xs
xsm
sm
md
lg

สงครามยูเครนใกล้จบแต่สงครามไต้หวันกำลังตามมา!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


สี จิ้นผิง
เปิดฉากสัปดาห์นี้...คงต้องเริ่มต้นด้วย “แนวรบยุโรปตะวันออก”กันอีกนั่นแหละทั่น เพราะเผลอๆ...อาจไม่ต้องชักสะพานแหงนถ่อรอคอยการกลับมาเป็นประธานาธิบดีอเมริกันของ “ทรัมป์บ้า” ในปีหน้า 2024 เอาเลยก็ไม่แน่!!! ด้วยเหตุเพราะ “ข่าวล่า-มาเรือ”ช่วงหลังๆ นี้ อะไรต่อมิอะไรมันชักส่อให้เห็นถึง “แนวโน้ม”ว่าเอาไป-เอามา...การหาทางออก ทางลง ในกรณี “สงครามยูเครน”อาจสิ้นสุด ยุติ ภายในสี่-ซ้า-ห้า-หกเดือน หรือภายในปีนี้ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาเลย???

ไม่ว่าข่าวคราวเรื่องผู้อำนวยการสภาความมั่นคงและการป้องกันแห่งชาติ (The National Security Defense Council) ของยูเครนเอง อย่าง “นายAlexey Danilov” ที่ออกมาสารภาพ หรือออกมายอมรับ ในรายการโทรทัศน์ “Greater Lviv Speaks” เมื่อช่วงวันพฤหัสฯ สัปดาห์ที่แล้ว (9 มี.ค.) ว่าหลังๆ นี้ บรรดาชาวยูเครนรวมถึงนักการเมืองท้องถิ่น ที่ต้องการเห็นรัฐบาลตัวเองลงนั่งโต๊ะเจรจาสันติภาพกับรัสเซีย ชักทวีจำนวนเพิ่มยิ่งเข้าไปทุกที หรือเริ่มส่อให้เห็นถึง “แนวโน้มที่อันตราย” ตามทัศนคติ มุมมองของผู้อำนวยการรายนี้ ต่อการเล่นบทเป็น “ตัวตลก-ตัวแทน” ของผู้นำประเทศ อย่าง “นายVolodymyr Zelensky”หนักยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...

ยิ่งเมื่อต้องเจอกับจรวดไฮเปอร์โซนิก “Kinzhal”ของรัสเซียเข้าไปถึง 6 ลูกซ้อนๆ เจอโดรนอีก 8 ลำเป็นอย่างน้อย ส่งผลให้บรรดาสาธารณูปโภคไม่ว่าในกรุง Kiev, Nikolaev, Kharkov, Odessa, Dnepropetrovsk, Zhitomir ฯลฯ “เดี้ยง”ไปเป็นแถบๆ เมื่อช่วงวัน-สองวันที่ผ่านมา ไม่นับบรรดาทวยทหารที่เด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึงไปแล้วเป็นแสนๆ โอกาสที่จะฮึดสู้แบบไม่คิดจะเหลือ “ชาวยูเครนรายสุดท้าย”หรือจนกว่าจะเจอกับ “ระเบิดนิวเคลียร์” ของรัสเซีย มันออกจะเป็นอะไรที่สมองโล่ง สมองกลวง เกินกว่าที่จะ “โชว์โง่” ต่อไปเรื่อยๆ แม้จะเคยรับบท “ตัวตลก”มืออาชีพมาก่อนก็ตามที...

แม้แต่นายกฯ อังกฤษ “นายRishi Sunak” ที่ต้องรับบทเป็น “สุนัขพูเดิลของอเมริกา”ยอมสวิงไปตามแรงเหวี่ยง แรงกดดัน เพื่อให้มีโอกาสขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจาก “นางLiz Truss” อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ แต่เมื่อช่วงวันศุกร์ที่แล้ว (10 มี.ค.) ก็หนีไม่พ้นต้องยอมรับต่อบรรดาผู้สื่อข่าว ว่าสุดท้ายแล้ว...ทางออก ทางลง “สงครามยูเครน” คงต้องจบลงบน “โต๊ะเจรจา” อย่างมิอาจบิดพลิ้วไปเป็นอื่น เพียงแต่ระหว่างนี้สิ่งสำคัญเป็นอันดับแรก ก็คือยังต้องพยายามหนุนช่วยยูเครนให้เดินหน้าทำสงครามต่อไปเรื่อยๆ “เพื่อสร้างความได้เปรียบในสนามรบก่อนขึ้นสู่โต๊ะเจรจา” ในลำดับถัดไป...

แต่ที่น่าคิด น่าสะกิดใจ มิใช่น้อย...น่าจะเป็นข่าวคราวที่สำนักข่าว “Nikkei” ของญี่ปุ่น ได้อ้าง “แหล่งข่าว”ระดับสูงในรัฐบาลจีน ระบุว่าตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง-การทหาร แห่ง “The Academy of Military Sciences” หรือ “AMS” ของจีน ได้สุมหัว รวมตัว นำเอาข้อมูล-ข้อเท็จจริงไม่ว่าทางการเมือง-การทหาร-การเศรษฐกิจของคู่สงครามทั้งสองฝ่าย ออกมาสร้างแบบจำลอง ก่อนที่จะสรุปผลประเมินออกมาประมาณว่า แนวโน้มที่ “สงครามยูเครน” จะต้องสิ้นสุด ยุติ น่าจะเป็นไปได้ “ก่อนฤดูใบไม้ร่วงปีนี้”และอาจด้วยเหตุนี้หรือไม่? อย่างไร? ก็แล้วแต่จะว่ากันไป ที่ทำให้ฝ่ายจีนเขาเลยเกิดความคึกๆ คักๆ ในอันที่จะรับบทเป็น “ตัวกลาง” สนับสนุนให้แต่ละฝ่ายหันมานั่งในโต๊ะเจรจา ตามแผนสันติภาพ 12 ข้อ ที่พอทราบๆ กันไปมั่งแล้ว หรืออาจเป็นไปได้ถึงขั้นว่า...ภายใต้กำหนดการเดินทางไปเยือนรัสเซียของผู้นำจีน ประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ราวๆ เดือนเมษาฯ หรือพฤษภาฯ ปีนี้ อาจนำไปสู่ “จุดเริ่มต้น”แห่งการเปิดโต๊ะเจรจารอบใหม่ระหว่างทั้งสองฝ่ายเอาเลยก็ไม่แน่!!!

อีกทั้งเมื่อดูจากกิริยาท่าทีของคุณพ่ออเมริกาและฝ่ายตะวันตก อะไรต่อมิอะไรชักทำท่าว่าน่าจะเริ่ม “เหี่ยวปลาย” ลงไปตามลำดับ ไม่ว่าโดยรายงานข่าวของ “The Washington Post”ที่อ้างถึงแนวคิดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลอเมริกัน ตั้งแต่ระดับรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ “นายJohn Finer” รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ “นางWendy Sherman” ไปจนถึงปลัดกลาโหม “นายColin Kahl” ที่เห็นพ้องไปในแนวเดียวกันว่า ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าถือเป็น “ช่วงเวลาสำคัญ”สำหรับรัฐบาลยูเครนที่จะต้องหาทางยึดคืนดินแดนกลับคืนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ “ก่อนที่จะตั้งโต๊ะเจรจากับปูติน!!!”สอดคล้องกับความคิด-ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารชาวอเมริกัน “นายDavid T. Pyne” ที่ระบุแบบตรงไป-ตรงมาเลยว่า รัฐบาลอเมริกันได้ให้คำแนะนำต่อยูเครน ให้หาทางยึดดินแดนคืนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อที่จะไม่ถึงกับเสียเปรียบในโต๊ะเจรจา อันทำให้นักการทหารรายนี้เชื่อว่า...นับตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปีนี้ บรรดา “ความช่วยเหลือ” ของอเมริกาและฝ่ายตะวันตกต่อรัฐบาลยูเครน น่าจะเริ่ม “สาละวันเตี้ยลง-เตี้ยลง”ไปตามมี-ตามเกิด เพราะแม้แต่การยุแยงตะแคงรั่ว ของ “คุณป้ามหาภัย” “นางVictoria Nuland” ผู้เคยเป็นหัวเรี่ยว-หัวแรงในการ “ปฏิวัติสี”ในยูเครน ที่ต้องการให้บุกไปถึง “แหลมไครเมีย” โน่นเลย ยังต้องถูกถ่วง ถูกรั้ง โดยรัฐมนตรีต่างประเทศ “นายAntony Blinken” ที่ยังไม่คิด “ละเมิดเส้นแดง” ของรัสเซีย หรือไม่อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างเตลิดเปิดเปิงไปถึงขั้น “สงครามนิวเคลียร์” เอาง่ายๆ...

โดยถ้า “แนวโน้ม”ทั้งหลาย ทั้งปวง เป็นไปในรูปนี้...ก็คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธ ว่าใน “แนวรบยุโรปตะวันออก” นั้น ทั้งคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรตะวันตก กำลังหมดรูป หมดสภาพ ลงไปทุกที และอาจด้วยเหตุนี้หรือไม่? อย่างไร? ก็ยังมิอาจสรุปได้ชัดเจน ที่ทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของอเมริกา ไม่ว่าตั้งแต่รัฐมนตรีกลาโหม “พลเอกLloyd Austin” ไปจนถึงประธานเสนาธิการทหาร “พลเอกMike Milly” เลยต้องหันไปเดินสาย ไปเยี่ยมเยียน “แนวรบตะวันออกกลาง” กันแทนที่ ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมถ่อไปถอกกระไดที่อิรัก จอร์แดน อิสราเอล และอียิปต์ ฯลฯ เพื่อสร้างความมั่นอก-มั่นใจ ให้กับพันธมิตรสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ประธานเสนาธิการทหารเลยต้องแวบไปเยี่ยมทหารอเมริกันที่เหลือเอาไว้ “ปล้นน้ำมันซีเรีย” อยู่อีกประมาณ 900 นาย พร้อมกับให้คำยืนยันว่าการคงอยู่ของทหารอเมริกันจำนวนนี้ ถือเป็นความ “คุ้มค่า” ต่อการปกป้องผลประโยชน์ของอเมริกาในภูมิภาคนี้สืบต่อไป...

