันแค่อยากมาทักทายคนหัวอกเดียวกัน…เราตกที่นั่งเดียวกันเลยนะน้องบี กำลังอินเลิฟกับมาร์คอยู่แท้ๆ แต่เค้าดันทิ้งไปแต่งกับคนอื่นซะได้ แต่เธอเจ็บกว่าฉันเยอะ เพราะต้องหย่าเป็นแม่ม่ายตั้งแต่ยังเด็ก”
วิมาดาเยาะ
“เมารึเปล่า ไปเหอะฝน”
สไบนางเกลียดปนรำคาญ จูงมือหยาดฝนเดินฉีกไปอีกทาง วิมาดากอดอกพูดถากถาง
“ฉันแนะนำนะ โอกาสสุดท้ายแล้ว เอาตัวเข้าแลกเถอะ”
สไบนางหยุดกึกหันมองหน้า วิมาดาจ้องหน้า เย้ยหยัน
“หรือว่าแลกไปแล้วแต่ไม่สำเร็จจ๊ะ”
สไบนางโกรธจัด
“วิธีโง่ๆ ใช้ได้ผลกับคนโง่ๆเท่านั้นล่ะ ไม่งั้นคุณมาร์คคงเลือกเธอไปนานแล้ว"
วิมาดาเจ็บใจ
“อีเด็กบ้า”
“ไปเถอะบี”หยาดฝนลากเพื่อนไป
วิมาดาโมโหตามไปกระชากแขนสไบนาง
“ฉันยังพูดกับเธอไม่จบ”

สไบนางหันกลับมา พร้อมสาดป็อบคอร์นเคลือบน้ำตาลทั้งถ้วยไซส์ยักษ์ใส่หน้าวิมาดา ข้าวโพดกระจายติดหน้าติดหัวติดเสื้อวิมาดาเปรอะไปหมด วิมาดาโกรธจัด
“เละเทะหมดแล้ว เล่นบ้าอะไรของแก”
“วิธีโง่ๆ ใช้ได้ผลกับคนโง่ๆ”
สไบนางยิ้มเยาะ วิมาดาโกรธจนตัวสั่นแทบปรี๊ดแตก ปัดข้าวโพดออกจากตัว หยาดฝนลากสไบนางออกไปอย่างเร็วกลัวจะมีเรื่องบานปลาย เพื่อนวิมาดารีบเดินมาหาเพื่อน
“มีเรื่องอะไรเหรอวิ”เพื่อนช่วยปัดข้าวโพดออกจากตัว
วิมาดาเจ็บใจมาก
“ฉันไม่ยอมแพ้อีสองคนพี่น้องนี่ง่ายๆหรอก”
วิมาดาหงุดหงิดเจ็บใจ ปัดข้าวโพดออกจากตัวอย่างหัวเสีย

+ + + + + + + + + + + +

เมธาวีนั่งฟังวิจิตรา คุยโทรศัพท์กับอาทิตย์ อยู่ที่มุมหนึ่งของบ้านสวน...
“ที่จริงน้าก็เกรงใจอาทิตย์มากนะ แต่น้าไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครจริงๆ...คืองี้จ้ะ ผู้ใหญ่คุยกันเรียบร้อยแล้ว เรื่องหย่าของหนูบีกับคุณมาร์ค น้าอดสงสารบีไม่ได้ เด็กน่ะนะคงไปแอบหลงรักเค้าข้างเดียว”
วิจิตราฟังอีกฝ่ายแล้วยิ้มๆกับเมธาวี แล้วพูดต่อ...
“แต่อาทิตย์ห้ามไปถาม ห้ามไปแซวน้องล่ะ...น้าก็เห็นบีสนิทกับอาทิตย์มากกว่าใคร อาทิตย์มาชวนน้องไปเที่ยวทะลงทะเล คลายเครียดหน่อยสิ ทางนี้กำลังจะเตรียมเรื่องงานแต่งของเมกับมาร์ค ทุกคนจะได้ไม่ต้องลำบากใจ สงสารบีด้วยต้อง มาทนรับรู้...”
วิจิตรายิ้มพอใจ พร้อมยกนิ้วโอเคบอก เมธาวีอมยิ้มพอใจที่แผนการขั้นแรกสำเร็จด้วยดี เตรียมพร้อมกัแผนการขั้นต่อไปทันที

+ + + + + + + + + + + +

ค่ำคืนนั้น...
ไบนางบีบนวดคุณหญิงรุจาอยู่ในห้องนอน คุณหญิงรุจาชวนคุย...
“วันนี้หายไปไหนมาทั้งวัน”
“ไปเดินเล่น หาหนังดูกับฝนแก้เซ็งน่ะค่ะ...คุณย่าจะไม่ย้ายกลับไปอยู่บ้านอัคราชจริงๆ เหรอคะ”
คุณหญิงรุจาส่ายหน้า
“อยู่ที่นี่ล่ะ สบายดี บ้านโน้นก็ให้แม่จิตราเค้าอยู่ไปเถอะ เพื่อนฝูงไฮโซเค้าเยอะ”
สไบนางบีบนวดคุณหญิงรุจาไปเรื่อยๆ
“บุบบี้ของย่า ดูไม่รื่นเริงเหมือนเก่าเลยนะ”
สไบนางช้อนตามองคุณหญิงรุจา
“มีอะไรกลุ้มใจ อึดอัดใจอยากคุยกับย่ามั้ย”
สไบนางปั้นยิ้ม
“ก็ไม่มีอะไรนี่คะ”
“ย่ารู้ว่าช่วงหลายเดือนมานี่ มีเรื่องเกิดขึ้นกับเรามากมาย เป็นใครก็ต้องอึดอัดใจกันทั้งนั้นล่ะ”
สไบนางฝืนยิ้มบางๆ คุณหญิงรุจาเชยคางสไบนางขึ้นมองหน้า
“ย่าอยากถามบีให้แน่ใจอีกครั้ง บีต้องตอบย่าตามความจริง ผู้ใหญ่จะได้ไม่ต้องตัดสินใจผิดๆกันอีก”
“คุณย่าจะถามอะไรบีคะ”สไบนางจะเบือนหน้าหลบสายตา
“อย่าหลบตาย่าสิบี”
สไบนางชะงักไปเล็กน้อย หันมาสบตาคุณหญิงรุจา
“มองตาย่า แล้วตอบคำถามอย่างมั่นใจแบบบุบบี้คนเดิมของย่า”
สไบนางมองตาคุณหญิงรุจา ใจเต้นแอบกังวลว่าย่าจะถามอะไร
“บีต้องการหย่ากับคุณมาร์ค แล้วไปเรียนต่อเมืองนอกจริงๆ ใช่มั้ย”
สไบนางเงียบไปอย่างใช้ความคิด
“ตอบตามความต้องการของบีจริงๆ ไม่ต้องเกรงใจใครทั้งนั้นตอบด้วยหัวใจของบีเอง”
สไบนางแพ้ทางคุณหญิงรุจาอยู่แล้ว มีน้ำตารื้นๆ ขึ้นมา
“แม้แต่เรื่องหย่า ถ้าบีไม่อยากหย่ากับมาร์ค ก็ไม่มีใครบังคับบีได้หรอกนะ”
สไบนางกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ สไบนางสะกดอารมณ์เอาไว้
“ถ้าบีไม่หย่า แล้วบีจะมีความสุขเหรอคะคุณย่า”
สไบนางหน้าเชิ่ด สายตาแข็งกร้าวเด็ดเดี่ยวขึ้นมา
”บียังยืนยันคำเดิมบีต้องการหย่า แล้วไปเรียนต่อให้เร็วที่สุดค่ะ นี่เป็นความต้องการของบีจริงๆ...”สไบนางกลัวน้ำตาจะไหล”บีขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
สไบนางรีบลุกเดินเลี่ยงออกไป กลัวปกปิดคุณหญิงรุจาไม่อยู่
คุณหญิงรุจาได้แต่มองตามสไบนางอย่างไม่สบายใจนัก เริ่มรู้สึกว่า...ที่บารมีสันนิษฐานไว้
จะเป็นความจริง

+ + + + + + + + + + + + + +

สไบนาง เดินทอดอารมณ์ใช้ความคิดอยู่ริมคลอง ทันใด อาทิตย์ที่สวมกางเกงขาสั้นตัวเดียวย่องๆ มาด้านหลัง แล้วแกล้งผลักสไบนางตกน้ำคลองไปทันที อาทิตย์หัวเราะชอบใจ
“ซันนี่”สไบนางโวยวาย
“ระวัง”
อาทิตย์ตั้งท่าโดดกอดเข่าตัวลอยลงน้ำกระจาย สไบนางเปียกปอน วักน้ำสาดใส่อาทิตย์ ทั้งคู่สาดใส่กัน สไบนางหัวเราะออกมาได้
“ว่ายแข่งกันดีกว่า ใครถึงสะพานก่อนชนะ แพ้เลี้ยงข้าว”อาทิตย์ว่ายนำไปก่อนเลย
“ซันนี่ขี้โกง”สไบนางดึงกางเกงอาทิตย์ไว้
อาทิตย์ต้องหยุดว่าย กลัวกางเกงหลุด สไบนางฉวยโอกาสว่ายนำไปก่อน อาทิตย์ว่ายน้ำกวดตามไปติดๆ
หลังจากเล่นน้ำกันอยู่พักใหญ่ สไบนางและอาทิตย์ ขึ้นมานั่งคุยกันอยู่ที่สะพานท่าน้ำ
“พี่ดีใจนะที่เห็นบู้บี้หัวเราะได้”
สไบนางยิ้มบางๆ
“ก็เพราะซันนี่แหละ”สไบนางตบบ่าอาทิตย์”อีกไม่นานหรอกซันนี่ บู้บี้คนเดิมจะกลับมาแล้ว”
“ดีแล้วล่ะ พี่ชอบบีคนเดิมมากกว่า อยู่ด้วยแล้วหนุกหนาน”
“ก็คนมีความทุกข์จะให้ระรื่นอยู่ได้ไงล่ะ หายเหนื่อยยังว่ายน้ำแข่งกันอีกรอบ”
“ไปว่ายน้ำทะเลกันดีกว่า ไปมั้ย”อาทิตย์ยักคิ้วให้
“จริงนะ”
“จริงสิวันนี้ว่าง หาอาหารทะเลสดๆ อร่อยๆ กินให้พุงแตกไปเลย”
สไบนางดีใจมาก
“สุดยอด”สไบนางยกมือบีบแก้มอาทิตย์สองข้าง มันเขี้ยว”ซันนี่น่ารักที่สุดเลย ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อดีกว่า”สไบนางลุกขึ้น
อาทิตย์ขำลุกยืนตาม สไบนางฉวยโอกาสผลักอาทิตย์ตกน้ำโครมลงไป สไบนางหัวเราะชอบใจแล้วรีบวิ่งกลับไปทางตัวบ้าน อาทิตย์มองตามสไบนาง ยิ้มๆ ส่ายหน้าแล้วว่ายน้ำเล่นไปขึ้นอีกด้าน

