xs
xsm
sm
md
lg

ในที่สุด คสช.ก็เห็นผิดร้ายแรงต่อชาติเข้าสู่วงจรอุบาทว์ซ้ำรอยเดิม

เผยแพร่:   โดย: ดร.ป. เพชรอริยะ

ก่อนอื่นเราขอบอกว่า เราสนับสนุนและแนะนำ คสช.ให้กำหนดยุทธศาสตร์ก่อนยุทธวิธี กำหนดหลักการปกครองโดยธรรม (ระบอบ) การเมืองก่อนกฎหมายหรือก่อน “ธรรมนูญการปกครอง” ธรรม สัจธรรม ต้องมาก่อนการเมือง (รัฐศาสตร์) การเมือง (รัฐศาสตร์ต้องมาก่อนนิติศาสตร์ (กฎหมาย)” (แต่ปรากฏว่า คสช.และทีมงาน ตาบอด หูหนวก ปัญญาทึบ ด้วยเหตุผลที่ต้องสอนและติติงดังนี้

โรดแมปของ คสช.ที่ คสช.ยอมรับ และเริ่มต้นด้วย “ธรรมนูญการปกครอง” ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเสนอให้พระประมุขแห่งรัฐพิจารณาทรงลงพระปรมาภิไธย และนำประกาศใช้เป็นลำดับไป

ไม่รู้กันบ้างหรือไร ธรรมนูญการปกครองคือกฎหมาย กฎหมายเป็นวิธีการหรือเป็นเครื่องมือในการปกครองที่จะบังคับทุกฝ่ายให้ปฏิบัติตาม และบังคับขั้นตอนในการกำหนดแผนการตาม “ธรรมนูญการปกครอง” “กำหนดให้มีฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาปฏิรูป ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ และจัดให้มีการเลือกตั้ง แล้วก็ได้ระบอบประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์”

อ่านแล้วเป็นเรื่องเศร้าจริงๆ เป็นเรื่องตลก ว่าทำไม นายพลผู้นำนายทหารแห่งกองทัพไทย ไม่มีองค์ความรู้เรื่องยุทธศาสตร์ (ในการสร้างสรรค์ชาติ) ยุทธวิธี (ในการสร้างสรรค์ชาติ) เอาเสียเลย

ศาสตร์การทหาร เสนาธิการแห่งกองทัพทั่วโลก ย่อมรู้ว่า ยุทธศาสตร์ต้องกำหนดก่อนยุทธวิธีอันแตกต่างหลากหลายเสมอไป นี่คือความถูกต้อง นั่นก็หมายความว่า “จุดหมายต้องมาก่อนวิธีการอันแตกต่างหลากหลาย”

พูดง่ายๆ วัดพระแก้วต้องเกิดก่อน มีอยู่ก่อนวิธีการไปวัดพระแก้วอันแตกต่างหลาย เดิน วิ่ง ขี่จักรยาน รถยนต์ เป็นต้น และวัดพระแก้วย่อมเป็นเอกภาพของทุกวิธีการที่จะไปวัดพระแก้ว

วัดพระแก้วคือยุทธศาสตร์ วิธีการไปวัดพระแก้วอันแตกต่างหลากหลายคือยุทธวิธี

ในทางการเมือง ถ้า คสช.เข้าใจเรื่องยุทธศาสตร์ หรือหูตากว้างไกล หรือถ้าไม่รู้ก็ประกาศผู้รู้มาร่วมคิดแก้ไขเหตุวิกฤตชาติ คสช.ก็จะเสนอหลักการปกครองโดยธรรม ก่อนอื่นใดทั้งสิ้น เฉกเช่นเดียวกับที่องค์เหนือหัว ร. 1 ทรงสร้างวัดพระแก้ว จากนั้นวิธีการไป ก็แล้วแต่ประชาชนจะเลือกเดินทางตามแต่ศักยภาพของตน

คสช.น่าจะรู้ว่า การที่เราจะเข้าถึงสิ่งใด สิ่งนั้นต้องมีอยู่ก่อน เราเข้าถึงวัดพระแก้ว โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยสิ่งเหล่านี้ต้องมีอยู่ก่อน

ประเทศชาติและประชาชนต้องการระบอบประชาธิปไตย คสช.ก็ต้องประกาศ ต้องสร้าง ต้องสถาปนาหลักการปกครองโดยธรรม หรือหลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9 ขึ้นมาก่อน เพื่อเป็นตัวตั้ง

- เพื่อเป็นยุทธศาสตร์แห่งชาติ

- เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของชาติ

- เพื่อเป็นจุดหมายและวิธีการร่วมของปวงชน

- เพื่อเป็นหลักกฎหมายความมั่นคงสูงสุดของชาติ

- เพื่อเป็นหลักนิติธรรม (Rule of Law)

- เพื่อเป็นแม่บท เป็นเหตุ เป็นบ่อเกิดของธรรมนูญการปกครองและกฎหมายรัฐธรรมนูญ

แต่ คสช.เป็นนักการทหารที่ไม่ชำนาญในองค์ความรู้เรื่ององค์ความรู้ยุทธศาสตร์และยุทธวิธี และไม่มีองค์ความรู้เรื่องการเมือง และขาดองค์ความรู้ในเรื่องการสร้างระบอบประชาธิปไตย

ขอบอกว่า ผู้เขียนอยู่ในฐานะที่จะอบรมสั่งสอน คสช.ได้ สรุปได้ว่า คสช.ผิดพลาด เฉกเช่นเดียวกับคณะรัฐประหารอื่นๆ ที่ฉีกรัฐธรรมนูญ (โค่นระบอบเผด็จการรัฐธรรมนูญหรือเผด็จการโดยกฎหมาย เพราะมันเป็นแห่งการทำลายชาติ เป็นเหตุแห่งความขัดแย้งของผู้ปกครองและประชาชน เป็นเหตุของคอร์รัปชัน ฯลฯ)

และแล้วก็สร้างธรรมนูญ หรือรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ โดยหลงผิดอย่างร้ายแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า รัฐธรรมนูญคือระบอบประชาธิปไตย พอประกาศใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ผู้ปกครองก็ยิ้มระรื่นเข้าใจว่าได้มอบระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ให้กับประชาชนแล้ว แต่แล้วก็ล้มเหลวทุกครั้งไป ถึง 18 ครั้งแล้ว ยาวนานกว่า 82 ปีและแล้ว คสช.ก็ยังทำผิดซ้ำอยู่เช่นเดิม

มาครั้งนี้ คสช.ฉีกรัฐธรรมนูญ โค่นระบอบเผด็จการรัฐธรรมนูญ หรือระบอบทักษิณลงไปแล้ว แต่จู่ๆ คสช.ก็เรียกหมอผี ดร.วิษณุ เครืองาม มาทำการปลุกเสก ทำให้ ผีธรรมนูญฟื้นขึ้นมาอีก นัยนี้ก็คือ ระบอบเผด็จการรัฐธรรมนูญจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เหตุแห่งวงจรอุบาทว์-อัปรีย์-จัญไรก็เกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ประกาศใช้ “ธรรมนูญการปกครองชั่วคราว” ประชาชนก็ไม่อะไรเช่นเดิม

ทั้งนี้ คสช.หรือผู้ปกครองเลือกที่จะเอายุทธวิธีมาก่อนยุทธศาสตร์ เป็นนายทหารที่เหลวไหลมาก เป็นคณะนายทหารที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

เลือกที่จะเอานิติศาสตร์หรือกฎหมาย หรือมาก่อนสัจธรรมและรัฐศาสตร์ หรืออุปมาดุจดัง เด็กๆ ที่ง้างคันธนูโดยไร้เป้าหมาย ก็คิดดูก็แล้วกัน

ผู้เขียนแนะนำ คสช.มาตลอดนะไม่ใช่ไม่แนะนำ แนะนำอย่างดี เช่น

คสช.เอาความถูกต้องยิ่งใหญ่ของชาติไปใช้ดีกว่าหรือที่จะใช้ที่จะเชื่อ ทีมงาน ดร.วิษณุ เครืองาม เป็นแนวทางเป็นวิธีการที่ผิดตลอดกาล ผิดทุกวินาที เป็นแนวทางหายนะของชาติ และบ้านเมืองจะยิ่งขัดแย้งมากยิ่งขึ้น และจะนำไปสู่สงครามกลางเมือง ปัญหาความขัดแย้ง 3 จังหวัดภาคใต้ ก็จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะเป็นเวลา 82 ปีแล้วยาวนานเหลือเกินที่ฝ่ายรัฐบาลตกเป็นฝ่ายรับทางการเมือง เพราะประเทศไทยมีระบอบเผด็จการรัฐธรรมนูญ ระบอบเผด็จการย่อมตกเป็นฝ่ายรับทางการเมืองอย่างเป็นไปเอง ยังไงๆ ทุกรัฐบาลก็จะตกเป็นฝ่ายรับทางการเมือง แพ้กองโจรก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน “รบที่ไหนแพ้ที่นั่น” เพราะ “กองทัพเป็นกลไกรัฐภายใต้ระบอบเผด็จการ” “กองทัพจะตกเป็นฝ่ายรับทางการเมือง รบที่ไหน แพ้ที่นั่น” นั่นเอง

แนวทางนี้ “จะร่างรัฐธรรมนูญสัก 100 ครั้ง 1,000 ฉบับ มันก็ไม่ได้ระบอบประชาธิปไตยขี้นมา แต่มันจะได้แต่ระบอบเผด็จการรัฐธรรมนูญที่ยิ่งเผด็จการมากขึ้นๆ เพราะเขียนป้องกันโน่นนี้แล้วก็ปฏิบัติไม่ได้ และไม่เกี่ยวกับประชาชนเลยแม้แต่น้อย ได้แต่บังคับประชาชนอย่างเดียว มันเป็นพระเดชที่ใช้บังคับประชาชน ส่วนพระคุณหรือหลักการปกครองโดยธรรมไม่มี

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นรัฐบุรุษอันยิ่งใหญ่ของชาติ หากทำตามองค์ความรู้นี้

องค์ความรู้สัจธรรม องค์เอกภาพกับความแตกต่างหลากหลาย จุดหมายกับวิธีการ หรือยุทธศาสตร์กับยุทธวิธี อันเป็นความถูกต้องยิ่งใหญ่ของชาติ ถูกต้องทุกวินาที

- นิพพานเป็นเอกภาพของสรรพสิ่ง และเป็นเอกภาพของ 84,000 พระธรมขันธ์ (นิพพานเป็นยุทธศาสตร์ ส่วน 84,000 พระธรรมขันธ์เป็นยุทธวิธี)

1) หลักธรรมาธิปไตย (อสังขตธรรม นิพพาน) เป็นเอกภาพของสรรพสิ่งอันแตกต่างหลากหลาย เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข สันติ และคุณธรรมทั้งปวง

- ดวงอาทิตย์ เป็นเอกภาพของดาวเคราะห์อันแตกต่างหลากหลาย

- พระรัตนตรัย เป็นเอกภาพของชาวพุทธอันแตกต่างหลากหลาย

- อันเลาะห์, พระเจ้า เป็นเอกภาพของสรรพสิ่งเป็นบ่อเกิดแห่งคุณธรรมทั้งปวง

2) ชาติ หลักอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน เป็นเอกภาพของปวงชนชาวไทยอันแตกต่างหลากหลาย

3) หลักพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ เป็นเอกภาพของปวงพสกนิกรและประชาชนอันแตกต่างหลากหลาย

4) หลักเสรีภาพบริบูรณ์ เป็นเอกภาพของปวงชนอันแตกต่างหลากหลาย

5) หลักความเสมอภาคทางโอกาส เป็นเอกภาพของปวงชน

6) หลักภราดรภาพ เป็นเอกภาพของปวงชน

7) หลักเอกภาพ เป็นเอกภาพของปวงชน

8) หลักดุลยภาพ เป็นเอกภาพของปวงชน

9) หลักนิติธรรม เป็นเอกภาพของปวงชน

ประมวลหลักธรรมและองค์ประกอบแห่งรัฐ (ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์) เป็นหลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9

ประชาชนมาก่อนนักการเมือง ผู้ปกครอง ฉันใด หลักการปกครองธรรมาธิปไตยต้องประกาศใช้ สร้าง สถาปนาก่อนกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉันนั้น

สัมพันธภาพที่ 1 หลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9 ย่อมเป็นเอกภาพของปวงชน นี่คือความถูกต้องยิ่งใหญ่ของชาติ

สัมพันธภาพที่ 2 หลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9 ย่อมเป็นบ่อเกิด เป็นเหตุ เป็นเอกภาพของกฎหมายรัฐธรรมนูญ นี่คือความถูกต้องยิ่งใหญ่ของชาติ

วัดพระแก้ว เป็นเอกภาพของวิธีการไปวัดพระแก้วอันแตกต่างหลากหลาย เช่น เดิน วิ่ง ขี่จักรยาน รถยนต์ เป็นต้น

หลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9 ย่อมเป็นเอกภาพของชาติ ย่อมเป็นเอกภาพของทุกคน ทุกองค์การ ทุกองค์กร ทุกสถาบัน

ชาติ ประชาชนย่อมขึ้นต่อหลักการปกครองธรรมาธิปไตย ดุจดังดาวเคราะห์ขึ้นตรงต่อดวงอาทิตย์

ศาสนา ย่อมขึ้นตรง ยอมรับ ใช้หลักธรรมาธิปไตย

พระมหากษัตริย์ยิ่งใหญ่ ทรงยอมรับ ใช้ ขึ้นต่อหลักการปกครองธรรมาธิปไตย

องค์คุณของชาติที่สมบูรณ์ยิ่ง คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9

เหล่านี้คือความถูกต้องยิ่งใหญ่ของชาติและประชาชนทุกวินาที ตลอดกาล เพื่อการปฏิวัติองค์ความรู้ใหม่ที่ยิ่งใหญ่ของแผ่นดินช่วยกันแชร์ ช่วยกันให้องค์ความรู้ แผ่กระจายด้วยความเมตตา เมตตาให้มากที่สุด

อ่านมาถึงตรงนี้ ท่านผู้อ่านทั้งหลายย่อมรู้ได้แล้วว่า คสช.เดินหลงทางเข้าสู่ยุคมืดเช่นเดิม เข้าสู่วงจรอุบาทว์-อัปรีย์-จัญไร เช่นเดิม และแล้ว ประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองเมื่อใด ระบอบเผด็จการรัฐธรรมนูญ โดยมีเงาคือระบอบทักษิณ ก็จะฟื้นคืนชีพทันที เพราะพวกเขามาจากรากฐานความคิดลัทธิเผด็จการรัฐธรรมนูญนั่นเอง

กำลังโหลดความคิดเห็น...