แต่ก็นั่นแหละ...ถ้าหากใครที่มีโอกาสได้อ่านข้อเขียน บทความ ของนักข่าว นักวิเคราะห์ นักทำสารคดีชาวอังกฤษ “นายRobert Inlakesh”เมื่อวัน-สองวันนี้ ก็คงพอสรุปได้ว่า “คุ้ม-ไม่คุ้ม” มาก-น้อยขนาดไหน??? นั่นคือข้อเขียนว่าด้วยเรื่อง “Pentagon scrambles to save US interest in Middle East, but it might be too late”หรือความพยายามของเพนตากอนในการตะเกียกตะกายเพื่อรักษาผลประโยชน์อเมริกันในตะวันออกกลาง อาจ “ช้า..ไปต๋อย” ไปแล้วก็ไม่แน่!!! เพราะอย่างที่พอรู้ๆกันไปแล้วนั่นแหล่ะว่า ช่วงหลังๆ นี้...อะไรต่อมิอะไรใน “แนวรบตะวันออกกลาง”มันเปลี่ยนไปเยอะมากโดยเฉพาะสำหรับกิริยาท่าทีของบรรดาพวก “พี่เบิ้มในตะวันออกกลาง” ไม่ว่าซาอุดีอาระเบียหรืออิหร่าน ก็ตามที หรืออย่างที่ “ข่าวล่า-มาเรือ”เมื่อช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่ระบุเอาไว้ประมาณว่าหลังจากได้ร่วมหารือระหว่างตัวแทนซาอุฯ กับอิหร่านที่กรุงปักกิ่ง ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องต้องกันว่าจะเริ่มเปิด “สัมพันธ์ทางการทูตโดยปกติ”ในอีก 2 เดือนข้างหน้า โดยมีคุณพี่จีนอีกนั่นแหละ เป็น “ตัวกลาง”รายสำคัญ ที่ทำให้ทั้งซาอุฯ และอิหร่านซึ่งต่างเตรียมจะสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศ “BRICS” ด้วยกันทั้งคู่ และต่างมีสัมพันธภาพที่ดีวัน-ดีคืนไม่ว่ากับจีนและรัสเซีย เลิกที่จะเป็น “ศัตรู-คู่กัด”ระหว่างกันและกันตามคำยุแยงตะแคงรั่ว ของคุณพ่ออเมริกาหรืออิสราเอลมาก่อนหน้านั้น...

ด้วยเหตุนี้...ก็เลยเหลืออยู่แต่เฉพาะ “แนวรบทะเลจีนใต้” แนวเดียวเท่านั้น ที่คงหนีไม่พ้นต้องเจอกับการยุยง ปลุกปั่น โดยคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรตะวันตก ที่กำลัง “เบนเข็ม”มาสู่ภูมิภาคนี้อย่างเป็นระบบและกิจการ และอาจด้วยเหตุนี้หรือไม่? อย่างไร? ก็แล้วแต่จะไปสรุปกันเอาเอง ที่ทำให้หลังการประชุมสภาประชาชน (NPC) ของจีนเมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (5 มี.ค.) ถึงได้ป่าวประกาศเอาไว้ว่า รัฐบาลจีนได้ตัดสินใจเพิ่มงบกลาโหมปีหน้าขึ้นไปถึง 1.55 ล้านล้านหยวนหรือ 225,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.7 เปอร์เซ็นต์ของตัวเลขจีดีพีเพื่อให้สอดคล้อง เหมาะสม กับสถานการณ์ต่างประเทศที่กำลังผันผวน ปรวนแปร ยิ่งเข้าไปทุกที ขณะที่คุณพ่ออเมริกาก็มิได้ลดราวาศอกใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย เมื่อรัฐบาลไบเดนออกมาเปิดเผยถึงตัวเลขงบกลาโหมปีหน้า ว่าจะพุ่งขึ้นไปถึง 842,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 3.5 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีอันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ประเทศบ้านใกล้-เรือนเคียง ประเทศ “หญ้าแพรก” อย่างไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย พึงต้องระมัดระวังเอาไว้ซะแต่เนิ่นๆ เพราะความตึงเครียดและการเผชิญหน้าในแนวรบต่างๆ มันชักเริ่มเขยิบเข้ามาใกล้ชิด ติดพันกับบ้านเรา แบบชนิดเผลอเมื่อไหร่ อาจมีอันต้อง “แหลกราญ” ภายใต้ฝ่าตีนของช้าง ในตอนไหน? อย่างไร? ก็ย่อมได้…




กำลังโหลดความคิดเห็น