+ + + + + + + + + + + +

เมธาวียกจานอาหารฝรั่ง มาวางที่โต๊ะอาหารพร้อมเรียก...
“มาร์คคะ ทานอาหารกลางวันกันค่ะ”
อุปมานั่งอ่านเอกสารจากที่ทำงาน แล้วเซ็นชื่อก่อนวางงานลง ลุกเดินไปที่โต๊ะอาหาร
“วันหยุดยังเอางานกลับมาทำอีก”เมธาวีจงใจพูด”ไม่น่าล่ะ บีถึงบ่นว่าอยู่บ้านนี้น่าเบื่อ”
อุปมาชะงักไปเล็กน้อย
“ใครจะเล่นซนได้ทั้งวันอย่างน้องสาวคุณล่ะ”อุปมานั่งลงที่โต๊ะอาหาร
“ก็อาทิตย์ไงคะ”เมธาวีนั่งลง
อุปมาทำไม่สนใจทานอาหารไป
“อย่างวันนี้ก็มารับกันออกไปเที่ยวพัทยา”
เมธาวีจงใจพูดยั่วโมโห อุปมาชะงัก หยุดทาน
“ไปกันตามลำพังสองต่อสองด้วย”
อุปมามองหน้าเมธาวี
“มัวแต่รีรอไม่รีบหย่า เดี๋ยวก็ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านจนได้ ว่าโดนเมียสวมเขา คราวเนี้ยบีจะเสียชื่อหนักกว่าเดิม”เมธาวีขำหยัน”โดนขอหย่าเพราะเล่นชู้”
อุปมาเงียบกริบไปอย่างใช้ความคิด เมธาวีมองท่าทีของอุปมา
บารมีหยิบแฟ้มเอกสาร 2-3 แฟ้ม ส่งให้ทศวรรตอ่าน...
“นี่เป็นสินค้าใหม่ 2-3 ตัวที่พ่อกำลังจะเปิดตลาดส่งออก”
ทศวรรตเปิดแฟ้มเอกสารอ่านดู
“พ่ออยากให้ทศมาดูแลสินค้าใหม่พวกนี้”
ทศวรรตกังวล
“อย่าเลยครับพ่อ เดี๋ยวจะมีปัญหากับมาร์ค”
“ไม่หรอก พ่อจะเปิดบริษัทใหม่ให้ทศ ดูแลสินค้าคนละไลน์กันไปเลย”
ทศวรรตค่อยสบายใจยิ้มออก
“แบบนี้ค่อยยังชั่ว”ทศวรรตยกมือไหว้”ขอบคุณครับพ่อ”
บารมีวางมือบนไหล่ทศวรรต
“ตั้งใจทำงาน อย่าให้พ่อผิดหวังแล้วกัน”
“ครับพ่อ”
บารมีตบไหล่ทศวรรต ยิ้มพอใจ ก่อนจะถอนมือออกไปพร้อมหน้าขรึมลง
“ทุกอย่างกำลังจะเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว เหลือเรื่องบีกับมาร์คเท่านั้นล่ะ ที่พ่อยังหนักใจ”
ทศวรรตสีหน้าจริงจังขึ้นมา
“พ่อไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะช่วยดูแลเรื่องนี้แทนพ่อเอง ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้น้องผมทั้งสองคนมีความสุขให้ได้”
“ขอบใจมากลูก”บารมียิ้มสบายใจขึ้น
ทศวรรตตั้งใจอย่างมุ่งมั่น อยากช่วยผ่อนความหนักใจให้กับบารมีบ้าง

+ + + + + + + + + + + +

เมธาวีชวนอุปมาไปเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ อุปมาเดินตามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมธาวีชวนคุย
“เมก็ไม่อยากมีเรื่องผิดใจกับคุณลุงหรอกนะคะ เอาไว้เราทั้งสองฝ่ายเย็นลง ค่อยมาคุยกันอีกที”
อุปมามองดูเฟอร์นิเจอร์ไป สายตาเหม่อลอยเหมือนไม่ได้ฟังที่เมธาวีพูด
“ตอนนั้นเราคงเจอจุดตรงกลาง ที่เราพอใจทั้งสองฝ่าย ว่าจะจัดงานแต่งงานในรูปแบบไหนดีก็ได้...มาร์คฟังเมอยู่รึเปล่าคะ”
“อ๋อ ครับ”
“นึกว่าใจลอยไปถึงบี”เมธาวีเหยียดปากหมั่นไส้
“เค้าไปกับแฟนเค้า ผมไปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ”
โทรศัพท์เมธาวีดังขัดจังหวะขึ้นมา ดูเบอร์โชว์แล้วยิ้ม เพราะเป็นไปตามแผน เมธาวีกดรับสาย
“ว่าไงคะแม่…น่าเกลียดจังเลยยัยบีนี่ คนอื่นจะคิดยังไง...พอเถอะค่ะแม่ เมขี้เกียจฟัง เมเตือนมาร์คแล้ว ไม่ฟังเองช่วยไม่ได้ ...อ๋อ ค่ะ ได้ค่ะแม่ เดี๋ยวเจอกันค่ะ”
เมธาวีกดตัดสาย บอกอุปมา...
”คุณแม่จะมาถึงแล้วล่ะ เดี๋ยวมาร์คมีธุระที่ไหนก็ไปเถอะค่ะ”
“เมื่อกี้ได้ยินว่าบี ทำอะไรน่าเกลียดเหรอครับ”
“ก็ไม่ยอมกลับกรุงเทพน่ะสิคะ จะค้างพัทยากับอาทิตย์”
อุปมาอึ้งหน้าชาไปเลย
“จะไว้ใจกันแค่ไหนก็ไม่ควร เพราะตอนนี้บีสวมหัวโขน เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของมาร์คอยู่ พากันเสียชื่อหมดก็คราวนี้แหละ”เมธาวีถอนใจส่ายหน้า
“เมพอจะรู้มั้ยว่าเค้าไปพักกันที่ไหน”
“รู้สิคะ คอนโดของอาทิตย์ เมกับเพื่อนๆ ก็เคยไป”
เมธาวียิ้ม ที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

+ + + + + + + + + + + +

ค่ำคืนนั้น อุปมาเดินเข้ามาที่ล็อบบี้คอนโดแห่งหนึ่งของพัทยา พนักงานต้อนรับมองตาม พร้อมยกโทรศัพท์มือถือเล็ง แอบถ่าย แล้วรีบโทรออกไปหาเมธาวีทันที เพราะถูกจ้างไว้
เมธาวีคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ในร้านอาหาร มีวิจิตรานั่งฟังอยู่ด้วย
“แน่ใจนะว่าคนเดียวกัน...แล้วถ่ายรูปคุณอาทิตย์ กับเด็กผู้หญิงคนนั้นไว้ได้รึเปล่า...ดีจ้ะ...อย่าลืมส่งเบอร์บัญชีเธอตามมาด้วยล่ะ จะได้ไปถอยกระเป๋าใบใหม่มาใช้...ไม่เป็นไรจ้ะ ขอบใจมาก”
“นายมาร์คไปจริงๆ ใช่มั้ย”วิจิตราถามเมื่อเมธาวีคุยเสร็จแล้ว
“ค่ะ”
วิจิตรถอนใจออกมาก่อนถาม
“เอ้อ แล้วเราไปรู้จักรีเซฟชั่นที่นั่นได้ยังไง”
“ก็ตอนเดทกับอาทิตย์ เค้าเคยพาเมกับเพื่อนๆไปเที่ยวที่คอนโด เมเลยแอบตีซี้เลี้ยงเอาไว้จับผิดอาทิตย์ ว่าแอบพาสาวที่ไหนมาขึ้นคอนโดรึเปล่าน่ะสิคะ”
“ลูกสาวแม่นี่รอบคอบจริงๆ”
“เมไม่ชอบโดนใครหลอกค่ะ”
เสียงสัญญาณเตือนของโทรศัพท์ดังขึ้น เมธาวีกดรูปดู
“ส่งรูปนังบีกับอาทิตย์มาให้แล้ว”
“เมจะเอามาทำไมเหรอลูก”
“ถ้าแผนแรกไม่สำเร็จ เมมีแผนสำรองค่ะคุณแม่ เมจะปล่อยข่าวลือว่านังบีแอบนอกใจมาร์ค ภาพยืนยันก็มี มาร์คทนได้ ไม่หย่าก็ให้มันรู้ไป”
วิจิตรายิ้มพอใจ
“แยบยลจริงๆ ลูกสาวแม่ มันอยากชิงดีชิงเด่นกับลูกของแม่ดีนัก ต้องเจอยังงี้แหละถึงจะสาสม” เมธาวียิ้มเหยียดๆ

