xs
xsm
sm
md
lg

กลิ้งไว้ก่อน...พ่อสอนไว้!!!

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

อาบู บักร์ อัล-บักดาดี ผู้นำกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส)
ระหว่าง “เจองู...กับเจอแขก” โดยสิทธิการิยะท่านว่าไว้ว่า ย่อมหนีไม่พ้นต้อง “ตีแขก” เอาไว้ก่อน แต่ถ้าลองต้อง “เจอแขก...กับเจอผู้นำอเมริกา” อย่าง “ทรัมป์บ้า” แล้ว แม้จะเป็นระดับ “แขกตุรกี” อย่างประธานาธิบดี “เออร์โดกัน” ผู้ได้ชื่อว่ากลมเกลี้ยงซะยิ่งกว่าลูกบิลเลียดเคลือบวาสลิน หรือปลาไหลเคลือบน้ำมันจารบีก็เถอะ ยังไงๆ...คงต้องหันมา “ตีทรัมป์บ้า” ไว้ก่อนเป็นอันดับแรก!!!

ทั้งนั้น ทั้งนี้...ดังกรณีตัวอย่างที่เห็นได้โดยชัดเจน นั่นก็คือการประกาศถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากประเทศซีเรีย ที่ถือเป็นการทรยศหักหลัง แทงข้างหลังพันธมิตร อย่างพวก “กบฏชาวเคิร์ด” ผู้เคยพลีชีพนักรบไม่ต่ำกว่าหมื่นๆ ศพ ในการร่วมรบ ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับกองทัพอเมริกา ในสงครามกลางเมืองซีเรีย หรือสงครามกับการก่อการร้ายใดๆ ก็แล้วแต่ งานนี้...ไม่ว่าผู้นำอเมริกาจะมีเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจในแบบไหน อย่างไร แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่เพียงส่งผลให้ “ทรัมป์บ้า” ต้องเสียหน้า เสียรังวัดแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังหนักถึงขั้น “เสียมวย” หรือ “เสียสุนัข” เอาเลยก็ว่าได้...

เรียกว่า...ไม่ว่าพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามอย่างเดโมแครต ที่กำลังออกแรงกดดันให้เกิดการถอดถอนประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง จะนำเอาไปด่าเช็ด ด่าตะเม็ด แบบชนิดเข้าทางเท้า เข้าทางตีนแล้ว สมาชิกพรรคการเมืองเดียวกันกับตัวเอง อย่างพรรครีพับลิกัน ยังอดไม่ได้ที่จะร่วมผสมโรงตามไปด้วย และที่หนักไปกว่านั้น...ก็คือ “พันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์” อย่างอิสราเอล ที่มีบรรดา “นักธุรกิจชาวยิวสัญชาติอเมริกัน” คอยควักเงินสนับสนุนพรรคโน้น พรรคนี้ในอเมริกามาโดยตลอด ก็ออกจะ “รับไม่ได้” เช่นเดียวกัน ดังเห็นได้จาก “มุมมอง” ของผู้บัญชาการกองกำลังภาคเหนือกองทัพอิสราเอล “พลโทAviv Kochavi” ที่ถือเอากรณีดังกล่าวเป็น “1 ในความผิดพลาด 3 ประการ” ของผู้นำอเมริกาดังที่เคยนำมาเล่าสู่กันฟังไปแล้วเมื่อไม่กี่วันมานี้...

