xs
xsm
sm
md
lg

ปมทวงคืนสมบัติชาติ คสช.ก้าวข้ามไม่ได้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

**การเดินขบวนชุมนุมของ“เครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงานภาคใต้”ที่เริ่มเคลื่อนไหวกันตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นกลุ่มมวลชนที่หยิบเรื่องใหญ่ของประเทศไทยขึ้นมา เพื่อให้เกิดข้อถกเถียงในสังคม ว่ามีแนวทางอย่างไร
แต่ดูเหมือน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรีป้ายแดง จะไม่ค่อยอิน รู้สึกรู้สากับประเด็น"สมบัติชาติ" ที่หลายฝ่ายพยายามเรียกร้อง
และอยากให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก เงียบหายเข้ากลีบเมฆไปเฉยๆ
แต่การที่ คสช.งัดไม้แข็งจับควบคุมตัวบรรดาแกนนำเครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงานภาคใต้ โดยระบุข้อหาว่า ขัดขืน“กฏอัยการศึก” ที่ห้ามการชุมนุมเอาไว้โดยเด็ดขาด กลับเป็นแรงส่งที่ช่วยตีปิ๊บขยายความเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
ล่าสุด “วีระ สมความคิด”แกนนำเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน พร้อมพวกรวม 7 คน ก็ถูกตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจับกุม ขณะที่ร่วมเดินรณรงค์กับกลุ่มเครือข่ายปฏิรูปพลังงาน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
กลับกลายเป็นว่า คสช.หันมาเอาจริงเอาจังกับการชุมนุมของทุกกลุ่ม-ทุกสี โดยไม่แยกแยะว่า การชุมนุมประเด็นไหนที่สร้างสรรค์และทำให้สังคมไทยดีขึ้น ซึ่งตรงนี้คสช.ควรที่จะรับฟังเอาไว้บ้าง
**เพราะบางเรื่องเป็นผลประโยชน์สำคัญของชาติ คนมาดีต่างจากคนมาร้าย
**เว้นแต่ คสช.ตีความเจตนาการชุมนุมผิดไป หรือตั้งใจตีความให้ผิดจริงๆ
อย่าลืมว่าเรื่องการปฏิรูปพลังงานไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีผลประโยชน์ที่สลับทับซ้อนกันอยู่ของกลุ่มคนบางกลุ่ม หลายครั้งมีข่าว“บิ๊กทหาร”เกี่ยวพันจนชุลมุนชุลเกไปหมด
เมื่อเป็นที่จับตาของคนในสังคม คนที่คิดจะถือผลประโยชน์ใน“ปตท.”ต้องคิดให้ซ่อนเงื่อนมากยิ่งขึ้น
ย้อนไปเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา มีมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) สั่งการให้ ปตท. ต้องดำเนินการแยกท่อก๊าซฯ ออกจากกิจการของปตท.โดยให้ตั้งเป็นบริษัท
เบื้องต้นปตท.ถือหุ้น 100% แล้วให้ กระทรวงการคลัง มาถือหุ้นบริษัทดังกล่าว 20-25% ในระยะต่อไป โดยให้ดำเนินการแยกเป็นบริษัทจำกัดให้เสร็จภายในกลางปี 2558 ซึ่งทางปตท.จะเร่งดำเนินการ
โดย “ไพรินทร์ ชูโชติถาวร”ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดใหญ่ บริษัท ปตท. ระบุว่า การโอนทรัพย์สินไปยังบริษัทท่อส่งก๊าซใหม่ จะเป็นการโอนทรัพย์สินในส่วนที่ปตท.เป็นเจ้าของในปัจจุบัน แต่ทรัพย์สินในส่วนที่รัฐเป็นเจ้าของ กระทรวงการคลัง ก็ยังคงสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของเช่นเดิม
"อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเคารพคำสั่งศาล ไม่ควรก้าวล่วง ซึ่งที่ผ่านมาศาลมีคำสั่งถึงที่สุดแล้ว หากยังตีความกันเองต่อไป จะไม่มีข้อยุติอะไรเลย"
**ทว่าหลายฝ่ายก็ออกมาจับผิด“ไพรินทร์”ว่าไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด แล้วมาอ้างคำสั่งศาลถือเป็นที่สุดแล้ว
โดยเฉพาะ "รสนา โตสิตระกูล" อดีตสมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหา ออกมาระบุว่าคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ระบุไว้ในหน้า 73 คำสั่ง 1 ใน 3 ข้อ ที่ผู้บริหารปตท.ไม่พูดถึงคือ คำสั่งที่ให้ปตท.คืน "ทรัพย์สินที่ได้มาโดยอำนาจมหาชน"