+ + + + + + + + + + + +

อุปมาเคาะประตูห้องพัก สีหน้าบึ้งตึง อาทิตย์ใส่ผ้าขนหนู เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินมาเปิดประตูห้อง อุปมาเห็นสภาพอาทิตย์ โมโหหึง ชกหน้าอาทิตย์จนหน้าหงายไป ก่อนจะกระชากตัวอาทิตย์มา
อัดกระแทกผนังห้อง
“ใครอนุญาตให้แกพาบีมาเที่ยวค้างคืนแบบนี้”
สไบนางและหยาดฝนรีบวิ่งเข้ามาดูจากห้องถัดไป สไบนางเสียงแข็ง
“ปล่อยซันนี่เดี๋ยวนี้นะ”
อุปมาชะงักปนจ๋อยไป เมื่อรู้ว่าหยาดฝนมาด้วย และพักคนละห้องกัน สไบนางจ้องหน้าสงสัย
“รู้ได้ยังไงว่าเราอยู่ที่นี่”
อาทิตย์ลำดับเหตุการณ์ เดาเรื่อง
“นึกอยู่แล้วเชียว ร้อยวันพันปีน้าจิตราไม่เคยโทรหาผมเลย”
อุปมาแก้เก้อปนหน้าแตก ฉวยมือสไบนาง
“กลับกรุงเทพกับฉันเดี๋ยวนี้”
อุปมาลากสไบนางออกไปจากห้องทันที อาทิตย์และหยาดฝนตกใจ
“ปล่อยฉันนะ ไอ้หน้าหนวดสไบนาง”
สไบนางสู้แรงไม่ไหว อุปมาลากสไบนางออกไปอย่างไม่ฟังเสียง อุปมาลากสไบนางมาถึงหน้าลิฟท์ กดลิฟท์ปุ่มลงแบบรัวๆ สไบนางพยายามจะดิ้นให้หลุด
“นายไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้นะ”
“เธอก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้เหมือนกัน”
“ฉันทำอะไรไม่ทราบ”
“ก็มากับไอ้ซันนี่ ซันเซ็ทของเธอตามลำพังน่ะสิ”
“ตามลำพังที่ไหน ฝนก็มาด้วย”
“ก็แค่ไม้กันหมา”
“ถ้ากลัวเสียชื่อนักก็หย่ากับฉันซะทีสิ จะยื้อไว้ทำไม”
อุปมาจ้องหน้า
“ฉันไม่หย่ามีอะไรมั้ย”
สไบนางจ้องหน้า
“ฉันอยากรู้เหตุผล”
“ไม่มี ฉันไม่หย่า”
“ทำไม”
“ฉันไม่หย่า”
“งั้นก็บอกเหตุผลมาสิ”
อุปมาจ้องหน้าสไบนางเขม็ง ขยับปาก จะพูดแต่ก็ไม่อยากเสียฟอร์มก่อน ลิฟท์เปิดพอดี สไบนางรีบกระชากตัวออกเข้าลิฟท์ไปกดปิดรัวทันที
“คนเห็นแก่ตัว”
สไบนางด่า ลิฟท์ปิดพอดี อุปมาค่อยปากเก่งกล้าพูดใส่ลิฟท์
“ฉันชอบเธอ เหตุผลพอมั้ยล่ะ”
อุปมาถอนใจส่ายหน้าก่อนจะหันไปข้างๆ ชะงักหน้าเหวอไป เมื่อเห็นอาทิตย์และหยาดฝนยืนคู่กันมองมาทางตน ในระยะไม่ห่างกันนัก น่าจะได้ยินทุกคำพูดเมื่อครู่ของตน
อาทิตย์และหยาดฝนอึ้งๆ ไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินกับหูชัดเจนขนาดนี้ อุปมาหน้าจ๋อยปนอาย วางหน้าไม่ถูก ไม่กล้าสู้หน้ารีบเดินหนีไปลงบันไดหนีไฟ
“กะแล้วไม่มีผิด”อาทิตย์หันมาบอกหยาดฝน
“เรายังมีเวลาแก้ไขอะไรทันมั้ยคะพี่อาทิตย์”
อาทิตย์ได้แต่ถอนใจออกมา

+ + + + + + + + + + + +

อุปมาเดินหน้าขรึมๆ ไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าคอนโด สไบนางแอบมองอยู่จากมุมหนึ่งด้านนอกคอนโด
อุปมาขึ้นรถแล้วขับกลับออกไป สไบนางมองตามไปอย่างเศร้าๆ พอสไบนางหันกลับมาต้องตกใจเมื่อเห็นหยาดฝนยืนอยู่ด้านหลัง
“ฝนว่าถึงเวลาที่บีกับคุณมาร์ค ต้องเปิดอกคุยกันอย่างจริงๆจังๆ ซะทีแล้วล่ะ หมดเวลาวางฟอร์มกันแล้ว”
สไบนางน้ำตารื้น
“เดี๋ยวทุกอย่างมันจะสายเกินแก้ แล้วจะมานั่งเสียใจทีหลังนะบี”
“บีไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลยฝน”
สไบนางสวมกอดหยาดฝนเอาไว้
“บีชอบคุณมาร์คใช่มั้ย”
สไบนางร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา กอดหยาดฝนเอาไว้แน่น หยาดฝนเข้าใจได้แต่ลูบหลังเพื่อนปลอบใจไป
อาทิตย์ มองดูเหตุการณ์อยู่ไม่ห่างนัก ได้แต่ถอนใจบางๆ ออกมาอย่างเห็นใจสไบนาง