อันนี้นี่แหละ...ที่น่าจะเป็นเหตุปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ทำให้ “ทรัมป์บ้า” ต้องกลิ้งไป-กลิ้งมา กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ชนิดเล่นเอาใครต่อใครปวดเศียรเวียนเกล้ากันไปแถบๆ ไม่รู้ว่าผู้นำอเมริกาคิดจะมาไม้ไหนกันแน่ ไม่ว่าจะเป็นการถอนทหารอเมริกันออกจากซีเรีย แต่เอาไปกองไว้แถวๆ ประเทศอิรักกันแทนที่ แถมวันดี-คืนดี ยังส่งทหารอเมริกันกลับไปยึดบ่อน้ำมันในบริเวณพื้นที่ภาคเหนือของซีเรีย อ้างว่าเพื่อไม่ให้พวกผู้ก่อการร้ายนำไปใช้ประโยชน์ แถมยังป่าวประกาศไว้ล่วงหน้าอีกด้วยว่า กะจะให้บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอเมริกา อย่าง “Exxon Mobil” เข้าไปจัดสรรผลประโยชน์ โดยอาจแบ่งเศษเนื้อเล็กๆ น้อยๆ ให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของประเทศ เจ้าของแผ่นดิน ซึ่งไม่เคยอนุญาต ไม่คิดจะเชื้อเชิญกองทัพสหรัฐฯ ให้ล่วงล้ำเข้าไปในประเทศตัวเองเอาเลยแม้แต่น้อย อันแทบไม่ต่างไปจากการ “ปล้นประเทศ” หรือ “ปล้นข้ามชาติ” อย่างที่รัฐบาลรัสเซีย และนักสังเกตการณ์ต่างประเทศทั้งหลาย ได้ชี้ไปในแนวเดียวกัน ว่าไม่เพียงแต่ “ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ” แบบโจ้งๆ โต้งๆ ยังถือเป็นการ “ผิดศีลธรรม-จริยธรรม” อย่างเห็นได้โดยชัดเจน...

ดังนั้น...ภายใต้ความผิดพลาด ไม่ว่าในทางกฎหมาย ศีลธรรม จริยธรรมเช่นนี้ การหาทางลดระดับ กลบเกลื่อนความเลวร้าย หรือ “ความเป็นผู้ร้าย” ของตัวเอง ก็มีแต่ต้องพยายามเบี่ยงเบนให้ใครต่อใครหันไปสนใจผู้ที่อาจเลวร้ายยิ่งกว่าตัวเอง หรือผู้ที่ถูกสถาปนาให้เป็น “ดาวร้าย” อันดับหนึ่งของโลก นั่นก็คือผู้นำองค์กรก่อการร้ายที่เรียกๆ กันว่า “ไอเอส” “ไอซิส” หรือ “ดาเอช” อย่าง “นายอาบู บักร์ อัล-บักดาดี” (Abu Bakr al-Baghdadi) นั่นเอง ที่แม้จะถือเป็น “สัตว์ประหลาดซึ่งสหรัฐฯ เป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง” ตามที่รัฐบาลอิหร่านให้คำนิยามเอาไว้หรือไม่ เพียงใดก็ตามที แต่การป่าวประกาศให้เป็น “ข่าวใหญ่-ข่าวโต” ระดับผู้นำสหรัฐฯ ต้องออกมา “ทวีต” เป็นนัยเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ไปจนการออกมาแถลงด้วยความภาคภูมิใจ ว่ากองทัพสหรัฐฯ สามารถบุกเข้าไปไล่ล่าผู้นำ “ไอเอส” รายนี้ ถึงในพื้นที่เมือง “Barisha” เขตจังหวัด “Idlib” ในประเทศซีเรีย อันเป็นเขตพื้นที่ปลอดอาวุธ หรือ “De-Escalation Zone” ภายใต้ความร่วมมือดูแลของกองทัพรัสเซีย-ตุรกี จนผู้นำองค์กรก่อร้ายรายนี้ต้อง “ร้องเหมือนหมา” หนีไปติดอยู่ในอุโมงค์ ก่อนกดระเบิดฆ่าตัวตาย โดยอุโมงค์ถล่มลงมาทับชนิดหาเศษซากแทบไม่เจอ ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้...ล้วนแสดงออกถึงอาการ “กลิ้งไป-กลิ้งมา” ยิ่งกว่าลูกขนุนเอาเลยก็ว่าได้...

