xs
xsm
sm
md
lg

รู้จัก ‘เชฟแต่งศรีมณีเด้ง’เพจโชว์ทำอาหาร ผู้ชม 22 ล้าน แชร์แสนครั้งกับเมนูส้มตำทอด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายยุทธศักดิ์ ธนวรรณ  เชฟแต่ง เจ้าของเพจ

การสร้างเพจ Facebook ที่ประสบความสำเร็จและมีผู้ติดตามจำนวนมาก มีด้วยกันหลายวิธี แต่สำหรับเพจโชว์การทำอาหารไทย เป็นหนึ่งในเพจที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งเจ้าของเพจมีทั้งที่เป็นเชฟ และไม่ได้เป็นเชฟ ใช้วิธีอัดคลิปมาโชว์ผ่าน Facebook watch กันมากมาย


สำหรับชื่อของเพจ “เชฟแต่งศรีมณีเด้ง” ที่เลือกมานำเสนอในครั้งนี้ต้องบอกว่า ถ้าเปิดเข้าไปดูผ่านช่องทาง Facebook watch ช่องทางวีดีโอของเฟซบุ๊ก เพจของ “เชฟแต่งศรีมณีเด้ง” ก็ปรากฏขึ้นมา เพราะด้วยจุดเด่นของเชฟ สำเนียงเหน่อ ตามสไตล์คนสุพรรณบุรี ประกอบกับกริยาท่าทาง และการพูดการจาที่แสดงออกถึงความจริงใจ ในแบบบ้านๆที่หลายคนชื่นชอบ และมีดีกรีเป็นถึงเชฟที่ทำงานในร้านอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา


ชฟแต่งศรีมณีเด้ง เจ้าของเพจดัง เป็นใคร


มาทำความรู้จักกับ “เชฟแต่ง” หรือ “นายยุทธศักดิ์ ธนวรรณ” เขาเป็นคนจังหวัดสุพรรณบุรี ครอบครัวทำราชการ ส่วนที่มาของ ชื่อ “แต่งศรีมณีเด้ง” มาจากชื่อว่า “แต่ง” ซึ่งมาจากพ่อแม่มีพี่น้อง 3 คน พี่สาวชื่อ “สวย” และคู่แฝดกับตนชื่อ “เติม” และตนเองชื่อ “แต่ง” พอมาตั้งชื่อเพจ ก็ต้องมีสร้อยให้สอดคล้องกับชื่อ ได้ออกมาเป็น “แต่งศรีมณีเด้ง” และส่วนเว่อร์วังอลังการณ์ มาจาก เชฟชอบทำอะไรที่เว่อร์ๆ ทำเยอะๆ ก็เลยออกมาเว่อร์วังอลังการณ์ “เชฟแต่ง” บอกว่า ที่สหรัฐอเมริกา ราคาวัตถุดิบทำอาหารไทยแพงมาก แต่เชฟทำโชว์แต่ละครั้งทำจำนวนมาก ได้ฉายาเว่อร์วังอลังการณ์

“โดยส่วนตัวตั้งแต่วัยเด็ก เชฟชื่นชอบการทำอาหารมาก เวลามีงานบุญก็จะเข้าไปคลุกอยู่ในครัวช่วยคนแก่ หั่นผักบ้างอะไรบ้าง และแอบดูแม่ครัวว่าทำอาหารกันอย่างไร ก็จำมาทำบ้างอาศัยครูพักลักจำ มาตลอดจนเรียนจบ ม.3 ก็เลือกเรียนด้านอาหาร ที่วิทยาลัยอาชีวสุพรรณบุรี พอเรียนจบระดับปวช. ได้ไปเรียนต่อระดับปริญญาตรี ได้เพียง 2 เดือน พอดีจังหวะที่มีคนรู้จักต้องการคนไปช่วยทำอาหารในร้านอาหารไทยที่สหรัฐอเมริกา และช่วงนั้นตนเองก็อยากจะไปหาประสบการณ์ และหารายได้ในต่างประเทศอยู่แล้ว ก็เลยตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยไปทำงานที่สหรัฐอเมริกา โดยไม่ทราบว่า จะมีรายได้เท่าไหร่ รู้แต่ว่าต้องการไปหาประสบการณ์การทำอาหาร ในขณะนั้นตนเองอายุเพียง 18 ปี


การทำงานเป็นเชฟร้านอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา

นายยุทธศักดิ์ (เชฟแต่ง) เล่าถึงร้านอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ว่า ร้านอาหารไทยได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีร้านอาหารไทยเปิดให้บริการเป็นพันๆ ร้าน แค่เฉพาะที่ “เชฟแต่ง” ทำงานอยู่ ในรัฐเวอร์จิเนีย มีร้านอาหารไทยเปิดอยู่ใกล้ๆกันถึง 300 กว่าร้าน คนอเมริกันชื่นชอบการรับประทานอาหารไทยมาก แต่ต้องรสชาติอร่อย ถ้ารสชาติไม่ดีกินครั้งเดียวก็ไม่มากินอีก จึงทำให้มีร้านที่เกิดใหม่เยอะ และร้านที่เลิกกิจการมีเยอะมากเช่นกัน

ส่วนการเข้ามาทำงานในร้านอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันต้องบอกว่าไม่ง่าย เพราะในระยะหลังการเดินทางมาทำงานในสหรัฐอเมริกาเข้มงวด ไม่ใช่ว่าคิดจะมาก็มาได้เลยเหมือนสมัยที่ตนเองเข้ามาใหม่ เมื่อ 16 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ในขณะนี้ร้านอาหารไทย ต้องการแรงงานคนไทยเยอะมาก แต่หาแรงงานไม่ได้

สำหรับการมาทำงานในร้านอาหารไทยที่สหรัฐอเมริกา ทุกคนจะต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เพราะต้องมาเรียนรู้การทำอาหารใหม่หมดเลย แต่ถ้ามีพื้นฐานการทำอาหารมาบ้างก็จะเรียนรู้ได้เร็ว ซึ่งเทคนิคการทำอาหารต่างๆ เขาจะไม่มีการสอน ถือว่าเป็นความลับเพราะเป็นอาชีพของเขา ต้องหัดที่จะดูและเรียนรู้ด้วยตนเอง ที่ผ่านมา “เชฟแต่ง” อาศัยครูพักลักจำ ดูเขาทำและมาลองทำเอง โดยเมนูอาหารไทย ที่ได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกาช่วงนี้ คือ เมนูผัดไทย แกงต่างๆ ส้มตำ และขนมจีน





รายได้ของเชฟร้านอาหารไทยในอเมริกา


ทั้งนี้ ในส่วนรายได้ของคนไทยที่เดินทางมาเป็นเชฟในร้านอาหารไทย “เชฟแต่ง” บอกว่า รายได้ถ้าเทียบกับค่าเงินของไทย ถือว่ารายได้ดีมาก ส่วนของเชฟตอนที่มาทำครั้งแรก เมื่อ 16 ปีที่แล้ว มีรายได้เดือนหนึ่งประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท ซึ่งเชฟแต่งได้ย้ายสถานที่ทำงานมาแล้วหลายแห่ง เพราะเวลาเชฟไปร้านไหนลูกค้าก็ติดใจในฝีมือการทำอาหารของเชฟ ทำให้เราอัพค่าตัวได้ ตอนนี้มีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะสูง แต่ค่าใช้จ่ายต่างๆสูงเช่นกัน เพราะถ้าเจ็บป่วย ค่ารักษาพยาบาลที่นี่แพงมาก ต้องเตรียมเก็บเงินไว้ ยังมีค่าที่พัก ค่าอาหารการกิน แต่ถ้าสามารถทำงานเก็บเงิน ไม่ได้ออกไปเที่ยวไปกินข้างนอก ก็สามารถเก็บเงินได้เช่นกัน อย่างเชฟเอง ตลอดระยะเวลาการทำงานที่นี่ เชฟได้ส่งเงินไปเมืองไทย สร้างบ้านให้พ่อแม่ ส่งเงินไปให้แม่ซื้อทองเก็บไว้ เพราะไม่ชอบเก็บเงินสดได้พอสมควร แต่การทำงานในต่างประเทศต้องบอกว่าเหนื่อยมาก เพราะจ่ายค่าแรงเราต่อเมื่อเรามาทำงาน ถ้าขยันเก็บเงินได้เยอะ เวลาทำงานร้านอาหารเริ่ม 10 โมง เลิก 2 ทุ่ม ได้พัก 1ชั่วโมง

สำหรับผู้ที่ต้องการจะมาเปิดร้านอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา “เชฟแต่ง” บอกว่า ยังมีช่องว่างให้สามารถมาเปิดได้อีก เพราะความต้องการอาหารไทยยังมีอยู่อีกมาก แต่ต้องทำให้อร่อย ส่วนราคาอาหารไทยที่ขายกัน ก็จะคิดจากต้นทุน ค่าเช่า พนักงาน วัตถุดิบ โดยคิดราคาค่าอาหารจากราคาวัตถุดิบบวกเข้าไป 2.5 เท่า การเปิดร้านอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา มีขั้นตอนที่เป็นกฎระเบียบและกฎหมายต้องรู้ แต่ถ้าเปิดได้โอกาสที่จะประสบความสำเร็จมีเช่นกัน





การเปิดเพจโชว์ทำอาหารไทยของ “เชฟแต่งศรีมณีเด้ง”

สำหรับการมาเปิดเพจของ “เชฟแต่ง” ในครั้งนี้ เกิดขึ้นมาจากทางเชฟต้องการที่จะโชว์การทำอาหารให้เพื่อนดูเท่านั้น ไม่ได้คิดว่าจะมีคนติดตามจำนวนมากเหมือนอย่างทุกวันนี้ ซึ่งจุดเด่น ที่ทำให้ “เชฟแต่ง” ได้รับความสนใจและมีคนติดตาม (จำนวนผู้ติดตามหน้าเพจ ประมาณ 7แสนราย) แต่ “เชฟแต่ง” บอกกับเราว่า เมื่อครั้งที่เขาโพสต์การทำส้มตำทอดในครั้งนั้น มีคนติดตามมากถึง 22 ล้านราย และเกิดการแชร์ถึง 1แสนครั้ง ถือว่าเป็นครั้งที่ประสบความสำเร็จมาก

สำหรับการ เริ่มทำคลิปผ่านช่องทางเพจเฟซบุ๊ก ทำมาได้ประมาณ 1ปี แต่เริ่มเป็นที่รู้จักตอนเดือนที่ 6 ซึ่งเริ่มมีคนแชร์กันเยอะขึ้นหลักแสน จนกระทั่ง เมื่อครั้งทำเมนูส้มตำทอด ครั้งนั้น มีคนติดตามมากถึง 22 ล้านคน เป็นคนไทยที่อยู่ทั่วโลก ซึ่งหลังจากนั้น ก็มีคนติดตามเชฟแต่งมากขึ้น แต่ไม่เท่ากับครั้งทำส้มตำทอด

ทั้งนี้ ถ้าใครหลายๆคนได้มีโอกาสดู “เชฟแต่ง” ผ่าน ช่องทางวีดีโอเฟซบุ๊ก ก็จะรู้ว่า ทำไม “เชฟแต่ง” เธอถึงมีคนติดตามจำนวนมาก เพราะด้วยกริยาท่าทางที่ดูเป็นมิตรและเป็นกันเอง หลายคนมองเห็นถึงความจริงใจ เพราะเวลาเชฟสอนทำอาหาร ก็บอกหมดไม่มีกัก การพูดจาที่ฟังชัด และการบอกทุกขั้นตอนในการทำอาหาร เป็นเหตุผลที่ทำให้ เขาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีผ่านช่องทาง Facebook watch




