xs
xsm
sm
md
lg

ทุกพรรคในสภาและรัฐบาลมีส่วนร่วมสร้างวงจรอุบาทว์ ยังจะเสนอหน้ามาแก้รัฐธรรมนูญอีกหรือ

เผยแพร่:   โดย: ปราโมทย์ นาครทรรพ

ผมเพิ่งเขียน “การแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบขี้ครอกคางคกและจกเปรต” ในแนวหน้าเมื่อวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เป็นความเหลืออดที่เห็นความหน้าด้านของผู้นำการเมืองปัจจุบันที่สืบเชื้อสายมาจาก พ.ศ. 2540 หรือนานกว่านั้น ไม่ยกเว้นสักพรรค คำว่า ขี้ครอกคางคกจกเปรตมิใช่ศัพท์วิชาการที่แปลมาจากตะวันตก แต่เป็นคำไทยที่เหมาะสมและตรงกับลักษณะผู้นำปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนใหญ่ในสภาและรัฐบาล

พัฒนาการเมืองไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 มาจนถึงปัจจุบัน ไม่สามารถบรรยายหรือเข้าใจได้ด้วยศัพท์ทางวิชาการทางรัฐศาสตร์ที่ยืมมาจากตะวันตกได้อีกต่อไป จำจะต้องเสริมด้วยศัพท์และคำอธิบายให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยด้วยภาษาไทย ที่แปลเป็นภาษาตะวันตกได้ยากเช่นเดียวกัน

ภาษาซึ่งประยุกต์มาจากตะวันตกจะเรียกสมาชิกสภาฯ ว่า ท่านผู้ทรงเกียรติหรือท่านผู้มีเกียรติของสภา หรือท่านสุภาพบุรุษจากจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ แต่พฤติกรรมไม่ว่าด้านความประพฤติส่วนตัวทั้งในและนอกสภา มาตรฐานด้านจริยธรรมทั้งในเรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว เรื่องชู้สาว หรือผลประโยชน์อันมิชอบซึ่งเป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวง ตลอดจนผลงานในรัฐสภา ไม่ว่าการกระโดดถีบหรือชี้หน้าด่ากันอย่างหยาบคาย การหลับน้ำลายไหลยืดในห้องประชุม การโดดจนสภาล่ม และการละเลยไม่ออกกฎหมายและควบคุมการบริหารแผ่นดินโดยสิ้นเชิง

ไม่นับการใช้สิทธิตระเวนไปท่องเที่ยวกับอีหนูหรือลูกน้องบริวารที่ไม่เกี่ยวกับพื้นที่หรือการงาน การตั้งผู้ช่วยด้วยลูกน้อง อีหนู หรือคนขับรถเพื่อฉ้อฉลแบ่งเงินเดือนจากทั้งลูกน้องและของหลวง การไปร่วมม็อบหรือสาธารณะจลาจลเผาบ้านเผาเมือง ฯลฯ ทำให้ผมไม่สามารถใช้ฉายาที่ประยุกต์มาจากต่างประเทศได้เลย โปรดอ่าน “สภาจกเปรต” ที่ http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000032575

นี่ยังไม่พูดถึงประมุขของรัฐบาลที่ลูกโตเกือบจะเท่าควายแล้ว ยังดันทุรังใช้คำว่านางสาว โดยลืมไปว่าผู้นำทางการเมืองจะต้องทำตนเป็นตัวอย่างทางจริยธรรม และศีลธรรมให้กับสังคม ตอนที่ผมอยู่อังกฤษจำได้ว่ารัฐมนตรีคนหนึ่งถูกสื่อจับได้ว่าไปเดินฉุยฉายอยู่ในถิ่นเกย์ ซึ่งเป็นที่แจ้งมิได้เข้าห้องเข้าหออะไรทั้งสิ้น ไม่ถึงอาทิตย์รัฐมนตรีนั้นก็ต้องลาออกไป

ดังนั้น ผมจึงสรุปได้โดยไม่ลังเลใจในบทความแนวหน้าว่า

“เราจะไว้วางใจให้ขี้ครอก คางคก จกเปรตเหล่านี้กุมบังเหียน แก้รัฐธรรมนูญและกำหนดอนาคตของประเทศชาติได้อย่างไร”

ตั้งแต่ทักษิณถูกทหารขับไล่ไป เป็นความซวยอย่างยิ่งของประเทศไทย มิใช่ซวยเพราะขาดทักษิณ แต่ซวยเพราะพลังงานและสมองส่วนใหญ่ของคนในชาติ และนักการเมืองมัวแต่สาละวนอยู่ 2 เรื่องและ 2 พวก

พวกแรก ร้ายและเลวกว่าคือพวกที่ต้องการล้างมลทิน และพาทักษิณกลับมาครองอำนาจ พวกที่ 2 เป็นพวกต่อต้านคัดค้าน

