กรมเจ้าท่า ขยับแผน ท่าเรือสำราญ หรือ Cruise Terminal "เกาะสมุย" หลังต้องศึกษา EHIA เพิ่ม ตั้งงบ ปี 69-70 รวม 16.8 ล้านบาท ผลศึกษาชี้เปิดเอกชนร่วมลงทุน ดันชงบอร์ด PPP นำร่อง PPP หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว
นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) วงเงินรวม 16.861 ล้านบาท โดยได้รับจัดสรรงบประมาณผูกพัน 2 ปี (2569-2570) เพื่อดำเนินการศึกษา ใน ปี 2569 จำนวน 2.529 ล้านบาท และปี 2570 จำนวน 14.331 ล้านบาท โดยกรมเจ้าท่าอยู่ในระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนในการประมูลคัดเลือกและจัดจ้างที่ปรึกษา
สำหรับรายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) กรมฯได้ปรับปรุงข้อมูลเพิ่มเติมตามความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง กรมศุลกากร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพื้นที่โครงการ มีทั้งที่เกี่ยวข้องกับ และส่วนที่เวนคืน โดยเตรียมเสนอคณะกก.กลั่นกรองของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ก่อนนำเสนอคณะกรรมการนโยบายร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการ PPP) ต่อไป
“โครงการท่าเทียบเรือ Cruise Terminal เกาะสมุย เป็นโครงการแรกที่ดำเนินการ ซึ่งจะเปิดประมูลในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) สัญญา 30 ปี คาดดำเนินการก่อสร้างประมาณ 3 ปี ส่วนโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือ Cruise Terminal บริเวณอ่าวไทยตอนบน บริเวณแหลมบาลีฮาย อ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี อยู่ในขั้นตอนการศึกษา PPP โดยจะผลักดันต่อจาก Cruise Terminal เกาะสมุย เดินหน้าได้แล้ว”
รายงานข่าวแจ้งว่า การศึกษาโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี อยู่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสมุย บริเวณแหลมหินคม ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพื้นที่รวม 47-38-6 ไร่ เป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่มากที่สุด การก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร พื้นที่อย่างน้อย 7,200 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้ 1,200 คนต่อชั่วโมง ส่วนท่าเรือสำราญจะสามารถรองรับเรือสำราญได้พร้อมกัน 2 ลำ ได้แก่ เรือสำราญขนาดใหญ่ 4,000 คน เรือสำราญขนาดกลาง 2,500 คน และรองรับเรือยอชต์สูงสุด 80 ลำ เรือเฟอร์รีสูงสุด 6 ลำ ซึ่งท่าเรือมีขนาดความยาวหน้าท่า 362 เมตร ความลึกร่องน้ำ 12 เมตร อาคารผู้โดยสารบรรจุ 3,600 คน
ผลการศึกษาโครงการมีมูลค่ารวม 12,146 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. เงินลงทุน 6,449 ล้านบาท โดยภาครัฐลงทุน 5,991 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 142 ล้านบาท ค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานบนชายฝั่ง 444 ล้านบาท ค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานนอกชายฝั่ง 4,909 ล้านบาท ค่าลงทุนงานระบบ 268 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 213 ล้านบาท ค่าศึกษาสิ่งแวดล้อม 15 ล้านบาท เอกชนลงทุนอุปกรณ์ประกอบการดำเนินงาน 458 ล้านบาท 2. ค่าดำเนินงาน และบำรุงรักษา 5,697 ล้านบาท มีมูลค่าการลงทุน ค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาโครงการรวม 12,172 ล้านบาท


