xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

แก้ว พงษ์ประยูร เหรียญนี้เพื่อแม่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ -จากนักมวยที่ถูกตัดออกจากทีมเอเชี่ยนเกมส์ที่โดฮา จากนักชกที่เคยถูกขึ้นป้ายว่า “คนไม่สำคัญ” จนทำให้เจ้าตัวถึงกับถอดใจและเกือบอำลาทีมชาติ แต่โอกาสที่ได้มาอีกครั้งในลอนดอน 2012 “แก้ว พงษ์ประยูร” ไม่ทำให้มันสูญเปล่าเขากลายเป็นนักชกไทยเพียงรายเดียวใน “ศึกกำปั้นโอลิมปิก” ที่คว้าเหรียญรางวัลมาคล้องคอได้สำเร็จและในวันนี้แก้วได้กลายเป็นหนึ่งในตำนานกำปั้นโอลิมปิกที่คนทั้งประเทศต้องจดจำ

แต่เหนือสิ่งอีกใดก็คือ ทันทีที่แก้วลงจากเวทีการชกไลท์ฟลายเวตในพิกัดน้ำหนักไม่ เกิน 49 กก. พร้อมชัยชนะเหนือคู่ชกจากบัลแกเรีย อเล็กซานดรอฟ อเล็กซานดรา 16-10 หมัดพร้อมการันตีว่าลอนดอนเกมส์หนนี้ นักชกไทยจากกำแพงเพชร ได้เหรียญรางวัลคล้องคอกลับบ้านอย่างแน่นอน เมื่อเจอกับสื่อมวลชนไทย ประโยคแรกที่แก้วฝากไปให้ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ตำบลวังทองคือ "แม่ครับผมทำได้แล้ว ผมเอาเหรียญโอลิมปิกมาฝากแม่ได้แล้ว"

เป็นประโยคสามัญที่เต็มไปด้วยความยินดีจากลูกผู้ชายคนหนึ่งอยากมอบให้กับมารดาผู้เป็นที่รัก

เฉกเช่นเดียวกับความรักที่ “นางมะลิ พงษ์ประยูร” ผู้เป็นแม่แสดงต่อแก้วก็สะท้อนให้เห็นความผูกพันระหว่างแก้วกับแม่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการใส่นวมเชียร์ในขณะที่แก้วขึ้นชก และอีกสารพัดสารพันที่นางมะลิและครอบครัวทำเพื่อส่งแรงใจให้กับแก้ว กระทั่งนางมะลิได้กลายเป็นขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศไม่ต่างอะไรจากผู้เป็นลูกเลยทีเดียว

แน่นอน เรื่องราวความรักของแก้วกับผู้เป็นแม่นั้นเป็นสิ่งที่คนไทยจะจดจำอย่างไม่มีวันลืม เพราะถ้าไม่มีแม่ ก็ไม่มีนักชกเหรียญโอลิมปิกที่ชื่อแก้ว เพราะก่อนหน้าที่ "แก้ว" จะมีวันแห่งความสำเร็จได้เช่นนี้ เขาคิดแขวนนวมมาแล้วครั้งหนึ่งหลังรู้สึกว่าไม่เป็นที่ต้องการในทีมชาติจากการคัดตัวเพื่อเข้าร่วมเอเชี่ยนเกมส์ ที่กวางโจว

วัย 32 ปี แก้ว พงษ์ประยูร หรือ เกตุแก้ว ว.ถิ่นทัพไทย นั้นผ่านการชกบนสังเวียนมวยไทยมากว่าร้อยไฟท์ จนกระทั่งโค้ชทีมชาติ อาจารย์ กามนิต นารีรักษ์มาเห็นฟอร์มการเล่นเลยทาบทามให้มาชกมวยสากลสมัครเล่นและได้กลายเป็นจุดกำเนิดของ “แก้ว” บนสังเวียนเสื้อกล้ามที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์จนกระทั่งมีประวัติต่อท้ายในฐานะ เจ้าของ เหรียญทองซีเกมส์ สี่สมัย (2005, 2007, 2009 และ 2011) เหรียญเงินหนึ่งสมัย (2003) และเหรียญทองแดงอีกหนึ่งสมัย (2001) แต่ถึงแม้จะมีประวัติในระดับเกรดเอมาโดยตลอด “แก้ว” ยังเป็นเพียง “คนไม่สำคัญ” ภายในแคมป์ทีมชาติ

เมื่อการแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักมวยเพื่อไป “เอเชี่ยนเกมส์ที่กวางโจว” แก้ว ต้องพ่ายคะแนนให้กับเพื่อนร่วมแคมป์ทีมชาติ “อำนาจ รื่นเริง” ชนิดที่เจ้าตัวรับไม่ได้เมื่อความฝันที่จะได้สัมผัสเอเชี่ยนเกมส์สักครั้งของนักชกจากกำแพงเพชร กลายเป็นฝันสลายเขาตัดสินใจออกจากแคมป์ทีมชาติ กลับไปอยู่กับครอบครัวพร้อมประกาศอำลาวงการ

ในวันเวลาดังกล่าวแก้ว รู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกถล่มลงมาตรงหน้า สุดท้าย "แก้ว" ตัดสินใจเก็บกระเป๋าจากค่ายนักกีฬามุ่งหน้ากลับไปหาครอบครัวที่จังหวัดกำแพงเพชร ที่ครอบครัว ทั้งพ่อแม่ ภรรยา และ พี่น้องรอให้กำลังใจ

แก้ว เผยถึงช่วงเวลาดังกล่าวว่า "พอกลับไปถึงบ้าน ทุกคนในครอบครัวไม่ถามอะไรที่ทำให้เราไม่สบายใจ มีเพียงแม่ที่บอกกับผมว่าให้ใจเย็นๆ แล้วลงทบทวนอีกครั้งว่าตัดสินใจถูกหรือไม่"

คำพูดของแม่ ได้สะกิดเตือนให้แก้วรู้สึกตัวว่าความฝันในฐานะนักมวยทีมชาติของตนเองนั้นยังไม่จบ เขาต้องกลับไปเพื่อพิสูจน์ตนเองและในวันที่กลับใจเข้าค่ายอีกครั้ง แก้วได้ให้สัญญากับแม่ว่าจะต้องไปให้ถึงโอลิมปิก และ คว้าเหรียญรางวัลมาฝากแม่ให้ได้
เขาจึงกลับไปพิสูจน์ตนเองอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่สิทธิในการเข้าร่วมโอลิมปิก 2012

หลังตัดสินใจหวนคืนมาสวมเสื้อกล้าม และ เข้าค่ายทีมชาติเพื่อฝึกซ้อมอีกครั้ง แก้ว อยู่ในวัยที่เกือบถึงโค้งสุดท้ายของชีวิตนักมวยทีมชาติหากเขาใช้ประสบการณ์ทั้งหมดพิสูจน์ให้ผู้ใหญ่ในสมาคมฯเห็นว่ากำปั้นของเขานั้นหนักไม่แพ้ใครด้วยการเป็นนักมวยไทยรายแรกที่คว้าโควต้าลอนดอน 2012 หลังเอาชนะ ซาลมาน อาลีซาดา นักชก อาเซอร์ไบจาน ไปแบบขาดลอยในการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิมแชมป์โลก “ไอบา เวิลด์ แชมเปี้ยนชิป” และได้สิทธิขึ้นเวทีโอลิมปิกครั้งที่ 30

แน่นอนว่า ลอนดอนเกมส์ คือโอลิมปิกครั้งแรก และครั้งสุดท้ายขอจ่าสิบเอก แก้ว พงษ์ประยูร ทางข้างหน้ามีแต่ต้องลุยต่อไปอย่างเดียวโดยไม่หันหลังกลับและดูเหมือนว่าเทพีแห่งโชคจะยืนอยู่เคียงข้างนักชกหนุ่ม เมื่อผลการจับสลากประกบคู่ในวันที่ 27 กรกฎาคมก่อนพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกจะเริ่มขึ้นนั้นสายการแข่งขันของแก้ว ดูจะเป็นเส้นทางสู่เหรียญรางวัลที่ง่ายกว่าเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนอย่าง ฉัตรชัย บุตรดี และ สายลม อาดี

ความที่เป็นมวยไฟท์เตอร์ เดินหน้าเข้าชนโดยตลอดทำให้แก้ว ผ่านรอบแรกไปแบบไม่ต้องลุ้นหลังเอาชนะ ฟลิสซี่ โมฮัมหมัดจาก อัลจีเรียไป19-11 หมัด และในรอบ 16 คนสุดท้ายที่ทั้ง ฉัตรชัย และ สายลม พากันตกรอบไปหมดแล้วนั้น แก้ว ขึ้นชกแบบไม่แสดงอาการวิตกกังวลให้เห็นเอาชนะ คาร์ลอส กุยโป ปิลาตาซี่ ไปด้วยสกอร์ 10-6 หมัด ทะลุถึงรอบ 8 คนสุดท้ายได้สำเร็จ จากนั้นในการแข่งขันในวันพุธที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) แก้ว ขึ้นชกกับ อเล็กซานดรอฟ อเล็กซานดาร์ นักมวยจากบัลแกเรีย ที่เคยพ่ายให้กับสมจิตร จงจอหอมาแล้ว และ ในหนนี้ เล็กพริกขี้หนูอย่างแก้ว ก็ตอกย้ำความหนักหน่วงของกำปั้นไทยให้กับ อเล็กซานดอร์ฟ ซึ่งนั่นหมายถึง เหรียญทองแดง โอลิมปิกมาอยู่ในมือของ “แก้ว” แล้วอย่างแน่นอน

เมื่อกลายเป็นนักมวยเพียงคนเดียวของทีมโอลิมปิก 2012 ที่คว้าเหรียญรางวัลมาคล้องคอได้ “แก้ว” ได้เผยความรู้สึกกับผู้สื่อข่าวว่า “กว่าผมจะได้เหรียญนี้มาครองต้องใช้เวลารอถึง 12 ปี ทั้งหมดเป็นเพราะความมุ่งมั่นและไม่ยอมท้อถอย แน่นอนว่าบนเส้นทางของการแข่งขันนั้นมีอุปสรรคเข้ามาบ้างแต่สุดท้ายแล้วผมก็สามารถผ่านมันมาได้”

แผนอนาคตของ “ฮีโร่โอลิมปิก” รายนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ใหญ่ในสมาคมฯ โดยแก้วเผยว่า “ตั้งใจไว้ว่าถ้าทางผู้ใหญ่ในสมาคมเห็นความสามารถที่จะให้รับใช้ชาติในทัวร์นาเมนท์อื่นและร่างกายเรายังไหวผมเองก็คงต้องขึ้นชก แต่ถ้ามีรุ่นน้องที่แกร่งกว่าและดีกว่าผมคงต้องหลีกทางให้ แต่ใจจริงแล้วผมอยากเป็นโค้ชให้กับทางสมาคมเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาน่าจะเป็นประโยชน์กับรุ่นน้องไม่น้อย ซึ่งทั้งหมดนี้คงต้องให้ทางผู้ใหญ่พิจารณา”

นอกจากฝันที่จะมีโอกาสรับใช้ทีมชาติในฐานะโค้ชแล้ว “แก้ว” ยังตั้งความหวังที่จะกลับไปติดยศร้อยตรี หลังจบการแข่งขันโอลิมปิกในหนนี้ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า “มีผู้ใหญ่ได้ประสานกับทางสมาคมมาแล้วซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ความสำเร็จที่มีได้ในวันนี้อยากขอบคุณใครบ้าง แก้วตอบว่า “อยากขอบคุณพ่อแม่ญาติพี่น้อง และ ครอบครัวที่คอยให้กำลังใจมาโดยตลอด นอกจากนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกสมาคมฯ พลเอก บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ที่ให้ความสนับสนุนจนผมมีวันนี้ได้ และท้ายที่สุดขอบพระคุณพี่น้องชาวไทยทุกท่านที่ส่งกำลังมาเชียร์จนผมประสบความสำเร็จ”

ก่อนที่การพูดคุยสั้นๆกับ “ฮีโร่โอลิมปิก” คนใหม่จะจบลง ผู้สื่อข่าวให้แก้ว ทิ้งข้อคิดสำหรับนักกีฬารุ่นน้องที่ต้องเจอปัญหาและอุปสรรคทั้งจากในและสนาม ซึ่งแก้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดีว่า "น้องๆในวงการกีฬานั้นเราต้องไม่ท้อ ตั้งใจฝึกซ้อม อย่าทิ้งความฝัน และ ความมุ่งมั่นของตนเองสักวันหนึ่งจะประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกับที่ผมเป็นในวันนี้

กล่าวสำหรับความรักความผูกพันระหว่างแก้วกับแม่ รวมถึงครอบครัวแล้ว ต้องบอกว่า มีส่วนสำคัญที่ทำให้แก้วมีวันนี้

ทั้งนี้ ความน่ารักประการสำคัญที่คนไทยได้เห็นก็คือ ภาพครอบครัวของแก้วที่ให้กำลังใจทั้งก่อนและหลังที่แก้วจะขึ้นชกบนสังเวียน ทั้งผู้เป็นพ่อคือ “นายคำ พงษ์ประยูร” และ “นางมะลิ พงษ์ประยูร” ผู้เป็นแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้เป็นแม่นั้นเรียกได้ว่า ทั้งลีลาการพูดและการกระทำของนางมะลินั้น ไม่ว่าใครก็ตามที่เห็นย่อมรับรู้ถึงความรัก ความอบอุ่นที่มีอยู่ในครอบครัวพงษ์ประยูรได้เป็นอย่างดี

