พริมา มารีน ปี69 เตรียมเข้าสู่การเติบโตครั้งใหม่ ด้วย 3 ปัจจัยบวก "กองเรือใหม่ -ต้นทุนต่ำ -ชายแดนคลายลดความเสี่ยง " หลังปี 68 อย่างสวยงาม พิสูจน์ฝีมือแม้เจอศึกหนักรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สงครามชายแดน เงินบาทแข็ง และภัยธรรมชาติ สามารถพลิกเกมได้ด้วย “กลยุทธ์เชิงรุก”
นายพร้อมพงษ์ ชัยศรีสวัสดิ์สุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พริมา มารีน จำกัด(มหาชน ) หรือ PRM เปิดเผยว่าทิศทางปี 2569 บริษัทฯ ได้เตรียมเข้าสู่การเติบโตครั้งใหม่ ด้วย 3 ปัจจัยบวกคือกองเรือใหม่ โดยบริษัทฯ ได้เตรียมรับมอบเรือขนส่งน้ำมันใหม่จำนวน 6 ลำ ซึ่งจะทยอยรับในปี 2569 – 2570 ซึ่งเรือกองใหม่นี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทั้งในแง่ปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีกว่าเดิม ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเรือเก่า และสร้าง Economy of Scale ให้กับบริษัทได้
ขณะที่ต้นทุนการเงินที่ดีขึ้นจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่เป็นขาลง ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ และสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนที่มีความชัดเจนมากขึ้น จะช่วยให้การดำเนินงานคล่องตัวและชัดเจนขึ้นตามไปด้วย
"นอกเหนือจากการสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งแล้ว PRM ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับการจัดกิจกรรมองค์กรทุกรูปแบบให้เป็น Carbon Neutral Event
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าดูแลสังคมผ่านการอนุรักษ์พื้นที่ชายฝั่งเพื่อสร้างอาชีพให้ชุมชน และให้ความสำคัญกับการสร้างคน โดยมอบทุนการศึกษา พร้อมเปิดโอกาสเส้นทางอาชีพนักเดินเรือ เพื่อผลิตบุคลากรคุณภาพสู่อุตสาหกรรมในระยะยาว"
ทั้งนี้ การเติบโตธุรกิจเรือกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล (FSU) เข้ามาเป็นธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างโดดเด่นในปี 2568 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่และโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น ที่มีความต้องการกักเก็บน้ำมันเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าชั้นดี และใช้บริการของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องระยะยาว ส่งผลให้มีรายได้ที่มั่นคงและสม่ำเสมอ และอีกส่วนหนึ่งมาจาก ธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (OSV) ที่มีรากฐานแข็งแกร่งจากสัญญาระยะยาวกับลูกค้าผู้สำรวจและผลิตรายใหญ่ในประเทศ ผนวกกับการขยายฐานลูกค้าใหม่สู่ตะวันออกกลาง ที่เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพให้บริษัทฯ เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ


