xs
xsm
sm
md
lg

รื้อคอนกรีตจุดฝังศพ “สามเณรปลื้ม” ทิ้งทั้งหมด จ่อดำเนินคดีแก๊งฆ่าเณรเพิ่มฐานยักยอกทรัพย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


 
นครศรีธรรมราช - รักษาการเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก เร่งรื้อคอนกรีตจุดฝังศพสามเณรทิ้งทั้งหมด จ่อแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มฐานยักยอกทรัพย์ ด้านอดีตเจ้าอาวาสเครียดล้มป่วยหนัก จนลูกศิษย์ต้องช่วยกันหามส่ง รพ.กลางดึก ขณะที่ผู้ประกอบการแผงพระร้องขอให้มีการตรวจสอบจำนวนสามเณรย้อนหลัง หวั่นมีหายสาบสูญเพิ่ม

วันนี้ (6 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการติดตามคดีฆาตกรรม “สามเณรปลื้ม” หรือนายศุภโชค เอกเกียรติกุล แล้วฝังภายในวัดวังตะวันตก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ได้แล้ว จำนวน 4 ราย คือ น.ส.ปิยฉัตร อรุณสกุล นายเด่นชัย ภูมินิยม นายสุริยา กุศลสุข และนายนที ศรีดอน โดยการทำคดีของพนักงานสอบสวน และทีมสืบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช มีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะการตรวจยึดเอกสารสำคัญทางการเงินของวัดจำนวนมากที่อยู่ภายในบ้านของ น.ส.ปิยฉัตร

ส่วนบรรยากาศภายในบริเวณวัดตั้งแต่ช่วงสายของวันนี้ พระครูพรหมเขตคณารักษ์ รักษาการเจ้าอาวาส ได้ประสานกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เข้ารื้อถอนแผ่นคอนกรีตที่ปกปิดหลุมศพของสามเณรปลื้ม ออกทั้งหมด และปรับพื้นที่ให้เป็นเช่นเดิม โดยมีพุทธศาสนิกชนยังมาอุทิศส่วนกุศลให้แก่สามเณรอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า พระเทพสิริโสภณ อดีตเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เดินทางไปพำนักอยู่ในวัดแห่งหนึ่งใน อ.ลานสกา ตั้งแต่วันที่มีการขุดค้นศพสามเณรปลื้ม ซึ่งตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก ได้ล้มป่วยลงอย่างกะทันหันตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ลูกศิษย์ได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษายังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งแพทย์ต้องคอยดูแลอาการอย่างใกล้ชิด
 

 
ขณะที่ พระครูพรหมเขตคณารักษ์ กล่าวถึงการยักยอกทรัพย์สินของวัด โดยกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งอาจต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมในส่วนนี้ว่า ต้องมีการประสานกันทุกฝ่าย และโดยเฉพาะต้องติดตามการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ว่า มีทิศทางอย่างไร มีข้อกฎหมายอย่างไร ในส่วนของวัดพร้อมที่จะปฏิบัติตาม และขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนมาร่วมกันกอบกู้สถานการณ์ของวัด ซึ่งขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤตอย่างที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการติดตามสถานการณ์ทั้งหมด นายสมเดช แสงสุริวงศ์ ผู้ประกอบการแผงพระเครื่องภายในวัดวังตะวันตก ยอมกล้าที่จะเปิดเผยถึงพฤติการณ์ของ น.ส.ปิยฉัตร ซึ่งมีทั้งการไปอยู่ในกุฏิของเจ้าอาวาสรูปก่อนเพียงลำพังอย่างไม่สมควร การบังคับขู่เข็ญพระในวัด และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบสามเณรที่มาพำนักภายในวัด และอยู่ภายใต้การควบคุมของ น.ส.ปิยฉัตร ซึ่งมีสามเณรเป็นจำนวนมากในช่วงที่วัดธรรมกาย ได้ระดมสามเณรเดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสามเณรที่พำนักอยู่ภายในวัด ว่า ทุกคนยังอยู่ครบถ้วนอยู่หรือไม่ เนื่องจากมีข้อสังเกตสามเณรอย่างน้อย 2 คน ที่หายหน้าไปอย่างไร้ร่องรอย โดยพร้อมที่จะให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่
 

 
และในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทางครอบครัวฝ่ายบิดาของสามเณรปลื้ม ได้ประกอบพิธีทางศาสนาเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อที่จะเคลื่อนศพออกมาจากวัดปากเหมือง อ.หัวไทร เพื่อนำศพไปส่งให้มารดาของสามเณรปลื้ม คือ นางกัญญา ทิมกระโทก ที่รอรับศพเพื่อบำเพ็ญกุศลต่ออีก 3 คืน ที่วัดวังไทร อ.ลานสกา ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการแย่งชิงศพของสามเณร แต่ภายหลัง พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้เรียกมาทำข้อตกลงเสียใหม่ จนได้ข้อยุติคือการแบ่งกันบำเพ็ญกุศลฝ่ายละ 3 วัน

ส่วนความคืบหน้าของการติดตามคดี ล่าสุด จนถึงขณะนี้มีผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว จำนวน 4 คน ซึ่ง 3 คนแรก คือ น.ส.ปิยฉัตร อรุณสกุล นายเด่นชัย ภูมินิยม และนายสุริยา กุศล ซึ่งกลุ่มนี้ถูกข้อหาฉกรรจ์ คือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันปิดบังซ่อนเร้นอำพรางสาเหตุแห่งการตาย และร่วมกันปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ ส่วนรายที่ 4 คือ นายนที ศรีดอน เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ เนื่องจากพบพฤติการณ์เพียงช่วยกลุ่มผู้ต้องหา 3 รายแรกขุดหลุมเท่านั้น

และเจ้าหน้าที่ยังอยู่ในระหว่างการติดตามสามเณรคิงท์ อายุ 17 ปี ขณะนี้หลบหนีหายตัวไปแล้ว โดยสามเณรคิงท์ ตกอยู่ในทีมร่วมกันฆ่าด้วย ส่วน นายพิศิษฐ์ บุษบรรณ หรือป้าหลา และ น.ส.อาร์ ภรรยาของนายนที เจ้าหน้าที่ได้กันทั้ง 2 รายนี้ไว้เป็นพยาน เช่นเดียวกับนายวรวิทย์ หรือเอ็ม วิเชียรนพวงศ์ หรือเณรเอ็ม โดย 2 รายหลังได้ถูกนำตัวเข้าสู่โครงการคุ้มครองพยานแล้ว
 

กำลังโหลดความคิดเห็น