xs
xsm
sm
md
lg

ไม่กลัว! ‘WARRIX’ เสื้อบอลสัญชาติไทย ท้าชนแบรนด์นอก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ในวงการผู้ผลิตชุดกีฬา โดยเฉพาะ “เสื้อฟุตบอล” ตลาดแทบทั้งหมดถูกครองโดยยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่ราย  แต่ในช่วง 1 ปีกว่าที่ผ่านมา สำหรับแฟนบอลไทยอาจจะสะดุดตากับเสื้อบอลแบรนด์น้องใหม่ อย่าง “วาริกซ์” (WARRIX) เริ่มแทรกตัวลงสนามแข่งขันทางธุรกิจ สร้างกระแสสั่นสะเทือนวงการด้วยยอดขายเติบโตอย่างร้อนแรง พร้อมกล้าประกาศเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่จะก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตชุดกีฬาระดับ Global Brand   
 
วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล
ทั้งหมดมาจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารหนุ่มวัยเพียง 40 ปี อย่าง “วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท คัฟเวอร์แนนท์ จำกัด ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการการ์เมนต์ เพราะเมื่อ 12 ปีที่แล้วเขาเข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย  นำนวัตกรรมนาโนลงเส้นใยให้เป็นเสื้อผ้าสุดไฮเทค  ผลงานเด่นสร้างชื่อ เช่น  “เสื้อกันยุง”และ “จีวรกันยุง”  ตามด้วยเสื้อโปโลกับเสื้อกีฬา คุณสมบัติพิเศษสามารถดูดซับเหงื่อ แห้งเร็ว ระบายอากาศได้ดี และป้องกันรังสียูวี  ซึ่งตลาดตอบรับอย่างสูง  ส่งให้บริษัทมีอัตราโตเฉลี่ยปีละ 30%  ล่าสุด พ.ศ. 2557 ผลประกอบการสูงกว่า 300 ล้านบาท
 
จากที่อยู่เบื้องหลังการผลิตเสื้อผ้าเติมนวัตกรรมมายาวนาน และเห็นถึงโอกาสเติบโตในวงการเสื้อผ้าแนวสปอร์ต โดยเฉพาะเสื้อฟุตบอล  เป็นที่มาของการแตกไลน์ธุรกิจ เปิดบริษัท วาริกซ์ สปอร์ต จำกัด ผลิตเสื้อกีฬาแบรนด์  “วาริกซ์” (WARRIX)  เมื่อประมาณเดือนตุลาคม พ.ศ. 2556
 
“ไอเดียการมาทำธุรกิจเครื่องแต่งกายกีฬา มาจากที่ผมเห็นว่าเป็นตลาดใหญ่ และเติบโตสูงมาก สวนกระแสเศรษฐกิจทั่วไปซบเซา แต่ตลาดเสื้อฟุตบอลกลับเติบโตตลอด อย่างฟุตบอล “ไทยพรีเมียร์ลีก” กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนฟุตบอลต่างประเทศก็มีฐานแฟนคลับประจำอยู่แล้ว  ในขณะที่เรามีพื้นฐานความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการผลิต เครื่องจักร เทคโนโลยี ตลาด ฯลฯ  ทำให้ผมเห็นว่านี่เป็นโอกาสสร้างตลาดใหม่ของเรา” วิศัลย์ระบุแนวคิดเบื้องต้น
 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยุทธจักรนี้มีเจ้าตลาดครอบครองพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว ทั้งแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างประเทศ และแบรนด์ไทย หน้าใหม่อย่าง “วาริกซ์” จะแจ้งเกิด จำเป็นต้องเลือกวางตำแหน่งให้ถูกต้องแม่นยำ ด้วยการเสนอตัวเองเป็นทางเลือกตรงกลางสำหรับผู้ซื้อ
 
ผู้บริหารหนุ่มขยายความว่า เสื้อฟุตบอลในปัจจุบันมีช่องว่างเรื่อง “ราคา” ระหว่างเสื้อแบรนด์เนมนอกกับแบรนด์ไทยสูงมาก   ดังนั้น “วาริกซ์” จึงวางตำแหน่งตัวเองมุ่งเจาะตลาดตรงกลาง โดยกำหนดว่า คุณภาพทั้งเนื้อผ้า การผลิตทัดเทียมยี่ห้อต่างประเทศ  ในขณะที่ราคาไม่สูงจนเกินไป เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น  ควบคู่กับวางรูปแบบการค้า สร้างพันธมิตรกับตัวแทนขายหรือดีลเลอร์ โดยจะไม่ลงไปขายสินค้าด้วยตัวเองแข่งกับดีลเลอร์เพื่อเปิดโอกาสให้ดีลเลอร์ได้ผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย   ปัจจุบันมีตัวแทนแล้วกว่า 300 รายทั่วประเทศ
 

