xs
xsm
sm
md
lg

บีทีเอสเปิดตั๋วร่วม Rabbit บัตรเดียวเชื่อมต่อเครือข่ายการเดินทาง-ร้านค้า

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส และกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกสมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด (บีเอสเอส) ในเครือบีทีเอส กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสในปีนี้ (งวดปี 2555/2556) เติบโตขึ้น 15% จากปีก่อนที่อัตราผู้โดยสารรถไฟฟ้าขยายตัวถึง 20% มาอยู่ที่ 6 แสนเที่ยวคน/วัน ขณะที่รายได้จากค่าโดยสารคาดว่าขยายตัวในอัตราใกล้เคียงกัน โดยปีที่แล้วมีรายได้จากค่าโดยสารประมาณ 4 พันล้านบาท แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 2 เดือนก็ตาม โดยปัจจุบันมีอัตราผู้โดยสารเฉลี่ย 6 แสนเที่ยวคน/วัน และสูงสุดถึง 7.1 แสนเที่ยวคน/วันเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ปีนี้บริษัทฯ จะรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากส่วนต่อขยายวงเวียนใหญ่-บางหว้า ที่จะเปิดให้บริการปลายปี 55 เบื้องต้น 2 สถานี และปลายปีถัดไปเปิดให้บริการครบ 4 สถานี โดยประเมินว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบอีก 6-7 หมื่นคน อีกทั้งปีนี้บริษัททยอยรับตู้กลางของรถไฟฟ้าเพิ่มอีก 35 ตู้เพื่อติดตั้งในขบวนรถไฟฟ้าเส้นสีลมเพิ่มเป็น 4 ตู้ต่อขบวน รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นอีก 33% และปลายปี 2556 จะรับรถไฟฟ้าเพิ่มอีก 5 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ รวมมูลค่า 1,500 ล้านบาท เพื่อรองรับการเดินรถส่วนต่อขยายวงเวียนใหญ่-บางหว้าด้วย

นายสุรพงษ์กล่าวต่อไปว่า บริษัทฯ มีความจำเป็นอาจต้องปรับขึ้นค่าโดยสารเพิ่มเติม หลังจากปี 2550 ได้ปรับอัตราค่าโดยสารจาก 10-40 บาทต่อเที่ยวเป็น 15-40 บาทต่อเที่ยว เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทั้งค่าแรง และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นด้วย ส่วนจะปรับขึ้นค่าโดยสารเป็นเท่าไรนั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้โดยสารให้น้อยที่สุด ซึ่งล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้ปรับเพดานการเดินรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 65 บาทต่อเที่ยว

*** ตั๋วร่วม "Rabbit" เริ่ม 1 พฤษภาคมนี้
วันนี้ (24 เม.ย.) บริษัทฯ นำสมาร์ทการ์ดที่เรียกว่าแรบบิต "Rabbit" ซึ่งเป็นตั๋วร่วมสำหรับระบบขนส่งมวลชน และยังใช้ชำระค่าสินค้าและบริการในร้านค้าต่างๆ ที่ได้ตอบรับการเข้าร่วมบริการ 20 แบรนด์ กว่า 600 สาขาอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ และจะสามารถใช้กับรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีอย่างช้าปลายปีนี้ และรถเมล์บีอาร์ทีภายในเดือนสิงหาคม-กันยายน 55 รวมทั้งอาจมีการเชื่อมต่อแอร์พอร์ตลิงก์ในอนาคตด้วย ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการบริการเครือข่ายระบบขนส่งมวลชนในประเทศให้ทัดเทียมกับประเทศต่างๆที่ระบบคล้ายคลึงกัน เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และอังกฤษ

เบื้องต้นบัตร Rabbit จะนำมาทดแทนบัตรโดยสารบีทีเอสที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยสามารถใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสทั้งระบบ รวมถึงส่วนต่อขยายสถานีอ่อนนุช-แบริ่ง ที่กรุงเทพมหานครจะเริ่มเก็บอัตราค่าโดยสารในส่วนต่อขยายอ่อนนุช-แบริ่ง 15 บาทตลอดสายตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ โดยตั้งเป้าหมายภายใน 1 ปีจะมีผู้โดยสารถือบัตร Rabbit ไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านใบจากจำนวนบัตรโดยสารหมุนเวียนในระบบกว่า 2 ล้านใบ

นายอาทิตย์ ประสานสุข ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการบีเอสเอส กล่าวว่า ในช่วงเปิดตัวตั๋วร่วมRabbit นี้ ผู้ที่ถือบัตรบีทีเอสทั้งแบบเติมเงินและประเภท 30 วัน สามารถนำบัตรมาขอเปลี่ยนเป็น Rabbit ได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการออกบัตร หรือถ้าไม่มีบัตรบีทีเอสเดิมก็สามารถออกบัตร Rabbit ได้พร้อมส่วนลดค่าธรรมเนียมเหลือเพียง 50 บาท โดยกำหนดให้มีค่ามัดจำบัตรอีก 50 บาท และสามารถเติมเงินได้สูงสุดถึง 4 พันบาทด้วย ซึ่งผู้ถือบัตร Rabbit ยังสามารถสมัครสมาชิกแครอท รีวอร์ดส เพื่อสะสมคะแนนและสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ซึ่งจะมาแทนโปรแกรมสะสมคะแนนเติมของบีทีเอสที่เรียกว่า "หนูด่วน พลัส" โดยผู้ถือบัตรRabbit ที่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิกแครอท รีวอร์ดสผ่านทางออนไลน์ก่อนวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลต่างๆ มูลค่ากว่า 3 แสนบาทด้วย

การดำเนินการตั๋วร่วม Rabbit เป็นผลจากความร่วมมือระหว่าง กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่ได้ร่วมลงนามสัญญาในบันทึกช่วยจำเพื่อดำเนินงานระบบบัตรโดยสารร่วมในระยะแรกเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2550 โดยจัดตั้งบริษัทบางกอกสมาร์ท การ์ด ซิสเต็ม จำกัด โดยบีทีเอสซีถือหุ้น 90% และแบงก์กรุงเทพ 10% หลังจากนั้นทาง บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ จะเข้ามาถือหุ้นในภายหลังประมาณ 30% ตามสัดส่วนจำนวนผู้โดยสาร โดยโครงการนี้ใช้เงินลงทุนไปแล้ว 600-700 ล้านบาท และจะลงทุนเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 800 ล้านบาทในอนาคต
กำลังโหลดความคิดเห็น