บรรยากาศการลงทุนตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลพลิกผันชั่วข้ามคืน! ดัชนีความเชื่อมั่น (Crypto Fear & Greed Index) ดิ่งลงเหว 12 จุด หลุดโซน ‘ความโลภ’ กลับสู่ระดับ ‘ปกติ’ (Neutral) ที่ 49 คะแนน ท่ามกลางความวิตกกังวลของนักลงทุนหลังร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโทฯ ของวุฒิสภาสหรัฐฯ ส่อแววล่มปากอ่าว เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Coinbase ประกาศถอนการสนับสนุนเพราะรับไม่ได้กับกฎเหล็กห้ามจ่ายดอกเบี้ย Stablecoin ด้านกูรูมองต่างมุม ชี้การเลื่อนพิจารณากฎหมายคือ ‘สัญญาณกระทิง’ ที่พิสูจน์ความแกร่งของราคา Bitcoin
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีที่กำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งต้องสะดุดลงทันที เมื่อดัชนีชี้วัดอารมณ์ตลาดอย่าง Crypto Fear & Greed Index ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงถึง 12 จุด มาอยู่ที่ระดับ 49 (Neutral) จากที่เคยพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 61 (Greed) เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน นับตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมปีที่แล้ว ที่ตลาดเคยเกิดเหตุการณ์ Flash Crash ล้างพอร์ตมูลค่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์
กฏหมายกำกับคริปโต จุดชนวนเหตุความกังวล
แรงเทขายทางจิตวิทยาครั้งนี้มีต้นตอมาจากความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เกี่ยวกับร่างกฎหมาย “Crypto Market Structure Bill” ที่ทั้งอุตสาหกรรมรอคอย โดยเดิมทีมีกำหนดจะเข้าสู่การพิจารณาขั้นสุดท้าย (Markup) ของคณะกรรมาธิการการธนาคารแห่งวุฒิสภาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อ Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase ยักษ์ใหญ่ล็อบบี้ยิสต์แห่งวงการ ประกาศ “ถอนการสนับสนุน” ร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างกะทันหัน โดยระบุเหตุผลว่า กฎหมายฉบับนี้ “แย่กว่าสถานะที่เป็นอยู่” (Worse than the status quo) และ Coinbase ยอมที่จะ “ไม่มีกฎหมาย ดีกว่าได้กฎหมายห่วยๆ”
ประเด็นร้อนที่ทำให้ Coinbase และผู้เล่นในอุตสาหกรรมรับไม่ได้ คือบทบัญญัติที่ “จำกัดผลตอบแทน Stablecoin” อย่างเข้มงวด รวมถึงการแบ่งอำนาจกำกับดูแลที่ยังคลุมเครือ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อโมเดลธุรกิจในระยะยาว
ผลจากการต่อต้านทำให้ คณะกรรมาธิการการธนาคารฯ จำเป็นต้อง “ยกเลิก” การพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อกลับไปเจรจาหาเสียงสนับสนุนใหม่ ขณะที่ คณะกรรมาธิการเกษตรฯ ก็ประกาศเลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นช่วงปลายเดือนมกราคมเช่นกัน
Bitcoin ย่อตัวพักฐานหรือไปต่อ?
ความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลให้ราคา Bitcoin (BTC) ย่อตัวลงมาซื้อขายอยู่ที่ระดับ 95,480 ดอลลาร์ ปรับลดลงเล็กน้อย 0.83% หลังจากที่เพิ่งทะยานขึ้นไปแตะจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 97,870 ดอลลาร์ รับข่าวดีก่อนหน้านี้
ด้านแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล Santiment มองว่า การปรับขึ้นของราคาในช่วงก่อนหน้านี้เป็นเรื่องที่ “สมเหตุสมผล” (Justified) เนื่องจากมีแรงซื้อสะสมจากกลุ่ม Smart Money สวนทางกับรายย่อยที่เทขาย แต่เมื่อเกิดสุญญากาศทางกฎหมาย ความเชื่อมั่นในโซเชียลมีเดียจึงเริ่มสั่นคลอน
มุมมองสวนกระแส ‘เลื่อน’ เท่ากับ ‘รอด’
อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตยังมีความหวัง นักลงทุนสถาบันและกูรูบางส่วนกลับมองว่า การเลื่อนพิจารณากฎหมายครั้งนี้คือ “ข่าวดี”
Kyle Chasse นักลงทุน Venture Capital ชื่อดัง ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า การเลื่อนครั้งนี้คือ “สัญญาณกระทิง” (BULLISH signal) เพราะสะท้อนให้เห็นว่าตลาดมีภูมิต้านทานสูง
“ทุกคนคิดว่าตลาดจะพังยับ (REKT) หลังจากข่าวร้ายนี้ออกมา แต่ความจริงคือมันไม่พัง และราคายังยืนอยู่ได้” Chasse กล่าวทิ้งท้าย
อย่างไรก็จชตามสถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดคริปโตฯ สหรัฐฯ กำลังอยู่ในจุดเปราะบางที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การงัดข้อระหว่างภาคเอกชนและฝ่ายนิติบัญญัติยังไม่จบง่ายๆ และทุกความเคลื่อนไหวในสภาคองเกรส จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของกราฟราคา Bitcoin ในระยะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