ก้าวแรกในการเข้าสู่วงการผลิตเสื้อบอลนั้น “วาริกซ์” ลงทุนกว่า 30 ล้านบาท ใช้วิธีป่าล้อมเมือง คือ เลือกเริ่มต้นจากการเข้าไปสนับสนุนทีมในระดับภูมิภาคเสียก่อน โดยฤดูกาล ค.ศ. 2014 ที่ผ่านมาโฟกัสที่จังหวัดใหญ่ ศูนย์กลางภูมิภาค เช่น “เชียงใหม่ เอฟซี” และ “นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี” เป็นต้น ซึ่งเป็นทีมในระดับ “ลีกวัน”  (ลีกอันดับ 2 ของประเทศไทย)  โดยได้ผลตอบรับอย่างดียิ่ง เพราะทั้งสองจังหวัดมีฐานประชากรจำนวนมาก ยิ่งกว่านั้น ทีม “นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี” มีผลงานยอดเยี่ยม ครองแชมป์ลีกวัน และได้รับสิทธิ์ขึ้นสู่ “ไทยพรีเมียมลีก” ในฤดูกาล ค.ศ. 2015 ด้วย ทำให้กระแสความนิยมดีมากขึ้นไปอีก
 
ขณะเดียวกัน ได้ออกไปล่าความสำเร็จในประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการเซ็นสัญญาสนับสนุนเสื้อแข่งขันให้แก่ทีมกีฬาต่างๆ ในประเทศลาว และมาเลเซีย ทั้งหมดทำให้ผลประกอบการของเสื้อกีฬาไทยแบรนด์นี้เพียงปีแรกทะลุกว่า 100 ล้านบาท
 
วิศัลย์แจงว่า แบรนด์ “วาริกซ์”  มาจากคำว่า “warrior” ความหมายคือ “นักรบ” สื่อถึงการเป็นแบรนด์สัญชาติไทยที่พร้อมทุ่มเทและมุ่งมั่นแข่งขันในทุกสังเวียน รวมถึงบ่งบอกถึงความเป็นเลือดนักสู้ของคนไทยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ  ในขณะที่ด้านดีไซน์ เน้นให้สากล แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งหมดเป็นฝีมือดีไซเนอร์ชาวไทย 100% 
 
พร้อมเข้ามารับดูแลลิขสิทธิ์ชุดแข่งทีมชาติไทย ตั้งแต่ต้นปีหน้า (2560)
หลังแจ้งเกิดด้วยการสนับสนุนทีมฟุตบอลในระดับลีกวัน  ปีนี้ (พ.ศ. 2558)  รุกคืบเข้าสนับสนุนเสื้อฟุตบอลของทีมระดับไทยพรีเมียร์ลีก จำนวน 3 ทีม ได้แก่ สุพรรณบุรี เอฟซี  ศรีสะเกษ เอฟซี และราชนาวี เอฟซี  ควบคู่อีก 17 ทีมฟุตบอลไทยในระดับรองลงไป นอกจากนั้น ขยายไปสนับสนุนทีมกีฬาต่างๆ ในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน  สอดคล้องกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยใช้เงินทุนกว่า 50 ล้านบาท และตั้งเป้าว่าจะมีผลประกอบการในปีนี้เติบโตเป็นเท่าตัว หรือกว่า 200 ล้านบาท
 
“การทำธุรกิจเสื้อฟุตบอล ค่าใช้จ่ายสูงที่สุดคือ ค่าทำตลาดในการเข้าสนับสนุนทีมฟุตบอลต่างๆ แต่ละแบรนด์ก็จะแข่งกันเข้าสนับสนุนทีมต่างๆ ยิ่งทีมดังมูลค่ายิ่งสูง  ซึ่งปีนี้  เฉพาะแค่ทีมสุพรรณบุรี เอฟซี  ค่าเซ็นสัญญากว่า 8 หลัก  แต่ถือว่าเราโชคดี เพราะได้กระแสของ “ชาริล ชัปปุยส์” (นักฟุตบอลทีมชาติไทย สังกัดทีมสุพรรณบุรี เอฟซี) เหมือนมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ช่วยให้ผมมั่นใจว่าปีนี้แบรนด์วาริกซ์จะเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น” วิศัลย์ระบุ
 

ฝันอันยิ่งใหญ่ของผู้บริหารหนุ่ม  ฉายภาพในอนาคตว่า  สิ้นปีนี้เตรียมนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (MAI)  พร้อมตั้งเป้าอีก 2-3 ปีข้างหน้าแบรนด์ “วาริกซ์” จะเป็นเจ้าตลาดเสื้อกีฬาของภูมิภาคอาเซียน นอกจากนั้น ในปี ค.ศ. 2017 เข้าสนับสนุนเสื้อแข่งให้ทีมฟุตบอลทีมหนึ่งในศึก “พรีเมียร์ลีก” ประเทศอังกฤษ มูลค่ากว่า 9 แสนปอนด์  เวลานี้เจรจาลุล่วงไปกว่า 90% แล้ว คาดจะเปิดเผยได้เร็วๆ นี้  เมื่อถึงเวลานั้นจะทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในระดับสากล  พร้อมต่อยอดส่งออกไปยังตลาดเอเชีย อย่างจีน และญี่ปุ่น รวมถึงยุโรป 
 
และในอีก 5 ปีข้างหน้าตั้งเป้าว่า “วาริกซ์” จะก้าวสู่ผู้ผลิตชุดกีฬาระดับ Global Brand  อย่างแท้จริง 
 

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...