xs
xsm
sm
md
lg

ธรรมะกับชีวิตประจำวัน : ทำใจให้เป็นไท ในปีใหม่นี้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

วันเดือนปีนั้นความจริงก็ไม่เก่าไม่ใหม่ แต่ที่เรา เรียกว่า “เก่า” ก็หมายถึงเวลาที่ผ่านไป “ใหม่” เวลาที่กำลังเป็นอยู่ในชีวิตของเราที่เป็นอยู่ทุกวัน เราจึงเรียกว่าวันเก่าวันใหม่ เดือนเก่าเดือนใหม่ ปีเก่าปีใหม่ โดยลำพังวันเดือนปีนั้นไม่เก่าไม่ใหม่ มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ ของการหมุนเวียนของโลก ไปตาม วิถีทางของโลก อันเป็นไปตามธรรมชาติ โลกหมุนไปก็ได้วัน ได้เดือน ได้ปีโดยลำดับ เราจึงต้องตั้งชื่อวัน นั้นวันนี้ เป็นเรื่องสมมติ ถ้าไม่ตั้งชื่อก็เรียกกันไม่ได้ ตั้งชื่อวันแล้วก็ตั้งชื่อเดือนตั้งชื่อปี ๑๒ เดือนก็เป็นปีหนึ่ง ๑๒ ปีก็เป็นรอบหนึ่ง แล้วมาตั้งต้นกันในรอบใหม่

การทำในรูปอย่างนี้ก็เพื่อเป็นเครื่องนับหมายเป็นสถิติของเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในรอบปี เราจึงมี ปีเก่า-ปีใหม่ ปีเก่าปีใหม่ในเมืองไทยนั้นเรานับตามพุทธศักราช พุทธศักราชนั้นนับตั้งแต่พระพุทธเจ้าปรินิพพานที่ใต้ต้นสาละในเมืองกุสินารา แล้วก็เริ่มนับมาโดยลำดับ

ปีใหม่มาถึงเราก็มีความชื่นอกชื่นใจในชีวิตของเรา แต่ละคน เพราะว่าชีวิตได้ผ่านพ้นมาด้วยดี มีชีวิตมาจนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม แล้วก็มาถึงวันที่ ๑ มกราคม เราก็ดีใจกันเฉลิมฉลองวันปีใหม่หรืออายุของเราที่ได้ผ่านพ้นมาถึงรอบปี เป็นการแสดงความยินดีกับตัวเองว่า เรามีความเรียบร้อยไม่เจ็บไม่ไข้ หรือมีเจ็บไข้บ้างแต่มันไม่รุนแรงอะไร พอจะเยียวยารักษาได้แล้วก็รักษากันมาโดยลำดับ

สังคมโลกในปัจจุบันนี้ เป็นสังคมที่มีความก้าว หน้าในทางยั่วกิเลส ความเจริญทางด้านวัตถุนั้นเป็นความเจริญในทางยั่วยุให้เกิดกิเลส เกิดราคะความกำหนัด เกิดโทสะเหตุให้เกิดความงุ่นง่าน เกิดโมหะความหลงความงมงายในสิ่งที่ไร้สาระ แล้วก็ปล่อยตัว ปล่อยใจไปกับอำนาจของสิ่งเหล่านั้น เราเป็นทาสของสิ่งเหล่านั้นเข้า ไม่พยายามต่อสู้เพื่อความเป็นไท ไม่สมศักดิ์ศรีของการที่เกิดมาเป็นคนไทย เพราะว่าเราเกิดเป็นคนไทย จิตใจก็ต้องเป็นไท จิตใจที่เป็นไทก็คือจิตใจที่ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของความชั่วความร้ายดังที่กล่าว เป็นผู้มีอิสระมีเสรีภาพในการเป็นอยู่ ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอำนาจของสิ่งยั่วยุด้วยประการต่างๆ ก็เรียกว่าเราเป็นไท มีใจอิสระเสรี

พระพุทธเจ้าตรัสว่า “สพพํ ปรวสํ ทุกฺขํ - ความเป็นทาสของสิ่งทั้งปวงเป็นความทุกข์” ความเป็นไท มีใจเป็นอิสระอยู่เหนือสิ่งทั้งปวงเป็นความสุขสงบ

เราจึงควรจะได้รู้จักควบคุมตัวเอง บังคับตัวเอง มีความอดทนอดกลั้น มีความเสียสละ ไม่เอาสิ่งที่มันไม่ถูกต้อง สิ่งที่จะเป็นพิษเป็นภัยแก่ตนในเวลานั้นและในกาลต่อไปข้างหน้า ถ้าเราบังคับตัวเองได้อย่างนี้ เราก็หลุดพ้นจากความเป็นทาส ไม่ต้องเป็นทาสของ สิ่งใดๆเราเป็นคนไทยสมศักดิ์ศรี สมชื่อสมนามอย่างแท้จริง

เพราะฉะนั้นในวันขึ้นปีใหม่ ขอให้เราทำใจให้เป็นไท ด้วยการอธิษฐานใจว่า “ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมเป็นต้นไป เราจะอยู่อย่างไท เราคิดอย่างไท เราพูดอย่างไท เราทำอย่างไท เราคบหาสมาคมกับใครก็คบกันแบบไท เราจะไปไหนก็ไปอย่างไท ไม่ไปด้วยอำนาจกิเลสสั่งให้ไป ไม่ไปด้วยความโลภ ไม่ไปด้วยความโกรธ ไม่ไปด้วยความหลง ไม่ไปด้วยอำนาจริษยาพยาบาทใครๆ” แต่ว่าไปด้วยจิตที่ว่างจากสิ่งเหล่า นั้น ว่างจากความโลภ ว่างจากความโกรธ ว่างจากความหลง ว่างจากความริษยาพยาบาทอาฆาตจองเวร ใจที่ว่างจากกิเลสเป็นใจที่สูงส่ง เป็นใจที่เป็นไท ไม่ตกเป็นทาสของสิ่งใดๆ