“การทำคลิปในครั้งนี้ เชฟไม่ได้มีทีมงานแต่อย่างใด การถ่ายคลิปแต่ละครั้งจะให้เพื่อนๆช่วยกกันถ่ายให้ เพราะโดยส่วนตัวตนเองไม่เก่งเรื่องไอที ตัดต่อไม่เป็นถ่ายอย่างไรก็ลงอย่างนั้น ซึ่งอาศัยเพื่อนคนไหนใครอยากกินอะไรและให้เชฟช่วยทำให้ ก็จะต้องถ่ายคลิปให้เชฟ โดยเชฟจะเป็นคนออกค่าวัตถุดิบเองทั้งหมด และทุกวันเชฟมีหน้าที่ทำอาหารให้พนักงานกินอยู่แล้ว และอาหารที่ทำโชว์ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารที่ทำให้กับพนักงานในร้านนั้นแหละ หรือเวลาเพื่อนจัดปาร์ตี้ก็จะให้เชฟช่วยแสดงฝีมือการทำอาหาร ก็จะได้ถ่ายคลิปเก็บไว้ลงด้วย เดิมช่วงแรกเชฟโพสต์วันหนึ่ง 3 ครั้ง แต่ตอนนี้โพสต์วันละ 1 ครั้ง เท่านั้น เพราะคนดูบอกว่าดูไม่ทัน ก็เลยเอาแค่วันละคลิปเดียว”

ส่วนรายได้จากการทำคลิปลงเฟซบุ๊กในครั้งนี้ “เชฟแต่ง” บอกว่า ยังได้ไม่เยอะ เพราะเวลาในการถ่ายทำแต่ละครั้งใช้เวลาไม่นาน ทางเฟซบุ๊กมีกฎว่าต้องถ่ายกี่นาที ยิ่งคลิปใช้เวลานานรายได้ก็จะเยอะ ซึ่งโดยส่วนตัวไม่ได้คาดหวังรายได้จากการทำคลิปในครั้งนี้ แต่เป้าหมายต้องการให้ความรู้แก่ผู้ที่ต้องการทำอาหารไทย หรือ ได้ถ่ายทอดเทคนิคการทำอาหาร เคล็ดลับต่างๆ ที่เชฟทั่วไปอาจจะไม่ได้บอก ไม่สอนกัน แต่เราก็จะเอามาบอกมาสอนให้เพื่อนคนไทย หรือคนที่ชื่นชอบการทำอาหาร ไทย ไม่คิดว่าจะมีคนติดตามมากขนาดนี้ แต่พอทำไปคนติดตามเยอะก็ดีใจ เพราะตั้งใจว่า วันหนึ่งอยากกลับมาเปิดร้านอาหารที่เมืองไทย จะได้มีคนรู้จัก เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์ต้องกลับบ้านได้วางแผนรับมือได้ว่าจะกลับไปทำอะไรที่ประเทศไทย ส่วนสถานการณ์ระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน ในตอนนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบอะไรในขณะนี้





สำหรับFacebook watch ริ่มเปิดให้ผู้ใช้บริการทั่วโลกเมื่อ ปี 2561 เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหารายการ ผู้ทำคอนเทนต์วิดีโอที่ตัวเองชื่นชอบ หรือกระทั่งโต้ตอบกับบรรดาครีเอเตอร์เอง ด้วยการปรับรูปแบบให้เห็นวิดีโอที่เพื่อนของคุณกดไลก์ หรือแชร์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งวีดีโอที่เห็นผ่านทางช่องทาง Facebook watch จะมีหลากหลาย แต่ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ เพจโชว์การทำอาหารไทย แต่ละเพจที่เผยแพร่ผ่าน แพลตฟอร์ม Watch มีผู้ติดตามหลักหมื่น หลักแสนไปจนถึงหลักล้าน บางเพจทำเป็นอาชีพสร้างรายได้จนยึดเป็นอาชีพหลักเลยทีเดียว



* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *



กำลังโหลดความคิดเห็น...