ตัวเลขระดับความสูงจากน้ำทะเลที่ปรากฏบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือบอกได้ว่าความสูง ณ จุดที่ยืนอยู่เกินกว่าระดับ 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางมามาก ตัวเลขที่บ่งบอกถึงอุณหภูมิรอบตัวบนหน้าปัดเดียวกันนั้นก็ให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน กระนั้นถึงแม้จะไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ ความรู้สึกยะเยือกที่เกิดจากกระแสลมโชยพัดกระทบผิวและภาพภูเขาสลับกั้นขวางเป็นรอนคล้ายระลอกคลื่นนั้นเป็นสิ่งที่บรรยายถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวได้เป็นอย่างดียิ่ง
ภูเขาตั้งสลับซับซ้อนตระหง่านสร้างทัศนียภาพ เสียงทึ่งตะลึงดังอื้ออึงชื่นชมในความงามตรงหน้าดังไม่ขาดสายจากนักท่องเที่ยวที่เรียกได้ว่าแทบจะทุกคน "จุดนี้สูง 1,485 เมตรครับ" ผมตอบกลับเสียงคำถามที่ลอยมาตามลมพร้อมกับหันไปมอง "พวกเขาคงจะตั้งใจเดินทางมาเพื่อชื่นชมรับสัมผัสกับธรรมชาติ ณ ที่ตรงนี้" เป็นสิ่งที่ผมคิดก่อนที่จะหันกลับไปชื่นชมทิวทัศน์ตามเดิม
นักท่องเที่ยวเริ่มทะยอยเดินทางเข้ามาในบริเวณที่ผมยืนอยู่มากขึ้นโดยที่ผมไม่จำเป็นต้องเหลียวเหลือบไปมอง หลากวัยหลายรุ่นไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น คนหนุ่มสาวหรือผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเดินทางมาคนเดียว กลุ่มเพื่อนฝูง คู่รักหรือครอบครัว บางส่วนเดินกลับลงไปก่อนแต่ไม่ใช่เพื่อเดินทางกลับแต่เพื่อเคลื่อนพลไปยังจุดบริการสำหรับตั้งแคมป์พักค้างคืนที่มีการจัดเตรียมเอาไว้เป็นอย่างเป็นสัดส่วน บ้างเริ่มจัดที่ทางกางเต้นท์พักนอน บ้างเริ่มเตรียมจุดไฟจัดแจงเตรียมมื้ออาหารเย็น แน่นอนกิจกรรมเหล่านี้ย่อมมีเสียงดังเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดามากน้อยแล้วแต่ปริมาณความหนาแน่นของผู้คน
พระอาทิตย์เริ่มลดระดับลงพร้อม ๆ กับลมแรงที่พัดพ่านกอปรด้วยอุณหภูมิที่ลดลง การแสดงละเล่นโลดโผนของแสงจึงเริ่มต้นขึ้น แน่นอนเสียงอื้ออึงชื่นชอบของผู้เข้าร่วมชมการแสดงในเย็นวันนั้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
ด้วยภาพเบื้องหน้าในวันนี้ทำให้ผมนึกหวนไปถึงเมื่อหลายปีก่อน เมื่อครั้งที่มาเยือน ณ สถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก โดยรอบสถานที่มีเพียงฐานปฏิบัติการของทหารที่ตั้งเพื่อความมั่นคงของประเทศ ถนนเปลี่ยวหนทางการสัญจรไม่ราบเรียบสะดวกสบาย ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีร้านขายสินค้า ไม่มีร้านขายกาแฟสด นักท่องเที่ยวหรือคนผ่านทางมีเพียงกระหยิบมือเดียว มีเพียงเสียงธรรมชาติที่ได้ยินดังอยู่รอบตัว ความงามของธรรมชาติในวันนั้นที่ได้สัมผัสมาส่วนตัวผมเองไม่คิดว่ามีความแตกต่างจากในวันนี้ คงเพียงบรรยากาศเท่านั้นที่ผันเปลี่ยนไป แต่ใครเล่าจะขัดขวางการก้าวเดินของวันเวลาที่มาพร้อมกับสิ่งที่เราคิดไปว่ามันคือการพัฒนาให้ดีขึ้นได้
ท้องฟ้าเย็นนี้ยังคงแสดงการละเล่นสร้างสรรสีงดงาม ผู้คนเฝ้ามองไม่ละสายตา เมฆไหลลอยช้าเร็วตามแรงลม นกนางแอ่นบินวนเล่นฉวัดเฉวียนฝูงแล้วฝูงเล่า นกกระจิ๊ด นกกระจิบกระโดดหากินตามพุ่มกิ่งไม้ด้านหลัง เสียงนกโพระดกร้องดังไกลมาจากผืนป่าล่าง ใบไม้แห้งลอยผ่านด้วยสายลมแรงแต่งแต้มเพิ่มรายละเอียดบนผืนฟ้า แว่บหนึ่งที่วัตถุบางอย่างลอยผ่านเข้ามาดึงความสนใจ ผมจับจ้องเพ่งมองพิจารณาก่อนยกกล้องถ่ายรูปเก็บภาพ
"แช๊ะ" เสียงม่านชัตเตอร์กล้องดิจิตอลที่ประกอบเข้ากับเลนส์เทเลซูม ลมหายใจเฮือกยาวถูกปล่อยหลังจากที่ภาพปรากฎอยู่บนจอหลังกล้อง สิ่งที่ผมเก็บภาพมานั้นช่างแตกต่างจากสิ่งที่ผมคาดการณ์เอาไว้อย่างสิ้นเชิง
ไม่ใช่ภาพนกอพยพหลบความหนาวในพื้นที่โซนเหนือของโลก ไม่ใช่ภาพใบไม่ใหญ่เล็กล่องลอยตามลม ไม่ใช่ภาพดวงดาวที่โคจรผ่านหรือภาพเครื่องบินที่บินอยู่บนท้องฟ้า แต่เป็นภาพหลักฐานแห่งการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์ที่ลอยผ่านสายตาผมไป
ไม่ใช่เพียงบรรยากาศโดยรอบเสียแล้วที่ผันเปลี่ยนแปลงไป
เกี่ยวกับผู้เขียน
จองื้อที
แต่เดิมเป็นเด็กต่างจังหวัดจากภาคตะวันออก มุ่งมั่นเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยความสนใจส่วนตัวและถูกชักชวน จึงเลือกเข้าศึกษาในภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ สาขาวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าและทุ่งหญ้า ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้มีโอกาสช่วยเก็บข้อมูลงานวิจัยสัตว์ป่าในหลายพื้นที่ หลังจากสำเร็จการศึกษาได้รับคำแนะนำให้ไปศึกษาต่อยังสถาบันอื่น จึงได้เข้ามาศึกษาต่อ ณ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาโทต่อมาถึงในระดับปริญญาเอก และยังคงมีสถานภาพเป็นนิสิตอยู่ในปัจจุบันขณะ
"เราพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย เพื่อที่สุดท้ายแล้วเราจะได้รู้ว่า แท้จริงแล้งเราไม่ได้รู้อะไรเลย"
พบกับบทความ “จองื้อที” ได้ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน


