คณะกก.สอบข้อเท็จจริงเหตุ”เครนถล่ม” ถกข้อมูลเบื้องต้น ผู้เชี่ยวชาญวสท. ลงพื้นที่เก็บหลักฐานทางวิศวกรรมวาง 2-3 ประเด็นวิเคราะห์สาเหตุ “พิพัฒน์”แถลงผลสอบเอง 23 ธ.ค. 69 จากนั้นเตรียมเรียกผู้รับเหมา บ.ที่ปรึกษา สอบรายละเอียด หาคนรับผิดชอบ
วันที่ 20 ม.ค. 2568 นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเครนก่อสร้างโครงการทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญา 3-4 ช่วง ลำตะคอง-สีคิ้ว และ ช่วงกุดจิก-โคกกรวด ตกทับขบวนรถไฟ และประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเหตุคานปูน( Segment) และเครน (Launching Gantry Crane ) โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ทางยกระดับบางขุนเทียี-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 พังถล่ม ได้ประชุมคณะกรรมการฯ โดยมีรองศาสตราจารย์ เอนก ศิริพานิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ผู้แทนสภาวิศกร กรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุการณ์และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ทั้ง 2 กรณี ได้มีการลงพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลพยานหลักฐานในเชิงวิศวกรรมหน้างานทันที โดยในกรณีเครนรถไฟความเร็วสูง ทาง ผู้เชี่ยวชาญ วสท. สภาวิศกร กรมราง และการรถไฟฯ ลงพื้นที่ ส่วนกรณีคานปูนและเครนทางยกระดับ M 82 ถนนพระราม 2 ก็เช่นเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญ วสท. สภาวิศกร กรมทางหลวง ลงพื้นที่ ข้อมูลที่ไดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ จะมีการนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุขึ้น โดยคณะกรรมการฯจะมีการประชุมอีกครั้ง ในวันที่ 22 ม.ค. 2569 เพื่อสรุปสาเหตุเบื้องต้นและนำรายงานต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะมีการแถลงข่าวเปิดเผยผลสอบสวน ในวันที่ 23 ม.ค. 2569 ตามกำหนดที่ให้ดำเนินการภายใน 7 วัน
“จากข้อมูลที่ผู้เชี่ยวชาญฯลงพื้นที่ตรวจสอบ เบื้องต้นมีการกำหนดแนวทางที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดเหตุ 2-3 ประเด็น หลังจากนี้จะนำข้อมูลไปวิเคราะห์ และหาสาเหตุการพังของเครนและคานปูนในเชิงวิศวกรรมได้ โดยในการวิเคราะห์ ข้อมูลมีการตรวจสอบครอบคลุมในทุกประเด็น แม้มีเวลา 7 วันแต่หลักฐานทางวิศวกรรมเป็นข้อเท็จจริงวิทยาศาสตร์ที่มีเหตุผล”
โดย ในช่วง 7 วันนี้ จะยังไม่มีการเรียกเจ้าหน้าที่ บริษัทรับเหมา หรือบริษัทที่ปรึกษา มาสอบสวน หรือให้ปากคำเพราะเวลามีจำกัด โดยในการสอบสวนตัวบุคคล จะดำเนินการหลังจากสรุปสาเหตุก่อน ว่าเกิดจากการผิดพลาด บกพร่องตรงจุดไหน จากนั้นจะสอบสวนในรายละเอียดต่อไปเพื่อหาผู้เกี่ยวข้องและผู้ที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งจะใช้เวลาอีกประมาณ 45 วัน โดยคณะกรรมการตรวจสอบฯจะประชุมทุก 2 สัปดาห์
นายจิระพงศ์ กล่าวว่า ประเด็นที่เรื่องเครนรับน้ำหนักไม่ไหวหรือเก่านั้น จากที่ผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่และรายงานต่อที่ประชุม ไม่ได้พูดถึงประเด็นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบของคณะกรรมการฯ คือ หาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อเสนอแนะแนวทางการป้องกันไม่เกิดเหตุ และมาตรการอีก พร้อมกันนี้ ยังได้มีการพูดถึง กรณีพื้นที่ก่อสร้างอยู่บนถนนที่มีการสัญจรเช่นถนนพระราม 2 ว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะปิดการจราจรจุดที่มีการก่อสร้างตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยกับรถของประชาชนที่สัญจร ซึ่งก็จะมีการหารือกันในครั้งต่อไป และอาจจะพิจารณาเป็นข้อเสนอแนะไว้ด้วยหรือไม่
สำหรับการยกเลิกสัญญานั้น เป็นเรื่องที่ต้องเข้ากับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาว่าเหตุการณ์ใดที่รัฐจะบอกเลิกสัญญาได้ ซึ่งหากรัฐจะใช้เรื่องการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือซ้ำซากเป็นเหตุหนึ่งในการบอกยกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างนั้น สามารถกำหนดไว้ตั้งแต่เขียนทีโออาร์ประมูล และระบุไว้ในการ ทำสัญญากับผู้รับจ้าง


