xs
xsm
sm
md
lg

จดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 3 ถึงท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

เผยแพร่:   โดย: ดร.ป. เพชรอริยะ

เรื่อง คสช.พิจารณาใช้อำนาจรีบแก้รัฐธรรมนูญการปกครอง (ชั่วคราว) ด่วนที่สุด

เรียน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ผู้เขียน ส่งข่าวถึงท่านอีกครั้งหนึ่งด้วยเมตตายิ่งและสัจธรรม เพื่อทำให้ท่านเป็นรัฐบุรุษคนสำคัญยิ่งของชาติ หากท่านไม่พิจารณาและทำตามนี้ ทำนายได้เลยว่าท่านจะเป็นโมฆบุรุษและบ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ เพราะสภาพบ้านเมืองเรานั้น แตกแยกกันมายาวนานกว่า 82 ปี เพราะขาดหลักการปกครองโดยธรรม

ทั้งๆ ที่ คสช.ได้โค่นระบอบเผด็จการรัฐธรรมนูญลงไปแล้ว นับแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557

แต่เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 19 ถือได้ว่า คำแนะนำอย่างเมตตายิ่งและสัจธรรม ถูกต้องยิ่งใหญ่ ไม่ถึงมือ ตา หู ของ คสช.ในขณะนี้ คสช.ได้สร้างระบอบเผด็จการรัฐธรรมนูญขึ้นมาอีกครั้ง พิจารณาได้จากสัมพันธภาพของรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 19 ดังนี้

หาก คสช.หรือปัญญาชนทั้งหลาย ได้เห็นสัมพันธภาพดังกล่าวนี้ ก็จะรู้ได้ทันทีว่า คสช.ได้ทำผิดอย่างใหญ่หลวงต่อชาติและประชาชนซ้ำอีกแล้ว เมื่อเหตุผิด ขั้นตอนต่างๆ ต่อๆ ไป ก็จะผิดตามๆ กันไปเป็นลูกโซ่ คสช.ลืมประชาชน ดุจดังปลาลืมน้ำ เป็นการละทิ้งประชาชนมากว่า 82 ปี มีแต่ฝ่ายผู้ปกครองโดยฝ่ายเดียว คือ ผู้ปกครอง (คสช.) สู่ ธรรมนูญการปกครอง สู่การบังคับใช้ประชาชน

ในแนวทางที่ถูกต้องยิ่งใหญ่ของชาติคือ คสช.ต้องทำอย่างยิ่งยวด คือสถาปนาระบอบใหม่ เป็นระบอบประชาธิปไตยโดยธรรม หรือเรียกว่าสถาปนาหลักการปกครองโดยธรรม เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย

จนถึงนาทีนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำได้ทันที เพราะถือว่าท่านยังคงเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ ใช้อำนาจอธิปไตยในนามปวงชน หากท่านมีจุดยืนเพื่อประชาชน โดยความเป็นธรรม แค่ฉุกคิด “ประชาชนย่อมมาก่อนผู้ปกครอง ฉันใด การสถาปนาหลักการปกครองธรรมาธิปไตย ย่อมเกิดก่อน สถาปนาก่อน ธรรมนูญการปกครอง ฉันนั้น” “ยุทธศาสตร์ ย่อมถูกกำหนดขึ้นก่อนยุทธวิธี ฉันใด หลักการปกครอง ย่อมเกิดก่อน สถาปนาก่อนหลักการปกครอง ฉันนั้น

ผู้เขียนขอแนะนำ โดย คสช.อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 46 ในกรณีที่เห็นเป็นการจําเป็นและสมควร คณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีมติร่วมกันให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี้ก็ได้ โดยจัดทําเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อให้ความเห็นชอบ

โดยให้ดำเนินการเป็นขั้นตอนและแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะจากเดิมเป็นลักษณะ ดังนี้

1. ให้ คสช.พิจารณา สถาปนาหลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9 ด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่อ้างแล้ว คือ จุดหมายต้องมาก่อนวิธีการอันแตกต่างหลากหลาย, จุดหมายย่อมเป็นเอกภาพของวิธีการเสมอไป

ยุทธศาสตร์ต้องกำหนดก่อนยุทธวิธีอันแตกต่างหลากหลาย ยุทธศาสตร์ ย่อมเป็นเอกภาพของยุทธวิธีอันแตกต่างหลากหลาย

ดวงอาทิตย์ย่อมเป็นเอกภาพของดาวเคาะห์ ฉันใด หลักการปกครองธรรมาธิปไตย ย่อมเป็นเอกภาพของปวงชนและกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉันนั้น (แตกต่างหลากหลายไปสู่จุดหมายเดียวกัน

ประชาชนมาก่อน ผู้ปกครอง ฉันใด หลักการปกครอง ต้องมาก่อนธรรมนูญการปกครอง ฉันนั้น นี่คือสัมพันธภาพที่ถูกต้องยิ่งใหญ่ของชาติและประชาชน

แนวทางการสถาปนาระบอบที่ถูกต้องยิ่งใหญ่ของชาติและโลกทั้งเป็นการรุกทางการเมืองทั้งภายในเพื่อขจัดเงื่อนไขความไม่เป็นธรรมภายในชาติและการเสนอคุณธรรมต่อสากล คือ

1) สัมพันธภาพที่ 1 เป็นสัมพันธภาพระหว่างหลักการปกครองกับปวงชนโดย คสช.ทูลเกล้าฯ หลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9 เพื่อพระเจ้าแผ่นดิน ทรงพิจารณามีพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ ทรงสถาปนาระบอบหรือหลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9 (Principle of Government) อันเป็นรากฐานแก่นแท้ของชาติ สร้างความเป็นธรรมแก่ปวงชนในชาติทุกหมู่เหล่า และเมื่อประชาชนเข้าใจหลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9 ดีแล้ว จึงดำเนินการขั้นตอนที่สอง

2) สัมพันธภาพที่ 2 เป็นสัมพันธภาพระหว่างหลักการปกครองกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยดำเนินการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ (Methods of Government) อันเป็นวิธีการปกครองให้สอดคล้องกับหลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9 โดยมีหลักธรรมาธิปไตยนำชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นรากฐานของชาติ และเพื่อมิให้กระทบกับมาตราอื่นๆ จึงได้เสนอพิจารณาแก้ไข ดังนี้

มาตรา 2 ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และศาสนาอื่นที่รัฐรับรองคือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาซิกข์ ได้รับการคุ้มครองยกย่องจากรัฐโดยเสมอกัน (เขียนเพื่อยกย่องศาสนาทุกศาสนา)

มาตรา 2 (1) ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (เหตุผล : เพื่อยกย่อง เทิดทูนและป้องกันไม่ให้เข้าใจผิดว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขระบอบ ซึ่งเป็นการลิดรอนพระบรมเดชานุภาพให้ต่ำลงโดยไม่รู้เท่าทันหรือจงใจ)

ให้แก้ไข คำว่า “การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 19 ทุกแห่ง เปลี่ยนเป็น “การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ”

เหตุผล : ยุทธศาสตร์ย่อมเกิดก่อนยุทธวิธี ฉันใด จุดหมายย่อมเกิดก่อนวิธีการไป ฉันใด หลักการปกครองหรือระบอบ ต้องเกิดก่อนรัฐธรรมนูญ ฉันนั้น และจะเป็นเหตุให้นักปราชญ์ นักคิดเพิ่มขึ้นในการคิด ศึกษา วิจัย คิดค้นขยายความว่าหลักการปกครองทั้ง 9 นั้นเป็นอย่างไร และจะทำให้ประชาชนมีปัญญา รู้แจ้งชัด เข้าใจอย่างง่ายดาย ไม่สับสน ในความสัมพันธ์ทางการเมืองของชนในชาติ ไม่ทำให้ประชาชนโง่เขลา ทั้งจะเป็นการขจัดเงื่อนไข และความไม่เป็นธรรมทั้งปวง และความขัดแย้งภายในชาติ เช่น ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ ได้หมดสิ้น

มาตรา2 (3) ประเทศไทยใช้รูปการปกครองระบบรัฐสภา (Parliamentary System) เหตุผล : ยืนยันให้ประชาชนทราบว่ารูปการปกครองคือ ระบบรัฐสภา กล่าวโดยย่อ เป็นระบบรวมอำนาจ แยกกันทำหน้าที่ (แตกต่างหลากหลาย ก้าวไปสู่จุดหมายเดียวกัน) คือฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ ต้องเป็นสมาชิกรัฐสภา แต่แยกกันไปทำหน้าเพื่อถ่วงดุลซึ่งกันและกัน (เขียนเพื่อป้องกันการบิดเบือน มั่ว ไปใช้รูปการปกครองอื่น เช่น ระบบประธานาธิบดี (Presidential System) แบบอเมริกาหรือระบบกึ่งประธานาธิบดี (Semi-Presidential System) แบบฝรั่งเศส ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันพวกที่คิดจ้องจะทำลายสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในทุกรูปแบบ มันมากขึ้นทุกที) กรุณานำไปตรองดู สู่การสร้างสรรค์ชาติอย่างถูกต้องยิ่งใหญ่สืบไป

ท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำตามสัจธรรมที่แนะนำนี้ก็เป็นรัฐบุรุษยิ่งใหญ่ของชาติ 1,000%

หากท่านไม่พิจารณา สายตาสั้น ไม่ทำตาม บุญบารมีไม่ถึง ท่านก็กลายเป็นโมฆบุรุษ เฉกเช่นอดีตหัวหน้ารัฐประหารทั้งหลายและอดีตนายกรัฐมนตรีทั้งหลาย อีกไม่นานกาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์
กำลังโหลดความคิดเห็น...