xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ ทำคนมะกันทุกข์หนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: โสภณ องค์การณ์


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ
ชะตากรรมของสหรัฐอเมริกาและคนอเมริกัน 320 ล้านคนกำลังขึ้นอยู่กับความสามารถของระบบสาธารณสุขและแพทย์ ว่าจะสามารถควบคุมการระบาดของเชื้อโรคโคโรนาไวรัสได้หรือไม่ เมื่ออัตราการติดเชื้ออันตรายเพิ่มอย่างน่ากลัว ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดชะงัก

และคนที่กุมชะตากรรมของคนทั้งประเทศคือผู้นำจอมอหังการ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำลังอยู่ในสภาวะสิ้นท่า จนแต้ม คิดเกมใหม่ไม่ออก ความนิยมตกต่ำสุดๆ ทั้งที่ใกล้จะเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว โอกาสที่จะหาเสียงตีตื้นกับกลุ่มแฟนๆ แทบไม่มี

เพราะจะไปรณรงค์ที่ไหน ก็ต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อ ทรัมป์เองต้องเฝ้าระวังตัวแจ ใครจะเข้าใกล้เรื่องงาน หรืออะไรก็ตาม ต้องถูกตรวจเช็กสุขภาพหลายครั้ง

ความหัวรั้น ถือดี ไม่ยอมสวมหน้ากาก ทำให้คนอเมริกันที่ชื่นชมทรัมป์เอาอย่าง ผลที่ตามมาก็เป็นอย่างที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ สร้างวิกฤตด้านสุขภาพ การเมือง เศรษฐกิจ

ซ้ำร้าย สังคมอเมริกันกำลังแตกแยกอย่างหนัก ในประเด็นการเหยียดสีผิว มีการเผชิญหน้า เรียกร้องให้ปฏิรูปตำรวจ ฝ่ายอนุรักษนิยม พวกพลังคนผิวขาว เริ่มถูกปลุกระดมโดยสื่อขวาจัด ฟ็อกซ์นิวส์ ที่หนุนทรัมป์สุดโต่ง ให้ออกมาประจันหน้ากับม็อบ

อ้างความศักดิ์สิทธิ์ เสรีภาพของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งรวมทั้งมีสิทธิเสี่ยงตายด้วยการไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยป้องกันการติดเชื้อ อ้างเป็นสิทธิที่พระเจ้าประทานให้มาตั้งแต่เกิด รูจมูกและปากไม่สมควรถูกปิดกั้นโดยกฎหมายที่คนมีอำนาจสั่ง

นี่เป็นความเขลา งี่เง่า ความไม่รู้ ของคนอเมริกันส่วนหนึ่ง ซึ่งสร้างปัญหา!

จากความรั้นขั้นไม่ยอมรับคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญการแพทย์และเชื้อโรค ทำให้จำนวนคนอเมริกันติดเชื้อโคโรนาไวรัสเขยิบใกล้ 3 ล้านคน มีคนตายกว่า 1.3 แสนคน หลายมลรัฐเริ่มมาตรการคุมเข้มรอบใหม่ หลังจากผ่อนคลายได้เพียงไม่กี่วัน

ประชาคมยุโรป ประกาศให้คนจาก 14 ประเทศรวมทั้งจีน และไทย เดินทางเข้าไปในกลุ่มอียูด้วย แต่ห้ามคนอเมริกัน ทำให้คนในชาติมหาอำนาจขุ่นเคือง ทรัมป์คงไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ก่อนหน้านี้ห้ามสายการบินยุโรปเข้าสหรัฐฯ เมื่อมีการระบาดหนัก

สหรัฐฯ เป็นชาติที่อ้างว่ามีความพร้อม ศักยภาพ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์อันดับ 1 ของโลก แต่เป็นเพราะความถือดีผสมกับงี่เง่าของพวกรั้น ทำให้การควบคุมลำบาก ยิ่งพวกตกงาน ขาดรายได้ต้องดิ้นรนก็พาลหาเรื่อง แต่ไม่โทษผู้นำที่ไร้ฝีมือจัดการปัญหา

เมื่อเห็นการระบาดระลอกใหม่ ลามไปทั่วประเทศ ผู้เชี่ยวชาญในทีมเฉพาะกิจ ดร. แอนโทนี เฟาชี่ ได้เตือนว่า ถ้าแนวโน้มยังเป็นอย่างนี้ ตัวเลขการติดเชื้อรายวันของคนอเมริกันอาจถึง 1 แสนคนได้แน่ เมื่อถึงจุดนั้นก็ไม่สามารถจัดการควบคุมอะไรได้

ช่วงนี้ แพทย์ใหญ่ หรือ surgeon general ต้องออกมาอ้อนวอนให้คนอเมริกันสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันตัวเอง และการติดเชื้อ แม้แต่รองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ ซึ่งเป็นตัวหลักเชียร์ลีดเดอร์ให้ทรัมป์ ยังต้องยอมสวมหน้ากากเพราะเริ่มกลัวตายแล้ว

