xs
xsm
sm
md
lg

ฝ่ายค้านรวน-ลุงตู่ฉวยจังหวะ รุกขยายพื้นที่ชิงมวลชน !

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

กำหนดการตรวจราชการตามนโยบายรัฐบาล และการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ที่จังหวัดราชบุรีและกาญจนบุรี อย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะได้เปิดเผยออกมาแล้ว โดยกำหนดลงพื้นที่ในวันที่ 11-12 พฤศจิกายน นี้ แม้จะเป็นกำหนดการคร่าวๆ แต่ในทางการเมืองถือว่ามีความชัดเจน และมีความ หมายอย่างยิ่ง
กำหนดการดังกล่าว เริ่มจากวันที่ 11 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะประชาชน มีการเยี่ยมชมตลาดน้ำ วิสาหกิจชุมชน การท่องเที่ยววิถีชุมชน ท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีการร่วมงานลอยกระทง เป็นต้น จากนั้นในวันที่ 12 พฤศจิกายน จะมีการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจงหวัดภาคกลางตอนล่าง (กาญจนบุรี ราชบุรีและสุพรรณบุรี) และการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ตามลำดับ
หากพิจารณาตามกำหนดการแล้วการลงพื้นที่ของ “ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเน้นพบปะมวลชนใน“ภาคกลาง”เป็นสำคัญ ซึ่งล้วนแต่มี ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ แกนนำรัฐบาลแทบทุกจังหวัดรวมไปถึงจังหวัดที่มีคะแนนเสียงดีแบบ “เกือบได้”ส.ส.เมื่อการเลือกตั้ง วันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ดังนั้นทางการเมืองแม้ว่า หน้าฉากย่อมเป็นการตรวจราชการตามนโยบายรัฐบาล แต่ใครก็ย่อมมองออกว่ามี“การเมือง”แฝงไปด้วยแน่นอน
** เมื่อพิจารณาไปทีละจังหวัด ก็ย่อมเห็นภาพชัดเจนขึ้น เริ่มจากจังหวัดราชบุรี ก็เป็นพื้นที่ของ ส.ส.คนดัง อย่าง "ปารีณา ไกรคุปต์" ส่วนกาญจนบุรีก็มี ส.ส.ของพรรคพลัง ประชารัฐ ครอบครองพื้นที่ รวมไปถึงเป็นบ้านเกิดของ "สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อยู่ด้วย
ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งเมื่อมองเข้าในฟากของพรรคฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ ที่เป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก ในช่วงเดือนสองเดือนผ่านมานี้ มีปัญหาความขัดแย้งภายในออกมาให้เห็นชัดเจน รวมไปถึงระดับแกนนำพรรค เช่น พรรคเพื่อไทยที่ไม่ได้เป็นส.ส.จากการเลือกตั้งคราวที่แล้ว ทำให้ต้องลดบทบาทในสภาฯ จนส่งผลต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองตามไปด้วย อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากขวัญและกำลังใจภายในพรรค เมื่อพิจารณาจากท่าที “วางเฉย”ของ ทักษิณ ชินวัตร ในรอบสองสามปีที่ผ่านมาทำให้ “ท่อน้ำเลี้ยงไม่ไหล”ทำให้ส.ส.ในพรรคหลายคนเริ่มมีอาการแห้งเหี่ยว และอย่าได้แปลกใจที่ได้เห็นปรากฏการณ์การย้ายพรรค รวมไปถึงมีการตั้งข้อสังเกตในเรื่อง“งูเห่า” ในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญ
สำหรับความเคลื่อนไหวในพรรคอนาคตใหม่ ล่าสุดก็เกิดปัญหาความขัดแย้ง มีปัญหาภายในแบบที่เหนือความคาดหมาย มีการทยอยยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคของบรรดาพวกอดีตผู้สมัครของพรรคพร้อมกันถึง 120 คน และยังมีรายงานข่าวอีกว่า ในราววันที่ 30 ตุลาคมนี้ จะมีสมาชิกพรรคลาออกอีกชุดหนึ่ง ส่วนจะมีจำนวนกี่คนยังไม่มีการระบุแน่ชัด
แต่ด้วยการที่บรรดาอดีตสมาชิกเหล่านั้นให้เหตุผลในการพร้อมใจกันลาออกในครั้งนี้ เป็นเพราะปัญหาการบริหารภายในพรรคไม่ได้เป็นประชาธิปไตย มีความเป็นเผด็จการ ไม่มีการรับฟังความเห็นของสมาชิกพรรค การบริหารไม่ต่างจากบริษัท เพราะมีการส่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทของหัวหน้าพรรคไปควบคุมการบริหารงานภายในสาขาพรรคทั่วประเทศ จนสร้างความอึดอัดกับบรรดาผู้สมัครส.ส. และสมาชิกพรรค
**ที่สำคัญก็คือก่อนการลาออกคนพวกนี้ได้ “โยนระเบิด”ใส่โครมใหญ่
แน่นอนว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวย่อมส่งผลสะเทือนต่อพรรคอนาคตใหม่ ในด้านของความนิยมที่ก่อนหน้านี้ยอมรับว่า พรรคนี้ถือว่า“มาแรง”เพราะเมื่อพิจารณาจากจำนวน ส.ส.จากการเลือกตั้งครั้งแรก ที่มีจำนวนถึง 80 คน ทั้งที่เพิ่งตั้งมาเพียงแค่ปีเศษเท่านั้น ย่อมเรียกเสียงฮือฮา และถูกจับตามองแบบน่าสนใจว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคการเมืองนี้ จะได้ส.ส.เพิ่มขึ้นจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่
อย่างไรก็ดี ผลการเลือกตั้งในครั้งนั้นก็มีคำถามและมีการประเมินกันว่าเป็นเพราะมี “หลายเงื่อนไข”ที่ทำให้พรรคอนาคตใหม่ชนะการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นผลมาจากการที่พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ ทำให้มีการเทคะแนนไหลไปทางพรรคอนาคตใหม่ ประกอบกระแสของหัวหน้าพรรค คือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และเลขาธิการพรรค ปิยบุตร แสงกนกกุล กลายเป็นกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่
** เมื่อวกกลับมามาที่“ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และฝ่ายรัฐบาล ที่กำลังเปิดเกมรุกแบบขนานใหญ่อีกรอบ โดยคราวนี้เป็นการรุกขยายพื้นที่ในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ซึ่งเป็นการรุกพื้นที่เพิ่มเติมในพื้นที่ใหม่ ที่พรรคพลังประชารัฐ และฝ่ายรัฐบาลกำลังแย่งชิงอยู่กับพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่ ซี่งความเคลื่อนไหวคราวนี้สำหรับ“ลุงตู่”มองอีกมุมหนึ่งมันก็เหมือนกับการฉวยจังหวะที่ฝ่ายค้านกำลังรวน มีการจัดเต็มแบบที่ฝ่ายตรงข้ามได้แต่อ้าปากค้าง !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...