xs
xsm
sm
md
lg

กก.สอบข้อเท็จจริง”เครนก่อสร้างถล่ม”ยัน 7 วันสรุปสาเหตุ เปิดเกณฑ์ 5 ข้อ เลิกสัญญา”อิตาเลียนไทยฯ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คณะกก.สอบข้อเท็จจริงเหตุ”เครนก่อสร้างถล่ม”ยัน 7 วัน สรุปสาเหตุ มีจุดบกพร่องหรือผิดพลาดตรงไหน และพร้อมเปิดเผยต่อสาธารณะ 23 ม.ค. 69 ส่วนยกเลิกสัญญาเป็นเรื่องของหน่วยงานพิจารณา มีเกณฑ์ 5 ข้อ กฤษฎีกาแนะใช้กฎหมายทางปกครอง กรณีกระทบความปลอดภัยสาธารณะ

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เปิดเผยว่า จากเหตุเครนก่อสร้างโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟ และเครนก่อสร้างและชิ้นส่วน Segment คอนกรีตหล่นบนถนนพระราม 2 ของโครงการทางยกระดับ หรือมอเตอร์เวย์ M 82 สายเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอนที่ 7 กระทรวงคมนาคมได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบ โดยมีตนเป็นประธาน ได้แก่ 1.คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของโครงการก่อสร้าง เพื่อเร่งตรวจสอบสาเหตุ ข้อเท็จจริง ผู้รับผิดชอบ และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

2.คณะกรรมการติดตามยกระดับมาตรการความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง และมาตรฐานการให้บริการขนส่งสาธารณะ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่เป็นกลไกกำกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งระบบครอบคลุมทั้งช่วงก่อสร้างและช่วงเปิดให้บริการ

และ 3. คณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการใช้ฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 และ สมุดพกผู้รับจ้างให้ใช้ได้จริงในการจัดซื้อจัดจ้าง

โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้กรอบเวลาดำเนินการ 7 วัน ต้องสามารถสรุปสาเหตุเบื้องต้นที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นและสามารถชี้แจงกับสื่อมวลชน และประชาชนได้ ทั้ง 2 กรณีที่เกิดขึ้น เกิดจากสาเหตุอะไร โดยในคณะกรรมการตรวจสอบฯ มีผู้แทนจากสภาวิศวก รและวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ร่วมด้วย ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ จะมีการประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 20 ม.ค.นี้ ซึ่งจะนำผลการตรวจสอบมาวิเคราะห์ และวันที่ 23 ม.ค. 69 ตามกำหนด 7 วัน ก็จะได้ทราบสาเหตุเบื้องต้น

“เนื่องจากกรอบเวลาที่ 7 วัน ค่อนข้างจำกัด การตรวจสอบของคณะกรรมการฯจะดูว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความบกพร่องหรือผิดพลาดตรงไหน เพราะอะไร และ จะทราบสาเหตุที่เป็นข้อเท็จจริงและเปิดเผยต่อสังคมในวันที่ 23 ม.ค.นี้”


@เปิดหลักเกณฑ์ 5 ข้อ รัฐมีสิทธิ์เลิกสัญญา

สำหรับการยกเลิกสัญญานั้น เหตุจาก “ผู้รับจ้าง” มี หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการยกเลิกสัญญา 5 ข้อ ได้แก่
1.ผิดสัญญาอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบด้วย ไม่เริ่มงาน, ทิ้งงาน, ทำงานล่าช้าเกินกำหนด และไม่แก้ไข
2. ผลงานไม่ได้มาตรฐาน ประกอบด้วย ไม่เป็นไปตามแบบ/รายการ และแก้ไขแล้วไม่ผ่านซ้ำ
3. ขาดคุณสมบัติ ประกอบด้วย ล้มละลาย และการถูกเพิกถอนใบอนุญาต
4. กระทำทุจริต ประกอบด้วย การฮั้วประมูลและการใช้เอกสารเท็จ
5. ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งแก้ไข ได้แก่ การถูกแจ้งเป็นหนังสือแล้วไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด

นายจิระพงศ์กล่าวว่า การยกเลิกสัญญาเป็นสิ่งที่หน่วยงานเจ้าของโครงการทั้ง กรมทางหลวง (ทล.) และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องพิจารณาระเบียบเงื่อนไขสัญญา ส่วนผลจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะเป็นหลักฐานที่หน่วยงานนำไปประกอบการพิจารณาในการยกเลิกสัญญาได้ หรืออาจจะนำไปถึงการหาตัวผู้ที่ต้องรับผิดชอบได้ด้วย

ส่วนการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา อยู่ที่กรมบัญชีกลาง ที่ขึ้นทะเบียนผู้รับเหมา และจากการหารือเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 69 ทาง กฤษฎีกาให้ความเห็นว่า สามารถใช้คำสั่งทางปกครองในการกำกับโครงการที่เกิดขึ้นได้ โดยมีการพูดถึงเรื่องความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety) ที่นำมาใช้เป็นเหตุผลการบอกเลิกสัญญา ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีการใช้เหตุผลนี้เลิกสัญญา


สำหรับมาตรการสมุดพก ที่มีคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการใช้ฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 และ สมุดพกผู้รับจ้างให้ใช้ได้จริงในการจัดซื้อจัดจ้าง นั้น นายจิระพงศ์กล่าวว่า กฎกระทรวงมีผลเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งบังคับใช้ในเรื่องการขึ้นบัญชีดำ (Black List) ผู้ประกอบการ แต่ในรายละเอียดต้องมีข้อระเบียบปฏิบัติตามมาทีหลัง โดยคาดว่าจะได้ใช้มาตรการสมุดพกภายในปีนี้ และการประกาศใช้กฎกระทรวงนี้ไม่มีผลย้อนหลังกับโครงการที่ทำสัญญาก่อนหน้า โดยหน่วยงานรัฐต่างๆจะนำเงื่อนไขของมาตรการสมุดพก ใส่ใน TOR และบังคับใช้ หากผู้รับเหมาทำงานไม่ดี ก็จะถูกพิจารณาให้ตกชั้น หรือขึ้นชั้นได้หากมีมาตรฐานตามกำหนด




กำลังโหลดความคิดเห็น