ASTVผู้จัดการรายวัน - ตลอดปี 2012 ที่ผ่านมา วงการกีฬาไทยและต่างประเทศถือว่ามีเรื่องราวน่าสนใจให้น่าจดจำ ซึ่งทีมข่าว MGR Sport รวบรวมเอา 10 เหตุการณ์เด่นที่น่าจดจำมานำเสนอ ดังบรรทัดต่อจากนี้
1. "บัวขาว" ปลดแอกสัญญาทาส
สะเทือนไปทั้งวงการมวยไทย เมื่อ สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว ป.ประมุข แหกค่ายหายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนออกมาเปิดใจกดดันกับการต้องอยู่ภายใต้ "สัญญาทาส" ขณะเดียวกัน "ดำดอตคอม" ยังฝ่าฝืน พรบ.กีฬามวย พ.ศ.2542 ขึ้นชกในศึกไทยไฟต์ที่แหลมบาลีฮาย พัทยา จังหวัดชลบุรี พร้อมลั่นวาจาเด็ด "ถึงติดคุก ผมก็ยอม" เป็นเหตุให้ค่าย ป.ประมุข ต้องดำเนินการฟ้องร้องทางกฎหมาย ร้อนถึงผู้ใหญ่วงการกีฬาไทยอย่าง "บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย มอบหมายให้ "เสธ.ยอด" พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ รวมทั้ง ตัวแทนฝ่ายกฎหมายของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ต้องเข้าไปไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ก่อนที่ผลประโยชน์ลงตัว บัวขาว เปลี่ยนใจกลับขึ้นสังเวียนอีกครั้ง หลังเอ่ยปากหากโดนเอาเปรียบอีกก็ขอแขวนนวมให้รู้แล้วรู้รอด ถึงวันนี้ บัวขาว ยืนหยัดป้องกันแชมป์ไทยไฟต์ 2012 ด้วยการเอาชนะคะแนน วิตาลี เฮอร์คัว ชาวเบลารุส ทว่าอนาคตของยอดนักชกแห่งสุรินทร์ ยังเป็นคำถามสำหรับการกรำศึกในปี 2013 ด้วยอายุที่ล่วงเลยถึงหลัก 30 ปี ซึ่งดูเหมือน บัวขาว มีทางหนีทีไล่ไว้แล้ว นั่นคือการเปิดค่ายมวย "บัญชาเมฆ" รวมทั้งผันตัวเองมาเป็นโปรโมเตอร์มวย
2. "เมย์" วันเดอร์เกิร์ลตัวจริง
รัชนก อินทนนท์ สร้างชื่อกระฉ่อนไปทั้งวงการแบดมินตันโลก เมื่อทำอันดับโลกขึ้นไปอยู่ที่ 11 คว้าสิทธิ์เข้าร่วมมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ หรือ โอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นครั้งแรก แม้ท้ายที่สุดสาวน้อยวัย 17 ปี หยุดเส้นทางไว้ที่รอบ 8 คนสุดท้ายประเภทหญิงเดี่ยว จากความพ่ายแพ้ต่อ หวัง ซิน ของจีนแบบได้ลุ้น 1-2 เกม แต่เชื่อเหลือเกินว่า "น้องเมย์" สร้างรอยยิ้มและเพิ่มความหวังให้แก่บรรดากองเชียร์ไทยซึ่งนี่ถือเป็นปีทองของ "วันเดอร์เกิร์ล" ก็ว่าได้ รัชนก กลายเป็นนักตบลูกขนไก่คนแรกของไทยที่ได้ไปเล่นแบดมินตันลีกอาชีพแดนมังกร เซ็นสัญญากับสโมสรชิงเต่า รับค่าเหนื่อยถึง 7 หลัก ซึ่ง "น้องเมย์" ทำผลงานยอดเยี่ยมพาต้นสังกัดคว้ารองแชมป์ไชน่า ซูเปอร์ลีก 2012 อันดับโลกเลื่อนขึ้นมาสูงสุดที่ 6 จากพัฒนาการที่เห็นได้ชัดทั้งเรื่องสภาพร่างกายและจิตใจ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ถึงมองไกลไปถึงการกวาดเหรียญรางวัลอีกมากมายทั้งในซีเกมส์ 2013 ที่เนปิดอว์ เมียนมาร์ เอเชียนเกมส์ 2014 ที่อินชอน เกาหลีใต้ รวมถึง โอลิมปิกเกมส์ 2016 ซึ่งจะมีขึ้นที่นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล
3. "ฮีโร่" โอลิมปิกในหัวใจคนไทย
มาช้าดีกว่าไม่มา หลังจากทัพนักกีฬาไทยทำท่าไม่ได้ลุ้นเหรียญใน "ลอนดอนเกมส์" ทว่าที่สุดแล้ว "น้องแต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว มาปลดล็อกสำเร็จจากการผงาดซิวเหรียญเงิน ยกน้ำหนักในรุ่น 58 กก.หญิง ชนิดคนไทยต้องลุ้นกันเฮือกใหญ่ จากนั้น "น้องเล็ก" ชนาธิป ซ้อนขำ ก็มาหยิบเหรียญทองแดง เทควันโด รุ่นน้ำหนัก 49 กก.หญิง ซึ่งถือว่าน่าเสียดายไม่น้อย เพราะในรอบรองชนะเลิศ จอมเตะวัย 21 ปีจากจังหวัดพัทลุง มาเสียท่าโดน บริกิตเต ยากู เอนริเก จากสเปน แซงชนะ 10-9 ช่วงวินาทีสุดท้าย ส่วน มวยสากลสมัครเล่น กีฬาที่คนไทยคาดหวังไม่น้อยกว่าชนิดอื่น มีไฟต์ประวัติศาสตร์เกิดขึ้น เมื่อ แก้ว พงษ์ประยูร คนเล็กใจใหญ่ เดินขึ้นสังเวียนชิงชัยในรุ่น 49 กก.ชาย วัดนวมกับ ซู ชิ หมิง ยอดนักชกจากจีน ซึ่งตลอด 3 ยก แก้ว ทำผลงานได้น่าประทับใจ แต่ที่สุดแล้ว กรรมการกลับชูมือให้ ซู ชิ หมิง ชนะไป 13-10 หมัด ชนิดค้านสายตาชาวโลก ทั้งนี้ ดร.ชิง โกะ วู ประธานสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ (ไอบา) ที่มีความสัมพันธ์อันระหองระแหงกับสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทยมาตลอด ยังคงยืนยันว่า แก้ว แพ้อย่างยุติธรรมที่สุดแล้ว ซึ่งถึงแม้ทั้ง พิมศิริ, ชนาธิป และแก้ว ไม่สามารถหยิบเหรียญทองมาฝากแฟนๆ แต่ทุกคนคือฮีโร่ที่จะอยู่ในหัวใจคนไทยตลอดไป
4. สู้ต่อไปขุนพลแข้ง "ช้างศึก"
ตลอดปี 2012 ที่ผ่านมา ขุนพล "ช้างศึก" ทีมชาติไทยมีรายการสำคัญๆ ให้โม่แข้ง เริ่มตั้งแต่รอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2014 โซนเอเชีย ซึ่งถูกจับสลากไปอยู่สายหิน เผชิญหน้าทั้ง ออสเตรเลีย, ซาอุดิอาระเบีย และโอมาน แม้ วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมันเข็นทีมลุ้นถึงนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม เพื่อโอกาสไปเล่นในรอบคัดเลือก 10 ทีมสุดท้าย แต่การบุกพ่าย โอมาน 0-2 จึงต้องจอดป้ายแค่รอบคัดเลือกรอบสาม ทำให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ภายใต้การนำของ "บังยี" วรวีร์ มะกูดี ต้องเบนเป้ามาที่การทวงศักดิ์ศรีครองจ้าวอาเซียนหนแรกในรอบ 10 ปี ซึ่ง ไทย ทำผลงานยอดเยี่ยมกวาดชัยชนะรวดในรอบแบ่งกลุ่มที่บ้าน แถมยังถลกหนัง "เสือเหลือง" ในรอบตัดเชือกเขี่ยแชมป์เก่าตกรอบ อย่างไรก็ตาม ความฝันครองแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ สมัยที่ 4 มีอันล่มสลาย เมื่อปราชัยให้ สิงคโปร์ ด้วยประตูรวมสองนัด 2-3 ผลพวงจากนัดแรกที่บุกแพ้ถึงแดนลอดช่อง 1-3 เสียประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ทั้งนี้ "ช้างศึก" ถือว่าสามารถปลุกกระแสฟุตบอลได้มากขึ้น เหลือเพียงผลงานในสนามที่ต้องพยายามกู้ศรัทธาล่าแชมป์มาครองให้ได้อีกครั้ง เริ่มตั้งแต่ภารกิจในคิงส์คัพ ช่วงเดือนมกราคม ต่อยอดไปถึงการกู้หน้ากระชากเหรียญทองซีเกมส์ 2013 ที่เมียนมาร์ มาครองให้จงได้
5. "ลูกยางสาว" ผู้ไม่เคยยอมแพ้
ถือเป็นปีที่สุขเศร้าเคล้าน้ำตาสำหรับทีมวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทย ที่ซุ่มเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อภารกิจปักธงไตรรงค์ใน "ลอนดอนเกมส์" ให้จงได้ แต่ "โค้ชอ๊อด" เกียรติพงศ์ รัชตเกรียงไกร และลูกทีมต่างผิดหวังไปตามๆ กันในทัวร์นาเมนต์ เวิลด์ ควอลิฟิเคชัน ถึงแม้นัดสุดท้ายทีมสามารถโค่น คิวบา ได้สำเร็จ แต่ผลการแข่งขันอีกคู่ไม่เป็นใจ ญี่ปุ่น เล่นในกรุงโตเกียว ขึ้นนำ เซอร์เบีย 2-0 เซต แต่สุดท้ายแม่เนื้อนิ่มยุ่นกลับพ่ายสาวเซิร์บ 2-3 เซต ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าล็อกผลการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ทีมลูกยางสาวไทยนำเอาความเสียใจมาฮึดเป็นพลังขับเคลื่อนในศึกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2012 ทำผลงาน 3 สนาม ได้ที่ 5 ของตารางรวม ได้สิทธิ์เข้าดวลพลังตบในสนามสุดท้ายที่เมืองหนิงโบ สาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนจบด้วยผลงานคว้าที่ 4 มาครองอย่างสมเกียรติ อีกทั้งยังประกาศศักดาคว้าแชมป์เอวีซีคัพ พิชิต จีน ไปได้ในรอบชิงที่คาซัคสถาน นี่ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นโบแดงจากความไม่ท้อถอยให้โชคชะตา
6. "กระทิงดุ" เก่งเกินต้าน
สเปน กลายเป็นชาติแรกที่ทำสถิติคว้าแชมป์ทัวนาเมนต์ระดับเมเจอร์ 3 รายการติดกัน หลังโชว์ฟอร์มถล่ม "อัซซูรี" อิตาลี 4-0 ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี 2012 โดยก่อนหน้านี้ "กระทิงดุ" ภายใต้การนำของ หลุยส์ อราโกเนส นำทีมเบียด "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี 1-0 จากประตูชัยของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ครองแชมป์ยูโร 2008 หลังห่างหายความสำเร็จมานานถึง 44 ปี จากนั้น บิเซนเต เดล บอสเก มาสานต่อภารกิจ "ขรัวเฒ่า" พาทีมต่อเวลาเฉือน "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ 1-0 จากการหลุดเข้าไปยิงของ อันเดรส อิเนียสตา เถลิงแชมป์ฟุตบอลโลก สมัยแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 2010 ถึงแม้ในศึกลูกหนังคอนเฟดเดอเรชันส์ 2009 สเปน พลาดท่าเสียที สหรัฐฯ 0-2 ซิวได้เพียงอันดับ 3 จากการเชือด แอฟริกาใต้ เจ้าภาพ 3-2 ทว่าสิ้นสุดปี 2012 "กระทิงดุ" ยังคงรั้งอันดับ 1 ของโลก มีโอกาสต่อยอดความสำเร็จอีกมากมาย ไล่ตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2014 ที่ต้องบุกไปท้าทาย บราซิล ถึงถิ่น รวมถึงการลุ้นแชมป์สมัยที่ 4 ในยูโร 2016 ซึ่งคราวนี้ต้องไปแข่งขันกันบนแผ่นดินฝรั่งเศส
7. "คิงเจมส์" เติมฝันจนเต็ม
เลอบรอน เจมส์ เติมเต็มฝันให้เป็นจริงได้ในปี 2012 ตอกย้ำการตัดสินใจที่คิดไม่ผิดในการผละ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ทีมซึ่งดราฟท์เขาเข้าลีกเป็นคนแรกของปี 2003 เมื่อใช้เวลาแค่ 2 ปีในการผนึกกำลัง ดีเวย์น เหว็ด และคริส บอช เป็น "บิ๊กทรี" นำ ไมอามี ฮีต เถลิงแชมป์บาสเกตบอล เอ็นบีเอ (NBA) ฤดูกาล 2011/12 หลังถลุงเอาชนะ โอกลาโฮมา ซิตี ธันเดอร์ 4-1 เกม นอกจากแหวนแชมป์วงแรกในอาชีพการเล่น "คิงเจมส์" ยังได้รับเลือกจากบรรดาสื่อมวลชนในสหรัฐฯ และแคนาดา ยกตำแหน่ง "ผู้เล่นทรงคุณค่า" (MVP) ฤดูกาลปกติ และรอบชิงชนะเลิศ ขณะเดียวกัน สื่อยักษ์ใหญ่แดนมะกันอย่าง "อีเอสพีเอ็น" ยังมอบรางวัล "อีเอสพีวาย" (ESPY) หรือ (Excellence in Sports Performance Yearly Awards) เชิดชูเกียรติให้แก่ ฟอร์เวิร์ดวัย 27 ปี ในสาขา นักกีฬาชายยอดเยี่ยมแห่งปี แชมเปียนที่มีฟอร์มการเล่นยอดเยี่ยม รวมถึงเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ NBA นอกจากนี้ เลอบรอน ยังสามารถพา "ดรีมทีม" สหรัฐฯ ป้องกันแชมป์เหรียญทองสำเร็จในโอลิมปิกเกมส์ 2012 นี่จึงถือเป็นปีทองสำหรับนักบาสฯ ที่ถูกนำมาเปรียบว่าจะสืบทายาท ไมเคิล จอร์แดน ก็ว่าได้
8. "แลนซ์" แชมเปียนจอมปลอม
แลนซ์ อาร์มสตรอง เปลี่ยนจากฮีโร่กลายเป็นผู้ร้ายในชั่วข้ามคืน เมื่อเจ้าของตูร์ เดอ ฟรองซ์ 7 สมัย ถูกคณะกรรมการต่อต้านการใช้สารกระตุ้นของสหรัฐอเมริกา (USADA) สั่งแบนตลอดชีวิตพร้อมกับริบแชมป์ ตูร์ เดอ ฟรองซ์ คืนมาทั้งหมด โทษฐานที่น่องเหล็กชาวอเมริกันโดนตั้งข้อหาใช้สารกระตุ้นขณะแข่งขัน ถึงแม้ ซูเปอร์สตาร์วัย 41 ปี ยังคงประกาศตัวเป็นแชมป์ตูร์ฯ แต่จากการตัดสินใจไม่สู้คดีโด๊ปยาเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ทำให้มลทินยังเปรอะเปื้อน ซึ่งก็ส่งผลกระทบตามมาในแง่ลบ เมื่อบรรดาสปอนเซอร์แห่ถอน บีบให้ แลนซ์ ต้องแสดงความรับผิดชอบลงจากตำแหน่งประธานผู้ก่อตั้ง “ลีฟสตรอง” (Livestrong) มูลนิธิที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้กับโรคมะเร็ง ซ้ำร้าย คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (โอไอซี) ยังสั่งริบเหรียญรางวัลในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติคืนด้วย หากผลการสอบสวนออกมาว่า น่องเหล็กรายนี้ใช้สารกระตุ้นในการแข่งซิดนีย์เกมส์ 2000 อีกทั้งสื่อดังของเกาะอังกฤษอย่าง "บีบีซี" ก็ลบชื่อ "แลนซ์ อาร์มสตรอง" ออกจากรายชื่อนักกีฬาต่างประเทศยอดเยี่ยมแห่งปี 2003 ด้วย
9. "เวทเทล" แฮตทริกเจ้าความเร็ว
เซบาสเตียน เวทเทล แห่งทีมเรดบูลล์ กลายเป็นนักขับดีกรีแชมป์โลก 3 สมัยที่มีอายุน้อยสุด ทุบสถิติเก่าของ ไอตัน เซนนา ตำนานผู้ล่วงลับชาวบราซิเลียนที่ทำไว้เมื่อตอนอายุ 31 ปี ลงอย่างราบคาาบ เมื่อนักซิ่งหนุ่มวัย 25 ปี ประกาศศักดาซิวแชมป์โลกตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา (ปี 2010-2012) ข่มทั้ง ลูอิส แฮมิลตัน (แม็คลาเรน) และล่าสุดเบียดเอาชนะ เฟร์นานโด อลอนโซ (เฟอร์รารี) ตกขอบแทร็กกันไป จากความสำเร็จที่มาไวกว่าที่หลายคนคาดคิด ทำให้ เมอร์เรย์ วอล์คเกอร์ ผู้บรรยายกีฬามอเตอร์สปอร์ตคนดังของอังกฤษ ฟันธงมั่นใจว่า "เซ็บ" จะสามารถทำลายสถิติซิวแชมป์โลกฟอร์มูลา วัน (F1) ของ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตำนานนักขับรุ่นพี่ชาวเยอรมันที่ทำไว้สูงสุด 7 สมัย ได้อย่างแน่นอน
10. ปีทองวงการกีฬาอังกฤษ
นี่ถือเป็นปีทองของวงการกีฬาอังกฤษก็ว่าได้ เมื่อได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่ลอนดอนเกมส์จัดการแข่งขันได้อย่างลงตัว โดยสหราชอาณาจักร คว้ามาได้ทั้งสิ้น 29 เหรียญทอง 17 เหรียญเงิน 19 เหรียญทองแดง เป็นรองแค่ชาติมหาอำนาจอย่าง สหรัฐฯ และจีน เท่านั้น ซึ่งเหรียญทองแห่งความภาคภูมิใจ เห็นจะหนีไม่พ้นการที่ แอนดี เมอร์เรย์ ถลุงเอาชนะ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ คู่ปรับจากสวิตเซอร์แลนด์ 3-0 เซต ในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนที่นักเทนนิสชาวสกอตติชบินไปคว้าแชมป์แกรนด์สแลมแรกในชีวิต จากการปราบ โนวัค ยอโควิช มือวางอันดับ 1 ของโลกชาวเซิร์บ 3-2 เซต ในศึกยูเอส โอเพน 2012 ขณะที่ แบรดลีย์ วิกกินส์ ปลุกกระแสกีฬาจักรยานเมืองผู้ดีขึ้นมาได้ หลังน่องเหล็กชาวอังกฤษคว้าแชมป์ตูร์ เดอ ฟรองซ์ 2012 ต่อด้วยการครองเหรียญทองประเภทไทม์ ไทรอัล กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ด้าน โม ฟาราห์ นักวิ่งเชื้อสายโซมาเลีย กลายเป็นจอมทรหดของการวิ่งระยะไกลคนใหม่ เมื่อเบิ้ล 2 เหรียญทองจากวิ่ง 5 พันเมตร และหนึ่งหมื่นเมตร



