เจนสัน บัตตัน ผู้นำในตารางคะแนนประภทนักขับ สังกัดบรอว์นจีพี ไม่เห็นด้วยหากสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ) ตัดสินใจลงโทษด้วยการแบนลูอิส แฮมิลตัน และทีมแม็คลาเรน จากคดีลวงโลกที่ออสเตรเลีย
แชมป์โลก 2008 และทีมงานแม็คลาเรน มีคิวเข้าให้ข้อมูลในคดีลวงโลกจากศึกออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์ ต่อสภามอเตอร์สปอร์ตโลก (WMSC) ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ที่ฝรั่งเศส ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเอฟไอเออาจลงดาบแบนทีมออกจากการแข่งขันฤดูกาลนี้
ทำให้ บัตตัน นักขับเลือดผู้ดี จากบรอว์นจีพี ออกโรงไม่เห็นด้วยหากทีม "ซิลเวอร์แอโรว์ส" จะถูกแบนจากเหตุการณ์ดังกล่าว "มันคงเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังมากสำหรับวงการเอฟวัน แม้ว่าเราจะอยู่กันคนละสถานการณ์ก็ตาม หากไม่มีแม็คลาเรน มันก็คงไม่ใช่เอฟวัน ซึ่งผมคิดว่าทุกคนก็คงจะคิดเช่นนี้เหมือนกัน"
อย่างไรก็ดี สื่อมวลชนสายมอเตอร์สปอร์ตคาดการณ์ว่า มาร์ติน วิทมาร์ช ทีมบอสแม็คลาเรน เตรียมร่างหนังสือขอโทษจากการโกหกเจ้าหน้าที่สนามออสเตรเลีย ขณะเดียวกันโทษที่ร้ายแรงที่สุด อาจเป็นเพียงการแบนทีมออกจากการแข่งขันเพียง 2 สนามเท่านั้น
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของแม็คลาเรนในศึกบาห์เรน กรังด์ปรีซ์ แฟนๆของลูอิส แฮมิลตัน น่าจะพอมีความหวังขึ้นมาบ้าง เมื่อนักขับผิวสีทำเวลาในรอบฝึกซ้อมได้ดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยเวลาต่อรอบ 1:33.647 นาที เหนือกว่าบัตตันเข้ามาเป็นที่ 5 อยู่ 0.7 วินาที
อย่างไรก็ดี หลังจากจบศึกบาห์เรน กรังด์ปรีซ์ ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนนี้ ทีมงานแม็คลาเรนจะต้องลุ้นรถทึกคำชี้ขาดจากสภามอเตอร์สปอร์ตโลก (WMSC) ที่จะประชุมกันในวันพุธที่ 29 เม.ย. ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
แชมป์โลก 2008 และทีมงานแม็คลาเรน มีคิวเข้าให้ข้อมูลในคดีลวงโลกจากศึกออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์ ต่อสภามอเตอร์สปอร์ตโลก (WMSC) ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ที่ฝรั่งเศส ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเอฟไอเออาจลงดาบแบนทีมออกจากการแข่งขันฤดูกาลนี้
ทำให้ บัตตัน นักขับเลือดผู้ดี จากบรอว์นจีพี ออกโรงไม่เห็นด้วยหากทีม "ซิลเวอร์แอโรว์ส" จะถูกแบนจากเหตุการณ์ดังกล่าว "มันคงเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังมากสำหรับวงการเอฟวัน แม้ว่าเราจะอยู่กันคนละสถานการณ์ก็ตาม หากไม่มีแม็คลาเรน มันก็คงไม่ใช่เอฟวัน ซึ่งผมคิดว่าทุกคนก็คงจะคิดเช่นนี้เหมือนกัน"
อย่างไรก็ดี สื่อมวลชนสายมอเตอร์สปอร์ตคาดการณ์ว่า มาร์ติน วิทมาร์ช ทีมบอสแม็คลาเรน เตรียมร่างหนังสือขอโทษจากการโกหกเจ้าหน้าที่สนามออสเตรเลีย ขณะเดียวกันโทษที่ร้ายแรงที่สุด อาจเป็นเพียงการแบนทีมออกจากการแข่งขันเพียง 2 สนามเท่านั้น
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของแม็คลาเรนในศึกบาห์เรน กรังด์ปรีซ์ แฟนๆของลูอิส แฮมิลตัน น่าจะพอมีความหวังขึ้นมาบ้าง เมื่อนักขับผิวสีทำเวลาในรอบฝึกซ้อมได้ดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยเวลาต่อรอบ 1:33.647 นาที เหนือกว่าบัตตันเข้ามาเป็นที่ 5 อยู่ 0.7 วินาที
อย่างไรก็ดี หลังจากจบศึกบาห์เรน กรังด์ปรีซ์ ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนนี้ ทีมงานแม็คลาเรนจะต้องลุ้นรถทึกคำชี้ขาดจากสภามอเตอร์สปอร์ตโลก (WMSC) ที่จะประชุมกันในวันพุธที่ 29 เม.ย. ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส