xs
xsm
sm
md
lg

ตลาดคริปโตเดือด เงินสถาบันไหลเข้าทุบสถิติ 2.17 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รายงานล่าสุดจาก CoinShares เผยเม็ดเงินสถาบันไหลเข้าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล (Fund Inflows) ทะลุ 2.17 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2568 โดยพี่ใหญ่ ‘Bitcoin’ ยังคงเป็นพระเอก กวาดไปเนื้อๆ 1.55 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ ‘Ethereum’ ไม่น้อยหน้า โกยเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ สวนกระแสกดดันจากกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ ทว่าช่วงปลายสัปดาห์เริ่มเห็นแรงเทขายหนีตายเกือบ 400 ล้านดอลลาร์ เซ่นพิษความตึงเครียด ‘กรีนแลนด์’ และกำแพงภาษี

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ CoinShares บริษัทจัดการการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ เปิดเผยตัวเลขเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (Institutional Inflows) ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งพุ่งสูงถึง 2.17 พันล้านดอลลาร์ (ราว 7.6 หมื่นล้านบาท) ถือเป็นยอดรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดในรอบ 3 เดือน (นับตั้งแต่ ต.ค. 2025)

Bitcoin ยืนหนึ่ง - Ethereum แกร่งสวนกฎหมาย

พระเอกของงานยังคงเป็น Bitcoin (BTC) ที่ดึงดูดเม็ดเงินไปได้มหาศาลถึง 1.55 พันล้านดอลลาร์ ตอกย้ำสถานะสินทรัพย์หลักที่สถาบันเชื่อมั่นที่สุด

ที่น่าสนใจคือ Ethereum (ETH) ยังคงแข็งแกร่ง สามารถดึงเงินเข้าได้ถึง 496 ล้านดอลลาร์ สวนทางกับความกังวลเรื่องข้อเสนอในกฎหมาย CLARITY Act ของวุฒิสภาสหรัฐฯ ที่อาจเข้ามาจำกัดผลตอบแทน (Yields) ของ Stablecoin

นอกจากนี้ บรรดาเหรียญทางเลือก (Altcoins) ก็ได้รับอานิสงส์จากความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัว นำโดย XRP ที่ดึงเงินเข้า 69.5 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Solana (SOL) 45.5 ล้านดอลลาร์, Sui 5.7 ล้านดอลลาร์, LIDO 3.7 ล้านดอลลาร์ และ Hedera 2.6 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่หุ้นกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชน (Blockchain Equities) ก็บวกเพิ่มไปอีก 72.6 ล้านดอลลาร์

สหรัฐฯ เจ้าบุญทุ่ม - ยุโรปตามห่างๆ

เมื่อเจาะดูรายภูมิภาค พบว่า สหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นผู้นำทัพกระทิง โดยมีเม็ดเงินไหลเข้าสูงถึง 2.05 พันล้านดอลลาร์ ทิ้งห่างภูมิภาคอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น

- เยอรมนี 63.9 ล้านดอลลาร์
- สวิตเซอร์แลนด์ 41.6 ล้านดอลลาร์
- แคนาดา 12.3 ล้านดอลลาร์
- เนเธอร์แลนด์ 6.0 ล้านดอลลาร์

พลิกขายหนีตาย 378 ล้านดอลล์

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมที่ดูสวยหรูในช่วงต้นสัปดาห์กลับเริ่มมีรอยร้าวในช่วงปลายสัปดาห์ เมื่อข้อมูลระบุว่าในวันศุกร์เพียงวันเดียว มีเม็ดเงินไหลออก (Outflows) ถึง 378 ล้านดอลลาร์

สาเหตุหลักมาจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Tensions) กรณีข้อพิพาทเรื่อง “เกาะกรีนแลนด์” และคำขู่เรื่อง “กำแพงภาษี” (Tariff Threats) รวมถึงความไม่แน่นอนทางนโยบาย ที่ทำให้นักลงทุนบางส่วนเลือกที่จะ “ล็อกกำไร” และถอยมาดูสถานการณ์

ทั้งนี้เม็ดเงิน 2 พันล้านดอลลาร์สะท้อนว่าสถาบันยังคง “Bullish” ในระยะยาว แต่แรงเทขายท้ายสัปดาห์คือสัญญาณเตือนว่า ตลาดยังคงเปราะบางต่อข่าวสารภายนอก และพร้อมจะเปลี่ยนโหมดเป็น “Risk-off” ได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์โลกตึงเครียดขึ้น