xs
xsm
sm
md
lg

ส่งออก ก.พ.เพิ่ม 10.26% โต 12 เดือนติด พาณิชย์ชี้บาทแข็งพ่นพิษรายได้วูบแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“พาณิชย์” เผยส่งออกเดือน ก.พ.มูลค่าทะลุ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 10.26% โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 แต่บาทแข็งค่าเริ่มทำรายได้เงินบาทลดวูบ ย้ำหากแข็งค่าต่อเนื่องผู้ส่งออกเดือดร้อนแน่ วอนทุกภาคส่วนหาทางแก้ไข แนะผู้ส่งออกประกันความเสี่ยงค่าเงินให้นานขึ้น และซื้อขายด้วยเงินสกุลอื่นแทน พร้อมหาตลาดและสินค้าดาวรุ่งใหม่ส่งออก หลังพบสถานการณ์ส่งออกเกษตร-อาหารเริ่มมีปัญหา

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือน ก.พ. 2561 มีมูลค่าการส่งออก 20,365.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.26% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 แต่เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 643,705.8 ล้านบาท ลดลง 0.56% ลดลงครั้งแรกในรอบ 12 เดือน นับจากเดือน ก.พ. 2560 ที่ลดลง 5.28% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 19,557.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.0% เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 626,231.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.69% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 807.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 17,474.5 ล้านบาท

ขณะที่ในช่วง 2 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-ก.พ.) การส่งออกมีมูลค่า 40,466.6 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 13.77% เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 1.296 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.13% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 39,778.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 20.06% เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 1.290 ล้านบ้านบาท เพิ่มขึ้น 8.90% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 688.5 ล้านเหรียญ หรือ 5,342.2 ล้านบาท

“การส่งออกของไทยเดือน ก.พ. 2561 ยังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เพราะสินค้าไทยยังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญฟื้นตัว โดยเชื่อมั่นว่าทั้งปีจะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 8% จากปีก่อน แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มทำให้รายได้ของผู้ส่งออกในรูปเงินบาทลดลงแล้ว โดยเดือน ก.พ. ลดลง 0.56% ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหา หากยังปล่อยให้แข็งค่าไปเรื่อยๆ จะทำให้รายได้ของผู้ส่งออกลดลงไปเรื่อยๆ แม้จะยังไม่กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยเพราะยังมีความต้องการสินค้าไทยมากขึ้น แม้ราคาสินค้าไทยแพงขึ้น แต่ในอนาคตยอมรับว่าน่าเป็นห่วง”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์คงไม่สามารถร้องขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แทรกแซงค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง แต่เชื่อว่าฝ่ายนโยบาย โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ติดตามสถานการณ์ และหารืออย่างใกล้ชิดกับ รมว.คลัง และผู้ว่าการ ธปท.อยู่แล้ว กระทรวงฯ จึงทำได้เพียงเสนอแนะให้ผู้ส่งออกประกันความเสี่ยงค่าเงินให้นานขึ้น เช่น 6 เดือน จากปัจจุบันที่ 3 เดือน เพราะยังมีความผันผวนอยู่ เนื่องจากปีนี้ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายกี่ครั้ง รวมถึงผู้ส่งออกไทยควรซื้อขายด้วยเงินสกุลอื่นๆ ด้วย

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า ผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผลผลิตสินค้าเกษตรที่ลดลงในหลายสินค้า ทั้งข้าว มันสำปะหลัง กุ้ง และยังมีมาตรการกีดกันการค้าจากคู่ค้าสำคัญ เช่น สหรัฐฯ ทำให้สถานการณ์ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทยเริ่มมีปัญหาบ้างแล้ว ดังนั้น สนค.จึงได้ศึกษาหาตลาดใหม่ๆ ที่จะส่งออกสินค้าเหล่านี้ เช่น ตะวันออกกลาง แอฟริกา รวมถึงจะหาสินค้าดาวรุ่งใหม่ๆ เช่น สินค้าเกษตรนวัตกรรมเพื่อเจาะตลาดโลกให้มากขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น