xs
xsm
sm
md
lg

คำเตือนถึงนายกฯ หญิงกรณีปราสาทพระวิหาร (ตอนจบ)

เผยแพร่:   โดย: เทพมนตรี ลิมปพยอม

นับตั้งแต่ศาลโลกได้ตัดสินคดีปราสาทพระวิหารเมื่อ พ.ศ. 2505 ประเทศไทยได้ตั้งข้อสงวนสิทธิ์ที่จะเรียกคืนตัวปราสาทพระวิหารในอนาคตตามข้อกำหนดของตัวบทกฎหมายและต่อมาเราได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลโลกตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่10 กรกฎาคม 2505 ในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ เราได้กั้นอาณาบริเวณด้วยรั้วลวดหนาม (ไม่เคยยกดินแดนให้เขมร) ให้เขมรเข้ามาใช้อำนาจอธิปไตยที่ตัวปราสาทตามคำตัดสินของศาลโลก รั้วลวดหนามที่มีความยาว 7,000 เมตร และการจัดทำป้ายแสดงอาณาบริเวณปราสาทพระวิหารยังคงดำรงอยู่เรื่อยมาจนกระทั่วถึง พ.ศ. 2543 ป้ายอาณาบริเวณถูกทำลาย พ.ศ. 2546

ประตูเหล็กที่เชิงบันไดนาคถูกรื้อทิ้งด้วยน้ำมือของนายอำเภอกันทรลักษ์ (ห่างจากบันได 20 เมตร) แต่รั้วลวดหนามที่ล้อมรอบตัวปราสาทยังคงปรากฏอยู่ ภรรยาชาวเขมรที่เป็นเจ้าหน้าที่ใช้สำหรับตากเสื้อผ้า เสาเหล็กที่ขึงรั้วลวดหนามบางตอนนำไปเป็นส่วนประกอบของเพิงพักชาวเขมร ฝ่ายราชการไทยไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือนต่างปล่อยปละละเลยให้เขมรขนคนขึ้นมาอาศัยอยู่ในและนอกอาณาบริเวณที่เรากั้นรั้วลวดหนามเอาไว้ และสำหรับคนไทยทั้งหลายในประเทศนี้ต่างก็เชื่อสนิทใจว่าปราสาทพระวิหารเป็นของเขมรไปแล้ว โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาก็ไม่เคยสั่งสอนให้นักเรียนนักศึกษาได้รู้ว่าศาลโลกได้ตัดสินอย่างฉ้อฉลและลำเอียงเข้าข้างฝ่ายเขมรด้วยการตัดสินตามกฎหมายปิดปาก (ตามอำเภอใจ)

ตลอดจนถึงครูบาอาจารย์ประวัติศาสตร์ก็ไม่สนใจที่จะให้นักเรียนนักศึกษาได้ล่วงรู้ความจริงสำหรับเรื่องนี้เลย ต่างสอนว่าปราสาทพระวิหารเป็นของเขมรไปแล้วโดยตัดตอนเนื้อหารายละเอียดและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ออกไป แม้แต่การที่คณะรัฐมนตรีรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ได้ไปตั้งข้อสงวนสิทธิ์ไว้ที่สหประชาชาติ การล้อมรั้วลวดหนามให้เขมรเข้ามาใช้อำนาจอธิปไตยเป็นการชั่วคราวจนกว่าประเทศไทยจะทวงปราสาทพระวิหารคืน หรือการอธิบายว่าประเทศไทยเรายังครอบครองอาณาบริเวณโดยรอบและเราคืนอำนาจอธิปไตยโดยให้พื้นที่ที่รองรับตัวปราสาทเท่านั้น ก็ไม่เคยสั่งสอนหรือสำเหนียกต่อเรื่องนี้

นอกจากนี้ฝ่ายทหารเองก็ไปจัดทำแผนที่ที่ผิดพลาด ระวาง L7017 ไประบุว่าตรงรั้วลวดหนามนั้นคือพรมแดนตรงจุดนี้ก็ยิ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปในวงกว้าง (แม้แต่รัฐมนตรีต่างประเทศคุณนพดลก็ยังเข้าใจผิดเลย )

ผมไม่แปลกใจเลยว่าผู้คนทุกระดับในสังคมไทยจะไม่ใส่ใจต่อเรื่องนี้ทุกคนกลับเชื่อสนิทว่าปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบเป็นของเขมร แม้แต่ครูบาอาจารย์ของผมเองก็เชื่อเช่นนั้น

ผมอยากจะบอกท่านนายกฯ หญิงว่า แม้แต่กระทรวงการต่างประเทศถ้าฝ่ายธรรมะยืนยันอย่างรุนแรงกระทรวงการต่างประเทศจะออกมายืนยันว่าพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารเป็นของไทย แต่ถ้าเมื่อไหร่ฝ่ายอธรรมเข้าครอบครองกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงนี้ก็จะยืนยันว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน (ทับซ้อนเตี่ยมึงซิ)

