xs
xsm
sm
md
lg

ร้อน ...

เผยแพร่:   โดย: ฉัตรพรรษ พงษ์เจริญ


หน้ากระดาษที่เตรียมไว้นั้นว่างเปล่าและสะอาดปราศจากร่องรอยของหมึกปากกาใดใด วันและคืนผ่านไปสถานการณ์บนหน้ากระดาษใบนั้นยังคงเป็นเช่นเดิม ในความคิดของตัวผมเอง อุณหภูมิในช่วงเวลานี้ของปีถือเป็นอาวุธชั้นดีสำหรับใช้ในการฆาตรกรรมจินตาการและความสร้างสรรค์ แม้ดวงอาทิตย์จะลดระดับลงจนใกล้เกือบจะลาลับสายตาที่ริมไหล่เขา ความขัดแย้งระหว่างร่างกาย ความคิดและความรู้สึกยังคงมีอยู่จากความร้อนที่ระอุกรุ่น น้ำที่ดื่มเข้าไปเพื่อดับกระหายพอจะเจือจางความรู้สึกอบอ้าวไปได้บ้าง แต่กระนั้นเหงื่อที่ไหลออกแม้ขณะนั่งอยู่นิ่งก็ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความแห้งผากในลำคอ ผมตัดสินใจละสายตาออกจากหน้ากระดาษและนำตัวเองตรงดิ่งลงไปยังริมห้วยข้างหน่วยพิทักษ์ป่า เวลาที่ผ่านไปถูกหลงลืมด้วยความเย็นของสายน้ำที่ไหลผ่านร่างกาย กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนที่หลอดไฟริมท่าน้ำสว่างขึ้นพร้อมๆ กับเสียงจากเครื่องปั่นไฟที่เริ่มทำงาน จากสายน้ำที่ทำให้เย็นสบายเริ่มเแปรเปลี่ยนเป็นความหนาวสั่น ผมกลับเข้าที่พักเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินไปยังส่วนทำครัวของบ้านพักเจ้าหน้าที่ที่ผมได้เอ่ยปากขอฝากท้องเอาไว้ตั้งแต่เข้ามาถึง

กิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เจ้าหน้าที่บางคนหิ้วน้ำจากลำธารไปรดแปลงผัก บางคนซ่อมอุปกรณ์ที่ชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งานหนัก บางคนกำลังบันทึกข้อมูลที่ได้จากการเดินลาดตระเวนลงแบบฟอร์ม บางคนเตรียมหุงหาอาหารทำกับข้าวสำหรับมื้อเย็น มองไปรอบตัว ทั้งหน่วยฯ ดูเหมือนจะมีผมคนเดียวที่นั่งนิ่งแสดงความเกียจคร้านและคล้ายจะทำตัวว่างงานเอาเปรียบคนอื่น ๆ จนกระทั่งได้เวลามื้อเย็นที่ทุกคนมาร่วมรับประทานอาหารและพูดคุย

“ปีนี้ร้อนนักเลยครับ ที่หน่วยนี่ขึ้นไปแตะสี่สิบองศา ในตัวเมืองข้างล่างก็ขึ้นไปที่สี่สิบสององศาได้ ปีนี้ปีแรก ปีก่อนหน้าก็ไม่ร้อนขนาดนี้” พี่เอ๋ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดลาดตระเวนป่าเล่าสู่กันฟัง

“ถึงแม้จะร้อน แต่ห้วยข้างหน่วยฯ นี่ก็ยังมีน้ำไหลนะครับพี่ อย่างน้อยก็ยังลงไปแช่น้ำคลายร้อนได้” ผมเสนอกลับไปจากการทดลองด้วยตัวเองเมื่อช่วงเย็น "ถึงแม้ว่าพออาบเสร็จเหงื่อจะไหลออกมาทันทีเลยก็ตาม" ผมพยายามสร้างเสียงหัวเราะคลายร้อน

“ตรงนี้ยังดีครับ จุดอื่นนี่น้ำแห้งหมดแล้ว ปีนี้นอกจากจะร้อนจัดแล้ว ฝนยังทิ้งช่วงไปนานเสียด้วย นี่ตั้งแต่มีฝนลงมานิดหน่อยช่วงก่อนสงกรานต์ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะตกลงมาอีกเลย” บอย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เป็นลูกชุดลาดตระเวนป่าช่วยเพิ่มเติมข้อมูล พวกเขาเพิ่งกลับมาจากการเดินลาดตระเวนสำรวจพื้นที่โดยรอบ

“อย่างที่หน่วยฯ อื่นๆ ข้างในตอนนี้มีหน่วยฯ หนึ่งที่ขาดน้ำหนัก ห้วยที่นำน้ำมาใช้แห้งสนิท นอกจากน้ำฝนที่รองใส่ถังเอาไว้นำมาใช้หุงหาดื่มกินก็แทบจะไม่พอแล้ว เรื่องการซักผ้า อาบน้ำนี่ลืมไปได้เลย หอมกรุ่นถึงใจกันทุกคนล่ะครับ” พี่เอ๋ เสริมข้อมูลมาให้พร้อมความขบขันในน้ำเสียง

“เมื่อวานพวกผมก็เดินไปสำรวจทางอีกฝั่งหนึ่งของหน่วยฯ มา หาน้ำไม่ได้เลยครับ ร่องห้วยแต่ละร่องนี่แห้งผาก ยิ่งช่วงที่ต้องเดินผ่านเขาหินปูนสลับป่าไผ่ในตอนบ่ายนี่ทรมานสุดๆ ทางก็ชัน แดดก็แรงเหมือนถูกเผา แถมน้ำที่แบกไปก็กำลังจะหมดอีก เลยต้องเบนทิศเดินกลับเข้าหน่วยกันก่อน ไม่งั้นแย่แน่ๆ ตาลูกทีมผมแต่ละคนเริ่มขวางกันแล้ว” พี่เอ๋ยังคงคุยต่อและไม่ลืมที่จะใส่เสียงหัวเราะเข้าไป แต่มีความกังวลที่ผมรู้สึกถึงมันได้อยู่ในเสียงหัวเราะเหล่านั้น

"บอยมันประกาศออกมาเลยครับว่า ถ้าวันนี้ยังจะเดินกันต่อ มันจะขอเฝ้าแคมป์พักแรม ไม่ยอมขยับไปไหนแล้ว เพราะร้อนเกินไปแถมน้ำก็ไม่มี" พี่พงศ์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้คนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่หน่วยฯ นี้เอ่ยขึ้นส่วนเจ้าตัวก็หัวเราะชอบใจพร้อมกับคำว่า "ไม่ไหว ก็มันร้อนขนาดนั้น"

"ปีนี้มีฝนลงมาครั้งเดียวตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ครับ จากนั้นก็แล้งมาเรื่อยจนถึงตอนนี้เลย นี่ถ้ายังไม่ตกลงมาบ้าง ในป่าเองก็ดูท่าทางจะไม่ไหว สัตว์ป่าเข้าหาแหล่งน้ำอย่างเดียวเลย ส่วนในเมืองคงไม่ต้องพูดถึง" เป็นบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องสภาพอากาศสุดท้ายจากพี่เอ๋ ความเงียบเข้ามาปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่คล้ายๆ จะยอมรับว่าปีนี้เป็นปีที่แล้งหนักซึ่งลำบากต่อพวกเขาทุกคนในการเดินลาดตระเวนพื้นที่ และแน่นอนว่าสัตว์ป่าทั้งหลายจะมุ่งเข้าหาแหล่งน้ำ ง่ายต่อการโดนล่าโดยการซุ่มยิงของพราน ดังนั้นพวกเขาจึงได้รับมอบหมายงานให้เดินสำรวจพื้นที่เพื่อเป็นการทำแผนที่แหล่งน้ำที่ยังคงเหลืออยู่ ซึ่งสำคัญต่อการวางแผนการป้องกันและการจัดกำลังพลที่เรียกได้ว่าน้อยนิดเมื่อเทียบกับขนาดของพื้นที่

