xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์” เดินหน้าช่วยภาคเอกชน รับมือสหรัฐฯ ตัดจีเอสพีเดือน เม.ย. 63

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พาณิชย์” ส่งหนังสือถามย้ำภาคเอกชน สินค้าใดกระทบ ต้องการให้รัฐช่วยเหลืออย่างไร หลังสหรัฐฯ เตรียมตัดจีเอสพีเดือน เม.ย. 63 เผยเบื้องต้นมีแผนช่วยแล้ว ทั้งเดินหน้าหาตลาดใหม่ หนุนใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอส่งออก ยันสหรัฐฯ ตัดจีเอสพีไทยจากเรื่องแรงงาน ส่วนเรื่องไม่นำเข้าหมูมีสารเร่งเนื้อแดงจะกระทบถูกตัดเพิ่มหรือไม่ยังไม่ทราบได้ แต่ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างรอผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ คาดได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหากรณีที่สหรัฐฯ เตรียมตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทยกว่า 500 รายการตั้งแต่เดือน เม.ย. 2563 เป็นต้นไป ว่า ในช่วงที่ผ่านมากรมฯ ได้ส่งแบบสอบถามไปยังภาคเอกชน เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อให้ช่วยสอบถามสมาชิกว่าสมาชิกซึ่งเป็นผู้ส่งออกสินค้าใดที่คาดจะได้รับผลกระทบบ้าง และต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลืออย่างไร เพื่อให้การช่วยเหลือถูกจุด และมีประสิทธิภาพในการบรรเทาผลกระทบมากที่สุด เพราะการถูกตัดจีเอสพีทำให้สหรัฐฯ กลับมาเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตราภาษีปกติ หรือเฉลี่ยจะถูกเก็บภาษีที่ 4-5% จากเดิมที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า หรือเสียในอัตราต่ำกว่าปกติ

“ได้ส่งแบบสอบถามออกไปแล้ว รอให้ภาคเอกชนตอบกลับมา แต่จากการหารือเบื้องต้นส่วนใหญ่บอกว่าได้รับผลกระทบน้อยเพราะเสียภาษีเพิ่มขึ้นไม่มากนัก โดยอาจมีบางสินค้าที่ถูกเก็บภาษีมากขึ้น และอาจได้รับผลกระทบมาก เช่น เซรามิก รวมถึงผู้ส่งออกรายเล็กที่ไม่เคยให้ข้อมูลภาครัฐเลย ซึ่งกรมฯ กำลังรอฟังคำตอบว่าต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบอย่างไรบ้าง เพราะอยากให้มาตรการที่ภาครัฐออกไป มีประโยชน์มากที่สุด ไม่ใช่ออกมาตรการช่วยเหลือไปแล้วเอกชนไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือเป็นประโยชน์ต่อภาคเอกชนน้อย”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการบางส่วนเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบอยู่แล้ว เช่น การเดินหน้าหาตลาดใหม่สำหรับสินค้าที่สหรัฐฯ จะตัดจีเอสพี การให้ความรู้แก่ผู้ส่งออกในการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ต่างๆ ของไทย ในการส่งออกสินค้าไปยังประเทศคู่เจรจาเอฟทีเอเพื่อสร้างแต้มต่อเหนือประเทศคู่แข่งที่ไม่ได้ทำเอฟทีเอ เป็นต้น

นายกีรติกล่าวว่า การหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา ยูเอสทีอาร์ได้ยืนยันว่าสาเหตุของการจะตัดสิทธิครั้งนี้มาจากกรณีที่ไทยไม่ให้สิทธิแรงงานต่างด้าวตามมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ และขอให้ไทยแก้ไขกฎหมายแรงงานตามประเด็นที่สหรัฐฯ เรียกร้อง ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงแรงงานได้ชี้แจงไปแล้วว่า ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้ปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายแรงงานสัมพันธ์เสร็จแล้ว และได้ส่งไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้ว

ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ อาจพิจารณาตัดจีเอสพีสินค้าไทยเพิ่มเติมในรอบการทบทวนรายประเทศ ภายหลังจากที่สมาพันธ์ผู้ส่งออกสุกรแห่งสหรัฐฯ ร้องเรียนให้ยูเอสทีอาร์พิจารณาตัดจีเอสพีไทยมาตั้งแต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะไม่เปิดตลาดให้กับเนื้อหมูจากสหรัฐฯ ที่มีสารเร่งเนื้อแดงแรคโตพามีนนั้น ในเรื่องจีเอสพี ยูเอสทีอาร์อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่เรื่องการนำเข้าหมูเนื้อแดง ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ (ทิฟ่า) มาอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างการหาผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าการบริโภคหมูที่มีสารแรคโตพามีนตกค้างในระดับที่โครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (โคเดกซ์) อนุญาตนั้น จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่ อย่างไร คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...