xs
xsm
sm
md
lg

รถไฟสายสีเขียว ประมูล2.6หมื่นล้าน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

บอร์ดรฟม.เคาะประมูล 4 สัญญา สร้างรถไฟฟ้าสีเขียวเข้ม (หมอชิต-คูคต) 2.65 หมื่นล. ชงครม.หวังขายซองต้นปี56 พร้อมเดินหน้าแผนจัดการหนี้เงินเยน 8 หมื่นล. CFO เผย ตกลงร่วมสบน.ใช้ 2 รูปแบบ สว๊อปและรีไฟแนนซ์ เชื่อใน 2 ปีการเงินมั่นคงลดขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน เตรียมรีไฟแนนซ์ก้อนแรก หมื่นล.

นางสาวรัชนี ตรีพิพัฒน์กุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด)การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดรฟม. เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม มีมติเห็นชอบการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ระยะทาง 19.5 กิโลเมตร ค่าก่อสร้าง 26,569 ล้านบาท โดยแบ่งงานเป็น 4 สัญญา ประกอบด้วย 1 สัญญาก่อสร้างช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 12 กิโลเมตรวงเงิน 14,207ล้านบาท 2 สัญญาก่อสร้างช่วงสะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 7.5 กิโลเมตร วงเงิน 6,115 ล้านบาท 3. สัญญาก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงและพื้นที่จอดรถไฟฟ้า (Depo)วงเงิน 3,638 ล้านบาท และ4. สัญญาระบบราง วงเงิน 2,609 ล้านบาท โดยจะส่งเรื่องไปกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติประกวดราคาในต้นปี 2556

ส่วนปัญหาการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ขณะนี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) ของ รฟม.อยู่ระหว่างทำแผนบริหารความเสี่ยงหนี้เงินกู้สกุลเยน กว่า 80,000 ล้านบาท พร้อมทั้งแผนเพิ่มรายได้ ซึ่งปี 2554 รฟม.ประสบกับการขาดทุนสะสมถึง 35,066 ล้านบาท โดยขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนถึง 10,000 ล้านบาท ส่วนในปี 2555 (ต.ค.54-ก.ย.55) ขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 35,711ล้านบาทซึ่งค่าเงินเยนผันผวนตลอดเวลา ในขณะที่หน้าที่หลักของ รฟม.คือการก่อสร้างรถไฟฟ้า 6 สายให้เป็นไปตามแผนงาน จึงต้องแก้ความเสี่ยงเงินกู้ในระยะยาวเพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายว่าจะต้องสร้างรายได้เพิ่มและทำให้ผลประกอบการมีกำไรต่อไปโดยตั้งเป้าว่าสุดท้าย รฟม.จะต้องมีกำไร เนื่อง จากที่ผ่านมา รฟม.ไม่มีผู้รับผิดชอบด้านนี้โดยตรงและเน้นแต่เรื่องการก่อสร้างระบบรางให้เป็นไปตามแผนของรัฐบาล

ด้านนายธนสาร สุรวุฒิกุล CFO รฟม.กล่าวว่า ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)ได้แนะวิธีบริหารความเสี่ยงหนี้เงินกู้สกุลเยนที่รฟม.กู้จากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) 2 รูปแบบ คือ 1. วงเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ 0.75% ประมาณ 70,000 ล้านบาท จะทำการ Cross Currency Swap หรือ การตกลงกับธนาคารภายในประเทศเข้ามาบริหารหนี้ให้ซึ่งจะทำให้เงินกู้ส่วนหนี้สว๊อปเป็นเงินบาท โดยธนาคารเป็นผู้บริหารจัดการ มีข้อดีเพราะจะลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนลง โดยจะทยอยปรับตามภาวะตลาดที่เหมาะสม 2. วงเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง 2.7% ประมาณ 10,000 ล้านบาท จะรีไฟแนนซ์โดยสบน.จัดหาแหล่งเงินในประเทศมาใช้คืนไจก้าทั้งหมดคาดว่าจะดำเนินการได้ในไตรมาสที่ 2ของปี 2556 โดยภายใน 2 ปีนี้เชื่อว่าภาวะทางการเงินของรฟม.จะไม่มีความเสี่ยงและมีความมั่นคงมากขึ้นเนื่องจากหลังจากนี้จะใช้เงินกู้ในประเทศก่อสร้างรถไฟฟ้าเป็นหลัก

ทั้งนี้ ในปี 2554 รฟม.ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 9,187 ล้านบาท ส่งผลให้มีรายจ่ายรวมถึง 11,827 ล้าน ขณะที่มีรายได้รวม 554 ล้านบาท บาท จึงต้องขาดทุนกว่า 12,000 ล้านบาท ส่วนปี 2555 เงินเยนอ่อนค่า ทำให้รฟม.มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 8,000 ล้านบาทส่งผลให้มีรายได้รวม 8,500 ล้านบาท รายจ่าย9,200 ล้านบาท จึงขาดทุนเพียง 674 ล้านบาท