ดังที่ “Hassan Unal” ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แห่งมหาวิทยาลัย “Istanbul Maltepe” สรุปเอาไว้ประมาณว่า...ข่าวใหญ่-ข่าวโต ของ “ทรัมป์บ้า” ในเรื่องนี้ เป็นเพียงแค่ความพยายามกอบกู้คะแนนนิยมให้กับตัวเอง ขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกันรอบใหม่กำลังใกล้เข้ามา หลังจากที่เสียมวย เสียหมา เพราะการตัดสินใจหักหลังพันธมิตรชาวเคิร์ดไปก่อนหน้านี้ หรืออาจถือเป็นการส่งสัญญาณให้บรรดาผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายในตะวันออกกลาง เห็นว่าสหรัฐฯ ยังไม่คิดจะถอนตัวออกจากภูมิภาคนี้เอาง่ายๆ ไม่ต่างไปจาก “ดร.Orhan Gafarli” แห่งมหาวิทยาลัย “Ankara” หรือ “ดร.Ahmad Merei” แห่งมหาวิทยาลัย “Damascus” ที่สรุปว่าการล่าสังหาร ผู้นำองค์กรก่อการร้ายไอซิส ไปจนการ “ปล้นน้ำมัน” ในซีเรียของกองทัพสหรัฐฯ คราวนี้ เป็นความพยายามที่จะลดแรงกดดันทั้งจากภายในและภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อพันธมิตรรายสำคัญของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางอย่างอิสราเอล เพื่อให้เห็นว่ากองทัพอเมริกันยังคงพร้อมจะยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ในภูมิภาคนี้ ไม่ถึงกับคิดจะหนียะย่าย พ่ายจะแจ แบบชนิดไม่มีหูรูด อะไรทำนองนั้น...

ส่วนโฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย อย่าง “พลตรีIgor Konashenkov” นั้นดูจะยังไม่ถึงกับแน่ใจ เชื่อใจสักเท่าไหร่ ว่าการกลบเกลื่อนความเป็นผู้ร้ายของผู้นำอเมริกา ด้วยกันหันไปสังหาร “ดาวร้ายหมายเลขหนึ่ง” คราวนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นแค่การ “จัดฉาก” กันแน่ เพราะก่อนหน้านั้นไม่นาน ผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ก็เคยออกมาคุยโม้ คุยโต ว่าได้ปราบพวก “ไอเอส” จนสิ้นซากไม่เหลือเชื้อใดๆ อีกต่อไปแล้ว อีกทั้งการสังหารผู้นำองค์กรก่อการร้ายนี้ ก็แทบไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบใดๆ ต่อ “สัตว์ประหลาด” ที่อเมริกาเป็นผู้สร้างขึ้นมาด้วยมือตัวเองแต่อย่างใด เพราะอย่างที่นิตยสาร “Newsweek” ของอเมริกันเองนั่นแหละ ได้ออกมาเปิดเผยว่า องค์กรก่อการร้าย “ไอซิส” ได้เปลี่ยนตัวผู้นำจาก “อัล-บักดาดี” มาเป็น “นายAbdullah Qardash” ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาแล้ว สิ่งที่ถือเป็นข่าวใหญ่-ข่าวโต ของ “ทรัมป์บ้า” จึงอาจเป็นแค่ “ข่าวปลอม” หรือ “Fake News” ในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง!!!

สรุปรวมความแล้ว...ไม่ว่าอะไรจริง-อะไรเท็จ แต่โดยสิทธิการิยะแล้ว คงหนีไม่พ้นต้องสรุปว่า...ไม่ว่าเจองู เจอแขก แต่ถ้าลองต้องเจอกับ “ทรัมป์บ้า” ด้วยแล้ว ยังไงๆ...คงต้องตีผู้นำอเมริการายนี้เอาไว้ก่อนนั่นแล เพราะอะไรจะกลิ้งไป-กลิ้งมา ไปได้ถึงปานนั้น แต่ไม่ว่าจะพยายามกลิ้งกันไปถึงขั้นไหน ด้วยอาการเสียมวย เสียหมาแบบต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้น่าจะยากส์ส์ส์เอามากๆ ที่ “จักรวรรดิอเมริกา” ภายใต้การนำของผู้นำรายนี้ จะกลับมา “Great Again” ได้ตามที่บรรดาผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งชาวอเมริกันทั้งหลาย ต่างหวัง และปรารถนาที่จะให้เป็นไปเช่นนั้น...
กำลังโหลดความคิดเห็น...