xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

บันทึกคำให้การ “ยิ่งลักษณ์-วิเชียร-ถวิล” ใครโกหก ใครพูดความจริง?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ -ก่อนหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย 1 วัน ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2557 ได้มีบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ 3 คนเข้าให้การต่อองค์คณะตุลาการ ซึ่งคำให้การของทั้ง 3 บุคคลได้สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนในทุกแง่มุมว่าใครพูดความจริงและใครพูดโกหก

3 คนที่ว่านั้นคือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายถวิล เปลี่ยนศรี และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

“การโยกย้ายยึดหลักบริหารราชการแผ่นดิน ในกรณีนี้ได้มอบอำนาจสั่งการ กำหนดแผนงานบุคลากร ให้กับรองนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ดูแลความมั่นคง รับผิดชอบงานในสภาความมั่นคง(สมช.) ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ส่วนสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ น.ส.กฤษณา สีหรัตน์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบ

เรื่องโยกย้าย ไม่ได้แทรกแซง เพราะมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ ไม่มีพฤติกรรมที่วางแผนเป็นระบบเป็นขั้นตอน ไม่ได้ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม ไม่ได้คำนึงถึงเครือญาติ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หย่าขาดกับคุณหญิงพจมานเรียบร้อยแล้ว และการหย่าร้างก็ไม่ได้มีผลในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้าย พิสูจน์ได้ว่า แม้วันนี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ จะเกษียณแล้วก็ไม่มีชื่อมานั่งเป็นรัฐมนตรีแต่อย่างใด”

การย้าย พล.ต.อ.วิเชียร เป็นเรื่องของ พล.ต.อ.โกวิท รองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ตนทราบล่วงหน้าเพียงว่ามีการทาบทามกันแล้วและ พล.ต.อ.วิเชียร สมัครใจ และตอนย้ายก็ไม่ได้มองถึงตำแหน่งในวันข้างหน้า ซึ่ง พล.ต.อ.โกวิท อยากให้มาดูแลความมั่นคง ส่วนต่อมาย้ายไปเป็นปลัดคมนาคม ก็เพราะ รมว.คมนาคมทาบทาม ซึ่งเป็นดุลพินิจของ รมต. แต่ละคน และเป็นย้ายในฤดูกาล

ส่วนกรณีนายถวิล ไม่ทราบเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนที่มีการอ้าง เพราะเป็นเรื่องของรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ซึ่งตนก็ไมได้สอบถามอะไร เพราะถือว่าได้มอบหมายกันไปแล้ว ซึ่งในการพิจารณาแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เป็น ผบ.ตร. ตนทำหน้าที่ตามกฎหมายในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ตช.) ที่มอบให้ใครไม่ได้ ในการเสนอชื่อ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ตช. เท่านั้น ไม่ได้ทำในฐานะเป็นเครือญาติ เพราะถ้าเสนอแล้วคณะกรรมการ ก.ตช. ไม่เอาด้วย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ก็เป็น ผบ.ตร. ไม่ได้ ซึ่งตอนพิจารณา พล.ต.อ.วิเชียร เลขาฯ สมช. ในขณะนั้นเป็นกรรมการ ก.ตช. ด้วยก็โหวตสนับสนุน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์

อย่างสมัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก.ตช. ก็เสนอชื่อ พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ เป็น ผบ.ตร. แต่คณะกรรมการ ก.ตช. ไม่เห็นด้วยก็ต้องตกไป ซึ่งส่วนตัวไม่ได้เอาเรื่องความคิดต่างมาเป็นปัญหา อย่างตอนมีการเสนอตั้ง พล.อ.อักษรา เกิดผล บุตรชายของ พล.อ.สายหยุด เกิดผล ที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างจากรัฐบาลเป็นเสนาธิการทหารบก และเลขากองอำนวยการความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. ดิฉันก็เห็นชอบ” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