ทั้งการใส่นวมเชียร์ในขณะที่แก้วขึ้นชก ทั้งการตักบาตรเหรียญทองเพื่อให้แก้วได้เหรียญรางวัลมาคล้องคอ รวมทั้งอีกสารพัดสารพัน กระทั่งนางมะลิได้กลายเป็นขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศในลีลาท่าทางการเชียร์ลูกชายในขณะที่ขึ้นชก

“รู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นเด็กชอบมวยมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ชอบเล่นชกมวยกับแม่และหมัดขวาหนัก เผลอปิดป้องไม่ทันเมื่อไหร่ ยิ่งถูกลูกชายชกจนขอบตาเขียว เมื่อกลับมาก็อยากจะขอให้ลูกพอแล้วกับชีวิตนักมวย”

นั่นคือความรู้สึกของผู้เป็นแม่ที่มีต่อฮีโรโอลิมปิกขวัญใจชาวไทยคนล่าสุด

4 สิงหาคม... นางมะลิและพี่สาวได้ตื่นขึ้นมาทำกับข้าวเพื่อเตรียมใส่บาตรพระตั้งแต่เช้า โดยแม่ของแก้วทำอาหารประกอบด้วยปลาทูทอด แหนมทอด ผัดหัวไชโป๊หวานใส่ไข่ หัวหมูนิ่งพร้อมน้ำจิ้ม ส่วนของหวานมีข้าวต้มมัด กล้วยหอม นมกล่องพร้อมทั้งข้าว น้ำ ดอกไม้และซองปัจจัย

ทั้งนี้ อาหารทั้งหมด นางมะลิบอกว่า อาหารทั้งหมดนั้น เคยทำให้แก้วรับประทานเป็นประจำ เพราะแก้วชอบ จึงตั้งใจทำใส่บาตรพระ แก้วจะได้มีชัยชนะ

ที่เด็ดไปกว่านั้นก็คือ นางมะลิและทางครอบครัวของแก้วได้นำรูปถ่ายของยาย ย่าและทวดของแก้ว ออกมาวางที่โกศบรรจุกระดูกของยายทองใบ จันสี พร้อมทั้งนำเครื่องเซ่นเป็นอาหารคาวหวานหลายชนิดมาตั้งเพื่อเซ่นไหว้เพื่อขอพรจากบรรพบุรุษให้เป็นสิริมงคล

“คืนนี้แก้วก็ต้องชนะอย่างแน่นอน”

ขณะที่ในช่วงตอนกลางวันระหว่างนั้น แม่มะลิ จะปั้นตุ๊กตานักมวยด้วยปูนซีเมนต์ ท่าทางตั้งการ์ดมวย สูงประมาณหนึ่งศอก โดยจะแขวนเหรียญทองห้อยคอให้ตุ๊กตานักมวยด้วย แม่มะลิถือเป็นการเอาเคล็ดว่าแก้วจะต้องได้เหรียญทอง โดยแม่มะลิตั้งใจปั้นตุ๊กตาให้เสร็จก่อนวันที่แก้วจะขึ้นชกชิงเหรียญทอง

9 สิงหาคม .....ก่อนหน้าที่แก้วจะขึ้นชกรอบชิงเหรียญทองแดง นายคำและนางมะลิ รวมทั้งญาติพี่น้องได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรที่บริเวณหน้าบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยในวันนี้แม่มะลิแกงฟักทองใส่หมูเป็นอาหารคาว พร้อมให้เหตุผลที่มีความหมายว่า แก้วจะได้เหรียญทองแบบหมูๆ ส่วนผลไม้เป็นกล้วยหอมเพราะชกครั้งนี้จะชนะเหมือนปอกกล้วย นอกจากนั้นยังมีดอกไม้เป็นดอกดาวเรืองหมายถึงความเฟื่องฟูและรุ่งเรือง

ที่สำคัญที่สุด คราวนี้แม่มะลิ ใส่บาตรด้วยช็อกโกแลตรูปเหรียญทอง โดยด้านหน้าของเหรียญซึ่งเป็นกระดาษสีทองมีตัวเลข 1 คือชัยชนะอันดับ 1 และมีภาษาอังกฤษคำว่า HERO อยู่ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้แม่มะลิบอกว่าเป็นเคล็ดที่จะทำให้แก้วได้รับชัยชนะจนคว้าเหรียญทอง

