xs
xsm
sm
md
lg

ขรก.6พันชื่อ เอี่ยวผิดจำนำข้าว-จีทูเจ๊ง ผบ.ตร.ให้เปิดโรงพักขายข้าว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน 360 - “ประยุทธ์” ปลื้มผู้แทนชาวนาบุกให้กำลังใจถึงทำเนียบฯ ย้ำ รบ.ทำงานไม่สร้างภาพ นายกสมาคมชาวนาฯ ยันไม่ได้จัดฉากขอบคุณรัฐบาล ขอสื่ออย่าโยงการเมือง "บิ๊กต๊อก" เผยมี ขรก. 6 พันรายเอี่ยวผิด ต้องโดนเรียกค่าเสียหายจำนำข้าวอีก 80 % ที่เหลือจาก “ปู” คสช.เผยทหารช่วยซื้อข้าวชาวนาแล้ว 18,991 ตัน “บิ๊กแป๊ะ” สั่งโรงพักทั่ว ปท.เปิดให้ชาวนาขายข้าว ปชป.เอาบ้างขนข้าวมาขาย 12 ตัน พร้อมแจกที่สนามหลวงด้วย “ยิ่งลักษณ์” ครวญอยากช่วยแต่ถูกมองแง่ลบ-เอาเปรียบชาวนา

วานนี้ (15 พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เรียก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า คาดว่าเป็นการหารือมาตรการเพิ่มเติมในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา จากวิกฤติปัญหาราคาข้าวตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี ต่อมา นายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ได้นำสมาชิกที่เป็นตัวแทนจากเจ้าของโรงสีและชาวนาทั่วประเทศ เข้าพบนายกฯเพื่อขอบคุณรัฐบาลออกมาตรการต่างๆ ในการช่วยเหลือชาวนา โดยทางสมาคมฯได้มอบพระแม่โพสพที่ทำจากข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิถุงละ 5 กิโลกรัม จำนวน 3 ถุง และปลาดุกแดดเดียว ปลาช่อนแห้ง ใส่ในข้องจับปลามอบให้นายกฯด้วย

** นายกฯฝากชาวนาคิดเรื่องลดปลูกข้าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณเครือข่ายเกษตรกรที่มาให้กำลังใจ วันนี้เราต้องสร้างความเข้าใจ ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะพังหมด รัฐบาลมีนโยบายให้เก็บข้าวไว้ในยุงฉางเพื่อ 1.จะได้เก็บไว้รับประทาน 2.จำหน่าย ไม่ใช่จะขายผลผลิตทั้งหมด เราไม่ต้องการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่จะแก้ทั้ง ข้าวคุณภาพไม่ดี น้ำท่วม น้ำแล้ง เพื่อลดต้นทุนและสร้างความเข้มแข็ง แต่ก็ต้องมีมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน โดยจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือปัจจัยด้านผลิตด้วย ทั้งนี้ ไม่ได้บอกให้ชาวนาเลิกปลูกข้าว แต่ต้องดูความเหมาะสม หากปลูกแล้วเสียหาย น้ำท่วม ฝนแล้ง แล้วจะปลูกไปทำไม การรอการช่วยเหลือไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แนวทางที่จะนำไปสู่ความเข้มแข็ง สิ่งที่รัฐบาลทำอาจไม่เกิดผลในวันนี้แต่ในอีก 10-20 ปีข้างหน้าจึงจะเกิดผล

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ชาวนารวมตัวกันหลายกลุ่ม มีการเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหา แต่จะทำอย่างไร เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าใจตรงกัน ไม่ใช่จะเรียกร้องอย่างเดียว รัฐบาลกำลังหารือกับต่างประเทศเพื่อหาทางออกปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และชาวนาเองจะต้องสร้างความเข้าใจแก่ทุกฝ่าย และรัฐบาลก็ไม่ได้สร้างภาพ

** ปัดจัดฉากเข้าขอบคุณนายกฯ

จากนั้น นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้มาขอบคุณนายกฯในความพยายามแก้ไขปัญหาราคาข้าว ในฐานะที่พวกเราได้รวมตัวเป็นสมาคมชาวนา และได้นำปัญหาจากชาวนามาเรียนให้หน่วยงานราชการทราบ ทุกครั้งที่ปัญหาหนัก รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้แจ้งให้นายกฯทราบ ซึ่งจะตอบกลับทุกครั้ง และเราไม่ได้ขอเกินเลยแต่ขอในสิ่งที่รัฐบาลทำได้ สำหรับโครงการชะลอขายข้าวเปลือกที่ประกาศมาเฉพาะข้าวหอมมะลิ ภาคอีสานและภาคเหนือ ขณะที่ข้าวขาวและข้าวหอมปทุมเดือดร้อน แต่เราจะไม่เรียกร้องอะไรมาก แต่อยากให้ช่วยภาคกลางและภาคอื่นๆที่ปลูกข้าวด้วย จะช่วยอย่างไรให้ยั่งยืนถ้าประกาศให้จำนำยุ้งฉางได้ก็จะดี

“หลายคนอาจมองว่าการมาของพวกเราวันนี้เป็นการจัดฉากของรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่ นายกฯนั้นห้ามด้วยซ้ำว่าไม่ต้องมาขอบคุณ แต่ผมบอกไปว่าพวกเราชาวนารู้บุญคุณ ใครดีก็ขอบคุณทั้งนั้น และยังให้กำลังใจด้วย”

ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะที่เป็นเกษตรกรมองว่ากรณีรับซื้อข้าวมาขายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อย่างไร แต่ นายสุเทพ ปฏิเสธจะตอบคำถาม โดยกล่าวเพียงว่า จะไม่ตอบคำถามของรัฐบาลก่อน ขอทำปัจจุบันกับอนาคตให้ดีขึ้น อนาคตไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่มีรัฐบาลอื่นมา ถ้าทำตรงกับความต้องการของชาวนาเราก็สนับสนุน แต่อย่าถามว่ารัฐบาลที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

** ผงะ 6 พัน ขรก.เอี่ยวผิด รบ.ปู

ทางด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ครม.ถึงความคืบหน้าการรวบรวมข้อมูลผู้ที่ต้องรับผิดชอบความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวอีก 80 % ที่เหลือว่า เราได้มีการแบ่งกลุ่ม เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ กลุ่มผู้บริหาร ประกอบด้วย รัฐมนตรีและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายข้าวประมาณ 2,000 รายชื่อ กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มข้าราชการในกระทรวงที่รับผิดชอบ ประกอบด้วย องค์กรที่ทำหน้าที่ปฏิบัติ ประมาณ 4,000 ราย และกลุ่มที่สามคือกลุ่มผู้ประกอบการภาคเอกชน ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการยังไม่ชัดเจนว่าไปเชื่อมโยงกับบุคคลระดับผู้ปฏิบัติในส่วนอื่นหรือไม่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบและรวบรวมรายชื่อโรงสีข้าวและคลังเก็บข้าว จึงต้องรอกระทรวงมหาดไทยรวบรวมก่อน ทั้งนี้ สรุปแล้วหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการทำงานมี 5 หน่วยงาน คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง สำหรับการเรียกค่าเสียหายจากโครงการจำนำข้าวนั้น ส่วนหนึ่งอยู่ในขั้นตอนเรียกจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ 35,717 ล้านบาท คิดเป็น 20 % ส่วนอีก 80 % ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท อยู่ในขั้นตอนการหาผู้รับผิดชอบ

“ทั้ง 2 กลุ่มแรก 6,000 รายนั้นไม่ได้หมายความว่าจะต้องเข้ามามีส่วนรับผิดชอบ แต่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงจะต้องพิจารณากันอีกครั้งว่าใครจะต้องเป็นผู้รับผิด โดยเราจะร่วมกันดูรายละเอียดต่อไปว่าใครจะต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ ซึ่งจะพิจารณาตามเหตุผลในแต่ละราย เพื่อรายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม.รับทราบ” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

** แมชชิ่งซื้อขาย “ข้าว-มัน” ออเดอร์เพียบ

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้เป็นพยานในการลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ตกลงการจะซื้อจะขายสินค้าข้าวและมันสำปะหลังรวม 5 ฉบับ ภายในงานจับคู่ธุรกิจสินค้าข้าว ผลิตภัณฑ์จากข้าวและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 - 16 พ.ย. ซึ่งคาดว่าจะเกิดการซื้อขายกันภายในงานคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 6.3 หมื่นล้านบาท เป็นการสั่งซื้อข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวมูลค่าประมาณ 2.82 หมื่นล้านบาท ส่วนมันสำปะหลัง รวมมูลค่า 3.51 หมื่นล้านบาท จากผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศกว่า 300 ราย อย่างไรก็ตามการส่งออกข้าวในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 (ม.ค.-ก.ย.) ที่ผ่านมา มีปริมาณรวม 6.85 ล้านตัน มูลค่า 1.08 แสนล้านบาท โดยปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 3.7% และมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“ส่วนแนวโน้มข้าวในประเทศขณะนี้ยังทรงตัว และเชื่อว่าหลังจากนี้จะดีขึ้น เพราะการส่งออกข้าว จะช่วยดึงราคาในประเทศได้ โดยคาดว่าทั้งปีการส่งออกยังเป็นไปได้ตามเป้าหมายที่ 9.5 ล้านตัน” นางอภิรดี กล่าว
ด้าน น.ส.วิบูลลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ราคาข้าวหอมมะลิความชื้น 15 เปอร์เซ็นต์ ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ ประมาณ 9,000 บาทต่อตัน ทั้งนี้ เป็นผลมาจากคุณภาพข้าว และมาตรการชะลอการขายข้าวเปลือกของรัฐบาลนโยบายปรับขึ้นค่าแรงเฉลี่ย 5-10 บาท ในจังหวัดนำร่อง ซึ่งเชื่อว่า จะไม่มีผลกระทบต่อราคาข้าวมากนัก เพราะเมื่อเฉลี่ยแล้วถือว่าปรับขึ้นในอัตราน้อย

** คสช.โชว์ผลงานช่วยชาวนา

ขณะที่ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงการเข้าช่วยเหลือเกษตรกรในปัญหาราคาข้าวของ คสช. โดย กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) หน่วยทหารประจำพื้นที่ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ว่า ทุกหน่วยงานได้ใช้ในทุกศักยภาพเข้าช่วยเหลือชาวนาอย่างเต็มที่ ในรูปแบบของการรับซื้อข้าว สนับสนุนแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลิต การช่วยสีข้าว การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่วย การเข้าพูดคุยขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการค้าข้าว โรงสี เพื่อให้ช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ ให้เกิดผลดีต่อเกษตรกร และการให้กำลังใจกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยทหารในทุกพื้นที่ได้ช่วยรับซื้อข้าวเปลือก, ข้าวสาร ในราคาที่เหมาะสม เป็นจำนวนถึง 18,991 ตัน ใช้โรงสีสหกรณ์ของหน่วยทหารช่วยสีข้าวให้ชาวนาในภาคอีสานได้ข้าวจำนวน 69 ตัน จัดกำลังพลเข้าช่วยเก็บเกี่ยวข้าวใน 44 จังหวัด ในพื้นที่ 2,765 ไร่ รวบรวมข้อมูลและสำรวจกระบวนการรับซื้อข้าวจากโรงสีข้าว 1,068 แห่งใน 45 จังหวัด รวมทั้งจัดตลาดประชารัฐ 1,085 ร้าน มีประชาชนเข้ารับบริการ 20,668 คน

** ผบ.ตร.ให้ชาวนาขายข้าวบนโรงพัก

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สตช. เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ประยุทธ อรัญโชติ ผกก.สภ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยผึ้ง กว่า 40 นาย ร่วมกิจกรรมตามโครงการลงแขกเกี่ยวข้าวช่วยเหลือชาวนาผู้มีรายได้น้อย ที่บ้านไค้นุ่น อ.ห้วยผึ้ง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นโครงการของ ภ.จว.กาฬสินธุ์ ที่สนองตอบนโยบายของรัฐบาล และตามสั่งการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือชาวนาผู้ได้รับความเดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่ายจากการเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมทั้งชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนร้องขอให้ช่วยเหลือ จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่ติดราชการ และไม่ให้งานปกติเสียหาย ออกไปช่วยเกี่ยวข้าวในลักษณะจิตอาสา และเพื่อเพิ่มช่องทางขายข้าวให้ชาวนา ผบ.ตร.ได้สั่งการว่า เกษตรกรสามารถนำข้าวมาขายที่สถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศได้