นายถวิล เปลี่ยนศรี

“การโยกย้ายตนเองไม่เป็นธรรม ก่อนย้าย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ออกมาตำหนิการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มี พล.ต.อ.วิเชียร เป็น ผบ.ตร. กรณีปล่อยให้มีการเปิดบ่อนการพนัน ซึ่งตนได้พบกับ พล.ต.อ.วิเชียร เวลานั้นก็ยังพูดว่า “พี่หวิน ผมไม่มาตำแหน่ง สมช. ขอให้สบายใจได้จะสู้อยู่ที่นั่น” ตนก็บอกกับ พล.ต.อ.วิเชียรว่า “ดีแล้ว และไม่ต้องกลัว เพราะท่านไม่ได้ทำผิดอะไรและมีกฎหมายคุ้มครองอยู่” แต่ไม่นานหลังจากนั้นก็มีการย้ายตน เพื่อให้ พล.ต.อ.วิเชียร มาดำรงตำแหน่ง เปิดทางให้ตำแหน่ง ผบ.ตร. ว่าง และมีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ซึ่งถ้านับเวลาที่รัฐบาลดำเนินกระบวนการในการปรับย้ายตน ไปจนถึงแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ใช้เวลาเพียงแค่ 2 เดือนก็แล้วเสร็จเรียบร้อย

ถ้าหากจะเอาการย้ายของผมไปเทียบกับการย้าย พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา อดีตเลขาฯ สมช. ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีสมัยนายอภิสิทธิ์แล้ว นายอภิสิทธิ์มีการทำงานร่วมกับ พล.ท.สุรพล หลังเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ นาน 7-8 เดือนจึงย้าย แต่ของผมรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาประมาณวันที่ 25-27 ส.ค. 54 มีมติคณะรัฐมนตรีย้ายตนในวันที่ 6 ก.ย. รวมเวลาดำเนินการไม่ถึง 15 วันด้วยซ้ำ

ไม่ทราบว่าเป็นการแทรกแซงก้าวก่ายหรือไม่ แต่เห็นว่าเกี่ยวพันกัน เป็นลักษณะการแบ่งงานกันทำ ถ้าไม่เอาผมออกก็ไม่สามารถโอน พล.ต.อ.วิเชียร มาดำรงตำแหน่งเลขาฯ สมช. ได้ และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ก็ไม่สามารถขึ้นเป็น ผบ.ตร. ได้ โดยก่อนย้าย นายกฯ มีการให้สัมภาษณ์สื่อว่าจะคุยกับผม แต่ที่สุดก็เป็น พล.ต.อ.โกวิท ที่เป็นผู้มาแจ้งกับผมว่าจะให้ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ ขัดข้องหรือไม่ ก็ได้บอกไปว่า “ด้วยความเกรงใจท่าน แต่ผมขอใช้สิทธิต่อสู้ทางกฎหมายต่อไป”

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี

“ย้ายไปเป็นเลขาฯ สมช. ด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ ขู่เข็ญ ต่อรองแต่อย่างใด ซึ่งเกิดจากน้อยใจที่ถูก ร.ต.อ.เฉลิม รองนายกรัฐมนตรี ตำหนิอย่างรุนแรงจากเหตุตำรวจปล่อยให้มีบ่อนซ่อง จึงได้ปรึกษากับ พล.ต.อ.โกวิท รองนายกฯ ว่าไม่สามารถทำงานกับผู้บังคับบัญชาแบบนี้ได้ ส่วนนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เคยทาบทาม ไม่เคยยื่นเงื่อนไข และไม่เคยแทรกแซงการโยกย้ายแต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมาการดำรงตำแหน่งต่างๆ หลายตำแหน่งขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาพิจารณา ไม่ยึดติดตำแหน่ง แต่เมื่อได้รับมอบหมายหน้าที่ก็พร้อมทำเต็มที่ ความตั้งใจคืออยากเกษียณในตำแหน่งหัวหน้าตำรวจพระราชสำนัก ซึ่งตนไม่ได้ยึดกับตำแหน่ง แต่ตั้งใจจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ยอมรับว่า ก่อนย้ายมาเป็นเลขาฯ สมช. เคยได้พูดคุยกับนายถวิล เพราะคุ้นเคยกัน เนื่องจากเรียนที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และเมื่อย้ายมาเป็นเลขาฯ สมช. ก็เสียใจที่ทำให้นายถวิลเดือดร้อน แม้ผมจะมีอายุมากกว่า แต่เมื่อเจอหน้ากันก็ได้ยกมือไหว้และขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน


พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี
นายถวิล เปลี่ยนศรี
กำลังโหลดความคิดเห็น