เมื่อถึงคืนขึ้นชกของลูกชาย วันที่ 9 ส.ค. เวลา 02.00 น. พ่อกับแม่ของแก้ว ได้จุดธูปที่โกศบรรจุอัฐิของยายทองใบ จันสี และนำรูปถ่ายของทวด ย่า และยายมาตั้งเรียงกันแล้วนำเครื่องเซ่นไหว้หลากหลายชนิดมาเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ทั้งสองยังจุดธูปคนละ 9 ดอก และถือแก้วมังกรคนละลูกเพื่อเอาเคล็ดว่าถ้าเซ่นไหว้ด้วยแก้วมังกร แก้วจะได้ยิ่งใหญ่เหมือนมังกร และได้รับชัยชนะจนถึงเหรียญทอง นอกจากนั้นยังมีสับปะรดซึ่งจะทำให้แก้วมีหูตารอบตัวรับมือคู่ต่อสู้ได้

และเมื่อถึงเวลาชก นางมะลิได้ใส่นวมออกมาเชียร์ ท่ามกลางความเฮฮาของประชาชนที่ไปเชียร์ ไม่คิดว่าแม่มะลิจะใส่นวมออกเชียร์แก้ว และทันทีที่ถึงเวลาชกในยกแรก แม่มะลิไม่นั่งเชียร์เหมือนทุกครั้ง คราวนี้ออกชกตามแก้วที่หน้าจอโปรเจคเตอร์ตั้งแต่วินาทีแรก หลังจากหมดยกคนที่นั่งข้างๆ ต้องให้น้ำแม่มะลิเหมือนนักมวย

เช่นเดียวกับยกแรกแม่มะลิออกชกซ้ายชกขวา ส่วนกองเชียร์ก็ส่งเฮลั่นเมื่อแก้วชกเข้าเป้า ทำให้บรรยากาศที่บ้านของเสียงดังสนั่นลั่นทุ่ง ต่างคนต่างไม่สนใจจดจ้องอยู่ที่จอโปรเจคเตอร์ดูการชกอย่างเดียว เมื่อหมดยกที่ 2 คะแนนของแก้วนำ ประชาชนที่ไปเชียร์ส่งเสียงเฮลั่น ส่วนในยกที่ 3 การชกของแก้วเป้าเด่นชัด ยิ่งเพิ่มเสียงเฮดังขึ้นเป็นระยะ ส่วนแม่แก้วก็ยังคงออกมาชกอยู่หน้าจอโปรเจคเตอร์ตามหมัดของแก้ว และทันทีที่หมดยก ทุกคนต่างมั่นใจว่าแก้วต้องชนะแน่นอน ทันทีที่แก้วได้รับการชูมือ ลูกๆ ทุกคนต่างเข้าห้อมล้อมแม่มะลิอย่างดีใจ

หลังจากที่แสดงความดีใจกันแล้ว แม่มะลิได้ขึ้นไปกราบพระที่บนชั้น 2 ของบ้าน จากนั้นก็นำของดีที่วันนี้แม่แก้วพกติดตัวไว้ออกมาให้ดู ปรากฏว่าเป็นผ้ายันต์สีแดง ขนาดเท่าฝ่ามือ ซึ่งเป็นผ้ายันต์ของสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี วัดระฆัง โดยแม่มะลิอธิษฐานใส่ไว้ในอกเสื้อชั้นใน

แม่มะลิ เปิดเผยว่า วันนี้เล่นของ อย่างเช่นการเซ่นไหว้ก็ใช้สับปะรดซึ่งทำให้มีหูตารอบตัว ส่วนแก้วมังกรเป็นผลไม้มงคล และมีชื่อของแก้วด้วย จะทำให้แก้วยิ่งใหญ่เหมือนมังกร และผ้ายันต์ซึ่งได้มาจากการไปทำบุญก็มีความศักดิ์สิทธิ์ จึงพกติดตัวไว้ตอนเชียร์ด้วย

แม่มะลิ ยังบอกว่า ดูจากการชกในวันนี้แล้ว ในไฟต์หน้าเชื่อว่า แก้วก็ต้องชนะอีกจนได้เหรียญทองอย่างแน่นอน วันนี้แก้วสร้างความดีใจให้ทุกคนทั้งประเทศ สมกับที่แก้วรอคอยจะไปชกในโอลิมปิกมาเป็นเวลา 10 ปี วันนี้ทุกอย่างสมหวังหมดแล้ว

ในที่สุด แก้ว ก็ได้ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่เมื่อเขากลายเป็นนักมวยไทยคนแรกที่ได้สิทธิเข้าร่วมการแข่งขันลอนดอนเกมส์ และ เป็นรายสุดท้ายที่ยืนอยู่ในสายการแข่งขันลอนดอนเกมส์จนกระทั่งได้รับเหรียญรางวัล