และขอให้เราทุกคนได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ในปีใหม่นี้ เราจะปลูกศรัทธาให้มั่นคงในพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน มีความเชื่อว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งพระปัญญาคุณ พระมหากรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลักปฏิบัติที่จะทำผู้ปฏิบัติให้หลุดพ้นจากความทุกข์ความเดือนร้อนได้จริง เลิกถือไสยศาสตร์ ซึ่งเป็นความเชื่อที่เหลวไหล เอาความเชื่อ มาอยู่กับพุทธเจ้า กับพระธรรม และพระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติ ดีปฏิบัติชอบ

พระพุทธหมายถึงความบริสุทธิ์ พระธรรมคือข้อปฏิบัติที่จะให้ถึงความบริสุทธิ์ พระสงฆ์ก็คือตัวการปฏิบัตินั่นเอง ถ้าหากว่าเราปฏิบัติเราก็เรียกว่ามีพระสงฆ์อยู่ในใจของเรา ข้อปฏิบัตินั้นก็คือพระธรรมอยู่กับเรา แล้วผลแห่งการปฏิบัติก็คือความสะอาด สว่าง สงบ ทางจิตใจ ก็อยู่กับเราด้วยเหมือนกัน สิ่งนี้แหละ เรียกว่าธรรมะ 

เราเอาธรรมะมาใส่ไว้ในใจ ให้มีความเชื่อมั่นอย่างนี้ ให้มีความเชื่อถูกต้องตรงตามหลักการในทางพระพุทธศาสนา แล้วก็ให้เป็นคนที่มีความซื่อสัตย์ต่อพระรัตนตรัย เรียกว่ามีสัจจะ มีความซื่อสัตย์จงรักต่อพระรัตนตรัยอย่างแท้จริง มีการบังคับตัวเอง ควบคุมตัวเอง ให้มั่นคงอยู่ในศีลในธรรมสม่ำเสมอ ให้มีความละอายบาป ให้มีความกลัวบาป มากยิ่งขึ้นในจิตใจ ไม่คิดอะไร ไม่พูดอะไร ไม่ทำอะไรในทางที่เป็นความชั่วความร้ายสร้างปัญหาให้แก่ตนแก่ท่าน มีความอดทนอดกลั้นต่อสิ่งยั่วยุ อะไรมากระทบหู กระทบตา กระทบจมูก กระทบลิ้น กระทบกาย เข้าไปถึงใจ ก็ให้เอาธรรมะที่เรียกว่าขันติ มาเป็นเกราะป้องกันตน ไม่ให้ตกต่ำไปอยู่กับสิ่งชั่วสิ่งร้ายเหล่านั้น ก็จะเป็นการช่วยตนให้พ้นภัย พ้นจากอันตราย 

ประการสุดท้าย จงอยู่ด้วยความเสียสละ สละสิ่งไม่ดีไม่งามออกจากจิตใจ เรื่องที่เราควรจะเสียสละมากที่สุดก็คือเรื่องความเห็นแก่ตัว ความเห็นแก่ตัวนั่นแหละเป็นมารร้าย เป็นฐานแห่งความชั่วร้าย เป็นฐานแห่งความโลภ ความโกรธ ความหลง ความริษยาพยาบาท เป็นฐานแห่งอาชญากรรม คนเราที่ได้ผิดศีลผิดธรรมก็เพราะความเห็นแก่ตัว ไปฆ่าไปทำร้ายผู้อื่นเพราะความเห็นแก่ตัว ไปลักของคนอื่นก็เพราะความเห็นแก่ตัว ไปประพฤติผิดกามมิจฉาจารเที่ยวสำส่อนในทางเพศจนเป็นโรคเอดส์ก็เพราะมีความเห็นแก่ตัว ไปพูดจาโกหกพกลมหลอกลวงต้มตุ๋นก็เพราะความเห็นแก่ตัว ไปดื่มสุราเมรัย ไปเล่นการพนัน ไปเที่ยวกลางคืนในทางสิ้นเปลืองสนุกสนาน ก็เพราะความเห็นแก่ตัว เราจึงต้องทำลายความเห็นแก่ตัวให้หมดไปจากจิตใจ จนไม่มีตัวจะเห็นต่อไป

เราเห็นแต่ธรรมะ เห็นแต่ความงามความดี ประจำจิตใจ ใจเราก็เป็นพระ ถ้าเราได้อยู่กับพระอย่างนี้ เราก็จะมีแต่ความสุข มีความสงบ มีความเจริญ มีความก้าวหน้า

ในที่สุดนี้ก็ขออวยพรให้เจริญด้วยกองธรรมะ คือ เจริญด้วยความคิดถูกต้อง ด้วยการพูดที่ถูกต้อง ด้วยการทำที่ถูกต้อง ด้วยการคบหาสมาคมที่ถูกต้อง ด้วยการไปสู่สถานที่ถูกต้อง ให้มีกายวาจาใจ สงบ สะอาด สว่าง ตามหลักพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

(เรียบเรียงจากส่วนหนึ่งของปาฐกถาธรรม พ.ศ. ๒๕๓๗)

(จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 110 มกราคม 2553 โดยพระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) วัดชลประทานรังสฤษฎ์ จ.นนทบุรี)
กำลังโหลดความคิดเห็น