ก่อนอื่น ขอเรียนว่า ผมอาศัยอยู่ในสังคมตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ ไม่เคยบวชเรียนและไม่เคยศึกษาพุทธศาสนาจนแตกฉาน แต่เชื่อมั่นว่าหลักพุทธศาสนาเป็นสากลที่อาจน้อมนำไปเป็นแนวทางดำเนินชีวิตได้ในทุกสังคม เป็นเวลานานกว่า 5 ทศวรรษ สังคมตะวันตกสนใจในพุทธศาสนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและนำไปประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตของเขาอย่างจริงจัง ทั้งในด้านการดำเนินชีวิตประจำวันรวมทั้งเพื่อป้องกันและรักษาโรคร้าย ในด้านการเรียนการสอนและในด้านการบริหารจัดการธุรกิจ สถาบันการศึกษาชั้นนำซึ่งผมโชคดีที่เป็นหนึ่งในศิษย์เก่าได้น้อมนำเอาการปฏิบัติวิปัสสนาไปสอนนักศึกษาปริญญาโทและเอก อาจารย์ยืนยันว่า การวิปัสสนาจนเกิดสติ (Mindfulness) เปลี่ยนชีวิตท่านอย่างเป็นรูปธรรม
แม้จะอยู่ห่างไกล ผมติดตามและได้สัมผัสปรากฏการณ์ของวัดพระธรรมกาย ทั้งทางตรงและทางอ้อมมาเป็นเวลานาน เนื่องจากวัดพระธรรมกายไปตั้งสาขาในย่านใกล้บ้านที่ผมอาศัยอยู่และผมเดินทางมาเมืองไทยหลายสิบครั้งในช่วงเวลาสองทศวรรษที่ผ่านมา ผมมีข้อกังขาสามด้านใหญ่ๆ เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายได้แก่ การตีความหมายคำสอนของพุทธศาสนา หลักและพิธีกรรมในการทำบุญ และพฤติกรรมส่วนตัวของเจ้าอาวาส
จากการติดตามการทำกิจกรรมของวัดและการไต่ถามผู้รอบรู้บางท่าน ผมสรุปว่าวัดนี้น่าจะทำอะไรๆ ไม่ถูกต้องนัก พอมาถึงตอนนี้ เรื่องราวเกี่ยวกับคดีและความเป็นอลัชชีของเจ้าอาวาสถูกรื้อฟื้นขึ้นมาและมหาเถรสมาคมลงความเห็นว่าไม่ปาราชิกด้วยปัจจัยหลายอย่าง ผมรู้สึกไม่สบายใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงเขียนกลอนสั้นๆ พร้อมรูปภาพที่ได้มาจากสื่อต่างๆ ลงไว้ในหน้าสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กของผม 4 ครั้งในวันเดียวกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้เข้าไปอ่านและให้ความเห็นจำนวนมาก ขอนำบางส่วนมาเล่าสู่กันในวันนี้
บทที่มีผู้ให้ความเห็นและนำไปปันต่อมากที่สุดถึงกว่า 300 ครั้งภายในไม่ถึง 20 ชั่วโมงมีภาพประกอบหลายภาพ ขอนำ 3 ภาพมาเสนอคือ
อุ้มธรรมกาย กลายเป็นบาป สาปประเทศ
จมกิเลส อัปยศ หมดราศี
โอกาสรอด ตลอดไป ไม่น่ามี
อลัชชี พาสังคม ล่มจมเอย



ขอนำความเห็นของบางท่านพร้อมกับข้อคิดของผมเกี่ยวกับความเห็นนั้นมาปันด้วย
บรรหาร ตันหยง การรับรองการเป็นพระภิกษุสงฆ์ใช้พระธรรมวินัยครับ มิใช่มติเถระครับโจรวิ่งราวทรัพย์เมื่อจับได้ไล่ทันจึงยอมคืนบอกว่าไม่ตั้งใจถือว่าไม่ผิดหรือครับ
Pawa Panmekha ต่อไปนี้คดีข่มขืน คงรอดคุกหมด เพราะจำเลยอ้างว่า ได้ดึงอวัยวะเพศออกมา ไม่ได้คาเอาไว้
