xs
xsm
sm
md
lg

"น้องธนาธร"แถเงินสินบน20ล.-แค่ค่านายหน้าตามหลักธุรกิจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360-"สกุลธร" ออกเอกสารยืนยันความบริสุทธิ์ ปมจ่ายเงินใต้โต๊ะ 20 ล้าน เพื่อให้ได้สิทธิเช่าที่ดินทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ย่านชิดลม ย้ำไม่เคยทุจริต อ้างค่านายหน้า จ่ายตามหลักการทำธุรกิจ "วัชระ"ฟาดกลับ"สกุลธร" ทันควัน ตั้ง 6 คำถาม 1 ข้อเสนอ จี้ใจดำปมจ่ายใต้โต๊ะ หวังฮุบที่ดินชิดลม "ดร.อานนท์" ท้าสกุลธร ดีเบต

วานนี้ (16 ธ.ค.) นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชาย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออกเอกสารชี้แจง กรณีการจ่ายเงิน 20 ล้านบาท เพื่อให้ได้สิทธิเช่าที่ดินสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ย่านชิดลม โดยระบุว่า ข้าพเจ้านายสกุลธร อยากจะชี้แจงและขอยืนยืนความ บริสุทธิ์และมีประเด็นอยากจะชี้แจง ดังนี้

1. ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จักนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เป็นการส่วนตัว และไม่เคยรู้จักเจ้าหน้าที่ในสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ท่านใดก็ตาม ข้าพเจ้ามารู้ว่านายประสิทธิ์ คือใคร หลังจากตำรวจได้ทำการสืบคดีแล้วเท่านั้น

2. ในปี 2560 ข้าพเจ้าได้รู้จัก นายสุรกิจ ผ่านนายหน้าที่รู้จักอีกท่านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกันมาก่อน รวมถึงไม่มีความสนิทสนมใดๆ ตลอดระยะเวลาในการทำงาน ที่ดินแปลงนี้มีคณะนายหน้าจำนวนหลายท่าน ได้รวมตัวเข้ามาเสนอที่ดินให้กับข้าพเจ้า ดังนั้นการเจรจาต่างๆ มีผู้รับรู้หลายท่าน เป็นสิ่งที่เปิดเผยมาก และการที่คนที่เพิ่งรู้จักกันมันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าพเจ้าจะบอกให้ คุณสุรกิจ นำเงินไปดำเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้กับบุคคลที่สาม หรือมีลักษณะเรียกเงินเพื่อให้มีการกระทำที่ทุจริตยิ่งเป็นไปไม่ได้ ผมขอยืนยันว่า ในกรณีนี้ผมไม่ได้ไปวิ่งหาที่ดินตั้งแต่แรก แต่เป็นนายหน้าเข้ามาเสนอที่ดินให้ โดยที่ผมไม่ได้เป็นผู้มอบหมายให้นายหน้าไปจัดหา เมื่อผมพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจ จึงมีการดำเนินโครงการต่อ

3. ตลอดการทำงานข้าพเจ้าเน้นย้ำเสมอ ถึงความโปร่งใสและการทำงานบนความถูกต้อง โดยมีการระบุลงไปในสัญญาการจ้างอย่างชัดเจนว่า “ในการปฏิบัติงาน นายหน้าจะต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ตามข้อบังคับหรือระเบียบต่างๆ และรวมถึงการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานของวิชาชีพของนายหน้า”

4. ตลอดในช่วงระยะเวลาดังกล่าว มีการทำงานหลายขั้นตอนจน Final project development proposal ได้ออกมาเป็นโครงการเป็นลักษณะ Mix-Use ขนาด 160,000 ตร.ม. ประกอบไปด้วย โรงแรม ศูนย์การค้า สำนักงาน และคอนโดมิเนียม ซึ่งตลอดการทำงาน มีการจ้างที่ปรึกษาหลายหน่วยงานเพื่อส่งแผนการพัฒนานี้ ซึ่งมีการทำงานจริง เพราะขณะนั้นเชื่อเพียงว่าการผ่านการพิจารณาได้จะต้องทำโครงการให้มีความโดดเด่นเท่านั้น ดังนั้น การชำระเงินตามที่มีข่าวอออกไป เป็นการชำระค่าจ้าง ในลักษณะของ real estate consultancy ตามคู่สัญญาการค้าที่มีการระบุในสัญญาตามมาตรฐานธุรกิจทั่วไป โดยแบ่งจ่ายเมื่อแผนงานมีความคืบหน้า ทุกครั้งมีการชำระเงินเป็นเช็ค และได้มีการบันทึกใบรับเช็คตามมาตรฐานสัญญาธุรกิจทั่วไป ซึ่งไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหลีกการตรวจสอบ ในกรณีนี้ได้มีการทำเอกสารราชการปลอม นำมาแสดงกับข้าพเจ้าเพื่อยืนยันความคืบหน้าในการทำงานอันจะทำให้มีสิทธิ์ขอเบิกค่าจ้างตามที่สัญญากำหนดไว้ได้ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าเกิดความเสียหาย

5. ในวันที่ 16 พ.ย.60 ข้าพเจ้าได้รับหนังสือจาก สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อเชิญไปนำเสนอแผนพัฒนาโครงการในวันที่ 23 พ.ย.60 (ภายหลังทราบว่าเป็นหนังสือที่ได้ถูกปลอมแปลงขึ้นมา) ปรากฏว่า ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากนายหน้าว่า ขอยกเลิกการประชุมล่วงหน้า 1 วัน ก่อนถึงวันประชุม จึงเป็นเหตุที่ทำให้เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเช่าที่ดินแปลงดังกล่าว โดยมีการบันทึกรับเอกสารจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ แจ้งว่า ยังไม่มีนโยบายในการหาผู้เช่ารายใหม่แต่อย่างใด ข้าพเจ้าจึงได้ยกเลิกสัญญา และส่งหนังสือทวงหนี้ 2 ครั้ง ตามระบบ ซึ่งจากการที่เราตรวจสอบเอกสารจนค้นพบข้อเท็จจริงทั้งหมด แสดงถึงความบริสุทธิ์ว่าเราไม่มีการไหว้วานใครให้ไปกระทำการที่ผิดกฎหมาย จนทำให้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ได้ทำการตรวจสอบและได้ทำการสืบสวนต่อจนทราบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารจนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้และที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้จากเหตุการณ์นี้

6. ขอยืนยันว่าข้าพเจ้าเป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้ และขอยืนยันในความบริสุทธิ์ จากข่าวที่สังคมได้รับนั้นเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของบุคคลอื่น ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ว กรณีนี้ข้าพเจ้าเป็นผู้เสียหายจากการปลอมแปลงเอกสาร สำหรับสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ชี้แจงนั้นได้ถูกปรากฏอยู่ในเอกสารสำนวนสอบสวนตั้งแต่แรก ในส่วนของค่านายหน้านั้น เป็นการตกลงตามมาตรฐานในวิชาชีพตามหลักสากลของธุรกิจนี้ และจะทำการชำระก็ต่อเมื่อได้ทำธุรกรรมจดสิทธิการเช่าที่สำนักงานที่ดินให้แล้วเสร็จ

ข้าพเจ้าขอยืนยัน สิ่งที่ชี้แจงมาทั้งหมดเป็นความสัตย์จริง และยืนยันว่าไม่เคยใช้ให้ผู้ใดไปดำเนินการสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามที่เป็นข่าว อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ข้าพเจ้าจะใช้ความระมัดรังวังให้มากยิ่งขึ้นกับการดำเนินธุรกิจต่อไปในภาคหน้า เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาใดๆ ทั้งกับตนเองและหน่วยงานอื่น




"วัชระ" จี้ใจดำปมจ่ายใต้โต๊ะ หวังฮุบที่ดินชิดลม

ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ผู้ยื่นเรื่องขอทราบข้อเท็จจริงกรณีนี้ จากสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าการที่นายนายสกุลธร อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย และผู้บริสุทธิ์ อีกทั้งไม่เคยรู้จัก นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินฯ แต่รู้จักเพียงนายหน้าคือ นายสุรกิจ ตั้งวิทูวนิช ให้ทำหน้าที่นายหน้าตามกฎหมาย และอ้างว่า มีการทำเอกสารปลอมมาหลอกลวงนายสกุลธร แต่กลับมีการจ่ายเงินไปแล้ว 3 งวด รวม 20 ล้านบาท เพื่อให้ได้สิทธิดังกล่าวถึงขั้นทำแผนพัฒนาเป็นโครงการ Mix-Use สร้างโรงแรม ศูนย์การค้า สำนักงาน คอนโดมิเนียม มีที่ปรึกษาโครงการมากมายนั้น สรุปง่ายๆว่า นายสกุลธรถูกหลอก เป็นผู้เสียหายและผู้บริสุทธิ์ จึงอยากถามผู้บริสุทธิ์ ว่า

1. เหตุใดจึงตกลงจ่ายค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินสูงถึง 500 ล้านบาท ตามที่ปรากฏในคำพิพากษาศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง หน้า 9 บรรทัดที่ 10

2.การเสนอเงิน 500 ล้าน ให้แก่นายหน้าเพื่อให้ได้สิทธิในการเช่า โดยไม่ต้องประมูลแข่งขัน แบบนี้เขาเรียกว่าเงินติดสินบน ใช่หรือไม่ หรือเรียกว่าเงินค่านายหน้า

3.นายสกุลธร กล่าวว่า ทุกครั้งมีการชำระเงินเป็นเช็ค แสดงว่าการจ่ายเงิน 20 ล้านบาท ครั้งแรก 5 ล้านบาท ครั้งที่สอง 5 ล้านบาท ครั้งที่สาม 10 ล้านบาท เป็นเช็คทั้งสิ้น นายสกุลธร สั่งจ่ายในฐานะเป็นประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และเป็นผู้มีอำนาจลงนามผูกพันแทนบริษัท แสดงว่า ผู้ถือหุ้นในขณะนั้นคือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถือหุ้นย่อมทราบถึงการกระทำนี้ด้วย ใช่หรือไม่

4.เมื่อนายสกุลธร คิดว่าตนเองเป็นผู้เสียหายแล้ว ได้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับบุคคลทั้งสองหรือไม่

5.ในเอกสารคำแถลงข่าวของนายสกุลธร ไม่ได้ระบุตำแหน่งและชื่อบริษัทของนายสกุลธร เลย เป็นเพราะเหตุใด หรือว่าเพราะอับอาย

6. หากนายสกุลธรอ้างว่าเงิน 20 ล้าน เป็นจ่ายเงินค่านายหน้า ตามกฎหมายปกติ แล้วที่ตกลงกันทั้งหมด 500 ล้าน แล้วได้สิทธิเข้าไปทำโครงการ ไม่ต้องประมูลใดๆ กับสำนักงานทรัพย์สินฯอีก เงิน 500 ล้าน ที่นายสกุลธร ตกลงให้นายสุรกิจ หากไม่เรียกว่าเงินสินบน จะให้เรียกว่าค่าอะไร หรือเป็นค่าอนาคตใหม่ หรือค่าก้าวหน้าอย่างนั้นหรือ

ดังนั้น หากนายสกุลธร มั่นใจว่าเป็นผู้เสียหาย หรือผู้บริสุทธิ์ ควรแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชน ไม่ใช่ให้ใครมาเขียนบทให้แบบนี้ ควรกล้าสบตา และตอบคำถามสื่อมวลชน แบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่ส่งกระดาษเปื้อนหมึกมาชี้แจงเท่านั้น

นอกจาก 6 คำถาม ที่มีถึงนายสกุลธร ข้างต้นแล้ว นายวัชระ ยังได้เสนออีก 1 ข้อว่า เพื่อเป็นการยืนยันความมั่นใจของนายสกุลธร ที่ออกเอกสารมาชี้แจงเผยแพร่ในครั้งนี้ ว่าเป็นเอกสารจริง ควรลงชื่อกำกับ แล้วประทับตราบริษัท นำส่งให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนของตำรวจต่อไป เพราะอาจมีการอ้างว่าเป็นเอกสารปลอมในอนาคตได้




"ดร.อานนท์" ท้าสกุลธร ดีเบต

ขณะที่ ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ นิด้า โพสต์ข้อความว่า แถลงเป็นกระดาษ ทำ? press release ทำไมไม่กล้าให้นักข่าวซักถาม? ผมว่าคุณสกุลธร?ไปออกรายการถามตรงกับจอมขวัญ พร้อมกันกับผมไหมครับ? จะได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าถูกหลอกจริง หรือว่าเจตนาให้สินบนเจ้าพนักงาน? ใครอยากชมรายการนี้ครับ? ยกมือขึ้น? ผมจะทำการบ้านไปให้ดีเต็มที่ครับ

"เอ่อ? หน่วยงานของรัฐมีนายหน้าด้วยหรือ? ทำกิจการใหญ่โตขนาดนี้? ความรู้พื้นฐาน?ไม่มีเลยหรือ? ไม่ทำการบ้านเลยหรือ?ว่านายหน้าตัวแทนจะมีได้อย่างไร? ในเมื่ออดีตที่ผ่านมา สนง?.ทรัพย์สินฯ เปิดประมูลตลอด? แล้วหน่วยราชการไหนมีนายหน้าวิ่งเต้นโดยสุจริต" ผศ.ดร.อานนท์ระบุ


กำลังโหลดความคิดเห็น...