xs
xsm
sm
md
lg

หรือวิกฤตรุนแรงรออยู่จริงๆ...?

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์



รัฐบาลประชานิยมจมไม่ลง ถมไม่เต็มเปิดโครงการใหม่ “ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย” เสริมจากโครงการ “ชิมช้อปใช้” ซึ่งจะมาอีกเป็นรอบที่ 3 หลังจากบริหารบ้านเมืองกว่า 5 ปีจนเศรษฐกิจอยู่ในสภาพตายซาก ธุรกิจใหญ่ยิ่งรวย รายย่อย ชาวบ้านยิ่งซวย

ข่าวโรงงานต่างๆ ลดชั่วโมงทำงาน ลดจำนวนวันทำงาน ลดพนักงาน ลดเงินเดือน เมื่ออยู่ไม่ได้จริงๆ ก็ตัดสินใจปิดกิจการ ใครพอมีเงินจ่ายค่าจ้างชดเชยเต็มที่ตามกฎหมายก็ยังพอรับได้ ที่ไม่มีก็ประกาศขายเครื่องจักรแบ่งปันเท่าที่เป็นไปได้

ที่ไม่มีเงินจ่าย เป็นเรื่องจริงหรือขอเก็บเงินก้อนสุดท้ายไว้อยู่ชะลอการตายซากร่วมกับคนอื่นๆ ที่ลำบากยากแค้นหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่ว่าผู้ประกอบการรายใดพอจะอยู่ร่วมเฉลี่ยทุกข์ ในยามที่มองไปทางใดก็มืดแปดด้าน ไร้หนทางฟื้นฟูกิจการให้รอด

มีข้ออ้างว่าความล้มเหลวไม่ใช่เฉพาะในไทย เกิดขึ้นทั่วโลก เป็นปรากฏการณ์ Disruption ยิ่งกว่าการพิสูจน์ทฤษฎีของ ชาลส์ ดาร์วิน ที่ว่า “ผู้แข็งแรงกว่าย่อมอยู่รอด” แต่ยุคนี้ต้องมีความพร้อมทั้งความรู้ ความสามารถ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

ทั้งทรัพยากรมนุษย์ และเทคโนโลยีการผลิต ข้อมูลข่าวสาร การตลาด ความคล่องตัวในการรับการแข่งขัน ต้องทันการ ประเทศไทยขาดการพัฒนาทรัพยากรแทบทุกด้าน ทั้งยังล้างผลาญทรัพยากรที่มีอยู่ เปลี่ยนเกษตรกรรมให้เป็นอุตสาหกรรม

กระสันอยากจะทำให้เรื่องที่ตัวเองไม่ถนัด ตามคนอื่นไม่ทัน แปรสภาพพื้นที่ดินเหมาะสำหรับการเกษตรให้เป็นที่ทิ้งขยะพิษจากอุตสาหกรรม เคมีเกษตร น้ำเสีย ทำลายบรรยากาศด้วยพลังงานปนเปื้อนพิษ ทำลายสภาพแวดล้อม ป่าไม้ ฯลฯ

เมื่อผู้บริหารบ้านเมืองไร้วิสัยทัศน์มาหลายยุค แถมยังมุ่งกอบโกยความมั่งคั่งทุกทางด้วยการอวยเอื้อทุนใหญ่ พัฒนาผิดรูปแบบทั้งด้านภูมิศาสตร์ ธรรมชาติ ศีลธรรม คุณธรรมตกต่ำ ทำให้บ้านเมืองอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมเชิงโครงสร้างทุกด้าน

ใครวิพากษ์วิจารณ์คณะคุณท่านว่าห่วยแตก ใช้ไม่ได้ ก็ถูกตราหน้าโดยกองเชียร์และพวกได้รับผลประโยชน์ร่วมว่าเป็นพวกชังชาติ แช่งด่าประเทศตัวเอง เป็นวาทกรรมเบี่ยงเบนประเด็นจากความล้มเหลวในการบริหารบ้านเมืองมาโดยตลอด

มีคำพูดระบือลือลั่นเรื่องโกงกระจุก กินกระจุก รวยกระจุก รวยกระจายด้วย!

วิกฤต ซึ่งอาจนำไปสู่หายนะทางเศรษฐกิจพูดกันมานานจนสัญญาณเริ่มปรากฏให้เห็นชัดจากสงครามการค้า การผลิตอุตสาหกรรมถดถอยในประเทศพัฒนา คนขาดกำลังซื้อ ผู้ส่งออกไทยเจอปัญหาตลาดหด ค่าเงินบาทแข็ง ผีซ้ำด้ำพลอย

ยิ่งจากนี้ไปบริษัทต่างชาติจะเข้ามาขายสินค้าแข่งขันด้วยต้นทุนต่ำกว่า 3-4 เท่า ไม่ต้องเสียภาษี ทำให้ผู้ผลิตรายใหญ่ รายย่อยในประเทศ รอวันตายเรียบ ไม่มีเวลาปรับตัว เน้นนโยบายเปิดประเทศส่งเสริมการลงทุน ดึงเงินทุนจากต่างประเทศ