ไม่กลัวทรัมป์ด่า ตาขวางเข้าใส่ เพราะกลัวตาย และติดเชื้อให้ครอบครัว! สื่อขวาจัด ฟ็อกซ์นิวส์ ก็ออกมาประกาศแนวถากถางว่า ถ้าผู้นำทรัมป์จะต้องสวมหน้ากากอนามัยด้วย จะทำให้การติดเชื้อลดลงอย่างทันตาเห็นหรือไม่ นี่ก็เป็นมุมมองงี่เง่าอีกแบบ

ถ้าทรัมป์จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย ฟ็อกซ์นิวส์ถือว่าเป็นความพ่ายแพ้ เพราะคนฟ็อกซ์นิวส์ก็ดื้อรั้น ไม่ยอมทำตามคำแนะนำ เช่นการทิ้งระยะห่างด้วย

ตัวทรัมป์เองก็มีวิกฤตในสภาวะผู้นำ อยู่ในอาการร่อแร่ เพราะคะแนนนิยมตกต่ำอย่างหนักเมื่อตัวเลขการติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มทุกวัน ฟ้องให้เห็นการไร้ความสามารถ ทั้งด้านนโยบาย สร้างความสับสนด้านความคิด และยังไม่มีหนทางจะทำให้ดีขึ้น

โคโรนาไวรัส ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอยไม่หยุด คนว่างงานเพิ่ม สงครามการค้ากับจีน ยุโรป การหยุดชะงักของการค้าต่างประเทศ การบิน การขนส่ง การเดินทางท่องเที่ยว ทำให้สถานการณ์เลวร้าย ตลาดหุ้นไปได้ แต่ไม่เป็นเครื่องวัดเศรษฐกิจจริง

การเปิดโปงกรณีทรัมป์อ่อนด้อยในชั้นเชิงการเจรจากับผู้นำต่างชาติ ความหยาบคาย ไร้มารยาท และแปลงมิตรให้เป็นศัตรู ไม่ทำการบ้าน เสียท่าผู้นำรัสเซีย ตุรกี ทำให้ทรัมป์ดูย่ำแย่ ถูกมองว่าผู้นำทำเนียบขาวเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

คนใกล้ชิด ที่ปรึกษา รัฐมนตรี ที่มีส่วนได้ฟังหรือรับรู้การเจรจา เนื้อหาต่างแทบช็อก เพราะทรัมป์คุยโวโอ้อวดว่าตัวเองร่ำรวยมหาศาล เก่งฉกาจ เป็นอัจฉริยะ เหนือกว่าผู้นำคนก่อนๆ เช่น จอร์จ ดับเบิลยู. บุช และบารัค โอบามา ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็นพวกอ่อนหัด

คุยโทรศัพท์กับนายกฯ อังกฤษคนก่อน เทเรซา เมย์ ก็ว่านางเป็นคนอ่อนแอ ขาดความกล้าในประเด็นเบร็กซิต ทำให้เธอแทบประสาทกิน ทรัมป์ยังด่าผู้นำเยอรมนีหลายสมัย อังเกลา แมร์เคิล ว่า “งี่เง่า” ทั้งๆ ที่เธอถูกยกย่องว่าเป็นผู้นำกลุ่มประเทศยุโรป

ทรัมป์คงไม่พอใจด้วยเพราะชาติตะวันตกมองว่าผู้นำเยอรมนีสตรีเหล็กคนนี้แหละเป็นผู้นำชาติตะวันตกตัวจริง เพราะทรัมป์ได้แต่เล่นบทยกตนข่มท่าน เป็นนัก “บูลลี่” ถึงขั้น “ซาดิสต์” ผู้เขียนบทความวิเคราะห์นี้คือ “คาร์ล เบิร์นสทีน” ประจำค่ายซีเอ็นเอ็น

“เบิร์นสทีน” เป็น 1 ใน 2 ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ซึ่งเปิดโปงกรณีวอเตอร์เกต ทำให้ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ต้องลาออกจากตำแหน่งด้วยความอัปยศ

บทความนี้ได้สร้างความเสียหายให้ภาพลักษณ์ของทรัมป์อย่างย่อยยับ ผู้นำกลุ่มประเทศพันธมิตรที่ถูกทรัมป์พูดจาขู่เข็ญ หยาม คงรู้สึกสะใจที่จอมกร่างถูกเปิดโปง ล่าสุดมีประเด็นที่ว่าทรัมป์ได้เห็นรายงานรัสเซียตั้งค่าหัวทหารอเมริกันในอัฟกานิสถาน

แต่ทรัมป์อ้างว่าไม่รู้เรื่อง นี่กำลังถูกสงสัยว่าทรัมป์มีอะไรกับรัสเซียถึงไม่แตะเรื่องนี้ ดูแล้ว ทรัมป์น่าจะอยู่ได้เพียงสมัยเดียว เว้นแต่จะมีปาฏิหาริย์มาช่วยทันเวลาเท่านั้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...