ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – เลขาธิการกรรมการกลางอิสลามฯ ยืนยันปัญหาการทวงคืนที่ดินวะกัฟของชาวบ้านในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา บริเวณโครงการท่อก๊าซไทย – มาเลย์ จะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุม 11 มี.ค.นี้ ระบุคำวินิจฉัยเดิมไม่ถูกต้อง
วานที่ 7 มี.ค. ตัวแทนกลุ่มปกป้องที่ดินวะกัฟและขอทวงคืน (รวมถึงทายาทและพยาน) ได้เดินทางจาก อ.จะนะ จ.สงขลา ไปยังมูลนิธิศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ เพื่อต้องการยื่นหนังสือขอบคุณประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ที่ร่วมมือแก้ไขปัญหาหลักการศาสนา กรณีที่ดินวะกัฟ อ.จะนะ จ.สงขลา โดยนางจันทิมา ชัยบุตรดี และนายประกอบ หลำโซะ เป็นตัวแทนยื่นหนังสือต่อนายพิเชษฐ์ สถิรชวาล เลขาธิการคณะกรรมการกลางฯ
นางจันทิมา ชัยบุตรดี ได้กล่าวว่า ตนและตัวแทนกลุ่มปกป้องฯ ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการกลางฯ ช่วยพิจารณาแก้ไขปัญหาที่ บริษัท ทรานส์ไทย – มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินโครงการก่อสร้างโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยเข้าครอบครองเส้นทางวะกัฟที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันมายาวนาน และปิดกั้นไม่ให้ประชาชนทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ดังเดิม โดยใช้คำวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักจุฬาราชมนตรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ในการอ้างต่อสาธารณชนเพื่อสร้างความชอบธรรม
ซึ่งทางกลุ่มได้ทราบว่า คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย มีความเห็นให้นำคำวินิจฉัยของผู้ทรงคุณวุฒิสำนักจุฬาราชมนตรี ดังกล่าวมาพิจารณาทบทวนเพื่อทำการวินิจฉัยใหม่ โดยจะเอาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ในวันที่ 11 มีนาคม 2551 นี้
นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล เลขาธิการคณะกรรมการกลางฯ ได้รับหนังสือด้วยตนเองและกล่าวต่อตัวแทนกลุ่มปกป้องฯ ที่นำหนังสือขอบคุณที่นำมามอบให้ โดยยืนยันว่า วันที่ 11 มี.ค.นี้ ทางคณะกรรมการกลางฯ จะมีการประชุมประจำเดือนมีนาคมและจะนำเรื่องที่ดินวะกัฟเข้าวาระที่ประชุมเพื่อต้องการร่วมกันแก้ไขปัญหานี้
นางจันทิมา กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของศาสนิกชนผู้นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ขอขอบคุณที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวแทนโดยชอบธรรมของพี่น้องมุสลิมเห็นความสำคัญในเรื่องนี้และร่วมแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ขัดแย้งกับหลักการศาสนาอิสลาม กลุ่มปกป้องฯจะติดตามข้อสรุปจากการประชุมวันที่ 11 มี.ค.นี้
"ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันศุกร์อันเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวมุสลิม ทางมูลนิธิศูนย์กลางอิสลามฯ ได้จัดกิจกรรมเสวนาประจำวันทุกวันศุกร์ และได้เชิญตัวแทนกลุ่มปกป้องที่ดินวะกัฟฯ เข้าร่วมชี้แจงและอธิบายปัญหาเรื่องที่ดินวะกัฟในกิจกรรมเสวนาดังกล่าว เพื่อเป็นการเผยแพร่เรื่องราวข้อเท็จจริง อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาร่วมในอนาคต"
วานที่ 7 มี.ค. ตัวแทนกลุ่มปกป้องที่ดินวะกัฟและขอทวงคืน (รวมถึงทายาทและพยาน) ได้เดินทางจาก อ.จะนะ จ.สงขลา ไปยังมูลนิธิศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ เพื่อต้องการยื่นหนังสือขอบคุณประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ที่ร่วมมือแก้ไขปัญหาหลักการศาสนา กรณีที่ดินวะกัฟ อ.จะนะ จ.สงขลา โดยนางจันทิมา ชัยบุตรดี และนายประกอบ หลำโซะ เป็นตัวแทนยื่นหนังสือต่อนายพิเชษฐ์ สถิรชวาล เลขาธิการคณะกรรมการกลางฯ
นางจันทิมา ชัยบุตรดี ได้กล่าวว่า ตนและตัวแทนกลุ่มปกป้องฯ ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการกลางฯ ช่วยพิจารณาแก้ไขปัญหาที่ บริษัท ทรานส์ไทย – มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินโครงการก่อสร้างโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยเข้าครอบครองเส้นทางวะกัฟที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันมายาวนาน และปิดกั้นไม่ให้ประชาชนทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ดังเดิม โดยใช้คำวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักจุฬาราชมนตรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ในการอ้างต่อสาธารณชนเพื่อสร้างความชอบธรรม
ซึ่งทางกลุ่มได้ทราบว่า คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย มีความเห็นให้นำคำวินิจฉัยของผู้ทรงคุณวุฒิสำนักจุฬาราชมนตรี ดังกล่าวมาพิจารณาทบทวนเพื่อทำการวินิจฉัยใหม่ โดยจะเอาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ในวันที่ 11 มีนาคม 2551 นี้
นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล เลขาธิการคณะกรรมการกลางฯ ได้รับหนังสือด้วยตนเองและกล่าวต่อตัวแทนกลุ่มปกป้องฯ ที่นำหนังสือขอบคุณที่นำมามอบให้ โดยยืนยันว่า วันที่ 11 มี.ค.นี้ ทางคณะกรรมการกลางฯ จะมีการประชุมประจำเดือนมีนาคมและจะนำเรื่องที่ดินวะกัฟเข้าวาระที่ประชุมเพื่อต้องการร่วมกันแก้ไขปัญหานี้
นางจันทิมา กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของศาสนิกชนผู้นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ขอขอบคุณที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวแทนโดยชอบธรรมของพี่น้องมุสลิมเห็นความสำคัญในเรื่องนี้และร่วมแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ขัดแย้งกับหลักการศาสนาอิสลาม กลุ่มปกป้องฯจะติดตามข้อสรุปจากการประชุมวันที่ 11 มี.ค.นี้
"ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันศุกร์อันเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวมุสลิม ทางมูลนิธิศูนย์กลางอิสลามฯ ได้จัดกิจกรรมเสวนาประจำวันทุกวันศุกร์ และได้เชิญตัวแทนกลุ่มปกป้องที่ดินวะกัฟฯ เข้าร่วมชี้แจงและอธิบายปัญหาเรื่องที่ดินวะกัฟในกิจกรรมเสวนาดังกล่าว เพื่อเป็นการเผยแพร่เรื่องราวข้อเท็จจริง อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาร่วมในอนาคต"



