xs
xsm
sm
md
lg

จะนะจี้ "กก.อิสลาม" ทบทวนมติที่ดินวากัฟ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการออนไลน์ - ชาวบ้านจะนะยกพวกบุกที่ประชุมคณะกรรมการกลางอิสลามฯ เรียกร้องให้คณะผู้ทรงคุณวุฒิทบทวนมติชี้ที่ดินวากัฟซ้อนทับทางพาดท่อก๊าซ ระบุมติเดิมตอบไม่ตรงประเด็น ขณะที่ กก.อิสลามรับเรื่องโยนลูกต่อให้พิจารณาภายใน 60 วัน

วันนี้ (11 มี.ค.) เวลาประมาณ 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย หนองจอก กรุงเทพฯ ชาวบ้านจาก อ.จะนะ จ.สงขลาราว 50 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมกลางฯ ระหว่างการประชุมประจำเดือนเพื่อเรียกร้องให้มีการทบทวนคำวินิจฉัยเกี่ยวกับที่ดินวากัฟหรือที่ดินสาธารณประโยชน์ตามหลักการอิสลามซึ่งซ้อนทับกับแนวท่อก๊าซระหว่างโรงแยกก๊าซกับโรงไฟฟ้าสงขลา โดยท่ประชุมได้อนุญาตให้ตัวแทนชาวบ้าน 4 คนเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม

นางจันทิมา ชัยบุตรดี หนึ่งในแกนนำชาวบ้านระบุว่า ก่อนหน้านี้คณะผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักจุฬาราชมนตรีเคยมีคำวินิจฉัยออกมาแล้วหลังจากที่มีการลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่ทางชาวบ้านเห็นว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ตรงประเด็น ไม่ได้ระบุชัดว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินวากัฟหรือไม่ แต่กลับไปสรุปในประเด็นอื่นๆ อาทิเช่น วิศวกรที่ทำงานในพื้นที่ส่วนมากเป็นชาวสิงคโปร์, พื้นที่ทั้งหมดวางท่อก๊าซเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว, การชี้แนวที่ดินมีผู้สูงอายุเพียงคนเดียว เป็นต้น

“ข้อสรุปพวกนั้นไม่ได้แก้ปัญหาให้กับชาวบ้านเลย เพราะไม่ได้บอกว่าที่ดินตรงนั้นเป็นที่ดินวากัฟหรือไม่” นางจันทิมา กล่าว

แกนนำชาวบ้าน ยืนยันว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินวากัฟซึ่งมีพยานและทายาทของพยานยืนยันตรงตามหลักการอิสลาม ชาวบ้านเชื่อว่าเมื่อมีการบริจาคที่ดินให้พระเจ้าแล้ว ไม่มีใครสามารถอ้างสิทธิได้เพียงผู้เดียว ซึ่งชาวบ้านได้พยายามชี้แจงประเด็นเหล่านี้กับทางบริษัททรานส์ไทยมาเลเซีย เจ้าของโครงการตลอด การที่ทางบริษัทจะมาอ้างว่าได้ดำเนินการวางท่อเกือบเสร็จแล้วจึงฟังไม่ขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงต้องอาศัยคำวินิจฉัยของสำนักจุฬาราชมนตรีมาชี้ขาด

ขณะที่นายอับดุลอาซิซ พิทักษ์คุมพล กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ประธานในที่ประชุม เปิดเผยภายหลังว่า ที่ประชุมมีมติรับเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนจะส่งประเด็นอุทธรณ์ให้คณะผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการกลางฯ ไม่มีอำนาจตัดสินชี้ขาดในประเด็นในคำถามทางศาสนาเพราะเป็นอำนาจของสำนักจุฬาราชมนตรี แต่เชื่อว่าคณะผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีทั้งหมด 9 คน จะสามารถดำเนินการได้

นายอับดุลอาซิซ กล่าวว่า แม้ว่ากรณีดังกล่าวจะมีคำวินิจฉัยไปแล้ว แต่มีปัญหาที่เป็นเพียงการสรุปประเด็นไม่ได้ตอบให้ชัดเจนไปว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินวากัฟหรือไม่และหากว่าเป็นที่ดินวากัฟ จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในลักษณะใดได้บ้าง ซึ่งเท่าที่ทราบในที่ประชุมคณะผู้ทรงคุณวุฒิมีการอภิปรายในหลายประเด็นพร้อมกับยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ที่ดินวากัฟเพื่อสร้างโรงเรียนหรือสถานีอนามัยมาแล้วหลายกรณี ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านในพื้นที่จึงอาจเข้าใจผิดได้