+ + + + + + + + + + + +

อุปมาเดินกลับเข้าโถงบ้านมา ตกใจมากเมื่อเห็นบารมีและหัสดิน นั่งจิบไวน์คุยกันรอการกลับมาของอุปมาอยู่
“อ้าว มีปาร์ตี้อะไรกันครับเนี่ย”อุปมาถาม
“ปาร์ตี้รอแกน่ะสิ”หัสดินพูด
“รอทำไม”
“ฝนโทรไปฟ้องฉันว่าแก ไปอาละวาดชกหน้าอาทิตย์ถึงพัทยาเพราะหึงน้องบี”
อุปมาชะงักไปเล็กน้อย
“ฉันก็รีบมาฟ้องพ่อแกทันที”หัสดินยิ้มหน้าเป็น
“ไร้สาระ”
“แล้วแกไปจริงรึเปล่าล่ะ”บารมีถาม
อุปมาอึกอัก
“ก็มันสมควรที่ไหนล่ะครับพ่อ”
“หมดเวลาอ้ำๆอึ้งๆแล้วนะมาร์ค พูดความจริงกับพ่อ แล้วพ่อจะจัดการทุกอย่างให้เอง”
อุปมาเงียบกริบ
“แมนๆหน่อย เลิกฟอร์มได้แล้ว รักก็บอกว่ารัก เค้าได้ยินกันทั่วคอนโดแล้ว”
อุปมาเหล่ๆ มองหัสดิน สีหน้าแววตาเจ็บใจปนหมั่นไส้ หัสดินชักหนาว ขยับตัวหลบหลังบารมีเล็กน้อย
“พ่อรอคำตอบอยู่นะมาร์ค พรุ่งนี้เรื่องระหว่างแกกับบีต้องจบซะที”
“ครับพ่อ ผมไม่อยากหย่า ผมไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน”อุปมาตัดใจพูด”ผมชอบบี”
หัสดินเฮลั่นออกนอกหน้าอุปมาเหล่มอง บารมียิ้มสบายใจ ตบบ่าอุปมา
“พ่อต้องการได้ยินแค่นี้ล่ะ แกทำทุกอย่างตามใจพ่อมาตลอด ครั้งนี้พ่อจะทำตามใจแกบ้าง”
บารมีบีบบ่าอุปมาเบาๆ อุปมายิ้มอย่างแอบเขิน หัสดินยิ้มแป้นดีใจอยู่ข้างๆ

+ + + + + + + + + + + +

เมธาวี คุณหญิงรุจา ทศวรรต และวิจิตรา ร่วมโต๊ะอาหารเช้ากันด้วยกัน
“คุณแม่ไม่ย้ายกลับไปอยู่ บ้านอัคราชด้วยกันจริงๆเหรอคะ”วิจิตราถาม
“นั่นสิคะ เมกับคุณแม่เป็นห่วง”เมธาวีเห็นด้วย
“ที่นี่มีทั้งทศทั้งบี ไม่เห็นต้องเป็นห่วงอะไรนี่นา”คุณหญิงรุจาบอก
วิจิตราแดกดันทันที
“เค้าใช่อัคราชซะที่ไหนกันคะ คงจะไปอยู่บ้านโน้นซะเป็นส่วนใหญ่”วิจิตราเหยียดปากใส่” อีกไม่นานแม่บีก็แล่นไปอยู่เมืองนอกสบายใจเฉิบ”
ทศวรรตแขวะกลับ
“ถ้ามาร์คทำใจยอมหย่ากับบีไม่ได้ บีก็คงอดไป”
เมธาวีของขึ้น
“พี่ทศพูดให้ดีๆ นะคะ”
เมธาวีหยุดกึก มีอาการผะอืดผะอมคล้ายจะอาเจียน ทุกคนตกใจ
“เป็นอะไรลูก”วิจิตราถาม
เมธาวีรีบปิดปากวิ่งออกไปจากโต๊ะอาหารไปทางหลังบ้าน เสียงอาเจียนดังนำออกมา วิจิตราร้อนใจรีบลุกตามลูกสาวออกไปอีกคน คุณหญิงรุจาและทศวรรตหันมองหน้ากัน อย่างสงสัยอะไรบางอย่าง

อ่านต่อพรุ่งนี้








กำลังโหลดความคิดเห็น...