พวกมือที่สาม คือ พวกที่ราชรถมาเกย ได้แก่ รัฐบาลสุรยุทธ์กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็ล้มเหลวในการแก้ปมและปัญหาที่ทักษิณผูกไว้โดยสิ้นเชิง ปล่อยให้พวกทักษิณกลับมาก่อวินาศกรรมจนกระทั่งยึดอำนาจรัฐได้ด้วยการเลือกตั้งที่ฉ้อฉลอีกถึง 2 ครั้ง

ครั้งแรก 2 รัฐบาล คือ สมัครกับสมชาย ออกกฎหมายเพียงฉบับเดียว คือ พ.ร.บ.งบประมาณ เพราะหาไม่จะไม่มีเงินใช้ ความพยายามอย่างยิ่งยวดของรัฐบาลสมัคร-สมชายที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อทักษิณล้มเหลวสิ้นเชิง เพราะขบวนการต่อต้านเข้มแข็งจริงจัง

ยุคอภิสิทธิ์ เมื่อนายกฯ เชิญพวกเดนตายการเมืองไปปรึกษาเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมก็ตั้งคำถามไปในบทความว่า “หมาที่ไหนอยากให้แก้รัฐธรรมนูญวะ” ปรากฏว่าไม่มีหมาตัวไหนตอบ มีแต่รัฐบาลเชิญนักวิชาการและคนนอกมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ความมุ่งหมายสำคัญก็เพื่อจะให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบในการเลือกตั้ง แต่ในที่สุดกลับแพ้เลือกตั้งย่อยยับ ไม่ได้ผลตามที่วางหมากไว้เลย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

1. ผู้นำและนักการเมืองไทยส่วนใหญ่จิตใจต่ำ มิได้คิดถึงปัญหาที่แท้จริงของประเทศชาติ จ้องแต่จะรักษาผลประโยชน์และสร้างความได้เปรียบให้กับตนเอง

2. ความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลและคณะสุนัขแดงก็เช่นเดียวกัน มีจุดเน้นอยู่ที่การล้างมลทินให้ทักษิณกลับมาเป็นใหญ่ โดยอ้างความปรองดองมาบังหน้า

3. สังคมไทยไม่รู้จักแยกแยะว่าบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือตัวรัฐธรรมนูญที่ร่างมาเสมือน พ.ร.บ.กับหลักรัฐธรรมนูญนั้นไม่เหมือนกัน รัฐธรรมนูญที่เป็นตัวหนังสือนั้นจะมีหรือไม่มีก็ได้ เช่น อังกฤษไม่มีรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร เป็นต้น แต่อังกฤษมีหลักรัฐธรรมนูญเรียกได้ว่ามีรัฐธรรมนูญ ส่วนรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษรนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นประชาธิปไตยเสมอไป เช่น รัฐธรรมนูญของประเทศคอมมิวนิสต์ ประเทศเผด็จการและประเทศไทยเรานี้เอง ตามที่ศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ และคณะได้ยืนยันจากการศึกษาค้นคว้าและนำเสนออย่างละเอียดและถูกถ้วน

4. รัฐธรรมนูญที่เป็นตัวบทบัญญัตินั้น มิใช่ต้นชี้ตายปลายชี้เป็น จะไม่มีก็ได้ หรือจะมีอยู่แต่ไม่นำมาใช้ก็ได้ อย่างยุครัฐบาลสัญญาเป็นประชาธิปไตยมากพอควร แต่ยังมีธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรของจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งเป็นเผด็จการ แต่รัฐบาลก็เก็บเอาขึ้นหิ้งทิ้งไว้เฉยๆ นำแต่ข้อที่ถูกต้องมาใช้ตามความจำเป็นเพียงเล็กน้อย

5. เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม มีเงื่อนไขและหลักประกันพร้อมสมบูรณ์สำหรับรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยเมื่อใด ก็ทำการแก้ไขหรือแม้แต่นำรัฐธรรมนูญใหม่มาใช้

6. แต่เงื่อนไขและเงื่อนเวลาขณะนี้เป็นกาลกิณี อำนาจปกครองบ้านเมือง รัฐบาลและสภาตกอยู่ในความครอบงำของขี้ครอก คางคกและจกเปรต ได้กล่าวแล้วว่าไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญในตอนนี้ โดยบุคคลคณะนี้หรือโดยบุคคลที่แต่งตั้งหรือฉ้อฉลเลือกตั้งมาโดยบุคคลคณะนี้

7. รัฐธรรมนูญที่ดีสมควรมาจากอำนาจที่เหนือและบริสุทธิ์กว่า นั่นคืออำนาจในหลวงและปวงชน คำถามว่าเมื่อใดและอย่างไรนั้น เมื่อถึงเวลาก็จะปรากฏให้เห็นเป็นที่อัศจรรย์ไปทั้งโลกเอง
กำลังโหลดความคิดเห็น