xs
xsm
sm
md
lg

การได้เป็นส.ส.ก็ยากแล้ว แต่เป็นรัฐบาลยากกว่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สามารถ มังสัง



ในที่สุดการเลือกตั้ง ส.ส.ซึ่งเป็นขั้นต้นของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่ผู้นิยมชมชอบการปกครองในระบอบนี้รอคอยได้จบลงเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ผ่านพ้นไปและผลปรากฏว่า พรรคก้าวไกลได้รับเลือกเข้ามามากที่สุด 152 ที่นั่ง และการที่พรรคนี้ได้รับเลือกเข้ามาเหนือความคาดหมายของโพลต่างๆ ที่คาดว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับหนึ่ง ที่เป็นเช่นนี้พอจะอนุมานในเชิงตรรกะว่าเป็นเพราะเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. พรรคก้าวไกลเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะวัยรุ่นซึ่งเพิ่งจะมีสิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ ประกอบกับในการเลือกตั้งครั้งนี้มีคนออกมาใช้สิทธิถึง 75%

2. คนไทยกำลังเบื่อการเมืองแบบเก่าๆ โดยเฉพาะการเมืองที่สืบทอดอำนาจมาจากระบอบเผด็จการ ซึ่งปกครองประเทศหลายครั้งหลายหน แต่ไม่ทำให้ประเทศและประชาชนดีขึ้น ทั้งยังนำพาประเทศถอยหลัง มีทั้งปัญหาเศรษฐกิจและสังคมหมักหมมมามากจนยากจะแก้ไขด้วยการเมืองระบบเดิม ดังนั้น เมื่อพรรคก้าวไกลเสนอแนวคิดใหม่ในการบริหารประเทศ คนส่วนหนึ่งจึงพากันเลือกเพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ส่วนจะเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือไม่เป็นความเสี่ยงทางการเมือง แต่ก็ดีกว่าจะจมปลักอยู่กับการเมืองแบบเดิม

ถึงแม้ว่าพรรคก้าวไกลจะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ก็มีจำนวน ส.ส.ไม่มากพอที่จะตั้งรัฐบาลได้พรรคเดียว จึงต้องหาพันธมิตรทางการเมืองเพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล และการหาพันธมิตรทางการเมืองสำหรับพรรคก้าวไกล ถ้าพิจารณาจากพฤติกรรมองค์กรของพรรค และพฤติกรรมของแกนนำพรรค อันเป็นปัจเจกแล้วค่อนข้างยาก ทั้งนี้อนุมานจากปัจจัยแวดล้อมทางสังคมของประเทศ เป็นเพราะเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. พรรคก้าวไกลมีนโยบายค่อนข้างสุดโต่ง ในส่วนที่เกี่ยวกับกองทัพและสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งพรรคการเมืองส่วนใหญ่ไม่เข้าไปข้องแวะในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปกองทัพและยกเลิกมาตรา 112 ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคในการดึงพรรคการเมืองอื่น แม้กระทั่งพรรคเพื่อไทยเข้าร่วม

2. ในเมื่อเป็นรัฐบาลผสมโดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ ซึ่งต่อต้านอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ มาตลอด จะต้องรวบรวมเสียงให้ได้ 376 เสียงซึ่งยากที่จะทำได้

ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าวแล้วข้างต้น ถึงแม้พรรคก้าวไกลจะได้รับเลือกเข้ามามาก แต่ถ้าหาพันธมิตรไม่ได้ 376 เสียง การที่หัวหน้าพรรคก้าวไกลจะได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคงไม่ง่ายเหมือนที่แฟนคลับก้าวไกลคิด

ดังนั้น ถ้าเผอิญพรรคก้าวไกลรวบรวม ส.ส. ไม่ได้ 376 เสียง ก็มองเห็นลางว่าโอกาสที่พรรคก้าวไกลจะเป็นรัฐบาลน้อยลง แต่โอกาสที่จะเป็นผู้นำฝ่ายค้านชัดเจนขึ้นเมื่อพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคที่ได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับ 2 มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งน่าจะจัดการหาพันธมิตรทางการเมืองได้ง่ายกว่าพรรคก้าวไกล เพราะเพียงรวบรวม ส.ส.ได้ 250 คนขึ้นไป และเสนอให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งมีฐานเสียงจาก ส.ว.หนุนอยู่ 250 คนก็เพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ และมีโอกาสที่จะเปิดทางให้ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้านมาเลี้ยงหลานได้ไม่ยาก

แต่อย่างไรก็ตาม ในทัศนะส่วนตัวของผู้เขียน อยากให้พรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาลเพื่อหวังให้การเมืองของไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่ทั้งนี้แกนนำพรรคก้าวไกลก็จะต้องปรับแนวทางของตนเองให้สอดคล้องกับรากเหง้าของสังคมไทย โดยยึดหลักแนวคิดแบบจีนที่ว่า ต้องตัดเสื้อให้เข้ากับตัว และตัดรองเท้าให้เข้ากับตีน มิใช่ตัดตัวให้เข้ากับเสื้อ และตัดตีนให้เข้ากับรองเท้า


กำลังโหลดความคิดเห็น