ความเห็นในแนวนี้มีมากทั้งในหน้าเฟซบุ๊กของผมและของผู้อื่น บางคนใช้ภาษาที่ทั้งไม่ค่อยสุภาพและแดกดัน แต่ได้ความหมายเช่นเดียวกันกับความเห็นทั้งสองนี้
Somchat Supabhundit ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 15 ตรี (4) บัญญัติให้มหาเถรสมาคม “รักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา” การที่มหาเถรสมาคมมีมติว่าพระธัมมชโยไม่ต้องอาบัติปาราชิกเพราะไม่มีเจตนายักยอกทรัพย์สิน รวมทั้งได้นำเอาทรัพย์สินมาคืนแล้ว จึงไม่ถือว่าปาราชิกนั้น มีประเด็นต้องพิจารณาว่ามติดังกล่าวขัดต่อหลักพระธรรมวินัยซึ่งมหาเถรสมาคมมีหน้าที่ต้องรักษาหรือไม่
พระวินัยปิฎกเล่มที่ 1 (123) ปาราชิกอาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ 6 อย่างคือ มิใช่มีความสำคัญว่าเป็นของตน 1 มิใช่ถือเอาด้วยวิสาสะ 1 มิใช่ขอยืม 1 ทรัพย์มีค่ามากได้ราคา 5 มาสก หรือเกินกว่า 5 มาสก 1 ไถยจิตปรากฏขึ้น 1 ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฎทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก 1
ในทางกฎหมายบ้านเมือง มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีเจ้าพนักงานยักยอกที่นำทรัพย์ที่ยักยอกมาคืน โดยศาลวินิจฉัยว่าเป็นความผิดสำเร็จ คำพิพากษาฎีกาที่ 473/2527 สารวัตรใหญ่สั่งให้จำเลยทำหน้าที่เก็บรักษาเงินประกันตัวผู้ต้องหาของสถานี ตำรวจ การที่จำเลยนำเงินดังกล่าวไปฝากพี่สาว มิได้นำมาเก็บไว้ในตู้นิรภัยของทางราชการ หรือหากไม่มีตู้นิรภัย ควรจะเก็บเงินอย่างใด จำเลยก็จะต้องขอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา พฤติการณ์แสดงว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเงินนั้นเป็นของตนหรือเป็นของ ผู้อื่น แม้จำเลยจะนำเงินมาคืนในภายหลัง ก็มีความผิดตาม ป.อ. ม. 147
มติของ มส.ดังกล่าว เป็นมติที่ขัดทั้งหลักธรรมวินัย หลักกฎหมายบ้านเมือง หลักธรรมชาติ หลักศีลธรรมอันดีงาม หลักวิญญูชน จึงถือว่า มส. เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน (ชาวพุทธ) มส. จึงไม่มีอำนาจพิจารณาเพื่อลงมติดังกล่าว การลงมติดังกล่าวของที่ประชุม มส. จึงไม่มีผลผูกพันผู้หนึ่งผู้ใด ส่งผลให้มติดังกล่าวตกไป แถมมีมาตรา 157 ติดปลายนวมให้ มส. เสียด้วย ประชาชนชาวพุทธทุกคน สามารถเข้าแจ้งความตามนี้เพื่อดำเนินคดีกับกรรมการ มส.ได้ทั่วราชอาณาจักรไทย
ความเห็นนี้อธิบายให้เกิดความกระจ่างเป็นอย่างดี
Naphaporn Limpiyakorn เสื่อมไปทั่ว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการบวชทำง่าย เลยมีสารเลวมากมายไปสวมชุดเหลือง แล้วเรียกตัวเองว่าสงฆ์
ถึงเวลาที่เราจะสังคายนาเรื่องการบวชกันหรือยัง? ผมมองว่าน่าจะแยกการบวชชั่วคราวตามประเพณีออกจากการบวชของผู้ที่จะดำเนินชีวิตเป็นพระสงฆ์ตลอดชีพ การบวชชั่วคราวตามประเพณีให้ทำได้ แต่ต้องมีกำหนดแน่นอนว่านานเท่าไร การบวชส่วนนี้ ผู้บวชไม่ต้องสอบผ่านความแตกฉานในพระไตรปิฎก ส่วนผู้ที่จะบวชตลอดชีวิตจะต้องผ่านไม่เฉพาะทางด้านความแตกฉานในพระไตรปิฎกเท่านั้น หากจะต้องผ่านการทดสอบความพร้อมทางจิตใจที่จะใช้ชีวิตของนักบวชตลอดชีพด้วย ผู้สอบและกำหนดกระบวนการสอบได้แก่พระสงฆ์ที่ผ่านทั้งสองด้านมาเป็นที่ประจักษ์แล้ว
Sayan Praicharnjit

ความเห็นนี้เป็นที่น่าวิตกหากคนชั่วกลุ่มหนึ่งจะนำไปสู่ความเสื่อมศัทธาของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป
บทที่มีผู้นำไปปันรองลงมามีภาพประกอบ 6 ภาพ ขอนำ 3 ภาพมาเสนอดังนี้
รู้บาลี เป็นที่มา เลี่ยงบาลี
คนอัปรีย์ ทำอุบาทว์ ต่อศาสนา
มิยึดศีล สิ้นสมาธิ ขาดปัญญา
สันดานกา อยู่อย่างเปรต กิเลสครอง



ในบรรดาความเห็นของคุณ “ช่อชมนาด” ชี้ว่าสังคมไทยเพี้ยนจนอาจเรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญมาเป็นเวลากว่าทศวรรษแล้ว
ช่อชมนาด พยับหมอก ยุคศรีธนญชัยแล้วค่ะ ดูเหมือนเริ่มระบาดหนักตั้งแต่มีจุดกำเนิดจากวลีของสัมภเวสีตน 1 ว่า...บกพร่องโดยสุจริต...ประมาณนั้นมังคะ
บทที่มีผู้นำไปปันกันเป็นที่ 3 มีภาพประกอบ 5 ภาพ ขอนำเพียง 2 ภาพมาเสนอได้แก่
กุฏิมิต้องเช่าข้าวยังมิต้องซื้อ
สมควรหรือจะมีทรัพย์นับเป็นไห
การครองทรัพย์นับว่าขัดพระวินัย
หรือพระไทยเก่งกาจเกินศาสดา?


ถ้าผู้จะบวชเพื่อดำเนินชีวิตเป็นพระสงฆ์ตลอดชีพได้ผ่านการทดสอบความพร้อมที่จะสละทางโลกอย่างจริงจังและจริงใจ เรื่องเช่นนี้คงไม่เกิด แต่ในปัจจุบัน ปัญหามาจากพระก็ครอบครองทรัพย์สินได้ไม่ต่างกับฆราวาส ยิ่งกว่านั้น การมีโครงสร้างทางสมณศักดิ์ในปัจจุบันรังแต่จะก่อให้เกิดตัณหาเพิ่มขึ้น มีข่าวเสมอว่ามีการวิ่งเต้นจ่ายเงินกันเพื่อจะได้เลื่อนขั้นสูงขึ้น ผมมองว่าน่าจะถึงเวลามีข้อกำหนดให้พระต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินนอกจากพระที่บวชชั่วคราวตามประเพณีเป็นเวลาสั้นๆ เท่านั้น
Plearn Siri ทรัพย์สิน ลาภ ยศ ไม่เข้าใครออกใคร แม้แต่คนที่อยู่ในผ้าเหลืองมานาน ก็ยังสละสิ่งเหล่านี้ไม่ได้
บทที่ได้รับการแบ่งปันน้อยที่สุดมีภาพประกอบ 5 ภาพ ขอนำเพียงภาพวาดเถรขวาดในวรรณคดีเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” มาเสนอเพียงภาพเดียวดังนี้
เป็นพระเณร หรือเถรขวาด ประหลาดนัก
หรือเป็นยักษ์ เป็นเปรต กิเลสหนา
สังคมไทย แต่ไหน แต่ไรมา
สันดานกา มิเคยมี เช่นนี้เอย

ความเห็นทั้งสองข้างล่างนี้น่าจะตรงกับภาพในวงการสงฆ์ซึ่งปรากฏเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตามาเป็นเวลานาน
Natee Glubsri

Arom Chanuanjit เป็นมนุษย์ที่โลภพาลลุ่มหลง ไม่พะวงเกรงกลัวบาปจิตหยาบหนา อาศัยสีผ้าเหลืองห่มกายา ปลอมตัวมาหลอกคนให้งมงาย...นะซี
ด้วยเหตุปัจจัยทั้งหลายที่ทำให้วงการสงฆ์มีปัญหาหนักหนาสาหัสจนผู้คนบางส่วนดูเริ่มจะเสื่อมศรัทธาและชาวต่างชาติอาจเข้าใจศาสนาพุทธผิด ผมคิดว่าการปฏิรูปที่กำลังพยายามทำกันอย่างมุ่งมั่นอยู่ในปัจจุบันควรรวมการปฏิรูป หรือสังคายนาวัดและแนวการปฏิบัติศาสนาพุทธของชาวไทยพร้อมกันไปด้วย
แม้จะอยู่ห่างไกล ผมติดตามและได้สัมผัสปรากฏการณ์ของวัดพระธรรมกาย ทั้งทางตรงและทางอ้อมมาเป็นเวลานาน เนื่องจากวัดพระธรรมกายไปตั้งสาขาในย่านใกล้บ้านที่ผมอาศัยอยู่และผมเดินทางมาเมืองไทยหลายสิบครั้งในช่วงเวลาสองทศวรรษที่ผ่านมา ผมมีข้อกังขาสามด้านใหญ่ๆ เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายได้แก่ การตีความหมายคำสอนของพุทธศาสนา หลักและพิธีกรรมในการทำบุญ และพฤติกรรมส่วนตัวของเจ้าอาวาส
จากการติดตามการทำกิจกรรมของวัดและการไต่ถามผู้รอบรู้บางท่าน ผมสรุปว่าวัดนี้น่าจะทำอะไรๆ ไม่ถูกต้องนัก พอมาถึงตอนนี้ เรื่องราวเกี่ยวกับคดีและความเป็นอลัชชีของเจ้าอาวาสถูกรื้อฟื้นขึ้นมาและมหาเถรสมาคมลงความเห็นว่าไม่ปาราชิกด้วยปัจจัยหลายอย่าง ผมรู้สึกไม่สบายใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงเขียนกลอนสั้นๆ พร้อมรูปภาพที่ได้มาจากสื่อต่างๆ ลงไว้ในหน้าสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กของผม 4 ครั้งในวันเดียวกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้เข้าไปอ่านและให้ความเห็นจำนวนมาก ขอนำบางส่วนมาเล่าสู่กันในวันนี้
บทที่มีผู้ให้ความเห็นและนำไปปันต่อมากที่สุดถึงกว่า 300 ครั้งภายในไม่ถึง 20 ชั่วโมงมีภาพประกอบหลายภาพ ขอนำ 3 ภาพมาเสนอคือ
อุ้มธรรมกาย กลายเป็นบาป สาปประเทศ
จมกิเลส อัปยศ หมดราศี
โอกาสรอด ตลอดไป ไม่น่ามี
อลัชชี พาสังคม ล่มจมเอย
ขอนำความเห็นของบางท่านพร้อมกับข้อคิดของผมเกี่ยวกับความเห็นนั้นมาปันด้วย
บรรหาร ตันหยง การรับรองการเป็นพระภิกษุสงฆ์ใช้พระธรรมวินัยครับ มิใช่มติเถระครับโจรวิ่งราวทรัพย์เมื่อจับได้ไล่ทันจึงยอมคืนบอกว่าไม่ตั้งใจถือว่าไม่ผิดหรือครับ
Pawa Panmekha ต่อไปนี้คดีข่มขืน คงรอดคุกหมด เพราะจำเลยอ้างว่า ได้ดึงอวัยวะเพศออกมา ไม่ได้คาเอาไว้
ความเห็นในแนวนี้มีมากทั้งในหน้าเฟซบุ๊กของผมและของผู้อื่น บางคนใช้ภาษาที่ทั้งไม่ค่อยสุภาพและแดกดัน แต่ได้ความหมายเช่นเดียวกันกับความเห็นทั้งสองนี้
Somchat Supabhundit ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 15 ตรี (4) บัญญัติให้มหาเถรสมาคม “รักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา” การที่มหาเถรสมาคมมีมติว่าพระธัมมชโยไม่ต้องอาบัติปาราชิกเพราะไม่มีเจตนายักยอกทรัพย์สิน รวมทั้งได้นำเอาทรัพย์สินมาคืนแล้ว จึงไม่ถือว่าปาราชิกนั้น มีประเด็นต้องพิจารณาว่ามติดังกล่าวขัดต่อหลักพระธรรมวินัยซึ่งมหาเถรสมาคมมีหน้าที่ต้องรักษาหรือไม่
พระวินัยปิฎกเล่มที่ 1 (123) ปาราชิกอาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ 6 อย่างคือ มิใช่มีความสำคัญว่าเป็นของตน 1 มิใช่ถือเอาด้วยวิสาสะ 1 มิใช่ขอยืม 1 ทรัพย์มีค่ามากได้ราคา 5 มาสก หรือเกินกว่า 5 มาสก 1 ไถยจิตปรากฏขึ้น 1 ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฎทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก 1
ในทางกฎหมายบ้านเมือง มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีเจ้าพนักงานยักยอกที่นำทรัพย์ที่ยักยอกมาคืน โดยศาลวินิจฉัยว่าเป็นความผิดสำเร็จ คำพิพากษาฎีกาที่ 473/2527 สารวัตรใหญ่สั่งให้จำเลยทำหน้าที่เก็บรักษาเงินประกันตัวผู้ต้องหาของสถานี ตำรวจ การที่จำเลยนำเงินดังกล่าวไปฝากพี่สาว มิได้นำมาเก็บไว้ในตู้นิรภัยของทางราชการ หรือหากไม่มีตู้นิรภัย ควรจะเก็บเงินอย่างใด จำเลยก็จะต้องขอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา พฤติการณ์แสดงว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเงินนั้นเป็นของตนหรือเป็นของ ผู้อื่น แม้จำเลยจะนำเงินมาคืนในภายหลัง ก็มีความผิดตาม ป.อ. ม. 147
มติของ มส.ดังกล่าว เป็นมติที่ขัดทั้งหลักธรรมวินัย หลักกฎหมายบ้านเมือง หลักธรรมชาติ หลักศีลธรรมอันดีงาม หลักวิญญูชน จึงถือว่า มส. เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน (ชาวพุทธ) มส. จึงไม่มีอำนาจพิจารณาเพื่อลงมติดังกล่าว การลงมติดังกล่าวของที่ประชุม มส. จึงไม่มีผลผูกพันผู้หนึ่งผู้ใด ส่งผลให้มติดังกล่าวตกไป แถมมีมาตรา 157 ติดปลายนวมให้ มส. เสียด้วย ประชาชนชาวพุทธทุกคน สามารถเข้าแจ้งความตามนี้เพื่อดำเนินคดีกับกรรมการ มส.ได้ทั่วราชอาณาจักรไทย
ความเห็นนี้อธิบายให้เกิดความกระจ่างเป็นอย่างดี
Naphaporn Limpiyakorn เสื่อมไปทั่ว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการบวชทำง่าย เลยมีสารเลวมากมายไปสวมชุดเหลือง แล้วเรียกตัวเองว่าสงฆ์
ถึงเวลาที่เราจะสังคายนาเรื่องการบวชกันหรือยัง? ผมมองว่าน่าจะแยกการบวชชั่วคราวตามประเพณีออกจากการบวชของผู้ที่จะดำเนินชีวิตเป็นพระสงฆ์ตลอดชีพ การบวชชั่วคราวตามประเพณีให้ทำได้ แต่ต้องมีกำหนดแน่นอนว่านานเท่าไร การบวชส่วนนี้ ผู้บวชไม่ต้องสอบผ่านความแตกฉานในพระไตรปิฎก ส่วนผู้ที่จะบวชตลอดชีวิตจะต้องผ่านไม่เฉพาะทางด้านความแตกฉานในพระไตรปิฎกเท่านั้น หากจะต้องผ่านการทดสอบความพร้อมทางจิตใจที่จะใช้ชีวิตของนักบวชตลอดชีพด้วย ผู้สอบและกำหนดกระบวนการสอบได้แก่พระสงฆ์ที่ผ่านทั้งสองด้านมาเป็นที่ประจักษ์แล้ว