หลังจากคุณอภิสิทธิ์หมดวาระการเป็นนายกฯ รัฐบาลของท่านนายกฯ หญิงก็ทำการสับเปลี่ยนผู้คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อเรื่องนี้โดยเฉพาะผู้แทนไทยที่จะไปสู้คดีที่เขมรขอตีความคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อ พ.ศ. 2505 ก็เอาคนของตัวเองเข้ามาโดยมิได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถ คุณธรรมและจิตใจที่พร้อมจะปกป้องผืนแผ่นดิน บางคนยังมีฐานะทางจิตวิญญาณเป็นคนของสมเด็จฮุนเซนเสียด้วยซ้ำเพราะมีพฤติกรรมเข้าข้างลำเอียงไปทางฝ่ายเขมรอย่างเห็นได้ชัดมาตลอด

เมื่อพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารเป็นของไทย กับทั้งตัวปราสาทพระวิหารฝ่ายไทยได้ตั้งข้อสงวนสิทธิ์เอาไว้ ดังนั้นการที่ฝ่ายเขมรนำปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนต่อคณะกรรมการมรดกโลกก็ถือว่าเป็นการนำเอาดินแดนและอธิปไตยของไทยบนพื้นที่โดยรอบเอาไปขึ้นทะเบียนเป็นของประเทศเขมร ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นความโง่เขลาเบาปัญญาของคณะรัฐมนตรีหรือข้าราชการที่เกี่ยวข้องซึ่งปล่อยให้เขมรกล้ากระทำเช่นนี้มาตั้งแต่พ.ศ. 2550

“เขมรมีชัยๆ” 55555 หรือนัยว่าเมื่อ พ.ศ. 2505 สมเด็จเจ้านโรดมสีหนุได้รับชัยชนะด้วยคำตัดสินอันฉ้อฉลของศาลโลก ฝ่ายไทยจำยอมที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาเราสูญเสียอำนาจอธิปไตยที่ตัวปราสาท โดยไปกั้นรั้วลวดหนามให้เขมรเข้ามาใช้อำนาจอธิปไตยได้ เขมรต้องปีนขึ้นมาทางด้าน “ช่องปันไดหักW ส่วนด้านทิศเหนือซึ่งเป็นทางขึ้นหลักจากบันไดสิงห์ขึ้นมาถึงบันไดนาคฝ่ายไทยได้ปิดประตูตาย พอมาถึงรัฐบาลภายใต้การนำของสมเด็จฮุนเซนได้ส่งกองกำลังติดอาวุธเข้ามายึดดินแดนโดยรอบปราสาทพระวิหาร และดินแดนที่ไม่เคยเกี่ยวข้องในคดีนี้ คือ บริเวณภูมะเขือ (เขมรมาตั้งเรดาร์) ก็พลอยฟ้าพลอยฝนถูกเขมรเอาไปด้วย

สรุป สมเด็จเจ้านโรดมสีหนุได้อำนาจอธิปไตยจากศาลชั่ว (ศาลโลกคณะเก่า)ส่วนสมเด็จฮุนเซนได้ดินแดนโดยรอบของไทยโดยมีตรายางของคณะกรรมการมรดกโลกและตราประทับจากศาลโลก (คณะใหม่)

ดังนั้น ด้วยฝีมือการบริหารประเทศที่ไม่เอาอ่าวของท่านนายกฯ หญิง บวกกับทหารไทยที่มีแต่น้ำพริกไร้น้ำยานั่งทำตาปริบๆ คอยรับคำสั่งจากนักการเมือง คนอย่างผมคงไม่มีปัญญาไปบังคับพวกท่านให้ปกป้องรักษาอธิปไตยและดินแดน คนอย่างผมทำได้แค่เขียนบันทึกประวัติศาสตร์ว่าใครดีใครชั่ว ทำอะไรที่ไหนอย่างไรกับกรณีปราสาทพระวิหาร ผมได้ตัดสินพวกท่านไปนานแล้วว่าเป็น “คนประเภทไม่รักแผ่นดิน” แต่สำหรับลูกหลานในอนาคตผมมิอาจคาดเดาได้ว่าเขาจะตัดสินและจะโจษจันชื่อและนามสกุลของพวกท่านไว้ว่าอย่างไร

ถ้าให้ผมเดาเอาผมคิดว่า “พวกท่านละทิ้งหน้าที่ขายชาติขายแผ่นดินเฉลิมฉลองวโรกาสครบ 7 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประเทศไทยของคนที่เขารักในหลวงทั้งแผ่นดิน แลพวกท่านยังเป็นลูกกระจ็อกงอกง่อยของสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซนอีกด้วย” ฮุนเซนจงเจริญ ฮุนเซนจงเจริญ ฮุนเซนจงเจริญ 55555555
กำลังโหลดความคิดเห็น...