ในมุมมองเศรษฐศาสตร์ปัจจุบัน ต้องเรียกว่านโยบายขายชาติได้แล้ว!นักวิเคราะห์ นักคาดการณ์ และนักอะไรต่ออะไรมองว่าวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังจะมา จะหนักหนาสาหัสกว่าปี 2540 แรงกระหน่ำจะซ้ำเติมจากสภาวะในสหรัฐฯ ซึ่งมีคนคาดว่าจะเป็นภาวะถดถอย หรือ Recession เหนือกว่า Slowdown อีกขั้น

ถ้าเอาไม่อยู่ อาจลามไปทั่วโลกถึงขั้น “เศรษฐกิจตกต่ำ” หรือ Depression เหมือนในช่วงปี 1930 เมื่อตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพังพินาศ สหรัฐฯ ต้องเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 2 ฟื้นฟูประเทศด้วยอุตสาหกรรมทหารผลิตอาวุธช่วยยุโรปรบ

ผู้บริหารบ้านเมืองของเรายังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ประกาศมาตรการประชานิยมเต็มขั้นเพื่อไม่ให้ชาวบ้านอกไหม้ไส้ขมสิ้นหนทางทำมาหากินสร้างรายถึงจุดระเบิดอารมณ์ ไม่ขอทนอีก เหมือนในเลบานอน อิรัก ชิลี โบลิเวีย อาร์เจนตินา ฯลฯ

เป็นการลุกฮือของประชาชนออกมาขับไล่ผู้บริหารประเทศกังฉินกินเมือง อวยแต่ชนชั้นมั่งคั่ง ปล่อยให้เศรษฐกิจตายซาก คนว่างงาน กองทุนแชร์ลูกโซ่โผล่มายิ่งกว่าดอกเห็ด ไม่ต่างจากประเทศไทย เพียงแต่ชาวบ้านยังไม่ถึงจุดสุดขีดเท่านั้น

โครงการประชานิยมถมไม่เต็ม ทำซ้ำซาก ทั้งๆ ที่ไม่ได้ผล ไม่รู้ว่าเอาหลักเศรษฐศาสตร์มาจากไหน ทั้งๆ ที่เห็นหายนะจากประเทศละตินอเมริกาซึ่งเป็นต้นแบบประชานิยมจนแทบล่มจมทั้งทวีป ดังที่เป็นอยู่ในโบลิเวีย เวเนซุเอลา

ถามจริงๆ เถอะว่าผู้บริหารบ้านเมืองรับรู้ปัญหาเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศหรือไม่ ถ้าเอาเฉพาะในประเทศ อยากรู้ว่ารู้แค่ไหน หรือรู้แต่ทำเป็นไม่รู้ หรือรู้แต่ไม่ยอมรับสภาพ ทำตัวเป็นผู้ร้ายปากแข็ง ถ้ายอมรับเท่ากับว่าตัวเองล้มเหลว

นี่เป็นสัญญาณอันตรายสุดๆ สำหรับประชาชนที่ไม่มีหนทางจะรับสภาพกับวิกฤตเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ฯลฯ ถ้าถึงขั้นกลียุคเพราะความอดอยากยากแค้น จะไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครเอาอยู่เมื่อคนมีความหิวโหย สิ้นหวัง บวกด้วยแรงแค้น

ผู้รับผิดชอบประเทศยังหลงระเริงกับการเร่หาเสียงสัญจรพบปะชาวบ้านที่ถูกระดมมา คนที่มาอย่างจริงจังด้วยทุกข์ร้อนสะสมยาวนานก็ถูกกีดกันไม่ให้เข้าพบ ไม่ยอมแม้แต่จะฟังเสียงโอดครวญต้องการความช่วยเหลือ อยากเห็นแต่ดอกกุหลาบ

ถ้าผู้กุมอำนาจรัฐไม่รู้ว่ามีวิกฤตรออยู่ข้างหน้า ถือว่าเป็นวิกฤตสำหรับประเทศ ถ้ารู้แล้วสิ้นคิด สิ้นปัญญา สิ้นหนทางแก้ไข ใช้แต่มาตรการประชานิยมแก้ผ้าเอาหน้ารอด ยังยื้ออยู่ต่อ ไม่ยอมลงจากอำนาจ ต้องถือว่าเป็นคราวเคราะห์หนักของแผ่นดิน

พวกมั่งคั่งยังกอบโกยหวังว่าถ้าเกิดวิกฤตตัวเองจะอยู่ได้ ต้องเริ่มคิดใหม่เพราะจะออกจากบ้านไม่ได้ ถ้าหนีไปอยู่แผ่นดินอื่น จะหาม้าอารีที่ไหนเหมือนประเทศไทย
กำลังโหลดความคิดเห็น...