"ทรัพย์สินที่ได้มาโดยอำนาจมหาชน ศาลฯระบุชัดเจนในคำบรรยายว่า "รวมทั้งทรัพย์สินในระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ ซึ่งรวมถึงระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติตามที่ปตท. (สมัยที่ยังไม่แปรรูป) มีอยู่แต่เดิม"
**"สมมติว่า คำสั่งเป็นว่าให้คืนทรัพย์สินที่เป็นรถยนต์ของหลวงที่มีการฉ้อโกงไป เขาส่งคืนเป็นล้อรถมาให้ 2 ล้อ แล้วพากันมาใช้ทีวีของรัฐชี้แจงต่างๆนานา ว่าได้คืนทรัพย์สินของแผ่นดินครบแล้ว วิญญูชนลองพิจารณาดูว่า เขาคืนทรัพย์สินของแผ่นดินครบแล้วจริงหรือไม่"
ข้อสังเกตุที่ รสนา ตั้งขึ้น กระทบต่อการบริหารงานใน ปตท. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะหากแยกท่อก๊าซออกจากปตท.ไปจัดตั้งบริษัท ก็ควรทำให้ถูกต้องทั้งหมดตามขั้นตอน
ทว่าผลเสียจะตกอยู่กับประโยชน์ของชาติทันที เพราะหากแยกท่อก๊าซออกจาก ปตท. โดยให้จัดตั้งบริษัทขึ้นมาบริหารจัดการแทน ราคาของก๊าซจะพุ่งสูงขึ้นโดยปริยาย ผลกำไรทั้งหมด ก็จะตกกับบริษัทใหม่ที่สัดส่วนของภาครัฐน้อยลง กลายเป็นของเอกชนไปโดยปริยาย
ขึ้นชื่อว่า "เอกชน" ย่อมไขว่คว้าหาผลประโยชน์รอเขมือบอยู่
ไม่เท่านั้นยังมีเสียงท้วงอีกมาว่า“คำสั่งศาล”ได้ให้ ปตท.ชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นการแยกท่อก๊าซออกจากปตท.ไปยังกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่
ทว่า ปตท.กลับชี้แจงด้วย "เศษกระดาษ" ลงลายมือเขียนขึ้นเอง ว่ามีการส่งมอบถูกต้องเท่านั้น ไม่มีการจัดทำเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการ และไม่มีข้อมูลอรรถาธิบายแต่ประการใด
ทำให้หลายฝ่ายตีความเจตนาของ ปตท.ว่า คงไม่ต้องการทำอะไรให้เป็นหลักฐานมัดตัวในอนาคต เพราะหากมีความผิดจริง อาจทำให้ติดคุกหัวโตได้
การชี้แจงที่เป็นเอกสารทำในนาม ปตท. เป็นหลักฐานมัดตัวหนาแน่น ระดับผู้บริหารปตท. รู้เรื่องนี้ดี จึงไม่มีใครกล้าออกเป็นเอกสารทางการ
**แค่นี้ก็บ่งบอกแล้วว่ายังมีความซับซ้อนให้เห็น สะท้อนว่า ปตท.ยุคนี้ก็ไม่ต่างกับยุคที่นักการเมืองเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์
ชื่อของ “ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์”ที่เพิ่งเข้ามานั่งเก้าอี้ ประธานบอร์ดปตท. ภายหลังที่คสช.ยึดอำนาจ กลับมาถูกโฟกัสอีกครั้ง
เพราะอันที่จริงแม้ยี่ห้อ “ปิยะสวัสดิ์”มีภาพกูรูพลังงาน แต่หากสแกนถึงข้างในหัวใจแล้ว ภาพลักษณ์อาจจะไม่ได้สวยหรูเหมือนชื่อเสียงวันเก่าๆ
โดยเฉพาะปมหมกเม็ดเเก้เอกสารเมื่อครั้งเป็น รมว.พลังงาน ในรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เมื่อปี 2551 จนความหมายของคำว่า สมบัติชาติ-ประโยชน์สาธารณะ ผิดเพี้ยนไปจากคำสั่งศาล ที่"รสนา" ขุดคุ้ยมาแฉ
**"บิ๊กตู่" ที่ชั่วโมงนี้เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ถืออำนาจเต็ม อย่าลืมมองข้ามประเด็นที่“กลุ่มปฏิรูปพลังงาน”เรียกร้อง อย่างน้อยก็ต้องเงี่ยหูฟังอย่าตีขลุมเหมารวมว่าเป็นการชุมนุมทางการเมือง
เพราะประเด็นกินเล็กกินน้อย แต่กินได้นานๆ อาจจะย้อนศรมาทำร้ายตัว“บิ๊กตู่”และ คสช.ทั้งคณะได้
**หากไว้ใจ “ผู้บริหารปตท.” จนหน้ามืด สิ่งที่ปลุกปั้นมาจนเรตติ้งกระฉูด ก็อาจจะเสียของเอาง่ายๆ
กำลังโหลดความคิดเห็น