xs
xsm
sm
md
lg

มารดา “พิธาน” นำภาพถ่ายลูกชายร่วมฟังคำตัดสิน ศาลปกครองสั่งเหมืองแร่ “แบร์ไรท์” เปิดทำการได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


 
นครศรีธรรมราช - ศาลปกครองสูงสุด สั่งเพิกถอนการคุ้มครองบรรเทาทุกข์ให้เหมืองแร่ “แบร์ไรท์” เปิดทำการได้ ส่วนการพิจารณาคดียังไม่แล้วเสร็จ มารดา “พิธาน ทองพนัง” นำภาพถ่ายลูกชายร่วมรับฟัง

วันนี้ (16 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าศาลปกครองนครศรีธรรมราช นางอนงค์ ทองพนัง ถือภาพถ่ายของ นายพิธาน ทองพนัง บุตรชายซึ่งถูกลอบสังหารในขณะที่เป็นแกนนำคัดค้านเหมืองแร่แบร์ไรท์ บนป่าต้นน้ำใน ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช เมื่อเกือบ 1 ปีก่อน เข้ามายังศาลปกครองนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยผู้ฟ้องคดีเดียวกันอีกหลายคนเพื่อมารับฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุด

หลังจากคู่กรณีคือ บริษัทเหมืองแร่ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ หลังจากที่ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ได้มีคำสั่งมาตรการคุ้มครองบรรเทาทุกข์ ส่งผลให้เหมืองแร่ไม่สามารถดำเนินการได้ ขณะที่ นายสำเร็จ ทองพนัง ซึ่งเป็นบิดาของ นายพิธาน และเป็นผู้รับมรดกความต่อจาก นายพิธาน ญาติได้นำตัวไปอาศัยอยู่นอกพื้นที่ เนื่องจากถูกกดดัน และคุกคามจากผู้มีอิทธิพลจนไม่สามารถเดินทางมาศาลได้เช่นเดียวกัน

โดยการฟังคำสั่งนั้น ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ได้อ่านคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งสรุปว่า ศาลได้มีคำสั่งเพิกถอนมาตรการคุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากมีข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ว่าผู้ประกอบการได้ปฏิบัติตามระเบียบในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ซึ่งทำให้เหมืองสามารถใช่เครื่องจักรกลเข้าเปิดเหมืองเดินหน้าได้อีกครั้ง ขณะที่ฝ่ายผู้ฟ้องคดี รวมทั้งมารดาของนายพิธาน ต่างผิดหวัง แต่ทุกคนยอมรับในคำสั่งศาล

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่า คำสั่งดังกล่าวนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ ต่อกระบวนการพิจารณาคดี เป็นเพียงมาตรการบรรเทาทุกข์เท่านั้น หากฝ่ายผู้ฟ้องคดีเห็นว่าผู้ประกอบการละเลย หรือไม่ปฏิบัติมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อม ผู้ฟ้องคดีสามารถเข้าร้องเพื่อขอคำสั่งคุ้มครองได้อีก ส่วนกระบวนการพิจารณานั้นได้ดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของสังคม มีผู้ฟ้องเป็นประชาชนจำนวนมาก คาดว่าจะมีการนัดฟังคำวินิจฉัยในเร็วๆ นี้




 
 

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...