** ปชป.เอามั่งขนข้าวมาขาย 12 ตัน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้แทนส่งมอบข้าวสารที่นายสามารถ มะลูลีม อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในนามกลุ่มเพื่อนสามารถ รับซื้อโดยตรงจากชาวนาในจังหวัดพิจิตร ตามโครงการ "รวมใจเพื่อนสามารถช่วยชาวนา"

โดยนายสามารถ กล่าวว่า ข้าวดังกล่าว เป็นข้าวที่รับซื้อโดยตรงจากชาวนา จ.พิจิตร โดยตรงผ่านการประสานงานของ นายนราพัฒน์ แก้วทอง อดีต ส.ส.พิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งรวบรวมคำสั่งซื้อจากชาวนาโดยตรงและได้ทำการสีข้าวเอง โดยใช้โรงสีของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยรับซื้อมาทั้งสิ้นจำนวน 12 ตัน ในราคากิโลกรัม (กก.) ละ 25 บาท ซึ่งทางสมาชิกกลุ่มเพื่อนสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับซื้อข้าวตรงจากชาวนาเพื่อช่วยเหลือชาวนาในสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาข้าวตกต่ำ ทั้งนี้จะขยายพื้นที่การรับซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนาใน จ.ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ด้วย เนื่องจากโครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะยังมีผู้ต้องการซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนาอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวนาได้รับเงินจากการขายข้าวเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งจะดำเนินการโครงการนี้จนถึงสิ้นปีนี้

ขณะที่นายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ยังเตรียมนำข้าวสารจำนวน 9,000 ถุง ไปแจกให้กับพนักงานทำความสะอาดของกรุงเทพมหานคร บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพนักงานรักษาความสะอาด กทม. อีกด้วย

** “ปู” โอดถูกใส่ร้ายเอาเปรียบชาวนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการริเริ่มช่วยชาวนาขายข้าว 2 ครั้งที่ผ่านมาซึ่งเป็นการช่วยให้ชาวนามีทางเลือก หากไม่ได้รับราคาที่เป็นธรรม และเป็นอีกช่องทางที่ชาวนาสามารถขายข้าวเองได้โดยตรงก็จะทำให้คุ้มกับต้นทุน หรือเหลือกำไรบ้าง ซึ่งตนไม่เคยคิดที่จะกดราคาหรือเอาเปรียบชาวนา ตามที่มีใครพยายามกล่าวอ้าง ตนซื้อข้าวเปลือกในราคา 12 บาท หรือข้าวสาร 20 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ชาวนามีกำไรและพออยู่ได้ ตนลดต้นทุนด้วยการไม่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามขายข้าวตามสภาพ และรับผิดชอบขนส่ง ซึ่งหากคิดเอากำไรหรือผลักภาระ ส่วนนี้ไปยังผู้ซื้อตนก็ต้องขายด้วยราคา 25 บาท

“การช่วยกันคนละไม้ละมือในยามที่ชาวนาเดือดร้อนเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนพึงกระทำ แม้ปัจจุบันดิฉันไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วก็ช่วยในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่พอสามารถช่วยเหลือกันได้ แต่กลับถูกตีเจตนาเป็นอย่างอื่น นับเป็นสิ่งที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ใช้หลักโทษคนนั้น คนนี้จะเกิดประโยชน์อย่างไร ผู้ซื้อก็สามารถซื้อข้าวได้ในราคาที่ถูกลง เพราะไม่มีการผลักภาระของคนกลางไปให้ผู้ซื้อ”น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุ.
กำลังโหลดความคิดเห็น...