ความเงียบถูกทำลายลงโดยใครคนหนึ่งที่เริ่มบทสนทนาถึงคู่มวยที่ดูจากโทรทัศน์เมื่อคืนก่อนหน้า และบทสนทนาก็ไหลเรื่อยไปยังเรื่องต่างๆ นานา เท่าที่จะสามารถนึกกันออกและสร้างเสียงหัวเรอะได้ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จและตั้งวงคุยกันต่ออีกเล็กน้อย พี่เจ้าหน้าที่บางคนขอตัวไปทำธุระส่วนตัว บางคนไปดูข่าวสารบ้านเมืองจากโทรทัศน์ บางคนพักผ่อน ผมเองก็เช่นกัน ระหว่างทางเดินกลับที่พัก ดาวระยิบยับพร่างพรายอยู่บนท้องฟ้าไร้เมฆบดบัง อากาศเย็นลงมากแล้วซึ่งถ้าได้เอนหลังคงหลับลงไปโดยง่าย

แต่มีสิ่งหนึ่งแวบเข้ามาในความคิดของผม

สัมภาระที่ต้องแบก แสงแดดที่แผดเผา ความกระหายที่แห้งผาก ระยะทางที่ต้องฝ่า ความเหนื่อยล้าที่บั่นทอนกายแลใจ อันตรายจากทั้งสัตว์ป่าและผู้คนที่ชิงชังกฎหมาย หลายๆ สิ่งที่เจ้าหน้าที่เหล่านี้ต้องเผชิญ แรงกายที่หายไปกับหยาดเหงื่อที่ไหลหยดลงพื้นเทียบกับสิ่งที่พวกเขาได้รับตอบแทนกลับไปทำให้ผมเศร้าใจอยู่ลึกๆ

เราเอาเปรียบพวกเขาเหล่านั้นกันอยู่หรือเปล่า อาจจะเป็นมุมมองในแง่ร้ายเพียงแต่มันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

ผมหันกลับมายังสิ่งที่ผมค้างคาเอาไว้แต่แรกอีกครั้ง ถึงแม้จะยังไม่มีตัวอักษรใดใดปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษที่ว่างเปล่านั้น แต่ความรู้สึกของผมกลับชัดเจนอยู่กับคำสองคำ

“คนเฝ้าป่า” และ “ความเสียสละ” ของพวกเขา

เกี่ยวกับผู้เขียน

จองื้อที

แต่เดิมเป็นเด็กต่างจังหวัดจากภาคตะวันออก มุ่งมั่นเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยความสนใจส่วนตัวและถูกชักชวน จึงเลือกเข้าศึกษาในภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ สาขาวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าและทุ่งหญ้า ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้มีโอกาสช่วยเก็บข้อมูลงานวิจัยสัตว์ป่าในหลายพื้นที่ หลังจากสำเร็จการศึกษาได้รับคำแนะนำให้ไปศึกษาต่อยังสถาบันอื่น จึงได้เข้ามาศึกษาต่อ ณ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาโทต่อมาถึงในระดับปริญญาเอก และยังคงมีสถานภาพเป็นนิสิตอยู่ในปัจจุบันขณะ

"เราพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย เพื่อที่สุดท้ายแล้วเราจะได้รู้ว่า แท้จริงแล้งเราไม่ได้รู้อะไรเลย"

พบกับบทความ “จองื้อที” ได้ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน








เพิ่มมูลค่าพลอยเกรดต่ำด้วย "ลำไอออน" เทคโนโลยีอนุภาคความร้อนต่ำพลังงานสูงทางเลือกใหม่เอาใจคนรักอัญมณี ให้ประสิทธิภาพดีกว่าการเผา "ใสกว่า-สีสดกว่า-ทุ่นเวลา-ไม่ทำให้พลอยแตก" เพิ่มราคาเศษพลอยไร้ค่าได้ 10 เท่า อ่านต่อเพิ่มเติม www.manager.co.th/science #sciencenews #mgrscience #manageronline #jewelry #ion #chiangmai #university

A photo posted by AstvScience (@astvscience) on



กำลังโหลดความคิดเห็น