แก้ว บอกว่า "แม่" คือบุคคลสำคัญในชีวิต เหนืออื่นใด แม่คือกำลังใจที่ทำให้เขาหันกลับมาสู้อีกครั้ง และ เหรียญรางวัลโอลิมปิกเหรียญนี้ แก้ว บอกว่า "ผมทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ได้แล้วครับ ผมเอาเหรียญโอลิมปิกไปฝากแม่ในวันแม่ได้แล้ว"

ล้อมกรอบ 1

เมื่อพี่สาวพูดถึงน้องชาย "ฮีโร่โอลิมปิก"

ในวันที่ แก้ว ขึ้นชกรอบ 8 คนสุดท้ายนั้นบ้านของพ่อแม่ที่จังหวัดกำแพงเพชร แน่นขนัดไปด้วยเพื่อนบ้านญาติพี่น้องที่ต่างส่งใจไปให้แก้ว พงษ์ประยูรที่กรุงลอนดอน และตัวแทนครอบครัว พงษ์ประยูร นางแสงดาว ได้พูดถึงน้องชายที่กลายเป็น "ฮีโร่โอลิมปิก" ไปแล้วว่า "ตอนเด็กๆ แก้วมีนิสัยน่ารัก กินเก่ง เลี้ยงอยู่ง่าย ช่วยพ่อแม่ทำงานเมื่อโรงเรียนเลิก เกือบทุกวัน ส่วนในเรื่องของการฉายแววความเป็นนักกีฬานั้น มีอยู่ในตัวเสมอ และเป็นจุดเริ่มต้นให้แก้วเข้าสู่วงการกำปั้นมวยจากงานวัดแถวบ้าน ซึ่งสิ่งนี้แก้วชื่นชอบเสมอและสมัครขึ้นชกเป็นประจำ และได้รับชัยชนะบ้าง แพ้บ้าง แต่จะหนักไปทางชนะเสียมากกว่า เลยไปชกตามงานวัดทุกเทศกาลเรื่อยมา ทำให้ไปเข้าตา อ.บุญธรรม บุญทัพชัย เป็นอาจารย์คนแรกของแก้วซึ่งอยู่ที่โรงเรียนวัชรวิทยาก็พาไปชกตามเวทีมวยต่างๆเรื่อยมา"

"จากการที่แก้วชกตามงานวัดที่ต่างๆ ก็เข้าตาต่อมาแก้วก็คือ อาจารย์หอย ค่ายมวยในอำเภอ พรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ทำให้เข้าสู่วงการมวยไทยชื่อ เกตุแก้ว ว.ถิ่นทัพไทย ต่อยประมาณ 100 ครั้ง และเคยเป็นแชมป์ชมรมมวยสยามภาคเหนือ รุ่นเล็ก จนกระทั่งโค้ชทีมชาติอย่าง อ.กามนิต นารีรักษ์มาเห็นฟอร์มการเล่นเลยทาบทามให้มาชกมวยสากลสมัครเล่นในช่วงสมัย พลเอก ทวีป จันทรโรจน์ เป็นนายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย"

แต่การเข้าสู่ทีมชาติของ แก้ว นั้นหนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเมื่อการคัดตัวนักชกไปเอเชี่ยนเกมส์ ที่กวางโจว ได้ฝากรอยแผลไว้ในใจของแก้ว ซึ่งผู้เป็นพี่สาวได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า "หลังจากไม่ได้ไปชกที่เอเชี่ยนเกมส์ แก้ว ตัดสินใจอำลาสังเวียนมวยเสื้อกล้ามไป แต่ทางผู้ใหญ่ได้ให้โอกาสน้องชายเพื่อพิสูจน์ตนเองอีกครั้งซึ่งทางบ้านก็เป็นกำลังใจให้กับแก้วมาโดยตลอดและทุกคนหวังว่าจะได้เห็นแก้วคนเดิมกลับมาซึ่งเขาก็ทำได้สำเร็จเมื่อได้โควต้าไปโอลิมปิก

"ส่วนก่อนไปแข่งขันมวยโอลิมปิกเกมส์นั้น แก้วก็ได้สัญญากับแม่ (นางมะลิ)ว่า จะเอาเหรียญโอลิมปิกมาฝากเพื่อเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมนี้ที่จะถึงนี้อีกด้วย ซึ่งถ้าน้องชายกลับมาเมื่อไหร่ แม่จะทำอาหารที่แก้วชอบไม่ว่าจะเป็นแกงไก่ น้ำพริกปลาทู รวมถึงส้มตำใส่ปลาร้าให้รับประทานด้วยกัน ส่วนเงินรางวัลนั้นแม่ยังไมได้คิดอะไรเลยว่าจะเอาไปทำอะไรเป็นพิเศษขอให้ลูกของตนคว้าเหรียญและกลับมาเห็นหน้าก็ดีใจมากแล้ว"

ล้อมกรอบ 2

ประวัติ แก้ว พงษ์ประยูร
จ่าสิบเอก แก้ว พงษ์ประยูร นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นรุ่น 49 กิโลกรัมชาย
เกิด 28 มีนาคม พ.ศ.2523 อายุ 32 ปี
พ่อ นายคำ พงษ์ประยูร อายุ 74 ปี อาชีพชาวไร่
แม่ นางมะลิ พงษ์ประยูร อายุ 68 ปี อาชีพค้าขาย
เกียรติประวัติ
- เหรียญทอง มวยสากลสมัครเล่น ชิงแชมป์โลก อาเซอร์ไบจัน 2011 (รุ่นไลท์ฟลายเวท)
- เหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 26 อินโดนีเซีย (ไลท์ฟลายเวท)
- เหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 25 สปป.ลาว (พินเวท)
- เหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ประเทศไทย (พินเวท)
- เหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ฟิลิปปินส์ (พินเวท)
- เหรียญเงินซีเกมส์ ครั้งที่ 22 เวียดนาม (พินเวท)
- เหรียญทองแดง ซีเกมส์ครั้งที่ 21 มาเลเซีย (พินเวท)

"เป็นเอก" แพ้แต่ได้ใจ - "ชนาธิป" ทองแดงนี้เพื่อคนไทยทั้งประเทศ

แม้ว่า "เจ้าไอ" เป็นเอก การะเกตุ จะทำได้เพียงแค่เกือบสัมผัสเหรียญทองแดง ขณะที่ "น้องเล็ก" ชนาธิป ซ้อนขำ เกือบจะได้ถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนที่สุดท้ายจะมาสู้ในรองชิงทองแดง และได้เหรียญรางวัลโอลิมปิกไปครองสมใจ ทั้งหมดนี้คือการทุ่มเทอย่างสุดตัวของดาวรุ่งแห่งวงการเทควันโดไทย และเรียกว่าได้ใจกองเชียร์ทั้งประเทศ โดยในรายของ "เจ้าไอ" นั้นแม้จะพ่ายให้กับนักเทควันโดจากเกาหลีใต้ตั้งแต่รอบแรก หากโอกาสที่กลับมาอีกครั้งหลัง ลี แด ฮุน เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศทำให้ เป็นเอก ได้สิทธิลงแข่งเพื่อชิงเหรียญทองแดง การต่อสู้ของเด็กหนุ่มวัย 22 ปีได้เริ่มต้นอีกครั้งและเขาก็เกือบจะไปถึงเหรียญโอลิมปิกแรกในชีวิต แต่ด้วยกฎกติกา รวมไปถึงโชคดวงที่ดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับเจ้าไอ ที่สุดแล้ว ตัวเก็งเหรียญรางวัลของสมาคมเทควันโด ไม่สามารถไปถึงเป้าหมายได้

แน่นอนว่าเจ้าตัวผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง หลังพ่ายให้กับคู่ชิงทองแดง มูนอซ โอเวียโด จากโคลัมเบีย นิสิตจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆว่า “วันนี้ผมพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ให้ได้ หลังแพ้ในรอบแรก ผมก็ตั้งความหวังว่าตนเองจะต้องคว้าเหรียญทองแดงมาครอง แต่ดูเหมือนชัยชนะจะไม่ได้อยู่ข้างเราและผมก็ยอมรับผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น” เป็นเอกยังกล่าวในการให้สัมภาษณ์หลังแข่งด้วยว่า “การลงสนามในครั้งนี้เพื่อพ่อและแม่หวังจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ท่านได้ภูมิใจ” สำหรับอนาคตต่อจากนี้ เป็นเอก กล่าวสั้นๆว่า “ผมไม่คิดว่าผมจะมีโอกาสได้เข้าร่วมการแข่งขันในโอลิมปิกอีกแล้ว”

แม่บงกช ภัทรดิลก ได้ออกมาปลอบใจลูกชายและไม่อยากให้ถอดใจเพื่อกลับมาแก้ตัวใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้า "ของแบบนี้เป็นเรื่องของเกมกีฬามีแพ้มีชนะลูกได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้วก็อยากให้สู้ต่อไปในอีก 4 ปีข้างหน้าที่ บราซิล" ส่วนพ่อ กิตติ การะเกด กล่าวว่า "พ่อก็เสียใจที่ลูกไม่สามารถคว้าเหรียญกลับมาได้ต้องขอโทษคนไทยทุกคนด้วยก็เห็นความพยายามของลูกชายคนนี้เสมอมาก็น่าเสียดายแต่ก็ทำได้ดีที่สุดแล้วเรื่องนี้ผ่านไปแล้วเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ก็อยากจะให้รออีก 4 ปีเพื่อทำให้ดีขึ้นกว่านี้"

ทางด้าน “น้องเล็ก” ชนาธิป ที่ช่วยสร้างผลงานให้กับสมาคมด้วยเหรียญทองแดง หลังจากต้องพ่ายในรอบตัดเชือกไปชนิดที่คนไทยทั้งประเทศแทบจะหัวใจวาย เมื่อ "ชนาธิป" ที่มีคะแนนนำอยู่ในยกที่สามมาพลาดถูกลูกเตะแบบสวิงแบ็ค ของคู่แข่งจนทำให้แต้มไล่มาจนเสมอและถูกทำแต้มเอาชนะไปได้ในช่วง 20 วินาทีสุดท้าย ซึ่งหลังเกมการแข่งขัน นายพิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโด ถึงกับออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “รู้สึกเหมือนเพิ่งถูกแย่งเหรียญเงินไปจากมือทั้งที่กำเอาไว้กว่าครึ่ง”

แต่ถึงแม้จะไปไม่ถึงเหรียญเงิน "น้องเล็ก" ในฐานะผู้แพ้ในรอบตัดเชือกยังได้สิทธิ์ไปชิงเหรียญทองแดง และเธอก็คว้าเหรียญรางวัลจากโอลิมปิกมาครองได้สำเร็จซึ่งเจ้าตัวพูดถึงผลงานครั้งแรกในโอลิมปิกของตนเองว่า “ก่อนลงสนามแข่งตั้งเป้าไว้ที่รอบชิงชนะเลิศ ตอนที่ไปแพ้ในรอบตัดเชือกนั้นเสียดายมากเพราะอีกนิดเดียวก็จะได้ไปถึงเป้าที่ตนเองวางเอาไว้แล้วแต่ถึงเวลานี้ ได้เหรียญทองแดงมาก็ดีใจและขอมอบเหรียญนี้ให้กับคนไทยทั้งประเทศ” ขณะเดียวกันน้องเล็กยังได้กล่าวขอบคุณ นายพิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมฯ “โค้ชเช” เช ยอง ซอก ที่ให้ความสนับสนุนมาโดยตลอด และครอบครัวที่ให้กำลังใจ จนทำให้เธอมีวันนี้ได้

คุณพ่อคำนึง ซ้อนขำ กล่าวถึงความภูมิใจในตัวลูกสาวตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวสู่กีฬาของนักสู้ว่า "ตอนเด็ก น้องเล็ก มีปัญหาสุขภาพคือหืดหอบ ทางบ้านเลยหากีฬาให้เล่นเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงตอนแรกสนใจยิมนาสติกแต่พัทลุงไม่มีสถานที่เปิดสอนจึงลองเทควันโดช่วงนั้น วิว เยาวภา บุรพลชัย กำลังโด่งดังพอดีจากนั้นพออยู่ม.2ก็มีอาจารย์เห็นแววพาไปแข่งและมุ่งมั่นกับกีฬาชนิดนี้แต่นั้นเป็นต้นมา ก่อนแข่งน้องพูดเสนอว่าเป้าหมายสูงสุดคือติดทีมชาติไปลุย โอลิมปิก เฝ้าบอกตัวเองทุกวันเขียนใส่ไดอารี พ่อก็เห็นความมุ่งมั่นเสนอมาและผลการแข่งขันกับเหรียญทองแดงที่ได้มาก็เป็นเครื่องชี้วัดทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว"

หมายเหตุ : 'ASTVผู้จัดการสุดสัปดห์ ' มีแฟนเพจแล้วนะครับ ขอเชิญผู้อ่านร่วมพูดคุยและแสดงความคิดเห็นกันได้ที่ http://www.facebook.com/#!/Astvmanagerweekend
 แก้ว คว้าเหรียญกู้ชื่อขุนพลเสื้อกล้ามไทย
ลีลาบนเวทีของนักชกร่างเล็ก
 คว่ำกำปั้นบัลแกเรียรอบ 8 คนสุดท้าย
 ซ้อมหนักจากความหวังสุดท้ายและทำได้สำเร็จ
 เล็ก ชนาธิป คว้าเหรียญที่ 2 ให้ทัพไทย