Sayan Praicharnjit
ความเห็นนี้เป็นที่น่าวิตกหากคนชั่วกลุ่มหนึ่งจะนำไปสู่ความเสื่อมศัทธาของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป
บทที่มีผู้นำไปปันรองลงมามีภาพประกอบ 6 ภาพ ขอนำ 3 ภาพมาเสนอดังนี้
รู้บาลี เป็นที่มา เลี่ยงบาลี
คนอัปรีย์ ทำอุบาทว์ ต่อศาสนา
มิยึดศีล สิ้นสมาธิ ขาดปัญญา
สันดานกา อยู่อย่างเปรต กิเลสครอง
ในบรรดาความเห็นของคุณ “ช่อชมนาด” ชี้ว่าสังคมไทยเพี้ยนจนอาจเรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญมาเป็นเวลากว่าทศวรรษแล้ว
ช่อชมนาด พยับหมอก ยุคศรีธนญชัยแล้วค่ะ ดูเหมือนเริ่มระบาดหนักตั้งแต่มีจุดกำเนิดจากวลีของสัมภเวสีตน 1 ว่า...บกพร่องโดยสุจริต...ประมาณนั้นมังคะ
บทที่มีผู้นำไปปันกันเป็นที่ 3 มีภาพประกอบ 5 ภาพ ขอนำเพียง 2 ภาพมาเสนอได้แก่
กุฏิมิต้องเช่าข้าวยังมิต้องซื้อ
สมควรหรือจะมีทรัพย์นับเป็นไห
การครองทรัพย์นับว่าขัดพระวินัย
หรือพระไทยเก่งกาจเกินศาสดา?
ถ้าผู้จะบวชเพื่อดำเนินชีวิตเป็นพระสงฆ์ตลอดชีพได้ผ่านการทดสอบความพร้อมที่จะสละทางโลกอย่างจริงจังและจริงใจ เรื่องเช่นนี้คงไม่เกิด แต่ในปัจจุบัน ปัญหามาจากพระก็ครอบครองทรัพย์สินได้ไม่ต่างกับฆราวาส ยิ่งกว่านั้น การมีโครงสร้างทางสมณศักดิ์ในปัจจุบันรังแต่จะก่อให้เกิดตัณหาเพิ่มขึ้น มีข่าวเสมอว่ามีการวิ่งเต้นจ่ายเงินกันเพื่อจะได้เลื่อนขั้นสูงขึ้น ผมมองว่าน่าจะถึงเวลามีข้อกำหนดให้พระต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินนอกจากพระที่บวชชั่วคราวตามประเพณีเป็นเวลาสั้นๆ เท่านั้น
Plearn Siri ทรัพย์สิน ลาภ ยศ ไม่เข้าใครออกใคร แม้แต่คนที่อยู่ในผ้าเหลืองมานาน ก็ยังสละสิ่งเหล่านี้ไม่ได้
บทที่ได้รับการแบ่งปันน้อยที่สุดมีภาพประกอบ 5 ภาพ ขอนำเพียงภาพวาดเถรขวาดในวรรณคดีเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” มาเสนอเพียงภาพเดียวดังนี้
เป็นพระเณร หรือเถรขวาด ประหลาดนัก
หรือเป็นยักษ์ เป็นเปรต กิเลสหนา
สังคมไทย แต่ไหน แต่ไรมา
สันดานกา มิเคยมี เช่นนี้เอย
ความเห็นทั้งสองข้างล่างนี้น่าจะตรงกับภาพในวงการสงฆ์ซึ่งปรากฏเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตามาเป็นเวลานาน
Natee Glubsri
Arom Chanuanjit เป็นมนุษย์ที่โลภพาลลุ่มหลง ไม่พะวงเกรงกลัวบาปจิตหยาบหนา อาศัยสีผ้าเหลืองห่มกายา ปลอมตัวมาหลอกคนให้งมงาย...นะซี
ด้วยเหตุปัจจัยทั้งหลายที่ทำให้วงการสงฆ์มีปัญหาหนักหนาสาหัสจนผู้คนบางส่วนดูเริ่มจะเสื่อมศรัทธาและชาวต่างชาติอาจเข้าใจศาสนาพุทธผิด ผมคิดว่าการปฏิรูปที่กำลังพยายามทำกันอย่างมุ่งมั่นอยู่ในปัจจุบันควรรวมการปฏิรูป หรือสังคายนาวัดและแนวการปฏิบัติศาสนาพุทธของชาวไทยพร้อมกันไปด้วย



